wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

คลังข้อสอบสาขาเเฟชั่นเเละสิ่งทอ

Total questions: 82

Worksheet time: 33mins

Name
Class
Date
1.

เครื่องมืออุปกรณ์ที่ใช้ในการทำสัญลักษณ์ต่างๆ

a)

ก. กระดาษลอกลาย

b)

ข. ชอล์ก

c)

ค. ไม้บรรทัด

d)

ง. ลูกกลิ้ง

2.

เครื่องมืออุปกรณ์ใดที่ใช้ในการสร้างแบบ

a)

ก. กรรไกรตัดผ้า

b)

ข. สายวัด

c)

ค. ที่เลาะผ้า

d)

ง. เข็มหมุด

3.

กระดาษที่สามารถใช้แทนกระดาษสร้างแบบได้คือกระดาษใด

a)

ก. กระดาษแข็ง

b)

ข. กระดาษสา

c)

ค. กระดาษแก้ว

d)

ง. กระดาษหนังสือพิมพ์

4.

เครื่องมืออุปกรณ์ใด ที่ไม่ใช่อุปกรณ์ในการสร้างแบบ

a)

ก. ดินสอ

b)

ข. ไม้บรรทัด

c)

ค. กรรไกรตัดผ้า

d)

ง. สายวัด

5.

ไม้บรรทัดชนิดบางใส มีขนาดความยาวเท่าไหร่

a)

ก. 12 นิ้ว

b)

ข. 24 นิ้ว

c)

ค. 20 นิ้ว

d)

ง. ถูกทั้งข้อ ก. และข้อ ข.

6.

สายวัดที่ใช้ได้ทั้งหลักนิ้วและเซนติเมตร มีความยาวเท่าไหร่

a)

ก. 12 นิ้ว , 60 ซม.

b)

ข. 24 นิ้ว , 150 ซม.

c)

ค. 24 นิ้ว , 60 ซม.

d)

ง. 60 นิ้ว , 150 ซม.

7.

อะไรไม่ใช่เครื่องมืออุปกรณ์ที่ใช้ในการตัดเย็บ

a)

ก. กรรไกรตัดผ้า

b)

ข. กรรไกรตัดกระดาษ

c)

ค. ที่เลาะผ้า

d)

ง. ลูกกลิ้ง

8.

ลูกกลิ้ง มีกี่ชนิด

a)

ก. 1 ชนิด

b)

ข. 2 ชนิด

c)

ค. 3 ชนิด

d)

ง. 4 ชนิด

9.

อุปกรณ์ชนิดใดที่ใช้คู่กับลูกกลิ้ง

a)

ก. กระดาษกดรอย

b)

ข. ที่เลาะผ้า

c)

ค. กรรไกรก้ามปู

d)

ง. เข็ม

10.

เข็มที่ใช้ในการเย็บผ้ามีกี่ชนิด

a)

ก. 2 ชนิด

b)

ข. 3 ชนิด

c)

ค. 4 ชนิด

d)

ง. 5 ชนิด

11.

เข็มจักรมีกี่ชนิด

a)

ก. 2 ชนิด

b)

ข. 3 ชนิด

c)

ค. 4 ชนิด

d)

ง. 5 ชนิด

12.

ด้ายเย็บผ้ามีกี่ชนิด

a)

ก. 2 ชนิด

b)

ข. 3 ชนิด

c)

ค. 4 ชนิด

d)

ง. 5 ชนิด

13.

อุปกรณ์ที่ใช้สำหรับรีดบางส่วนของเสื้อหรือตะเข็บคือ

a)

ก. โต๊ะรีบผ้า

b)

ข. หมอนรองรีด

c)

ค. เตารีด

d)

ง. ถูกทุกข้อ

14.

ปากคีบ (Pincerss) มีกี่ชนิด

a)

ก. 2 ชนิด

b)

ข. 3 ชนิด

c)

ค. 4 ชนิด

d)

ง. 5 ชนิด

15.

