Worksheetsแบบทดสอบปลายภาคเรื่องอัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี_64
Total questions: 25
Worksheet time: 2hrs 20mins
ทฤษฎีการชนกันของอนุภาคเพื่ออธิบายการเกิดปฏิกิริยา กล่าวสรุปได้ว่า ข้อใดถูก
1. ช่วยในการอธิบายถึงว่าอุณหภูมิมีผลต่ออัตราการเกิดปฏิกิริยาอย่างไร
2. อัตราการเกิดปฏิกิริยาขึ้นอยู่กับความถี่ของการชนกันของอนุภาคของสารตั้งต้น
3. สารตั้งต้นต้องมาชนกันถูกทิศทาง
4. พลังงานของการชนกันของอนุภาคสารตั้งต้นอย่างน้อยที่สุดเท่ากับพลังงานก่อกัมมันต์
ข้อ 1 และ 2
ข้อ 2 และ 3
ข้อ 2 3 และ 4
ข้้อ 1 2 3 และ 4
ตัวเร่งปฏิกิริยาที่เป็นของแข็ง สามารถเพิ่มอัตราการเกิดปฏิกิริยาระหว่างแก๊สได้ดังนี้ ข้อใดถูก
ดูดซับโมเลกุลของสารตั้งต้นไว้บนผิว
ทำให้พลังงานพันธะในโมเลกุลของสารตั้งต้นมีค่าลดลง
ทำให้พลังงานก่อกัมมันต์ของปฏิกิริยาลดลง
ทำให้โมเลกุลของสารตั้งต้นมีพลังงานเฉลี่ยสูงขึ้น
ข้อใดเป็นเหตุผลที่ถูกต้องที่สุดเพื่อแสดงว่าอัตราการเกิดปฏิกิริยาจะเพิ่มขึ้นเมื่ออุณหภูมิเพิ่มขึ้น
โมเลกุลของสารนั้นจะมีการชนกันมากขึ้น
จะทำให้ความดันเพิ่มขึ้น
ทำให้พลังงานก่อกัมมันต์เพิ่มขึ้น
โมเลกุลบางส่วนมีพลังงานสูงเกิดขึ้น
ในการศึกษาปฏิกิริยาเคมีโดยทั่วไปมักต้องการให้ปฏิกิริยาเกิดขึ้นเร็ว ดังนั้นเวลาทำการทดลองจึงมักกระทำดังต่อไปนี้ ข้อใดถูก ถ้าต้องการให้ปฏิกิริยาเกิดเร็ว
1. อุ่นให้ร้อนเพื่อเพิ่มอุณหภูมิ
2. ใช้สารละลายมีความเข้มข้นสูง
3. ใช้วิธีคนอย่างสม่ำเสมอ
4. เติมน้ำกลั่น
ข้อ 1 และ 2
ข้อ 1 , 2 และ 3
ข้อ 2 , 3 และ 4
ข้อ 1 , 2 , 3 และ 4
ข้อใดที่แสดงว่าผิวสัมผัสมีผลต่ออัตราการเกิดปฏิกิริยา
กระดาษฝอยติดไฟได้เร็วกว่าแผ่นกระดาษ
แผ่นสังกะสีปกติทำปฏิกิริยากับกรดไฮโดรคลอริกได้ช้ากว่าแผ่นสังกะสีที่มีลวดทองแดงพันอยู่
เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ใช้เชื้อเพลิงยูเรเนียมที่เป็นแท่งยาวทำให้มีอายุการใช้งานนานกว่าที่ใช้เป็นก้อนเล็ก ๆ
แบตเตอรี่รถยนต์ที่มีจำนวนแผ่นตะกั่วมากกว่าให้กำลังไฟฟ้าสูงกว่าที่มีจำนวนแผ่นน้อยกว่า
โดยทั่วไปแล้วปฏิกิริยาในขั้นตอนใดเป็นขั้นตอนที่กำหนดอัตราเร็วของปฏิกิริยารวมทั้งหมด
ปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นก่อน
ปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นหลังสุด
ปฏิกิริยาที่มีอัตราเร็วมากที่สุด
ปฏิกิริยาที่มีอัตราเร็วน้อยที่สุด
ข้อใดกล่าวได้ถูก
