wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

การดำรงชีวิตของพืช

Total questions: 45

Worksheet time: 45mins

Name
Class
Date
1.

ส่วนใดของพืชที่สามารถสังเคราะห์ด้วยแสงได้

a)

กิ่ง

b)

ใบ

c)

ลำต้น

d)

ทุกส่วนที่มีสีเขียว

2.

กระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงของพืชมีการเปลี่ยนแปลงดังภาพ

จากปฏิกิริยาเคมีที่เกิดขึ้นในกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง A คืออะไร

a)

โอโซน

b)

แก๊สออกซิเจน

c)

แก๊สไนโตรเจน

d)

แก๊สคาร์บอนไดออกไซด

3.

ข้อใดไม่ใช่วัตถุดิบที่ใช้ในกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง

a)

น้ำ

b)

แสง

c)

ออกซิเจน

d)

คลอโรฟิลล์

4.

สารสีเขียวที่ช่วยในกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงของพืช คืออะไร

a)

ไกโคเจน

b)

คลอโรฟิลล์

c)

ไซโทพลาสซึม

d)

คลอโรพลาสต์

5.

เมื่อทดสอบแป้งด้วยสารละลายไอโอดีน จะได้สีอะไร

a)

สีแดง

b)

สีน้ำตาล

c)

สีเหลือง

d)

สีม่วงแกมน้ำเงิน

6.

ถ้าเด็ดใบไม้ตอนเช้ามืดมาทดสอบแป้ง จะพบหรือไม่ เพราะเหตุใด (1) พบ เพราะพืชมีการสังเคราะห์ด้วยแสง

(2) พบ เพราะพืชสะสมน้ำตาลไว้ในรูปของแป้ง

(3) ไม่พบ เพราะแป้งถูกเปลี่ยนเป็นน้ำตาล

(4) ไม่พบ เพราะยังไม่มีการสังเคราะห์ด้วยแสง

a)

1

b)

3

c)

1 และ 2

d)

3 และ 4

7.

พืชสามารถเปลี่ยนอากาศเสียเป็นอากาสดีได้ อากาศดีในที่นี้หมายถึงแก๊สอะไร

a)

โอโซน

b)

ออกซิเจน

c)

ไฮโดรเจน

d)

ไนโตรเจน

8.

ปัจจัยภายในที่ทำให้พืชเกิดกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง คืออะไร

a)

แสงแดด

b)

ออกซิเจน

c)

คลอโรฟิลล์

d)

คลอโรพลาสต์

9.

ในกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงของพืช สิ่งแรกที่ได้คืออะไร

a)

น้ำ

b)

แป้ง

c)

น้ำตาล

d)

แก๊สออกซิเจน

10.

สิ่งใดจำเป็นต่อกระบวนการสังเคราะห์แสงของพืชมากที่สุด

a)

การผลิตแป้งและน้ำตาล

b)

ระบบลำเลียงน้ำและอาหาร

c)

การรับรังสีหรือแสงจากดวงอาทิตย์

d)

การหายใจนำแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์เข้าสู่ใบ

11.

สารชนิดใดใช้ทดสอบแป้งที่พืชสร้างขึ้น

a)

สารละลายไอโอดีน

b)

สารละลายเบเนดิกส์

c)

สารละลายคอปเปอร์ซัลเฟต

d)

สารละลายโซเดียมไฮดรอกไซด์

12.

อัตราการสังเคราะห์ด้วยแสงของพืช จะเพิ่มขึ้นเมื่อใด

a)

เพิ่มอุณหภูมิ

b)

เพิ่มความเข้มของแสง

c)

เพิ่มแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์

d)

ถูกต้องทุกข้อ

13.

กระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง เป็นกระบวนการเปลี่ยนพลังงานแสงที่พืชได้รับเป็นพลังงานชนิดใด

a)

พลังงานเคมี

b)

พลังงานจลน์

c)

พลังงานความร้อน

d)

พลังงานไฟฟ้า

14.

วิธีการใดใช้สกัดคลอโรฟิลล์ออกจากใบพืชก่อนนำไปทดสอบหาแป้ง

a)

ต้มในน้ำเดือด

b)

ต้มในแอลกอฮอล์

c)

หยดด้วยสารละลายไอโอดีน

d)

ปิดด้วยกระดาษสีดำก่อนนำไปโดนแสง

15.

เมื่อทดสอบหาแป้งบนใบพืช ผลคือไม่พบแป้งบนใบพืชที่ไม่ถูกแสง ข้อสรุปใดถูกต้อง

a)

ใบพืชที่ไม่ถูกแสงไม่มีคลอโรฟิลล

b)

ใบที่ถูกแสงสร้างแป้งได้รวดเร็วกว่า

c)

ใบที่ไม่ถูกแสงสร้างแป้งได้ปริมาณน้อย

d)

แสงจำเป็นต่อการสร้างอาหารของพืช

16.