ผ้าชนิดใดเป็นผ้าที่กันความชื้นและหดตัวได้ดี

a)

ก. ผ้าลินิน

b)

ข. ผ้าฝ้าย

c)

ค. ผ้าขนสัตว์

d)

ง. ถูกทั้งข้อ ก.และข้อ ข.

16.

ข้อใดไม่ใช่ผ้าใยธรรมชาติ

a)

ก. ผ้าไนลอน

b)

ข. ผ้าฝ้าย

c)

ค. ผ้าป่าน

d)

ง. ถูกทุกข้อ

17.

สิ่งทอ หมายถึง ศัพท์ข้อใด

a)

ก. Yarn

b)

ข. Fiber

c)

ค. Textile

d)

ง. Fabric

18.

เส้นใย หมายถึง ศัพท์ข้อใด

a)

ก. Textile

b)

ข. Fabric

c)

ค. Yarns

d)

ง. Fiber

19.

เส้นด้าย หมายถึง ศัพท์ข้อใด

a)

ก. Textile

b)

ข. Fabric

c)

ค. Yarns

d)

ง. Finish

20.

ผ้า หมายถึง ศัพท์ข้อใด

a)

ก. Textile

b)

ข. Fabric

c)

ค. Yarns

d)

ง. Finish

21.

เส้นใยสิ่งทอแบ่งออกเป็นกี่ประเภท

a)

ก. 1 ประเภท

b)

ข. 2 ประเภท

c)

ค. 3 ประเภท

d)

ง. 4 ประเภท

22.

ประเภทเส้นใยสิ่งทอ คือเส้นใยอะไรบ้าง

a)

ก. เส้นใยธรรมชาติ

b)

ข. เส้นใยสังเคราะห์

c)

ค. เส้นใยธรรมชาติ , เส้นใยสังเคราะห์

d)

ง. เส้นใยธรรมชาติ , เส้นใยสารเคมี

23.

ที่มาหรือแหล่งกำเนิดของเส้นใยธรรมชาติ

a)

ก. จากพืช

b)

ข. จากสัตว์

c)

ค. จากแร่

d)

ง. ถูกทุกข้อ

24.

เส้นใยธรรมชาติ ที่ได้จากพืช มีกี่ประเภท

a)

ก. 1 ประเภท

b)

ข. 2 ประเภท

c)

ค. 3 ประเภท

d)

ง. 4 ประเภท

25.

เส้นใยธรรมชาติ ที่ได้จากสัตว์ มีกี่ประเภท

a)

ก. 1 ประเภท

b)

ข. 2 ประเภท

c)

ค. 3 ประเภท

d)

ง. 4 ประเภท

26.

เส้นใยธรรมชาติ ที่ได้จากแร่ มีกี่ประเภท

a)

ก. 1 ประเภท

b)

ข. 2 ประเภท

c)

ค. 3 ประเภท

d)

ง. 4 ประเภท

27.

เส้นใยธรรมชาติ ที่ได้จากใบ คือ

a)

ก. ฝ้าย

b)

ข. ลินิน

c)

ค. ไหม

d)

ง. สับปะรด

28.

เส้นใยธรรมชาติ ที่ได้จากเมล็ด คือ

a)

ก. ฝ้าย

b)

ข. ลินิน

c)

ค. ไหม

d)

ง. สับปะรด

29.

เส้นใยธรรมชาติ ที่ได้จากลำต้น คือ

a)

ก. ฝ้าย

b)

ข. ลินิน

c)

ค. ไหม

d)

ง. สับปะรด

30.

เส้นใยธรรมชาติ ที่ได้จากรัง คือ

a)

ก. ฝ้าย

b)

ข. ลินิน

c)

ค. ไหม

d)

ง. สับปะรด

31.

การเนา (Basting) มีกี่ชนิด

a)

ก. 2 ชนิด

b)

ข. 3 ชนิด

c)

ค. 4 ชนิด

d)

ง. 5 ชนิด

32.

