wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

ขุนช้างขุนแผน

Total questions: 30

Worksheet time: 15mins

Name
Class
Date
1.

จากวรรณคดีเรื่อง ขุนช้างขุนแผน เหตุการณ์ตอนที่ขุนช้างถวายฎีกาต่อสมเด็จพระพันวษา เพราะเหตุใดขุนช้างจึงถูกเฆี่ยนถึง 30 ที

a)

ขุนช้างชอบฟ้องร้องเรื่องไร้สาระ

b)

ขุนช้างไม่รู้จักกาลเทศะและความเหมาะสม

c)

ขุนช้างแต่ตัวไม่เหมาะสมกับการถวายฎีกา

d)

ขุนช้างสร้างความรำคาญในการเสด็จประพาส

2.

ขุนช้างถวายฎีกาต่อสมเด็จพระพันวษาโดยใช้วิธีใด

a)

ไปเข้าเฝ้าที่ท้องพระโรง

b)

ฝากขุนนางผู้ใหญ่ไปถวาย

c)

ลักลอบไปในห้องพระบรรทม

d)

ว่านน้ำลอยคอถวายฎีกาที่เรือพระที่นั่ง

3.

ข้อใดไม่ใช่ลางสังหรณ์ที่เกิดแก่นางวันทอง

a)

ลดเลี้ยวเที่ยวหลงในดงรัง ยังมีพยัคฆ์ร้ายมาราวี

b)

ใต้เตียงเสียงหนูก็กุกกก แมลงมุมทุ่มอกที่ริมฝา

c)

ฝันว่าพลัดไปในไพรเถื่อน เลื่อนเปื้อนไม่รู้ที่จะกลับหลัง

d)

ดุเหว่าเร้าเสียงสำเนียงก้อง ระฆังฆ้องขานแข่งในวังหลวง

4.

บทประพันธ์ในข้อใดไม่มีสำนวนไทย

a)

มันเหมือนวัวเคยขาม้าเคยขี่ ถึงบอกกูว่าดีหาเชื่อไม่

b)

ดอกมะเดื่อฤๅจะเจือดอกพะยอม ว่านักแม่จะตรอมระกำใจ

c)

สองมือปิดขาเหมือนท่าเปรต ใครมาเทศน์เอาผ้ากูไปไหน

d)

ดังทองคำทำเลี่ยมปากกะลา หน้าตาดำเหมือนมินหม้อมอม

5.

บทประพันธ์ในข้อใดมีน้ำเสียงเชิงตัดพ้อ

a)

มาอยู่ไยกับอ้ายหินชาติ แสนอุบาทว์ใจจิตริษยา

b)

วันทองฟังถามให้คร้ามครั่น บังคมคับประนมก้มเกศา

c)

เมื่อพ่อเจ้ากลับมาแต่เชียงใหม่ ไม่เพ็ดทูลสิ่งไรแต่สักอย่าง

d)

เล่าความบอกผัวด้วยกลัวภัย ประหลาดใจน้องฝันพรั่นอุรา

6.

“พี่ผิดจริงแล้วเจ้าวันทอง เหมือนลืมน้องหลงเลือนทำเชือนเฉย

ใช่พี่เพลิดเพลินชื่นเพราะอื่นเชย เงยหน้าเถิดจะเล่าอย่าเฝ้าแค้น”

จากคำประพันธ์ข้างต้นใครเป็นผู้กล่าวและกล่าวสำนึกในเรื่องใด

a)

ขุนแผนสำนึกในเรื่องที่มีภรรยาหลายคน

b)

ขุนแผนสำนึกในเรื่องที่ไม่ได้ทูลขอนางวันทองคืน

c)

ขุนช้างสำนึกในเรื่องที่หึงหวงนางวันทองมากเกินไป

d)

ขุนแผนสำนึกในเรื่องที่ปล่อยนางวันทองให้อยู่กับลูกตามลำพัง

7.

ข้อใดเป็นความเชื่อเรื่องฤกษ์ยาม

a)

สีขี้ผึ้งสีปากกินหมากเวทย์ ซึ่งวิเศษสารพัดแก้ขัดสน

b)

เสกกระแจจวงจันทน์น้ำมันทา เสร็จแล้วก็พาวันทองไป

c)

คะเนนับย่ำยามได้สามครา ดูเวลาปลอดห่วงทักทิน

d)

จึงร่ายมนตรามหาสะกด เสื่อมหมดอาถรรพณ์ที่ฝังอยู่

8.