อัตราการเกิดปฏิกิริยาจะคงที่จนกว่าสารตั้งต้นจะหมด
การลดอุณหภูมิจะทำให้ปฏิกิริยาคายความร้อนเกิดได้เร็วขึ้น
การวัดอัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีสามารถวัดได้จากปฏิกิริยาที่มีแก๊สเท่านั้น
หากบดสารตั้งต้นที่เป็นของแข็งให้มีขนาดเล็กลงจะช่วยให้เกิดปฏิกิริยาได้เร็วขึ้น
ปฏิกิริยา X(s) + Y(l) ® Z(aq) เป็นปฏิกิริยาคายความร้อน ถ้าต้องการให้อัตราการเกิดปฏิกิริยาเพิ่มขึ้นควรทำสิ่งใด
เพิ่มปริมาณของ Y เพิ่มขนาดภาชนะ เพิ่มความดัน
แบ่ง X เป็นชิ้นเล็กๆ เติมตัวเร่งปฏิกิริยา ให้ความร้อน
แบ่ง X เป็นชิ้นเล็ก ๆ เพิ่มปริมาณของ Y แช่ภาชนะในถังน้ำเย็น
เพิ่มปริมาณของ X ดึง Z ออกจากภาชนะ แช่ภาชนะในถังน้ำเย็น
การผสมสารในข้อใดทำให้มีอัตราการเกิดปฏิกิริยาสูงสุด
ผงสังกะสีมวล 5 กรัม ในกรด HCl 0.5 mol/l
แผ่นสังกะสี 1 ชิ้น มวล 5 กรัม ลงในกรด HCl 0.25 mol/l
ผงสังกะสีบดละเอียดมวล 5 กรัม ลงในกรด HCl 0.25 mol/l
แผ่นสังกะสี 2 ชิ้น ชิ้นละ 2.5 กรัม ลงในกรด HCl 0.5 mol/l
ในปฏิกิริยาดูดความร้อนมีค่าเท่ากับ 20 kJ/mol และพลังงานกระตุ้นของปฏิกิริยามีค่าเท่ากับ 50 kJ/mol ถ้าเติมตัวคะตะไลส์ลงไปจะมีผลเป็นอย่างไร
มีค่าพลังงานระตุ้นมากกว่าเดิม
มีค่าพลังงานกระตุ้นน้อยกว่าเดิม
มีค่าพลังงานกระตุ้นเท่าเดิม
บอกไม่ได้
ก๊าซ NO2 สลายตัวตามสมการ
2NO2 (g) → 2NO(g) + O2
ถ้าอัตราการสลายตัวของ NO2(g) เท่ากับ 4.4×10−5 dm3.smol อัตราการเกิด O2 จะเป็นเท่าใดในหน่วย dm3 .smol
1.1×10−5
2.2×10−5
4.4×10−5
8.8×10−5
ก๊าซ AB2 สลายตัวได้ตามสมการ 2AB2 (g) → 2AB(g) +B2(g) ถ้าอัตราการสลายตัวของ AB2 เท่ากับ K1 dm3.smol อัตราการเกิด B2 จะเป็นเท่าไร
4K1
2K1
K1
2K1
A + B → C + D
จากปฏิกิริยาได้ผลการทดลองดังนี้
[A] [B] อัตราการเกิดปฏิกิริยา
1 1 5
2 1 20
1 2 40
อัตราการเกิดปฏิกิริยาเป็นสัดส่วนกับความเข้มข้นของสารตั้งต้นตามข้อใด
r = k[A]
r = k[B]
r=k[A][B]2
r=k[A]2[B]3
A + B → C + D
จากปฏิกิริยาได้ผลการทดลองดังนี้
[A] [B] อัตราการเกิดปฏิกิริยา
0.1 0.1 x
0.2 0.1 2x
0.1 0.2 4x
อัตราการเกิดปฏิกิริยาเป็นสัดส่วนกับความเข้มข้นของสารตั้งต้นตามข้อใด
[A][B]
[A]2[B]2
[A]2[B]
[A][B]2
์N2 + 3H2 → 2NH3
การรวมตัวของไนโตรเจน และ ไฮโดรเจน เป็นดังสมการ
ถ้าอัตราการลดของ N2 เท่ากับ 1.5 × 10−2 จงหาอัตราการเกิดของ
NH3
(a)
ข้อใดเป็นปฏิกิริยาเคมีประเภทเนื้อผสม
HCl(aq)+NaOH(aq)→NaCl(aq)+H2O(l)