ถ้านำต้นขึ้นฉ่ายไปแช่ในขวดปากกว้างที่บรรจุน้ำสีแดงเป็นเวลา 30 นาที นักเรียนจะพบสีแดงของน้ำสีอยู่ที่ส่วนใดของต้นพืช

a)

บริเวณเปลือก

b)

ท่อลำเลียงน้ำ

c)

ท่อลำเลียงอาหาร

d)

ข้อ ข และข้อ ค ถูกต้อง

17.

พืชจะลำเลียงแร่ธาตุไปยังส่วนต่าง ๆ โดยทางใด

a)

เซลล์คุม

b)

ท่อลำเลียงน้ำ

c)

ท่อลำเลียงแร่ธาตุ

d)

ท่อลำเลียงอาหาร

18.

การคายน้ำของพืช มีประโยชน์ต่อกระบวนการในข้อใดมากที่สุด

a)

การหายใจของพืช

b)

การดูดและลำเลียงน้ำ

c)

การลำเลียงอาหาร

d)

การสังเคราะห์ด้วยแสง

19.

ปัจจัยในข้อใดไม่มีอิทธิพลต่อการคายน้ำของพืช

a)

แสงแดด

b)

อุณหภูมิ

c)

แก๊สออกซิเจน

d)

จำนวนใบพืช

20.

ถ้าเอาน้ำมันวาสลินทาบาง ๆ เพื่อเคลือบใบของพืชเล็ก ๆ ที่อยู่ในกระถางกลางแดดทุกใบจะเกิดผลอย่างไร

a)

ใบร้อนจนตาย

b)

ใบคายน้ำไม่ได้

c)

การลำเลียงแร่ธาตุขัดข้อง

d)

ถูกต้องทุกข้อ

21.

การที่พืชมีขนรากจำนวนมาก มีประโยชน์อย่างไร

a)

ช่วยให้ต้นพืชเกาะกับดินได้ด

b)

ช่วยเพิ่มพื้นที่ในการดูดซึมน้ำและแร่ธาตุ

c)

ช่วยปรับโครงสร้างของดินให้มีรูพรุน

d)

ช่วยลดความรุนแรงของกระแสน้ำบนผิวหน้าดิน

22.

ถ้าควั่นเปลือกต้นไม้ตรงโคนไว้นาน ๆ จะทำให้ต้นไม้ตายได้ เพราะเหตุใด

a)

ลำต้นส่วนบนขาดน้ำ

b)

ลำต้นตอนบนไม่ได้รับอาหาร

c)

รากและลำต้นตอนล่างขาดแร่ธาตุ

d)

รากและลำต้นตอนล่างไม่ได้รับอาหาร

23.

ระบบเส้นเลือดของมนุษย์ทำหน้าที่เทียบได้กับโครงสร้างใดของพืช

a)

ขนราก

b)

ท่อลำเลียงน้ำ

c)

ท่อลำเลียงอาหาร

d)

ข้อ ข และข้อ ค ถูกต้อง

24.

อาหารที่พืชสร้างเสร็จจะถูกลำเลียงไปยังส่วนต่าง ๆ โดยวิธีใด

a)

การแพร่

b)

ออสโมซิส

c)

การดูดซึม

d)

การกระจายอนุภาค

25.

โครงสร้างส่วนใดของต้นพืชที่มีคลอโรฟิลล์อยู่มากที่สุด

a)

ใบ

b)

ดอก

c)

ราก

d)

ลำต้น

26.

ข้อใดไม่ใช่ปัจจัยสำคัญที่ใช้ในกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงของพืช

a)

น้ำ

b)

แก๊สออกซิเจน

c)

แสงแดด

d)

แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์

27.

ข้อใดคือผลผลิตที่เกิดขึ้นระหว่างการสังเคราะห์ด้วยแสง

a)

กลูโคส

b)

โปรตีน

c)

แป้ง

d)

วิตามิน

28.

คลอโรฟิลล์มีสมบัติอย่างไรที่จำเป็นต่อกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงของพืช

a)

ดูดพลังงานแสง

b)

เป็นแหล่งให้พลังงานแสง

c)

ช่วยกระตุ้นการทำงานของเอนไซม์เพื่อย่อยน้ำตาล

d)

ช่วยดูดแก๊สที่จำเป็นต่อการสังเคราะห์ด้วยแสง

29.

พืชใช้ส่วนประกอบใดในการล่อแมลงให้มาผสมเกสร

a)

กลีบเลี้ยง

b)

กลีบดอก

c)

ก้านดอก

d)

ฐานรองดอก

30.

กลีบเลี้ยงของดอกไม้มีหน้าที่อย่างไร

a)

รองรับเกสรดอกไม้

b)

สร้างละอองเรณู

c)

ล่อแมลงให้มาผสมเกสร

d)

ห่อหุ้มและป้องกันอันตรายให้ดอกตูม

31.

ข้อใดเรียงลำดับส่วนประกอบของดอกไม้จากชั้นนอกสุดเข้าไปยังชั้นในสุดได้ถูกต้อง

a)

กลีบเลี้ยง กลีบดอก เกสรตัวเมีย เกสรตัวผู้

b)

กลียเลี้ยง เกสรตัวผู้ กลีบดอก เกสรตัวเมีย

c)

กลีบเลี้ยง กลีบดอก เกสรตัวผู้ เกสรตัวเมีย

d)

กลีบเลี้ยง เกสรตัวเมีย กลีบดอก เกสรตัวผู้

32.