จมื่นไวยและขุนแผนมีลักษณะนิสัยที่เหมือนกันมากในข้อใด

a)

สุขุม รอบคอบ

b)

เอาแต่ใจ

c)

ยึดมั่นในจารีตประเพณี

d)

รักเดียวใจเดียวเป็นที่สุด

9.

ข้อใดไม่มีภาพสะท้อนทางวัฒนธรรม

a)

ถ้ารักน้องป้องปิดให้มิดอาย ฉันกลับกลายแล้วหม่อมจงฟาดฟัน

b)

พระจันทรจรแจ่มกระจ่างดี พระพายพัดมาลีตรลบไป

c)

ไปเพ็ดทูลเสียให้ทูลกระหม่อมแจ้ง น้องจะแต่งบายศรีไว้เชิญขวัญ

d)

หญิงเดียวชายครองเป็นสองมิตร ถ้ามิปลิดเสียให้เปลื้องไม่ตามใจ

10.

“จำต้องจนทนกรรมที่ติดตาม จะขืนความคิดไปก็ใช่ที” ข้อความนี้สะท้อนความเชื่อเรื่องใด

a)

กรรม

b)

ประเพณี

c)

ศรัทธา

d)

การศึกษา

11.

ข้อใดไม่ปรากฏในแนวคิดเรื่องขุนช้างขุนแผน ตอนขุนช้างถวายฎีกา

a)

ความรักของแม่ที่มีต่อลูก

b)

ชายไม่ควรมากรักหลายเมีย

c)

ความจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์

d)

บุคคลย่อมเป็นไปตามกรรม

12.

อะไรเป็นจุดเด่นของเรื่องขุนช้างขุนแผน

a)

เป็นเรื่องที่ไม่เป็นไปตามใจหวัง

b)

เป็นเรื่องที่รัก ๆ ใคร่ ๆ ซึ่งใครก็ชอบ

c)

เป็นเรื่องมาจากเค้าความจริงส่วนหนึ่ง

d)

เป็นเรื่องแบบไทย ๆ ที่มีที่มาแต่สมัยกรุงเก่า

13.

ขุนแผนไม่สมหวังในความรักกับนางวันทอง เพราะเหตุใด

a)

เพราะผลกรรมที่ทำไว้

b)

เพราะขุนช้าง

c)

เพราะหน้าที่การงาน

d)

เพราะความพิโรธของพระพันวษา

14.

ตัวละครในเรื่องขุนช้างขุนแผนในข้อใดมีพัฒนาการทางความคิดดีที่สุด

a)

ขุนช้าง

b)

ขุนแผน

c)

พลายงาม

d)

นางวันทอง

15.

ถ้าจะหาความดีของขุนช้างสักข้อหนึ่ง น่าจะเป็นข้อใด

a)

ขยันทำมาหากิน

b)

รักเดียวใจเดียว

c)

จงรักภักดี

d)

เป็นบุพการีที่ดี

16.

ข้อใดไม่ใช่คุณสมบัติของขุนแผน

a)

รักเดียวใจเดียว

b)

จงรักภักดี

c)

ทำงานเก่ง

d)

มีความกล้าหาญ

17.

ข้อใดไม่ใช่สาเหตุที่ทำให้นางวันทองถูกประหารชีวิต

a)

นางวันทองเป็นหญิงสองใจ

b)

ขุนแผนเอาแต่ใจตัว มัวเมามากรักไม่รู้จักรับนางวันทองไปอยู่ด้วย

c)

จมื่นไวยทำการอุกอาจไม่เคารพกฎหมายบ้านเมือง

d)

พระพันวษาเอาแต่พระพิโรธดีแต่โทษนางวันทองที่ไม่ตัดสินใจ

18.

นางวันทองเป็นหญิงสองใจหรือเพราะเหตุใด

a)

สองใจ เพราะว่าไม่ตัดสินใจเลือกใครสักคน แสดงว่ารักทั้งสองคน

b)

สองใจ เพราะว่ามีสามีพร้อมกันทีเดียวสองคน

c)

ไม่สองใจ แต่ที่ไม่ตัดสินใจเลือกใคร เพราะกลัวพระราชอาญา

d)

ไม่สองใจ แต่ที่ไม่ตัดสินใจเลือกใคร เพราะไม่ต้องการการใครเลย

19.