CaCO3(s)+2HCl(aq)→CaCl2(aq)+H2O(l)+CO2(g)
CuSO4(aq)+NaOH(aq)→Cu(OH)2(aq)+Na2SO4(aq)
2H2(g)+O2(g)→2H2O(g)
แคลเซียมคาร์บอเนตจากหินปูนละลายในสารละลายกรดเกลือให้แก๊ส
CO2 สภาวะใดที่ทำให้ปฏิกิริยาเกิดช้าที่สุด
ที่อุณหภูมิ 20 °C และใช้สารละลายกรดเกลือจำนวน 10 cm3
ที่อุณหภูมิ 40 °C และใช้สารละลายกรดเกลือจำนวน 10 cm3
ที่อุณหภูมิ 40 °C และใช้สารละลายกรดเกลือจำนวน 5 cm3 กับน้ำ 5 cm3
ที่อุณหภูมิ 20 °C และใช้สารละลายกรดเกลือจำนวน 5 cm3 กับน้ำ 5 cm3
N2(g) +3H2(g)→2NH3(g)
พิจารณาการเกิดแก๊ส NH3
ถ้าอัตราการเกิดแก๊ส NH3 เป็น 0.024 mol/L .s
ก.อุัตราการลดลงของแก๊ส H2 เท่ากับ 0.036 mol/L.s
ข. อัตราการลดลงของแก๊ส N2 เท่ากับ 0.012 mol/L.s
ค. อัตราการเกิดปฏิกิริยาเท่ากับ 0.012 mol/L
ข้อสรุปใดถูกต้อง(ตอบได้มากกว่า 1 ข้อ)
ก
ข
ค
ในปฏิกิริยาหนึ่งพบว่าอัตราการเกิดปฏิกิริยาในหน่วยโมลต่อลูกบาศก์เดซิเมตร-วินาที มีค่าเป็น 21 เท่าของอัตราการลดลงของสาร A หรือเท่ากับอัตราการลดลงของ B หรือเป็น 41 เท่าของอัตราการเกิดของสาร C
สมการเคมีของปฏิกิริยานี้คือข้อใดA+2B→C
21A+B → 41C
2A+B → 4C
2A+B →2C
จากปฏิกิริยา 4NH3(g) + 5O2(g) → 4NO(g) +6H2O(g)
ถ้าอัตราลดลง NH3 เท่ากับ 2.6 ×10−3 โมลต่อลูกบาศก์เดซิเมตร.วินาที ณ เวลาหนึ่ง จงคำนวณอัตราการลดลงของแก๊ส O2 มีค่าเท่าไร(คำตอบเป็นทศนิยม)
(a)
ค่าพลังงานก่อกัมมันต์สามารถอธิบายได้ตามข้อใด
พลังงานของการเคลื่อนที่
พลังงานของสารเชิงซ้อนกัมมันต์
ผลต่างพลังงานระหว่างสารตั้งต้นและสารผลิตภัณฑ์
ผลต่างพลังงานระหว่างสารตั้งต้นและสารเชิงซ้อนกัมมันต์
พิจารณากลไกของปฏิกิริยาต่อไปนี้ สารหรือไอออนใดเป็นตัวเร่งปฏิกิริยา
ClO−+H2O → HClO+OH−
I−+ HClO → HIO + Cl−
HIO + OH−→IO−+H2O
IO−
H2O
ClO−
HClO
การสลายตัวของโอโซน 2O3(g) → 3O2 (g) ในชั้นบรรยากาศมีกลไกของการสลายตัวดังนี้
O3 + Cl → ClO + O2 (ปฏิกิริยาเกิดช้า)
ClO + O3 → Cl + 2O2 (ปฏิกิริยาเกิดเร็ว)
กฎอัตราการเกิดปฏิกิริยาตามกลไกดังกล่าวควรเป็นข้อใด
r=k[O3][Cl]
r=k[O3][ClO−]
r=k[O2][Cl−]
r=k[O3]2[O2]3
การเพิ่มอุณหภูมิ จะไม่เพิ่มสิ่งใดต่อไปนี้
ความเร็วของโมเลกุล
ความถี่ในการชนกันของอนุภาค
พลังงานกระตุ้น
อัตราการเกิดปฏิกิริยา
ปัจจัยใดต่อไปนี้ มีผลทำให้อัตราการเกิดปฏิกิริยาลดลง (คำตอบมี 2 ข้อ)
การเพิ่มปริมาณสารตั้งต้น
การลดอุณหภูมิและความดัน
การเติมเอนไซม์
การใช้สารในลักษณะที่เป็นก้อนแทนสารที่เป็นผง