การเนา (Basting) คือ

a)

ก. เป็นการเย็บชุดสูท

b)

ข. เป็นวิธีการเนาเฉพาะทาง

c)

ค. เป็นการเย็บด้วยมือแทนการเย็บด้วยจักร

d)

ง. เป็นการเย็บชั่วคราว

33.

การเนาเฉียง (Diagonal Basting) คือ

a)

ก. การเนาให้ฝีเข็มเสมอกันทั้งสองด้าน ทั้งด้านผิดและด้านถูก

b)

ข. การเนาใช้ฝีเข็มถี่และฝีเข็มห่างสลับกัน โดยฝีเข็มห่างจะอยู่ด้านถูก (ด้านนอก)ส่วนฝีเข็มถี่จะอยู่ด้านผิด(ด้านใน)

c)

ค. การเนาฝีเข็มทแยงไปตามเนื้อผ้า โดยใช้เนาผ้าสองชั้นให้อยู่ด้วยกัน

d)

ง. การเนาที่ทิ้งด้ายให้หลวมเป็นห่วง 1 ฝีเข็มสลับกับฝีเข็มดึง ด้ายตึง 1 ฝีเข็มตามแนวที่ต้องการเย็บตะเข็บ

34.

การเนาเท่า คือ

a)

ก. การเนาให้ฝีเข็มเสมอกันทั้งสองด้าน ทั้งด้านผิดและด้านถูก

b)

ข. การเนาใช้ฝีเข็มถี่และฝีเข็มห่างสลับกัน โดยฝีเข็มห่างจะอยู่ด้านถูก (ด้านนอก)ส่วนฝีเข็มถี่จะอยู่ด้านผิด(ด้านใน)

c)

ค. การเนาฝีเข็มทแยงไปตามเนื้อผ้า โดยใช้เนาผ้าสองชั้นให้อยู่ด้วยกัน

d)

ง. การเนาที่ทิ้งด้ายให้หลวมเป็นห่วง 1 ฝีเข็มสลับกับฝีเข็มดึง ด้ายตึง 1 ฝีเข็มตามแนวที่ต้องการเย็บตะเข็บ

35.

การเนาไม่เท่า คือ

a)

ก. การเนาให้ฝีเข็มเสมอกันทั้งสองด้าน ทั้งด้านผิดและด้านถูก

b)

ข. การเนาใช้ฝีเข็มถี่และฝีเข็มห่างสลับกัน โดยฝีเข็มห่างจะอยู่ด้านถูก (ด้านนอก)ส่วนฝีเข็มถี่จะอยู่ด้านผิด(ด้านใน)

c)

ค. การเนาฝีเข็มทแยงไปตามเนื้อผ้า โดยใช้เนาผ้าสองชั้นให้อยู่ด้วยกัน

d)

ง. การเนาที่ทิ้งด้ายให้หลวมเป็นห่วง 1 ฝีเข็มสลับกับฝีเข็มดึง ด้ายตึง 1 ฝีเข็มตามแนวที่ต้องการเย็บตะเข็บ

36.

การเนาแบบเทเลอร์ คือ

a)

ก. การเนาให้ฝีเข็มเสมอกันทั้งสองด้าน ทั้งด้านผิดและด้านถูก

b)

ข. การเนาใช้ฝีเข็มถี่และฝีเข็มห่างสลับกัน โดยฝีเข็มห่างจะอยู่ด้านถูก (ด้านนอก)ส่วนฝีเข็มถี่จะอยู่ด้านผิด(ด้านใน)

c)

ค. การเนาฝีเข็มทแยงไปตามเนื้อผ้า โดยใช้เนาผ้าสองชั้นให้อยู่ด้วยกัน

d)

ง. การเนาที่ทิ้งด้ายให้หลวมเป็นห่วง 1 ฝีเข็มสลับกับฝีเข็มดึง ด้ายตึง 1 ฝีเข็มตามแนวที่ต้องการเย็บตะเข็บ

37.

การด้น (Running Stitch) มีกี่ชนิด

a)

ก. 2 ชนิด

b)

ข. 3 ชนิด

c)

ค. 4 ชนิด

d)

ง. 5 ชนิด

38.

