wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

ข้อสอบปลายภาค วิชาสังคมศึกษา ส32101 ม.5

Total questions: 50

Worksheet time: 50mins

Name
Class
Date
1.

1. วิชาเศรษฐศาสตร์เป็นศาสตร์ในสาขาใด เพราะเหตุใด

a)

สังคมศาสตร์ เพราะศึกษาพฤติกรรมของมนุษย์

b)

วิทยาศาสตร์ประยุกต์ เพราะสามารถอธิบายปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นได้จริง

c)

ศึกษาศาสตร์ เพราะไม่ต้องใช้คณิตศาสตร์เป็นเครื่องมือในการวิเคราะห์

d)

ตรรกวิทยา เพราะผลการศึกษาต้องสอดคล้องกับหลักเหตุและผล

2.

2. พฤติกรรมในข้อใดที่มีความเกี่ยวข้องกับวิชาเศรษฐศาสตร์

a)

การคิด

b)

การพูด

c)

การตัดสินใจ

d)

การสังเคราะห์

3.

3. ข้อใดจัดเป็นปัจจัยในการผลิต

a)

ผู้ประกอบการ ที่ดิน แรงงาน การบริการ

b)

แรงงาน ทรัพยากรธรรมชาติ ค่าเช่า

c)

ที่ดิน แรงงาน ทุน ผู้ประกอบการ

d)

ทุน เครื่องจักร ทรัพยากร ที่ดิน

4.

4. การใช้ประโยชน์จากสิ่งของและบริการ เพื่อสนองความต้องการของมนุษย์สอดคล้องกับข้อใด

a)

ผู้ผลิต

b)

ผู้บริโภค

c)

ปัจจัยพื้นฐาน

d)

ผู้ประกอบการ

5.

5. ผู้บริโภคจะเลือกซื้อสินค้า โดยคำนึงเรื่องใดมากที่สุด

a)

สินค้าราคาถูกแต่มีคุณภาพดี

b)

คุณภาพของสินค้าที่ได้มาตรฐานและราคาต่ำ

c)

รายได้ที่มีอยู่อย่างจำกัด และความเหมาะสมของราคาสินค้า

d)

ความพอใจสูงสุดภายใต้รายได้และทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด

6.

6. ข้อใดจัดเป็นการกระจายรายได้ตามหน้าที่ในการผลิต

a)

ที่ดิน แรงงาน กำไร ค่าจ้าง

b)

ค่าเช่า ค่าจ้าง ดอกเบี้ย กำไร

c)

ทุน ค่าเช่า ดอกเบี้ย แรงงาน

d)

ต้นทุน กำไร ดอกเบี้ย แรงงาน

7.

7. การที่ผู้บริโภคตัดสินใจผิดพลาดในการซื้อสินค้าเกิดจากอิทธิพลของข้อใด มากที่สุด

a)

การได้รับแจกสินค้าตัวอย่าง

b)

การสาธิตวิธีการใช้

c)

การแนะนำของเพื่อน

d)

การโฆษณาผ่านสื่อต่างๆ

8.

8. ข้อใดเป็นตลาดปัจจัยการผลิต

a)

ตลาดหลักทรัพย์

b)

ตลาดเสื้อผ้า อาหาร

c)

ตลาดซื้อขายเครื่องสูบน้ำ

d)

ตลาดซื้อเงินตราต่างประเทศ

9.

9. “ถ้าราคาสินค้าลดลง ผู้ผลิตสินค้าออกมาจำหน่ายลดลง ถ้าราคาสินค้าเพิ่มขึ้น ผู้ผลิตสินค้าจะผลิตสินค้าออกมา จำหน่ายเพิ่มขึ้น” ข้อความดังกล่าวสอดคล้องกับข้อใด

a)

อุปสงค์

b)

อุปทาน

c)

กฎของอุปสงค์

d)

กฎของอุปทาน

10.

10. ระดับราคาที่จำนวนสินค้าที่ผู้บริโภคต้องการซื้อขณะนั้นจะเท่ากับจำนวนสินค้าที่ผู้ผลิตจะผลิต ออกมาจำหน่ายในขณะเดียวกันพอดี เรียกว่าอะไร

a)

ราคาดุลยภาพ

b)

ราคายุติธรรม

c)

ราคาของ

d)

ราคาของผู้บริโภค

11.

