Font size
Worksheetsการแยกสารเนื้อผสมอย่างง่าย ป.6
Total questions: 20
Worksheet time: 2hrs 40mins
ข้อใด ไม่ใช่ สารเนื้อผสม
น้ำกับน้ำมัน
ผงเหล็กในกองดิน
น้ำโคลน
น้ำตาลทรายแดง
ข้อใดไม่ใช่ ประเภทของสารเนื้อผสมที่แบ่งตามลักษณะของสารที่มาผสมกัน
ของแข็งกับของแข็ง
ของแข็งกับของเหลว
ของแข็งกับแก๊ส
ของแข็งที่เป็นสารแม่เหล้กปนกับสารอื่น
ข้อใดเป็นสมบัติและลักษะของสารผสมกากถั่วเหลืองปนในนมถั่วเหลือง
ของแข็งกับของแข็ง
ของแข็งกับของเหลว
ของแข็งกับแก๊ส
ของแข็งที่เป็นสารแม่เหล้กปนกับสารอื่น
ข้อใดเป็นสมบัติและลักษะของสารผสมน็อตเหล็กปนกับกรวด
ของแข็งกับของแข็ง
ของแข็งกับของเหลว
ของแข็งกับแก๊ส
ของแข็งที่เป็นสารแม่เหล้กปนกับสารอื่น
สาร ก และ สาร ข ผสมกันเป็นสารเนื้อผสม ซึ่งสารแต่ละชนิดมีสมบัติดังตาราง วิธีการคู่ใดต่อไปนี้แยกสาร ก และ สาร ข ออกจากกันได้
ใช้มือหยิบออก นำมาผสมน้ำแล้วกรอง
ใช้มือหยิบออก นำมาผสมน้ำแล้ววางไว้ให้ตกตะกอน
ใช้ตะแกรงร่อน ใช้มือหยิบออก
ใช้ตะแกรงร่อน นำมาผสมน้ำแล้ววางไว้ให้ตกตะกอน
สาร ก และ ข เป็นของแข็งมีขนาดต่างกันเล็กน้อย แต่มีสีต่างกัน ควรแยกสารผสมนี้ออกจากกันอย่างไร
การร่อน
การหยิบออก
การฝัด
การทำให้ตกตะกอน
การทำให้น้ำกระเจี๊ยบที่มีเศษกระเจี๊ยบปนอยู่น้อยที่สุด ทำได้อย่างไร
การกรอง
การร่อน
การหยิบออก
การตกตะกอน
ดินสอพองผสมน้ำ ควรแยกสารผสมนี้โดยวิธีใด
การฝัด
การร่อน
การกรอง
การตกตะกอน
เศษเหล็กและอลูมิเนียมรวมกันอยู่ ข้อใดเป็นการแยกสารดังกล่าวออกจากกัน
การกรอง
การร่อน
การหยิบออก
การใช้แม่เหล็กดึงดูด
หากมีแมลงและเปลือกข้าวในข้าวสาร ควรแยกสารผสมนี้โดยวิธีใด
ใช้มือหยิบออก นำมาผสมน้ำแล้วกรอง
ใช้มือหยิบออก นำไปฝัด
ใช้ตะแกรงร่อน ใช้มือหยิบออก
ฝัด นำมาผสมน้ำแล้ววางไว้ให้ตกตะกอน
เมื่อวางสารเนื้อผสม ดังรูป ก ไว้ 5 นาที พบว่าสารเนื้อผสมดังกล่าว แยกออกเป็นของเหลว A และของแข็ง B ดังรูป ข สถานการณ์ดังกล่าวเป็นการแยกสารโดยวิธีการใด และถ้าจะแยกของเหลว A ออกจากของแข็ง B ควรใช้วิธีการใด ตามลำดัง
การตกตะกอน การหยิบออก
การกรอง การรินออก
การตกตะกอน การกรอง
การกรอง การตกตะกอน
จากภาพเป็นขั้นตอนการแยกสารเนื้อผสมโดยวิธีใด
การระเหยแห้ง
การตกตะกอน
การตักออก
การใช้แม่เหล็กดูด
ในการแยกสารเนื้อผสมที่เป็นของแข็งปนอยู่ในของเหลว โดยเทสารผ่านวัสดุที่ใช้กรอง A B C และ D ได้ผลดังตาราง ให้เรียงลำดับขนาดรูพรุนของวัสดุที่ใช้กรองจากเล็กไปใหญ่ได้ตามข้อใด
D B C A