การด้นตะลุย คือ

a)

ก. การเนาเป็นการเย็บผ้า 2 ชิ้นให้ติดกันอย่างถาวรโดยแทงเข็มขึ้นและลงให้ฝีเข็มถี่ที่สุดใช้เย็บทั่วไปทำแนวรูดปะผ้า

b)

ข. เป็นการเย็บผ้า2ชนิดให้ติดกันโดยแทงเข็มขึ้นและย้อนกลับไป

c)

ค. การเนาฝีเข็มทแยงไปตามเนื้อผ้า โดยใช้เนาผ้าสองชั้นให้อยู่ด้วยกัน

d)

ง. การเนาที่ทิ้งด้ายให้หลวมเป็นห่วง 1 ฝีเข็มสลับกับฝีเข็มดึง ด้ายตึง 1 ฝีเข็มตามแนวที่ต้องการเย็บตะเข็บ

39.

การด้นถอยหลัง คือ

a)

ก. การเนาเป็นการเย็บผ้า 2 ชิ้นให้ติดกันอย่างถาวรโดยแทงเข็มขึ้นและลงให้ฝีเข็มถี่ที่สุดใช้เย็บทั่วไปทำแนวรูดปะผ้า

b)

ข. เป็นการเย็บผ้า2ชนิดให้ติดกันโดยแทงเข็มขึ้นและย้อนกลับไป

c)

ค. การเนาฝีเข็มทแยงไปตามเนื้อผ้า โดยใช้เนาผ้าสองชั้นให้อยู่ด้วยกัน

d)

ง. การเนาที่ทิ้งด้ายให้หลวมเป็นห่วง 1 ฝีเข็มสลับกับฝีเข็มดึง ด้ายตึง 1 ฝีเข็มตามแนวที่ต้องการเย็บตะเข็บ

40.

ข้อใดไม่ใช่ประโยชน์ในการด้นตะลุย

a)

ก. ใช้ด้นเพื่อเย็บเกล็ดเสื้อ

b)

ข. ใช้เย็บซ่อมแซมกระเป๋าเสื้อที่ขาด

c)

ค. ใช้ด้นเพื่อเย็บจีบรูด

d)

ง. ใช้ด้นเพื่อชุนผ้า

41.

ข้อใดไม่ใชประโยชน์การด้นถอยหลัง

a)

ก. ใช้แทนการเย็บจักร เพราะมีความหนา และแน่นมาก

b)

ข. ใช้เย็บซ่อมแซมกระเป๋าเสื้อที่ขาด

c)

ค. ใช้เย็บซ่อมแซมตะเข็บเสื้อที่ขาด

d)

ง. ใช้ด้นเพื่อชุนผ้า

42.

การสอย (Hemming) มีกี่วิธี

a)

ก. 2 ชนิด

b)

ข. 3 ชนิด

c)

ค. 4 ชนิด

d)

ง. 5 ชนิด

43.

การทำชายผ้าให้สำเร็จวิธีหนึ่งโดยพับริมผ้าไปด้านใน แล้วเย็บตรึงไว้ไม่ให้เห็นด้ายที่ผ้าด้านนอก คือการสอยแบบใด

a)

ก. การสอยซ่อนด้าย

b)

ข. การสอยพันริม

c)

ค. การสอยฟันปลาหรือสอยหักมุมไขว้กลับ

d)

ง. การสอยหลบหลังคาหรือการสอยคล่อมริมผ้า

44.

การเย็บริมผ้าให้เป็นสันทบโดยไม่ต้องพับริมผ้า คือการสอยเเบบใด

a)

ก. การสอยซ่อนด้าย

b)

ข. การสอยพันริม

c)

ค. การสอยฟันปลาหรือสอยหักมุมไขว้กลับ

d)

ง. การสอยหลบหลังคาหรือการสอยคล่อมริมผ้า

45.

