wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

วิทยาศาสตร์ม.3

Total questions: 60

Worksheet time: 37mins

Name
Class
Date
1.

การเคลื่อนที่แบบคลื่นคือการเคลื่อนที่ลักษณะใด

a)

พลังงานถูกถ่ายโอนไปข้างหน้าได้ โดยที่อนุภาคตัวกลางสั่นอยู่ที่เดิม

b)

พลังงานนถูกถ่ายโอนไปข้างหน้า ก่อนการเคลื่อนที่ของอนุภาค

c)

พลังงานถูกถ่ายโอนไปข้างหน้า หลังการเคลื่อนที่ของอนุภาค

d)

พลังงานถูกถ่ายโอนไปข้างหน้าพร้อมกับการเคลื่อนที่ของอนุภาคตัวกลาง

2.

ข้อใดกล่าวถูกต้อง

a)

ความยาวคลื่น คือ ระยะที่คลื่นเคลื่อนที่ครบ 1 รอบ

b)

แอมพลิจูด คือ ความยาวคลื่นมากที่สุดที่เกิดใน 1 ลูกคลื่น

c)

คาบ คือ จำนวนลูกคลื่นที่เกิดขึ้นจากแหล่งกำเนิดคลื่นในเวลา 1 วินาที

d)

ความถี่ คือ เวลาที่คลื่นเคลื่อนที่ผ่านตำแหน่งอ้างอิงคงที่ตำแหน่งหนึ่ง ได้ครบ 1 ลูก

3.

เมื่อมีคลื่นผิวน้ำแผ่ไปถึงวัตถุที่ลอยอยู่ที่ผิวน้ำจะมีการเคลื่อนที่อย่างไร

a)

เคลื่อนที่ตามคลื่น

b)

อยู่นิ่งๆ เหมือนเดิม

c)

ขยับไปข้างหน้าแล้วถอยหลัง

d)

กระเพื่อมขึ้นลงและอยู่กับที่เมื่อคลื่นผ่านไปแล้ว

4.

เด็กชายนิชคุณใช้เท้าจุ่มน้ำขึ้นลงเป็นจังหวะต่อเนื่องที่ริมบึง ทำให้เกิดคลื่นน้ำอย่างต่อเนื่อง ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง

a)

คลื่นที่เกิดขึ้นเป็นคลื่นกล โดยอนุภาคของน้ำมีการเคลื่อนที่ไปพร้อมกับคลื่น

b)

คลื่นที่เกิดขึ้นเป็นคลื่นต่อเนื่อง เพราะเกิดจากการใช้เท้าจุ่มน้ำขึ้นลงเป็นจังหวะต่อเนื่อง

c)

คลื่นที่เกิดขึ้นเป็นคลื่นตามขวาง เพราะเกิดจากการใช้เท้าจุ่มน้ำขึ้นลงเป็นจังหวะต่อเนื่อง

d)

คลื่นที่เกิดเป็นคลื่นชนิดเดียวกับคลื่นเสียง โดยพิจารณาจากลักษณะของตัวกลางที่คลื่นใช้ในการเคลื่อนที่

5.

คลื่นตามยาวและคลื่นตามขวางต่างกันอย่างไร

a)

ต่างกันที่ความยาวคลื่น

b)

ต่างกันที่แอมพลิจูดของคลื่น

c)

ต่างกันที่ประเภทของแหล่งกำเนิด

d)

ต่างกันที่ทิศทางการสั่นของตัวกลาง

6.

คลื่นในข้อใดต่อไปนี้ เป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าทั้งหมด

a)

คลื่นในสปริง,คลื่นน้ำ,แสง

b)

แสง,คลื่นไมโครเวฟ,รังสีแกมมา

c)

คลื่นน้ำ,คลื่นในเส้นเชือก,คลื่นดล

d)

คลื่นเสียง,คลื่นวิทยุ,คลื่นไมโครเวฟ

7.

คลื่นต่อเนื่องในเส้นเชือกมีอัตราเร็ว 4 เมตรต่อวินาที ถ้าวัดระยะห่างระหว่างสันคลื่นถึงท้องคลื่นที่อยู่ติดกันได้ 0.1 เมตร คลื่นนี้มีความถี่เท่าใด

a)

10 Hz

b)

15 Hz

c)

20 Hz

d)

25 Hz

8.