11. องค์กรระหว่างประเทศที่มีบทบาทสำคัญในการชี้นำการวางแผนพัฒนาเศรษฐกิจไทยคือองค์กรใด

a)

ธนาคารโลก

b)

องค์การค้าโลก

c)

องค์การสหประชาชาติ

d)

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ

12.

12. ข้อใดเป็นเครื่องชี้ระดับการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ

a)

อัตราเงินเฟ้อ

b)

อัตราการไม่รู้หนังสือ

c)

ค่าเงินของประเทศ

d)

ผลิตภัณฑ์มวลรวมที่แท้จริงเฉลี่ย

13.

13. ชุมชนหนึ่งรู้จักการนำไม้ไผ่มาแปรรูป ทำเป็นเครื่องจักรสานและนำส่งขายจนสินค้ามีชื่อเสียงติดตลาด ลักษณะดังกล่าวสอดคล้องตามหลักการเศรษฐกิจพอเพียงในข้อใด

a)

มีความพอประมาณ

b)

มีเหตุผล

c)

มีภูมิคุ้มกัน

d)

มีคุณธรรม

14.

14. ปัจจุบันประเทศไทยใช้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับใด

a)

ฉบับที่ 9

b)

ฉบับที่ 10

c)

ฉบับที่ 11

d)

ฉบับที่ 12

15.

15. การปฏิบัติตามทฤษฎีใหม่ ทำให้เกิดประโยชน์อย่างไร

a)

พึ่งตนเองได้

b)

มีที่ดินเป็นของตนเอง

c)

มีฐานะเศรษฐกิจมั่งคั่ง

d)

เกิดความสามัคคีในชุมชน

16.

16. สหกรณ์เป็นการรวมตัวของกลุ่มบุคคลที่มีจุดมุ่งหมายอย่างเดียวกัน โดยมีหลักการสำคัญในข้อใด

a)

มีสิทธิเสมอกัน แต่มุ่งช่วยเหลือผู้ที่มีฐานะยากจน

b)

มีกฎระเบียบข้อบังคับตรงตามกฎหมาย

ไม่มีการแก้ไข

c)

ยึดหลักประชาธิปไตย ไม่แสวงหากำไร มีการแบ่งปันผลประโยชน์อย่างยุติธรรม

d)

มีปัจจัยการผลิตเช่นเดียวกับธุรกิจทั่วไป

แต่มีการบริหารจัดการภายในชุมชนเท่านั้น

17.

17. บิดาแห่งการสหกรณ์ของโลกคือใคร

a)

นายฟรีตริก วิลเฮล์ม ไรฟ์ไฟเซน

b)

นายแพทย์วิลเลียม คิง

c)

นายเฮอร์มัม ซูลซ์

d)

นายโรเบิร์ต โอเวน

18.

18. สหกรณ์แรกที่เกิดขึ้นในโลก ก่อตั้งจากกลุ่มอาชีพใด

a)

ทอผ้า

b)

เกษตร

c)

ประมง

d)

ร้านค้า

19.

19. สหกรณ์แห่งแรกของไทย จัดตั้งขึ้นที่จังหวัดใด

a)

กรุงเทพมหานคร

b)

พิษณุโลก

c)

เชียงใหม่

d)

ปทุมธานี

20.

20. สหกรณ์ใดที่มีวัตถุประสงค์เพื่อลดค่าใช้จ่ายในครอบครัว

a)

สหกรณ์การเกษตร

b)

สหกรณ์ออมทรัพย์

c)

สหกรณ์ร้านค้า

d)

สหกรณ์บริการ

21.

21. ร้านสหกรณ์บ้านสินใช้ ซึ่งเป็นร้านสหกรณ์แห่งแรกของไทยอยู่ที่จังหวัดใด

a)

เชียงราย

b)

พิษณุโลก

c)

กรุงเทพมหานคร

d)

พระนครศรีอยุธยา

22.