ตะเข็บสอยอย่างหลวมแต่ยึดอยู่ตามแนว ตะเข็บด้านผิด(ด้านใน)จะเห็นเป็นเส้นด้ายเย็บไขว้ คือการสอยเเบบใด

a)

ก. การสอยซ่อนด้าย

b)

ข. การสอยพันริม

c)

ค. การสอยฟันปลาหรือสอยหักมุมไขว้กลับ

d)

ง. การสอยหลบหลังคาหรือการสอยคล่อมริมผ้า

46.

การสอยที่มองเห็นด้ายทางด้านผิด(ด้านใน) ใช้วิธีแทงเข็มสะกิดเส้นด้ายสองเส้นบนผืนผ้า คือการสอยเเบบใด

a)

ก. การสอยซ่อนด้าย

b)

ข. การสอยพันริม

c)

ค. การสอยฟันปลาหรือสอยหักมุมไขว้กลับ

d)

ง. การสอยหลบหลังคาหรือการสอยคล่อมริมผ้า

47.

วิธีดัดแปลงเสื้อผ้า เสื้อแขนยาวทำเป็นเสื้อแขนสั้น เสื้อหมายเลขใดอยู่ขั้นตอนสุดท้าย

a)

1

b)

2

c)

3

d)

4

48.

วิธีดัดแปลงเสื้อผ้า เสื้อแขนยาวทำเป็นเสื้อแขนสั้น เสื้อหมายเลขใดอยู่ขั้นตอนเเรก

a)

1

b)

2

c)

3

d)

4

49.

วิธีดัดแปลงเสื้อผ้า กระโปรงยาวตัดชายให้สั้น กระโปรงหมายเลขใดอยู่ขั้นตอนสุดท้าย

a)

1

b)

2

c)

3

d)

4

50.

วิธีดัดแปลงเสื้อผ้า กระโปรงยาวตัดชายให้สั้น กระโปรงหมายเลขใดอยู่ขั้นตอนเเรก

a)

1

b)

2

c)

3

d)

4

51.

วิธีดัดแปลงเสื้อผ้า กางเกงขายาวทำเป็นกางเกงขาสั้น กางเกงหมายเลขใดอยู่ขั้นตอนสุดท้าย

a)

1

b)

2

c)

3

d)

4

52.

วิธีดัดแปลงเสื้อผ้า กางเกงขายาวทำเป็นกางเกงขาสั้น กางเกงหมายเลขใดอยู่ขั้นตอนเเรก

a)

1

b)

2

c)

3

d)

4

53.

วิธีดัดแปลงเสื้อผ้า ใช้ดัดแปลงกระโปรง โดยนำมาตกแต่งด้วยลูกไม้ กระโปรงหมายเลขใดอยู่ขั้นตอนเเรก

a)

1

b)

2

c)

3

d)

4

54.

วิธีดัดแปลงเสื้อผ้า ใช้ดัดแปลงกระโปรง โดยนำมาตกแต่งด้วยลูกไม้ กระโปรงหมายเลขใดอยู่ขั้นตอนสุดท้าย

a)

1

b)

2

c)

3

d)

4

55.

รูปภาพใดต่อไปนี้คือ การตกแต่งเพิ่มเติม โดยนำมาติดโบ ติดลูกไม้ หรือปักลวดลายต่าง ๆ

a)
b)
c)
d)
56.

รูปภาพใดต่อไปนี้คือ การเปลี่ยนสัดส่วน เสื้อผู้ใหญ่นำมาเปลี่ยนสัดส่วนดัดแปลงเป็นเสื้อเด็ก

a)
b)
c)
d)
57.

การแก้ไขบางส่วน เช่น เสื้อปกขาดแก้เป็นเสื้อคอกลม แขนเสื้อขาดแก้เป็นไม่มีแขน

a)
b)
c)
d)
58.

การเปลี่ยนประโยชน์ใช้สอย เสื้อผ้าที่ใส่มานานแล้ว แต่เนื้อผ้ายังดี สามารถนำมาดัดแปลงได้

a)
b)
c)
d)
59.