ข้อใดกล่าวถูกต้องการเกี่ยวกับ คลื่นกล

a)

อาศัยตัวกลางในการเคลื่อนที่

b)

สามารถเคลื่อนที่ในอวกาศได้

c)

คลื่นแสง

d)

อนุภาคของตัวกลางไม่เคลื่อนที่

9.

อนุภาคของตัวกลางเมื่อคลื่นเคลื่อนที่ผ่านจะเป็นอย่างไร

a)

อยู่ตำแหน่งสมดุล

b)

เคลื่อนที่ไปตามคลื่น

c)

เคลื่อนที่ ขึ้น ลง กลับไปกลับมา

d)

เคลื่อนที่เป็นวงกลม

10.

ข้อใดไม่เป็นคลื่นกล

a)

คลื่นผิวน้ำ

b)

คลื่นเสียง

c)

คลื่นบนเส้นเชือก

d)

คลื่นแสง

11.

“ไก่ย่างครับไก่ย่าง” การย่างไก่ให้สุกใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าชนิดใด

a)

คลื่นแสง

b)

รังสีเอกซ์

c)

รังสีอินฟาเรด

d)

รังสีแกมมา

12.

ข้อใดคือข้อดีของคลื่นวิทยุระบบ AM

a)

ทำให้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจากแหล่งอื่นรบกวนได้ยาก

b)

ทำให้สามารถสื่อสารได้ไกลเป็นพันๆ กิโลเมตร (คลื่นฟ้า)

c)

ถูกคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจากแหล่งอื่นๆ แทรกเข้ามารบกวนได้ง่าย

d)

สะท้อนบรรยากาศชั้นไอโอโนสเฟียร์ได้น้อยมาก

13.

งู มีประสาทสัมผัสรังสีอะไรที่สามารถทราบตำแหน่งของเหยื่อได้

a)

คลื่นแสง

b)

รังสีเอกซ์

c)

รังสีแกมมา

d)

รังสีอินฟาเรด

14.

ข้อใดไม่ใช่สเปกตรัมของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า

a)

คลื่นไม่โครเวฟ

b)

คลื่นแสง

c)

คลื่นผิวน้ำ

d)

คลื่นวิทยุ

15.

ใครเป็นคนค้นพบเตาแม่เหล็กไฟฟ้า

a)

จอนห์ ดอลตัน

b)

เพอร์ซี สเปนเซอร์

c)

ไอแซค นิวตัน

d)

อัลเบิร์ต ไอสไตล์

16.

รังสีอัลตราไวโอเลตประเภทใดอันตรายมากที่สุด

a)

รังสียูวีเอ (UVA)

b)

รังสียูวีบี (UVB)

c)

รังสียูวีซี (UVC)

d)

รังสียูวีดี (UVD)

17.

คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ภาษาอังกฤษคือ

a)

Sound waves

b)

Electromagnetic Radiation

c)

Mechanical wave

d)

Surface waves

18.

คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเคลื่อนที่ในสุญญากาศด้วยอัตราเร็วเท่าใด

a)

3 x 109 m/s

b)

300,000 km/s

c)

30 x 109 m/s

d)

30,000 km/s

19.

คลื่นชนิดใด ไม่ใช่ คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า

a)

คลื่นวิทยุ

b)

คลื่นเสียง

c)

คลื่นไมโครเวฟ

d)

คลื่นแสง

20.

เรดาห์ เป็นเครื่องมือในการตรวจหาวัตถุ โดยอาศัยหลักการสะท้อนของคลื่น อาศัยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ชนิดใด

a)

คลื่นวิทยุ

b)

คลื่นไมโครเวฟ

c)

คลื่นอินฟราเรด

d)

คลื่นแสง

21.

f หมายถึงอะไร

a)

ความยาวโฟกัส

b)

ระยะวัตถุ

c)

รัศมีความโค้งกระจก

d)

กำลังขยาย

22.

R หมายถึงอะไร

a)

ความยาวโฟกัส

b)

รัศมีความโค้งกระจก

c)

ระยะภาพ

d)

กำลังขยาย

23.

m หมายถึงอะไร

a)

ความยาวโฟกัส

b)

ระยะวัตถุ

c)

ระยะภาพ

d)

กำลังขยาย

24.