22. สหกรณ์จะประสบความสำเร็จนั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยสำคัญหลายประการ ยกเว้นข้อใด

a)

ผู้มีทุนทรัพย์คอยสนับสนุน

b)

สมาชิกมีความรู้ในระบบสหกรณ์

c)

คณะกรรมการดำเนินงานมีความซื่อสัตย์

d)

ผู้จัดการและเจ้าหน้าที่มีความรู้ความสามารถ

23.

23. ข้อใดเป็นปัญหาสำคัญของเศรษฐกิจในชุมชน

a)

ประชาชนจำนวนมากอยู่ในวัยเด็กมากกว่าผู้ใหญ่

b)

ความยากจน ขาดแคลนบุคลากรที่มีความรู้

c)

เส้นทางการคมนาคมไม่สะดวก

d)

ระบบการสื่อสารล่าช้า

24.

24. แนวทางการแก้ปัญหาเศรษฐกิจในชุมชนโดยการสร้างความเข้มแข็งในชุมชนที่สำคัญคือข้อใด

a)

ประชาชนร่วมมือกันแก้ปัญหา และรู้จักใช้ทรัพยากรในท้องถิ่นอย่างคุ้มค่า

b)

ตัวแทนองค์กรของรัฐเข้าไปช่วยแนะนำแนวทางการแก้ไขปัญหา

c)

ร่วมมือกันสร้างเส้นทางการคมนาคมและ

สาธารณสมบัติ

d)

ประชาชนทุกคนรวมตัวกันจัดตั้งสหกรณ์การเกษตร

25.

25. ชุมชนไม้งามเป็นชุมชนที่สมาชิกทุกคนร่วมมือกันพัฒนาอาชีพและใช้ทรัพยากรอย่างเหมาะสม จะส่งผลดีต่อชุมชนมากที่สุดในข้อใด

a)

สามารถอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติให้ยั่งยืน

b)

สมาชิกในชุมชนมีรายได้ที่มั่นคง

c)

เป็นชุมชนตัวอย่างของชุมชนอื่น

d)

พัฒนาชุมชนให้เข้มแข็ง

26.

26. ข้อใดแสดงปริมาณเงินในระบบเศรษฐกิจ

a)

ธนบัตร เหรียญกษาปณ์ และเงินออมทั้งหมด

b)

ธนบัตร เหรียญกษาปณ์ และเงินคงคลังของรัฐบาล

c)

ธนบัตร เหรียญกษาปณ์ และเงินฝากกระแสรายวัน

d)

ธนบัตร เหรียญกษาปณ์ และเงินที่มีอยู่ในมือรัฐบาล

27.

27. นโยบายทางด้านการเงินในข้อใดที่รัฐบาลสามารถนำมาใช้ในการเพิ่มลดปริมาณเงินในระบบเศรษฐกิจได้

a)

การเพิ่มลดอัตราภาษีในระบบเศรษฐกิจ

b)

การเพิ่มลดปริมาณการซื้อขายพันธบัตรของรัฐบาล

c)

การเพิ่มลดปริมาณการใช้จ่ายเงินในส่วนของรัฐบาล

d)

การเพิ่มลดปริมาณการกู้ยืมเงินจากต่างประเทศของรัฐบาล

28.

28. มาตรการใดมีส่วนช่วยแก้ปัญหาภาวะเงินฝืดของประเทศได้

a)

ลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคล

b)

ให้ธนาคารกลางขายพันธบัตรมากขึ้น

c)

ลดการขาดดุลทางการคลังให้น้อยลง

d)

ออกระเบียบให้เอกชนลดการกู้เงินจากต่างประเทศ

29.

29. ผลกระทบของการเกิดภาวะเงินเฟ้อที่ถูกต้องคือข้อใด

a)

ทำให้ผู้ซื้อได้เปรียบ แต่ผู้ขายเสียเปรียบ

b)

ทำให้เจ้าหนี้ได้เปรียบ แต่ลูกหนี้เสียเปรียบ

c)

ทำให้ลูกหนี้ได้เปรียบ แต่เจ้าหนี้เสียเปรียบ

d)

ทำให้ธนาคารผู้ให้บริษัทห้างร้านกู้ได้ประโยชน์มาก

30.