การเปลี่ยนประโยชน์ใช้สอย เสื้อผ้าที่ใส่มานานแล้ว เปลี่ยนเป็นผ้าเช็ดตัวเปลี่ยนเป็นผ้าจับหูกระทะ

a)
b)
c)
d)
60.

ผ้าชนิดใด มีคุณสมบัติซึมซับน้ำและระบายความร้อนได้ดี ทนความร้อนสูง ทนต่อการซักรีด ราคาไม่แพงและตัดเย็บง่าย เหมาะจะนำมาตัดชุดนอน ชุดลำลอง กางเกง กระโปรง ชุดเด็ก และผ้าอ้อม

a)

ผ้าฝ้าย

b)

ผ้าลินิน

c)

ผ้าไหม

d)

ผ้าขนสัตว์

61.

ผ้าชนิดใด มีคุณสมบัติซึมซับน้ำได้ดีและมีความเหนียวมาก สวมใส่สบาย เหมาะที่จะนำมาตัดเย็บเป็นของใช้ในครัว แต่ไม่ควรนำมาฝึกตัดเย็บเสื้อผ้า เพราะยับง่าย รีดยาก และราคาแพง

a)

ผ้าฝ้าย

b)

ผ้าลินิน

c)

ผ้าไหม

d)

ผ้าขนสัตว์

62.

ผ้าชนิดใด เนื้อนุ่ม เบา ขึ้นเงาสวยงาม นิยมนำมาตัดชุดสำหรับงานพิธี งานกลางคืน หรือโอกาสพิเศษ ไม่ควรนำมาฝึกตัดเย็บเสื้อผ้า เพราะซักรีดยาก ราคาแพง

a)

ผ้าฝ้าย

b)

ผ้าลินิน

c)

ผ้าขนสัตว์

d)

ผ้าไหม

63.

ผ้าชนิดใด มีความยืดหยุ่นดีเยี่ยม ไม่ยับ และเก็บความร้อนได้ดี แต่มีราคาแพง นิยมนำมาตัดเป็นเสื้อผ้าและเครื่องกันหนาว

a)

ผ้าฝ้าย

b)

ผ้าลินิน

c)

ผ้าขนสัตว์

d)

ผ้าใยสังเคราะห์

64.

ผ้าชนิดใด ไม่ซับเหงื่อ และสวมใส่ไม่สบาย แต่ชนิดที่ผสมเส้นใยธรรมชาติจะไม่ยับ ซักรีดง่าย และสวมใส่สบายกว่า นอกจากนี้ยังมีความเหนียวและจับจีบได้สวยงาม

a)

ผ้าฝ้าย

b)

ผ้าลินิน

c)

ผ้าขนสัตว์

d)

ผ้าใยสังเคราะห์

65.

อุปกรณ์ตัดเย็บเสื้อผ้าใด ควรทำด้วยผ้าอาบน้ำยาเคมี เพื่อป้องกันการหดหรือยืด มีโลหะหุ้มที่ปลายทั้ง 2 ข้าง มีตัวเลขบอกความยาวเป็นเซนติเมตรและนิ้ว

a)

ไม้บรรทัด

b)

ตลับเมตร

c)

สายวัด

d)

ไม้บรรทัดเหล็ก

66.

อุปกรณ์ตัดเย็บเสื้อผ้าใด ด้ามโค้งและด้ามตรง ซึ่งกรรไกรด้ามโค้งจะตัดได้เที่ยงตรงกว่า เพราะใบกรรไกรอยู่ขนานกับผ้าขณะตัด ไม่ควรทำกรรไกรตกขณะใช้เพราะทำให้เสียคม หมั่นลับกรรไกรให้คมเสมอ และหยอดน้ำมันจักรเป็นครั้งคราวเพื่อป้องกันไม่ให้กรรไกรฝืด

a)

กระไกรก้ามปู

b)

กรรไกรตัดกระดาษ

c)

กรรไกรตัดผ้า

d)

ที่เลาะผ้า

67.