S' หมายถึงอะไร

a)

ความยาวโฟกัส

b)

ระยะวัตถุ

c)

กำลังขยาย

d)

ระยะภาพ

25.

เมื่อเลื่อนวัตถุซึ่งอยู่หน้ากระจกเว้าจากจุดซึ่งไกลมากเข้ามาสู่จุดโฟกัสของกระจกเว้า ภาพที่เกิดขึ้นจะมีลักษณะดังข้อใดต่อไปนี้

a)

เป็นภาพจริงหัวกลับขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ แล้วหายไป

b)

เป็นภาพจริงหัวกลับขนาดเล็กลงเรื่อยๆ แล้วหายไป

c)

เป็นภาพเสมือนหัวตั้งขนาดใหญ่กว่าวัตถุ

d)

เป็นภาพเสมือนหัวตั้งขนาดเล็กกว่าวัตถุ

26.

เมื่อวางวัตถุไว้หน้ากระจกเว้า ณ. จุดซึ่งใกล้กระจกมากกว่าจุดโฟกัสของกระจกเว้านั้น ภาพที่เกิดจะมีลักษณะดังข้อใดต่อไปนี้

a)

เป็นภาพจริงหัวกลับขนาดเล็ก อยู่หน้ากระจกระยะภาพสั้นกว่าระยะวัตถุ

b)

เป็นภาพจริงหัวตั้งขนาดเล็ก อยู่หน้ากระจกระยะภาพสั้นกว่าระยะวัตถุ

c)

เป็นภาพเสมือนหัวตั้ง อยู่หลังกระจกขนาดใหญ่กว่าวัตถุ

d)

ไม่เกิดภาพใดๆ ทั้งสิ้น

27.

ข้อใดไม่ถูกต้อง

a)

ภาพจริงหัวกลับ ภาพเสมือนหัวตั้ง

b)

ภาพจริงต้องใช้ฉากรับ

c)

ภาพเสมือนโตเท่าวัตถุเสมอ

d)

ภาพเสมือนไม่ต้องใช้ฉากรับ

28.

ภาพที่เกิดจากกระจกนูน จะมีลักษณะดังข้อใดต่อไปนี้

a)

เป็นภาพจริงหัวกลับขนาดเล็ก อยู่หน้ากระจกระยะภาพสั้นกว่าระยะวัตถุ

b)

เป็นภาพเสมือนหัวตั้ง อยู่หลังกระจกขนาดเล็กกว่าวัตถุ

c)

เป็นภาพเสมือนหัวตั้ง อยู่หลังกระจกขนาดใหญ่กว่าวัตถุ

d)

ไม่เกิดภาพใดๆ ทั้งสิ้น

29.

กระจกในข้อใดต่อไปนี้สร้างภาพจริงได้

a)

กระจกเว้า

b)

กระจกราบ

c)

กระจกนูน

d)

ถูกทุกข้อ

30.

กระจกในข้อใดต่อไปนี้สร้างภาพเสมือนได้

a)

กระจกเว้า

b)

กระจกราบ

c)

กระจกนูน

d)

ถูกทุกข้อ

31.

1.มุมวิกฤต คืออะไร

a)

มุมตกกระทบที่ทำให้มุมหักเหมีค่าน้อยกว่า 90 องศา

b)

มุมตกกระทบที่ทำให้มุมหักเหมีค่ามากกว่า 90 องศา

c)

มุมตกกระทบที่ทำให้มุมหักเหมีค่าเท่ากับ 90 องศา

d)

มุมตกกระทบที่ทำให้แสงเกิดการสะท้อนกลับหมด

32.

2. การสะท้อนกลับหมดของแสงเกิดขึ้นในกรณีใด

a)

มุมตกกระทบเท่ากับมุมวิกฤต

b)

มุมตกกระทบน้อยกว่ามุมวิกฤต

c)

มุมตกกระทบมากกว่ามุมวิกฤต

d)

สามารถเกิดขึ้นเมื่อไหร่ก็ได้

33.

3.การที่รังสีหักเห เบนเข้าหาเส้นปกติ เกิดขึ้นเมื่อใด

a)

แสงเดินทางจากตัวกลางที่มีความหนาแน่นน้อยไปสู่ตัวกลางที่มีความหนาแน่นมาก

b)

แสงเดินทางจากตัวกลางที่มีความหนาแน่นมากไปสู่ตัวกลางที่มีความหนาแน่นน้อย

c)

แสงเดินทางผ่านตัวกลางที่มีความหนาแน่นเท่ากัน

d)

รังสีหักเหมีการเบนเข้าหาเส้นปกติได้ทุกเมื่อ

34.