30. ข้อใด ไม่ใช่หน้าที่ของธนาคารแห่งประเทศไทย

a)

ออกธนบัตร

b)

รับฝากเงินจากประชาชน

c)

รักษาทุนสำรองระหว่างประเทศ

d)

ควบคุมตรวจสอบสถาบันการเงิน

31.

31. ธนาคารใดต่อไปนี้ ไม่ได้ทำหน้าที่ธนาคารพาณิชย์

a)

ธนาคารกสิกรไทย

b)

ธนาคารกรุงไทย

c)

ธนาคารกรุงเทพ

d)

ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร

32.

32. กิจกรรมทางการคลังรัฐบาลเกี่ยวข้องกับข้อใด

a)

การใช้จ่าย การเก็บภาษีอากร และการกู้ยืม

b)

การกำหนดอัตราดอกเบี้ย การกู้ยืมเงิน

และการใช้จ่าย

c)

การใช้จ่าย การเก็บภาษีอากร และการกำหนด

อัตราดอกเบี้ย

d)

การเก็บภาษีอากร การกำหนดอัตราดอกเบี้ย

และการกู้ยืมเงิน

33.

33. รายจ่ายของรัฐบาลในด้านใดมีความสำคัญต่อการพัฒนาประเทศในระยะยาว

a)

การศึกษา

b)

การชำระหนี้เงินกู้

c)

การประกันราคา

d)

การป้องกันประเทศ

34.

34. การใช้จ่ายเงินของรัฐบาลก่อให้เกิดผลอย่างไร

a)

จำนวนผู้ประกอบการเพิ่มขึ้น

b)

ระดับราคาสินค้าสูงขึ้น

c)

ค่าแรงขั้นต่ำเพิ่มสูงขึ้น

d)

การจ้างงานเพิ่มขึ้น

35.

35. รัฐบาลใช้มาตรการทางการคลังในการแก้ปัญหาเงินเฟ้ออย่างไร

a)

ขึ้นค่าเงินบาท

b)

ขึ้นเงินเดือนข้าราชการ

c)

ขึ้นอัตราภาษีเงินได้

d)

ขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก

36.

36. ในช่วงที่เศรษฐกิจตกต่ำ รัฐบาลควรมีมาตรการทางการคลังอย่างไร

a)

ใช้จ่ายมากขึ้นเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ

b)

เก็บภาษีเพิ่มขึ้นเพื่อเพิ่มเงินคงคลัง

c)

ใช้จ่ายให้น้อยที่สุดเพื่อประหยัดงบประมาณรายจ่าย

d)

ลดการกู้ยืมเงินจากต่างประเทศเพื่อลดภาระ

จากการก่อหนี้

37.

37. ข้อใดกล่าว ไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการบริหารเงินคงคลัง

a)

เงินฝากในบัญชีคงคลังไม่มีดอกเบี้ย

b)

เงินคงคลังมีน้อยจะเกิดปัญหาสภาพคล่อง

c)

เงินคงคลังมีมากเกินไปจะไม่ก่อให้เกิดประโยชน์

d)

เงินคงคลังส่วนเกินเมื่อนำมาใช้จะเพิ่มภาระดอกเบี้ยให้รัฐบาล

38.

38. รัฐบาลสามารถใช้เครื่องมือใดในการสร้างความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ

a)

นโยบายการเงิน

b)

นโยบายการคลัง

c)

นโยบายการเงิน และการคลัง

d)

ความแตกต่างทางด้านอุปสงค์ - อุปทาน

39.

39. ปัจจัยทางการค้าระหว่างประเทศในข้อใดส่งผลต่อราคาของสินค้าโดยตรง

a)

การส่งมอบสินค้า

b)

การติดต่อสื่อสาร

c)

อัตราการแลกเปลี่ยนเงินตรา

d)

การรวมกลุ่มทางการค้าระหว่างประเทศ

40.

40. การแก้ไขปัญหาการกีดกันทางการค้าระหว่างประเทศที่ประเทศต่างๆ นำมาใช้ คืออะไร

a)

การเจรจาต่อรองทางการค้า

b)

การรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจ

c)

การหาตลาดต่างประเทศใหม่ๆ เพิ่มขึ้น

d)

การปฏิบัติตามข้อตกลงโดยไม่มีข้อโต้แย้ง

41.