“ถ้าประมาทราชการไม่นำพา ปล่อยให้ใครเข้ามาในล้อมวง” คำว่า ล้อมวง ตรงกับข้อใด

a)

จุกช่องล้อมวง

b)

อุดช่องล้อมวง

c)

ปิดทางล้อมคอก

d)

กั้นกลางวางขวาง

20.

“ว่าตั้งแต่นี้สืบต่อไป หน้าที่ของผู้ใดให้รักษา

ถ้าประมาทราชการไม่นำพา ปล่อยให้ใครเข้ามาในล้อมวง

ระวางโทษเบ็ดเสร็จเจ็ดสถาน ถึงประหารชีวิตเป็นผุยผง

ตามกฤษฎีการักษาพระองค์ แล้วลงจากพระที่นั่งเข้าวังใน”

จากคำประพันธ์ข้างต้น คำว่า “ราชการ” หมายถึงข้อใด

a)

การตัดสินคดีความ

b)

การอารักขาพระมหากษัตริย์

c)

การแสดงความเคารพต่อพระมหากษัตริย์

d)

การดูแลความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง

21.

“ครานั้นจึงโฉมเจ้าวันทอง เศร้าหมองด้วยลูกเป็นหนักหนา

พ่อพลายงามทรามสวาทของแม่อา แม่โศกาเกือบเจียนจะบรรลัย

ใช่จะอิ่มเอิบอาบด้วยเงินทอง มิใช่ของตัวทำมาแต่ไหน

ทั้งผู้คนช้างม้าแลข้าไท ไม่รักใคร่เหมือนกับพ่อพลายงาม

ทุกวันนี้ใช่แม่จะผาสุก มีแต่ทุกข์ใจเจ็บดังเหน็บหนาม

ต้องจำจนทนกรรมที่ติดตาม จะขืนความคิดไปก็ใช่ที” จากคำประพันธ์นางวันทองต้องการสื่อสารในข้อใด

a)

ให้คำแนะนำ

b)

แสดงความผิดหวัง

c)

รำพันถึงความทุกข์ใจ

d)

บอกความวิตกกังวล

22.

ข้อใดไม่ได้กล่าวถึงความเชื่อทางไสยศาสตร์และคาถาอาคม

a)

ถือดาบฟ้าฟื้นยืนแกว่งไกว ตกใจกลัวว่าจะฆ่าฟัน

b)

แล้วทำผงอิทธิเจเข้าเจิมพักตร์ คนเห็นคนทักรักทุกหน้า

c)

เป่ามนตร์เบื้องบนชอุ่มมัว พรายยั่วยวนใจให้ไคลคลา

d)

สีขี้ผึ้งสีปากกินหมากเวทย์ ซึ่งวิเศษสารพัดแก้ขัดสน

23.

ข้อใดกล่าวถึงความไม่คู่ควรกันระหว่างขุนช้างกับนางวันทอง

a)

อสนีครื้นครั่นสนั่นก้อง น้ำฟ้าหาต้องดอกไม้ไม่

b)

ดอกมะเดื่อฤๅจะเจือดอกพะยอม ว่านักแม่จะตรอมระกำใจ

c)

ดังทองคำทำเลี่ยมปากกะลา หน้าตาดำเหมือนมิน หม้อมอม

d)

นิ่งนอนอยู่บนเตียงเคียงขุนช้าง มันแนบข้างกอดกลมประสมสอง

24.

“พี่ผิดพี่ก็มาลุแก่โทษ จะคุมโกรธคุมแค้นไปถึงไหน

ความรักพี่ยังรักระงมใจ อย่าตัดไมตรีตรึงให้ตรอมตาย

ว่าพลางทางแอบเข้าแนบอก ประคองยกของสำคัญมั่นหมาย

เจ้าเนื้อทิพย์หยิบชื่นอารมณ์ชาย ขอสบายสักหน่อยอย่าโกรธา” บทประพันธ์ข้างต้นเด่นด้านใช้รสวรรณคดีใด

a)

เสาวรจนี

b)

พิโรธวาทัง

c)

นารีปราโมทย์

d)

สัลลาปังคพิสัย

25.