A C B D
A B C D
D C B A
ในการแยกสารเนื้อผสมที่เป็นของแข็งปนอยู่ในของเหลว โดยเทสารผ่านวัสดุที่ใช้กรอง A B C และ D ได้ผลดังตาราง ถ้าต้องการทำให้ของเหลวที่ผ่านการกรองด้วยวัสดุ D ใสขึ้นอีก จะทำได้อย่างไร
วางให้ตกตะกอนนานขึ้น
กรองหลาย ๆ ครั้งโดยใช้วัสดุที่ใช้กรองชนิดเดิม
รินของเหลวผ่านวัสดุที่ใช้กรองชนิดเดิมอย่างช้า ๆ
กรองโดยใช้วัสดุที่ใช้กรองชนิดเดิมแต่มีรูพรุนเล็กกว่าเดิม
นำสารเนื้อผสมที่ประกอบด้วยกรวด น้ำตาลทราย และผงเหล็ก มาแยกด้วยวิธีการต่าง ๆ สารที่แยกได้แสดงดังแผนภาพ ข้อใดต่อไปนี้ถูกต้อง
C คือ การตกตะกอน D คือ กรวด
C คือ ใช้แม่เหล็กดูด D คือ น้ำตาลทราย
A คือ ผงเหล็ก น้ำ และน้ำตาลทราย B คือ กรวด
A คือ น้ำและน้ำตาลทราย B คือ กรวดและผงเหล็ก
การวิเคราะห์พลาสติกขนาดเล็กหรือไมโครพลาสติกในตะกอนบริเวณร่องน้ำเหนือหาดทรายทำโดยการนำตัวอย่างตะกอนมาใส่น้ำเกลือแล้วคนเป็นเวลา 1 ชั่วโมง วางไว้ประมาณ 6 ชั่วโมง จะพบตะกอนทรายและทรายแป้งที่ก้นภาชนะ แล้วนำส่วนที่เป็นของเหลวมาเทผ่านกระดาษกรอง จากนั้นปล่อยให้กระดาษกรองแห้ง ตรวจสอบสารบนกระดาษกรองพบพลาสติกขนาดเล็กหรือไมโครพลาสติกจำนวนมากปะปนกับตะกอนดินเหนียว
สถานการณ์ดังกล่าว ใช้วิธีการใดบ้างในการแยกสาร ตามลำดับ
การกรอง การตกตะกอน
การตกตะกอน การกรอง
การรินออก การกรอง
การตกตะกอน การรินออก
การวิเคราะห์พลาสติกขนาดเล็กหรือไมโครพลาสติกในตะกอนบริเวณร่องน้ำเหนือหาดทรายทำโดยการนำตัวอย่างตะกอนมาใส่น้ำเกลือแล้วคนเป็นเวลา 1 ชั่วโมง วางไว้ประมาณ 6 ชั่วโมง จะพบตะกอนทรายและทรายแป้งที่ก้นภาชนะ แล้วนำส่วนที่เป็นของเหลวมาเทผ่านกระดาษกรอง จากนั้นปล่อยให้กระดาษกรองแห้ง ตรวจสอบสารบนกระดาษกรองพบพลาสติกขนาดเล็กหรือไมโครพลาสติกจำนวนมากปะปนกับตะกอนดินเหนียว จากสถานการณ์นี้ ข้อใดไม่ถูกต้อง
สารที่ตกตะกอนเป็นของแข็ง
ไมโครพลาสติกไม่ละลายในน้ำเกลือ
ไมโครพลาสติกที่พบบนกระดาษกรองมีขนาดเล็กกว่ารูพรุนของกระดาษกรอง
กระดาษกรองใช้แยกของแข็งออกจากของเหลว
ตารางผลการร่อนด้วยตะแกรงและละลายในน้ำของสาร 4 ชนิด
ถ้าสารทั้ง 4 ชนิด ผสมอยู่ด้วยกัน เมื่อร่อนด้วยตะแกรงแล้วนำสารที่ผ่านตะแกรงไปละลายน้ำ สารที่ไม่ละลายน้ำเหลือเป็นตะกอนอยู่คือสารใด
สาร A
สาร B
สาร C
สาร D
ขั้นตอนใดในการผลิดข้าวที่เป็นการแยกสารเนื้อผสมที่มีมวลหรือน้ำหนักต่างกันออกจากกันโดยใช้ภูมิปัญญาไทย
ให้นักเรียนยกตัวอย่างการแยกสารเนื้อผสมในชีวิตประจำวันที่นักเรียนเคยใช้ 3 ตัวอย่าง