อุปกรณ์ตัดเย็บเสื้อผ้าใด เป็นกระดาษสีมีหลายสี อาบด้วยเทียนไข ใช้กับลูกกลิ้งเพื่อกดรอย เผื่อเย็บเกล็ดหรือตะเข็บลงบนผ้า ควรเลือกให้เหมาะกับสีของผ้า

a)

กระดาษสร้างเเบบ

b)

กระดาษกดรอย

c)

กระดาษหนังสือพิมพ์

d)

กระดาษไข

68.

อุปกรณ์ตัดเย็บเสื้อผ้าใด ใช้กลัดเพื่อป้องกันการเคลื่อนเวลากดรอยเผื่อเย็บ ใช้ทำเครื่องหมายลงบนผ้า หรือเนาผ้าให้ติดกัน เมื่อจะตัดผ้าตามแบบ

a)

เข็มสอย

b)

เข็มหมุด

c)

ชอล์กเขียนผ้า

d)

ด้าย

69.

อุปกรณ์ตัดเย็บเสื้อผ้าใด ใควรเลือกให้เหมาะสมกับผ้า เช่น เบอร์ 10–11 มีขนาดเล็กใช้กับผ้าเนื้อบางเบา เบอร์ 9 มีขนาดกลางใช้กับผ้าเนื้อหนาปานกลาง และเบอร์ 8 มีขนาดใหญ่ใช้กับผ้าเนื้อหนา

a)

เข็มหมุด

b)

เข็มจักร

c)

เข็มเย็บผ้า

d)

ด้าย

70.

อุปกรณ์ตัดเย็บเสื้อผ้าใด ควรเลือกใช้ให้เหมาะสมกับชนิดของด้ายและความหนาของเนื้อผ้า เช่น เบอร์ 9 ใช้กับผ้าแพร ผ้าชีฟอง ผ้าไหม และผ้าป่าน เบอร์ 11 ใช้กับผ้าสักหลาดและผ้าฝ้ายผสมไนลอน เบอร์ 13 ใช้กับผ้าลินิน ผ้าเสิร์จ และผ้าฝ้าย เบอร์ 14 ใช้กับผ้าขนสัตว์ ผ้าใยสังเคราะห์ และผ้าขนสัตว์ผสมสำลี เบอร์ 16 ใช้กับผ้าใบ ผ้ายีน และหนัง

a)

เข็มหมุด

b)

เข็มจักร

c)

เข็มเย็บผ้า

d)

ด้าย

71.

อุปกรณ์ตัดเย็บเสื้อผ้าใด ใช้เย็บเพื่อประกอบชิ้นส่วนของผ้าให้ติดกัน ควรเลือกให้เหมาะสมกับสีผ้า ความหนาของผ้า และขนาดของเข็ม ด้ายที่นิยมใช้กับผ้าทุกชนิด คือ เบอร์ 60

a)

เข็มเย็มผ้า

b)

เข็มหมุด

c)

เข็มจักร

d)

ด้าย

72.

ข้อใดคือหลักการในการดัดแปลงเสื้อผ้า.

a)

เลือกใช้วิธีการให้เหมาะสม

b)

ออกแบบให้เหมาะสมกับเพศและวัยของผู้สวมใส่

c)

เลือกใช้วัสดุอุปกรณ์ตกแต่งให้เหมาะกับเนื้อผ้า คำนึงถึงความคุ้มค่า

d)

เตรียมอุปกรณ์ตกแต่งและเครื่องมือให้พร้อมก่อนลงมือปฏิบัติดัดแปลงเสื้อผ้า

73.

การดัดแปลงเสื้อผ้าโดยการติดลูกไม้ จีบ ระบาย แขนพองทำโบติดที่คอเสื้อหรือ ทำโบผูกที่เอวหมายถึงการออกแบบเสื้อในวัยใด.


a)

วัยทารก

b)

วัยเด็ก

c)

วัยรุ่น

d)

วัยผู้ใหญ่

74.