ขึ้นไปบนเรือนพระหมื่นไวย แจ้งข้อรับสั่งไปขมีขมัน

ขุนช้างฟ้องร้องฎีกาพระทรงธรรม์ ให้หาทั้งสามท่านนั้นเข้าไป” คำว่า “สามท่าน” ในบทประพันธ์หมายถึงข้อใด

a)

ขุนช้าง ขุนแผน นางวันทอง

b)

ขุนแผน จมื่นไวย พระหมื่นศรี

c)

ขุนแผน จมื่นไวย นางวันทอง

d)

ขุนแผน นางวันทอง นางลาวทอง

26.

คำที่ขีดเส้นใต้ในข้อใด ไม่ได้หมายถึงขุนช้าง

a)

แสนถ่อยใครจะถ่อยเหมือนมันบ้าง ทุกอย่างที่จะชั่วอ้ายหัวลื่น

เวียนแต่เป็นถ้อยความไม่ข้ามคืน น้ำยืนหยั่งไม่ถึงยังดึงมา

b)

นิจจาใจเจ้าจะให้พี่เจ็บจิต ดังเอากริชแกระกรีดในอกผัว

เกรงผิดคิดบาปจึงหลาบกลัว พี่นี้ชั่วเพราะหมิ่นประมาทความ

c)

สำคัญคิดว่าผู้ร้ายให้นึกกลัว กอดผัวร้องดิ้นจนสิ้นเสียง

ซวนซบหลบลงมาหมอบเมียง พระหมื่นไวยเข้าเคียงห้ามมารดา

d)

เลี้ยงมึงไม่ได้อ้ายใจร้าย ชอบแต่เฆี่ยนสองหวายตลอดสัน

แล้วกลับความถามข้างวันทองพลัน เออเมื่อมันฉุดคร่าพามึงไป

27.

“อีวันทองกูให้อ้ายแผนไป อ้ายช้างบังอาจใจทำจู่ลู่

ฉุดมันขึ้นช้างอ้างถึงกู ตะคอกขู่อีวันทองให้ตกใจ” คำว่า “จู่ลู่ ในบทประพันธ์ข้างต้น หมายถึงข้อใด

a)

สู่รู้

b)

โกรธ

c)

ชั่วร้าย

d)

ถลันเข้าไป

28.

ข้อใดใช้ภาพพจน์ต่างจากข้ออื่น

a)

ครานั้นพระองค์ผู้ทรงภพ ฟังจบแค้นคั่งดังเพลิงไหม้

เหมือนดินประสิวปลิวติดกับเปลวไฟ ดูดู๋เป็นได้อีวันทอง

b)

อีแสนถ่อยจัญไรใจทมิฬ ดังเพชรนิลเกิดขึ้นในอาจม

รูปงามนามเพราะน้อยไปหรือ ใจไม่ซื่อสมศักดิ์เท่าเส้นผม

c)

คิดคะนึงถึงมิตรแต่ก่อนเก่า นิจจาเจ้าเหินห่างร้างพิสมัย

ถึงสองครั้งตั้งแต่พรากจากพี่ไป ดังเด็ดใจจากร่างก็ราวกัน

d)

เจ้าพลายงามตามรับเอากลับมา ทีนี้หน้าจะดำเป็นน้ำหมึก

กำเริบใจด้วยเจ้าไวยกำลังฮึก จะพาแม่ตกลึกให้จำตาย

29.

ข้อใดเป็นเหตุผลสำคัญที่นางวันทองไม่ยอมไปกับพลายงามบุตรชาย

a)

ขุนช้างตื่นขึ้นมิเป็นการ เขาจะรุกรานพาลข่มเหง

b)

ต้องจำจนทนกรรมที่ติดตาม จะขืนความคิดไปก็ใช่ที่

c)

คิดบ่ายเบี่ยงเลี่ยงเลี้ยวเบี้ยวบิดไป เพราะรักอ้ายขุนช้างกว่าบิดา

d)

ด้วยเป็นข้าลักไปไทลักมา เห็นเบื้องหน้าจะอึงแม่จึงห้าม

30.

คำว่า “ถวายฎีกา” หมายความว่าอะไร

a)

ยื่นคำร้องทุกข์ต่อหน่วยงานรัฐ

b)

ราษฎรยื่นคำร้องทุกข์ถวายพระเจ้าแผ่นดิน

c)

ยื่นคำร้องทุกข์ต่อศาลเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรม

d)

แจ้งความแก่หน่วยงานรัฐให้ดำเนินคดีกับบุคคลใดบุคคลหนึ่งเป็นกรณีพิเศษ