4. การที่รังสีหักเหเบนออกจากเส้นปกติ เกิดขึ้นเมื่อใด

a)

แสงเดินทางจากตัวกลางที่มีความหนาแน่นน้อยไปสู่ตัวกลางที่มีความหนาแน่นมาก

b)

แสงเดินทางจากตัวกลางที่มีความหนาแน่นมากไปสู่ตัวกลางที่มีความหนาแน่นน้อย

c)

แสงเดินทางจากตัวกลางที่มีความหนาแน่นเท่ากัน

d)

แสงเดินทางจากตัวกลางที่มีค่าดรรชนีหักเหเท่ากัน

35.

5. ปรากฏการณ์ที่แสงเกิดการหักเหออกจากแนวเดิมในปริซึม ทำให้เกิดเป็นสีต่างๆเรียกว่าอะไร

a)

มิราจ

b)

การกระเจิงของแสง

c)

สเปกตรัม

d)

การกระจายของแสง

36.

6. แสงสีใดในสเปกตรัมที่มีความยาวคลื่นมากที่สุด

a)

สีม่วง

b)

สีแดง

c)

สีเหลือง

d)

สีเขียว

37.

7. ข้อใดถูกต้องเกี่ยวกับการเกิดปรากฏการณ์รุ้งกินน้ำ

a)

การที่แสงอาทิตย์เดินทางผ่านเข้าไปในละอองน้ำ

b)

การที่แสงอาทิตย์เดินทางผ่านปริซึม

c)

การที่แสงตกกระทบลงบนละอองน้ำ

d)

การที่แสงเดินทางผ่านอากาศ

38.

8. ในการเกิดปรากฏการณ์รุ้งกินน้ำ เมื่อแสงผ่านเข้าไปในละอองน้ำจะเกิดลักษณะอย่างไรบ้าง ตามลำดับ

a)

เกิดการหักเหและการสะท้อนออก

b)

เกิดการสะท้อนกลับหมดและการหักเห

c)

เกิดการหักเหและการกระจายแสง

d)

เกิดการหักเหและการสะท้อนกลับหมด

39.

ข้อใดเป็นตัวกลางโปร่งใส

a)

กระจกฝ้า พลาสติกใส

b)

อากาศ กระจกใส

c)

อากาศ กระดาษไข

d)

กระจกใส กระจกฝ้า

40.

เมื่อแสงเดินทางจากน้ำไปสู่อากาศข้อใดกล่าวถูกต้อง

a)

มุมตกกระทบเท่ากับมุมหักเห

b)

ความเร็วของแสงในน้ำมากกว่าในอากาศ

c)

มุมหักเหมีค่ามากกว่ามุมตกกระทบ

d)

แสงหักเหจะเบนเข้าหาเส้นแนวฉาก

41.

ถ้าเรามองไปยังบ่อปลา ปลาที่เห็นกับปลาจริงอยู่ตำแหน่งใด

a)

ปลาที่เห็นจะอยู่ตื้นกว่าปลาจริง

b)

ปลาที่เห็นจะอยู่ลึกกว่าปลาจริง

c)

ปลาที่เห็นและปลาจริงอยู่ที่ตำแหน่งเดียวกัน

d)

ปลาจริงจะอยู่ที่ระดับเดียวกันแต่เยื้องไปทางขวา

42.

ภาพที่เกิดจากเลนส์เว้า จะมีลักษณะตามข้อใด

a)

ภาพจริงหัวกลับขนาดเล็ก อยู่หลังเลนส์

b)

ภาพจริงหัวกลับขนาดใหญ่ อยู่หน้าเลนส์

c)

ภาพเสมือนขนาดใหญ่

d)

ภาพเสมือนขนาดเล็ก

43.

การสะท้อนกลับหมดจะมีโอกาสเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อแสงเดินทางผ่านตัวกลางในข้อใด

a)

จากแก้วไปยังน้ำ

b)

จากน้ำไปยังแก้ว

c)

จากอากาศไปยังแก้ว

d)

จากอากาศไปยังน้ำ

44.