41. ข้อใดเป็นนโยบายการค้าระหว่างประเทศของไทย

a)

นโยบายการค้าแบบเสรี

b)

นโยบายการค้าแบบคุ้มกัน

c)

ใช้ระบบภาษีศุลกากร

d)

ให้เอกชนดำเนินการมากที่สุด

42.

42. ถ้ามูลค่าของสินค้าส่งออกน้อยกว่ามูลค่าของสินค้านำเข้าแสดงถึงสภาวะในข้อใด

a)

ดุลการค้าเกินดุล

b)

ดุลการค้าสมดุล

c)

ดุลการค้าขาดดุล

d)

ดุลการค้าเสียดุล

43.

43. ในระยะยาวการเคลื่อนย้ายเงินทุนประเภทใด ก่อให้เกิดประโยชน์มากที่สุด

a)

การลงทุนทางตรง

b)

การลงทุนทางอ้อม

c)

เงินกู้ต่างประเทศ

d)

การลงทุนทางการเงิน

44.

44. ข้อใด ไม่ใช่รูปแบบความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ

a)

การให้กู้ยืม

b)

การใช้นโยบายการค้าแบบคุ้มกัน

c)

การให้ความช่วยเหลือแบบให้เปล่า

d)

ยกเลิกกำแพงภาษี ส่งเสริมการค้าเสรี

45.

45. องค์กรระหว่างประเทศทางเศรษฐกิจในข้อใด แตกต่างจากข้ออื่นเมื่อพิจารณาถึงประเทศสมาชิก

a)

โอเปก (OPEC)

b)

เอเปก (APEC)

c)

อาเซ็ม (ASEM)

d)

อาฟตา (AFTA)

46.

46. องค์กรที่มีวัตถุประสงค์เพื่อรักษาเสถียรภาพทางการเงินระหว่างประเทศที่รองรับการขยายตัวของเศรษฐกิจโลก คือข้อใด

a)

ธนาคารโลก

b)

องค์การการค้าโลก

c)

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ

d)

ธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเอเชีย

47.

47. ผลประโยชน์ที่ประเทศไทยได้รับจากการเข้าเป็นสมาชิกกลุ่มเอเปกคืออะไร

a)

มีตลาดการค้ามากขึ้น เป็นผลดีต่อการส่งออก

b)

ได้รับความช่วยเหลือทางวิชาการเกี่ยวกับการค้าระหว่างประเทศ

c)

ประเทศในสหภาพยุโรปเข้ามาลงทุนอุตสาหกรรมในประเทศมากขึ้น

d)

มีระบบการเงินและการคลังเป็นแบบเดียวกันกับประเทศสมาชิกอื่นๆ

48.

48. ประเทศสมาชิกผู้ก่อตั้งอาเซียนได้แก่ประเทศใดบ้าง

a)

มาเลเซีย ไทย สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ บรูไน

b)

สหภาพพม่า เวียดนาม ไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย

c)

อินโดนีเซีย สหภาพพม่า ไทย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์

d)

อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย

49.

49. สินค้าประเภทใดที่ประเทศไทยมีการนำเข้าจากสหภาพยุโรปมาก

a)

เครื่องจักรกล เครื่องบิน

b)

เสื้อผ้าสำเร็จรูป ยารักษาโรค

c)

เครื่องคอมพิวเตอร์ แผงวงจรไฟฟ้า

d)

เครื่องมือทางการแพทย์ ผลิตภัณฑ์ยาง

50.

50. เป้าหมายทางเศรษฐกิจของกลุ่มอาเซียน คือข้อใด

a)

ร่วมมือกันกีดกันสินค้าเข้าจากประเทศนอกกลุ่ม

b)

ร่วมมือกันพัฒนาการอุตสาหกรรมเพื่อการส่งออก

c)

ร่วมมือกันพัฒนาความเจริญก้าวหน้าทางเศรษฐกิจของประเทศสมาชิก

d)

ส่งเสริมการลงทุนระหว่างประเทศสมาชิกให้มีลักษณะเป็นเขตปลอดภาษี