ในการดัดแปลงเสื้อผ้าต้องคำนึงถึงความคุ้มค่าในเรื่องใดบ้าง.

a)

คุ้มค่ากับเวลา

b)

คุ้มค่ากับค่าใช้จ่าย

c)

แรงงานที่ต้องเสียไป

d)

ถูกทุกข้อ

75.

การดัดแปลงเสื้อผ้ามีประโยชน์ในข้อใดบ้าง.

a)

ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการซื้อเสื้อผ้าใหม่แทนตัวเก่าที่คับ สีซีดจางชำรุด

b)

ช่วยยืดระยะเวลายาวนานของเสื้อผ้าซึ่งเป็นแบบเดิมที่ล้าสมัยให้ทันสมัย

c)

ค. ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์นอกจากจะฝึกทักษะออกแบบยังได้เสื้อผ้าแปลกใหม่ใช้งาน และเกิดความภาคภูมิใจในผลงานเมื่อดัดแปลงเสื้อผ้าได้สวยงามจะรู้สึกภาคภูมิใจในความสามารถของตนเอง

d)

ถูกทุกข้อ

76.

ข้อใดคือวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการดัดแปลงเสื้อผ้า.

a)

สายวัด ไม้บรรทัด

b)

ไม้โค้งเอนกประสงค์ ชอล์กเขียนผ้า กรรไกร เข็มหมุด เข็มมือ

c)

ด้าย เตารีด ที่รองรีด น้ำยารีด

d)

ถูกทุกข้อ

77.

ข้อใดคือวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการตกแต่งเสื้อผ้า.

a)

โบ

b)

ผ้าลูกไม้ เศษผ้า

c)

ผ้ากุ๊น

d)

ถูกทุกข้อ

78.

ใช้สำหรับตกแต่งริมผ้าหมายถึงข้อใด

a)

โบ

b)

ผ้าลูกไม้ เศษผ้า

c)

ผ้ากุ๊น

d)

ถูกทุกข้อ

79.

ใช้สำหรับตกแต่งปกเสื้อ ชายเสื้อ ชายแขนเสื้อ ชายกระโปรง หมายถึงข้อใด

a)

โบ

b)

ผ้าลูกไม้

c)

ผ้ากุ๊น

d)

ถูกทุกข้อ

80.

การดัดแปลงเสื้อผ้าให้ขนาดใหญ่ขึ้นหรือเล็กลงจากลักษณะเดิมหมายถึงวิธีการดัดแปลงเสื้อผ้าในข้อใด.

a)

การดัดแปลงขนาดของเสื้อผ้า

b)

การดัดแปลงรูปทรงหรือรูปแบบของเสื้อผ้า

c)

การดัดแปลงสีและลวดลายของเสื้อผ้า

d)

ถูกทุกข้อที่กล่าวมา

81.

การดัดแปลงเสื้อผ้าเก่า สีพื้นสีอ่อน สีขาวที่ดูหมอง ให้มีสีสันสดขึ้นด้วยการย้อมสีผ้า อาจย้อมทั้งตัวหรือมัดผ้าย้อมเพื่อให้เกิดลวดลายหรือใช้การทำผ้าบาติกหมายถึงข้อใด

a)

การดัดแปลงขนาดของเสื้อผ้า

b)

การดัดแปลงรูปทรงหรือรูปแบบของเสื้อผ้า

c)

การดัดแปลงสีและลวดลายของเสื้อผ้า

d)

ถูกทุกข้อที่กล่าวมา

82.

เป็นการดัดแปลงเสื้อผ้า ให้มีรูปทรงและรูปแบบใหม่ ที่ไม่ซ่ำกับแบบเดิมหมายถึงข้อใด.

a)

การดัดแปลงขนาดของเสื้อผ้า

b)

การดัดแปลงรูปทรงหรือรูปแบบของเสื้อผ้า

c)

การดัดแปลงสีและลวดลายของเสื้อผ้า

d)

ฃถูกทุกข้อที่กล่าวมา

Similar Resources on Wayground