เราสามารถสังเกตเห็นหลอดที่อยู่ในแก้วน้ำ พบว่าส่วนของหลอดที่อยู่ในอากาศกับหลอดในน้ำไม่ได้ต่อเป็นหลอดเดียวกัน เนื่องมาจากสาเหตุใด

a)

แสงเกิดการสะท้อนผ่านแก้วไปยังอากาศ

b)

หลอดดูดหักและงอได้เมื่ออยู่ในสสารที่มีสถานะต่างกัน

c)

เกิดการสะท้อนกลับหมดของแสง ทำให้เราสังเกตเห็นหลอดดูดหักงอ

d)

เราสังเกตเห็นหลอดดูดหักงอ เป็นปรากฏการณ์การหักเหของแสงเมื่อผ่านตัวกลางที่ต่างกัน

45.

ภาพที่เกิดจากการวางวัตถุไว้ที่ตำแหน่งระหว่าง C กับ F ของเลนส์นูนจะเกิดภาพชนิดใด

a)

ภาพหัวตั้ง ขนาดโตขึ้น

b)

ภาพหัวกลับ ขนาดโตขึ้น

c)

ภาพหัวตั้ง ขนาดเล็กลง

d)

ภาพหัวกลับ ขนาดเล็กลง

46.

รูปรังสีหมายเลขใดน่าจะเป็นไปตามหลักการหักเหของแสงมากที่สุด

a)

หมายเลข 1

b)

หมายเลข 2

c)

หมายเลข 3

d)

หมายเลข 4

47.

การหักเหของแสงเกิดขึ้นบริเวณใด

a)

บริเวณตัวกลางตัวที่หนึ่งเท่านั้น

b)

บริเวณที่ตัวกลางอยู่ใกล้กัน

c)

บริเวณรอยต่อระหว่างตัวกลางทั้งสอง

d)

ส่วนใดส่วนหนึ่งของตัวกลางก็ได้

48.

รังสีหักเห หมายถึงข้อใด

a)

รังสีที่ตกกระทบผิวรอยต่อตัวกลางที่ 1

b)

รังสีที่ตกกระทบผิวรอยต่อตัวกลางที่ 2

c)

รังสีของแสงที่ผ่านเข้าไปในตัวกลางที่ 1

d)

รังสีของแสงที่ผ่านเข้าไปในตัวกลางที่ 2

49.

ถ้าแสงเคลื่อนที่จากตัวกลางที่แสงมีอัตราเร็วน้อยกว่าไปตัวกลางที่มีอัตราเร็วมากกว่า รังสีหักเหจะเป็นอย่างไร

a)

เบนออกจากเส้นแนวฉาก

b)

เบนเข้าหาเส้นแนวฉาก

c)

อยู่ตรงกลาง

d)

ไม่สามารถระบุได้

50.

มุมตกกระทบหนึ่งที่มีค่าทำให้รังสีหักเหขนานไปกับผิวรอยต่อของตัวกลาง มีชื่อเรียกว่าอะไร

a)

มุมสะท้อน

b)

มุมสะท้อนกลับหมด

c)

มุมวิกฤติ

d)

มุมปกติ

51.

แรงที่โลกกระทำต่อมวลของวัตถุแล้วทำให้วัตถุนั้นตกลงสู่พื้นโลก คือ แรงอะไร

a)

แรงดึงดูด

b)

แรงโน้มถ่วง

c)

แรงแม่เหล็ก

d)

แรงหนีศูนย์กลาง

52.

เหตุใดดาวเคราะห์ทั้ง 8 ดวง ในระบบสุริยะจึงต้องโคจรรอบดวงอาทิตย์

a)

เพราะดวงอาทิตย์มีขนาดใหญ่กว่า

b)

เพราะดวงอาทิตย์มีแรงโน้มถ่วงมาก

c)

เพราะดวงอาทิตย์มีแสงสว่างในตัวเอง

d)

เพราะดวงอาทิตย์เป็นศูนย์กลางของระบบสุริยะ

53.

วัตถุต่างๆ โคจรรอบดวงอาทิตย์ได้เพราะมีแรงโน้มถ่วง ขนาดของแรงโน้มถ่วงขึ้นอยู่กับสิ่งใด

1. มวลของวัตถุ

2. ระยะห่างระหว่างมวล

3. ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของดวงอาทิตย์

a)

ข้อ 1 และข้อ 2

b)

ข้อ 1 และข้อ 3

c)

ข้อ 2 และข้อ 3

d)

ข้อ 1 ข้อ 2 และข้อ 3

54.

นักวิทยาศาสตร์คนหนึ่งชั่งน้ำหนักบนโลกหนัก 60 กิโลกรัม ถ้าไปชั่งน้ำหนักบนดวงจันทร์เขาจะมีน้ำหนักเท่าใด เพราะเหตุใด

a)

60 กิโลกรัม เพราะดวงจันทร์มีแรงโน้มถ่วงเท่ากับโลก

b)

10 กิโลกรัม เพราะดวงจันทร์มีแรงโน้มถ่วงน้อยกว่าโลก 6 เท่า

c)

630 กิโลกรัม เพราะดวงจันทร์มีแรงโน้มถ่วงมากกว่าโลก 6 เท่า

d)

60 กิโลกรัมเพราะดวงจันทร์เป็นบริวารของโลกและโคจรรอบโลก

55.

ดาวเคราะห์ในระบบสุริยะ ถ้าแบ่งโดยใช้ระยะห่างจากดวงอาทิตย์และแถบดาวเคราะห์น้อยเป็นเกณฑ์ ดาวเคราะห์ในข้อใดจัดเป็นดาวเคราะห์ชั้นใน

a)

ดาวพุธ ดาวพฤหัสบดี ดาวศุกร์ โลก

b)

ดาวพุธ ดาวพฤหัสบดี ดาวอังคาร โลก

c)

ดาวอังคาร ดาวพุธ ดาวเสาร์ โลก

d)

ดาวพุธ ดาวศุกร์ โลก ดาวอังคาร

56.

ดาวเคราะห์ในข้อใดเห็นได้ด้วยตาเปล่าทั้งหมด

a)

ดาวศุกร์ ดาวพฤหัสบดี ดาวเสาร์ ดาวอังคาร และดาวพุธ

b)

ดาวศุกร์ ดาวยูเรนัส ดาวเนปจูน ดาวอังคาร และดาวพุธ

c)

ดาวยูเรนัส ดาวพฤหัสบดี ดาวเสาร์ ดาวอังคาร และดาวเนปจูน

d)

ดาวศุกร์ ดาวพฤหัสบดี ดาวยูเรนัส ดาวอังคาร และดาวเนปจูน

57.

ดาวเคราะห์ทุกดวงในระบบสุริยะจะโคจรรอบดวงอาทิตย์เป็นวงรี และอยู่ในระนาบเดียวกันทั้งหมด ยกเว้นดาวเคราะห์ดวงใด

a)

ดาวเสาร์

b)

ดาวยูเรนัส

c)

ดาวเนปจูน

d)

ดาวพลูโต

58.

ดาวเคราะห์น้อยโคจรอยู่ระหว่างดาวเคราะห์ดวงใด

a)

ดาวศุกร์กับโลก

b)

ดาวอังคารกับโลก

c)

ดาวพุธกับดาวศุกร์

d)

ดาวอังคารกับดาวพฤหัสบดี

59.

ข้อใดกล่าวผิดเกี่ยวกับวัตถุในแถบไคเปอร์

a)

อยู่ใกล้เคียงกับระนาบวงโคจรของดาวเคราะห์

b)

ดาวพลูโตอยู่ในแถบไคเปอร์

c)

อยู่ระหว่างดาวอังคารกับดาวพฤหัสบดี

d)

เป็นกลุ่มวัตถุที่เป็นหินหรือเป็นน้ำแข็ง

60.

ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับแรงโน้มถ่วง

a)

มวลบนดาวจันทร์จะหนักกว่ามวลที่ชั่งบนโลก

b)

ถ้าอยากมวลเบา ต้องไปชั่งในบริเวณที่สูงกว่าระดับน้ำทะเล

c)

ดวงจันทร์มีมวลน้อยกว่าโลก จึงมีแรงโน้มถ่วงกระทำต่อคนมากกว่า

d)

ถ้ามวลเท่ากัน ถ้าระยะห่างจากพื้นโลกมาก ขนาดแรงโน้มถ่วงจะมากขึ้นด้วย