ดอกสมบูรณ์เพศ หมายความว่าอย่างไร

a)

ดอกไม้ที่มีส่วนประกอบครบทุกส่วน

b)

ดอกไม้ที่เจริญเติบโตเต็มที่ มีละอองเรณูแก่จัด

c)

ดอกไม้ที่มีเกสรตัวผู้ และเกสรตัวเมียแยกกันอยู่คนละดอก

d)

ดอกไม้ที่มีเกสรตัวผู้ และเกสรตัวเมียอยู่ภายในดอกเดียวกัน

33.

ดอกครบส่วน และดอกสมบูรณ์เพศทุกดอก จะมีส่วนประกอบใดที่เหมือนกัน

a)

กลีบเลี้ยง กลีบดอก

b)

เกสรตัวผู้ เกสรตัวเมีย

c)

กลีบดอก เกสรตัวผู้ เกสรตัวเมีย

d)

กลีบเลี้ยง กลีบดอก เกสรตัวผู้ เกสรตัวเมีย

34.

ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง

a)

ดอกครบส่วนเป็นดอกสมบูรณ์เพศเสมอ

b)

ดอกไม่ครบส่วนเป็นดอกไม่สมบูรณ์เพศเสมอ

c)

ดอกไม่สมบูรณ์เพศอาจขาดเกสรชนิดใดก็ได้

d)

ดอกไม่สมบูรณ์เพศเป็นดอกไม่ครบส่วนเสมอ

35.

ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง

a)

ฐานรองดอกมีหน้าที่ชูดอก

b)

กลีบดอกมีหน้าที่ล่อแมลงให้มาตอม

c)

เกสรตัวผู้มีหน้าที่สร้างละอองเรณู

d)

กลีบเลี้ยงมีหน้าที่ห่อหุ้มส่วนต่าง ๆ ของดอก

36.

การถ่ายละอองเรณู หมายถึงข้อใด

a)

การที่ละอองเรณูตกลงบนยอดเกสรตัวเมีย

b)

การที่ละอองเรณูแก่จัดทำให้อับเรณูปริออก

c)

การที่ละอองเรณูเข้าผสมกับเซลล์ไข่ในออวุล

d)

การที่ละอองเรณูงอกเป็นหลอดยาวไปตามก้านเกสรตัวเมีย

37.

ข้อใดกล่าวถูกต้องหลังจากที่มีการปฏิสนธิแล้ว

a)

ออวุลเจริญเป็นเมล็ด รังไข่เจริญเป็นผล

b)

ออวุลเจริญเป็นผล รังไข่เจริญเป็นเมล็ด

c)

ออวุลเจริญเป็นต้นอ่อน รังไข่เจริญเป็นเมล็ด

d)

ออวุลเจริญเป็นเมล็ด รังไข่เจริญเป็นต้นอ่อน

38.

การถ่ายละอองเรณูโดยธรรมชาติที่เกิดขึ้นแบบใดจะทำให้ได้พืชต้นใหม่ที่มีลักษณะหลากหลายต่างจากต้นเดิม

a)

ภายในดอกเดียวกัน

b)

ระหว่างดอกของต้นเดียวกัน

c)

ข้ามดอกต่างต้นของพืชชนิดเดียวกัน

d)

ข้ามดอกต่างต้นของพืชต่างชนิดกัน

39.

การขยายพันธุ์พืชแบบไม่อาศัยเพศ เช่นการตอนกิ่ง มีข้อเสียอย่างไร

a)

พืชให้ดอก ผลช้า

b)

ไม่มีรากแก้ว ลำต้นล้มง่าย

c)

ผลที่ได้มีรสชาติไม่เหมือนต้นเดิม

d)

พืชต้นใหม่มีลักษณะทางพันธุกรรมไม่เหมือนต้นเดิม

40.

ปัจจุบันเกษตรกรนิยมขยายพันธุ์พืชเศรษฐกิจโดยวิธีใดเพื่อไม่ให้พืชกลายพันธุ์ และได้พืชจำนวนมากในระยะเวลาอันสั้น

a)

การตอนกิ่ง

b)

การติดตา

c)

การเพาะเมล็ด

d)

การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ

41.

การขยายพันธุ์พืชโดยการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ มีข้อดีอย่างไร

a)

ได้พืชพันธุ์ใหม่ที่ดีกว่าเดิม

b)

ได้พืชที่สามารถให้ผลผลิตเร็ว

c)

ได้พืชที่มีความต้านทานโรคได้ดี

d)

ได้พืชพันธุ์เดิมจำนวนมากในเวลาอันสั้น

42.

เกณฑ์ในข้อใดที่ใช้วัดการเจริญเติบโตของสิ่งมีชีวิตได้ใกล้เคียงกับความเป็นจริงมากที่สุด

a)

การวัดส่วนสูง

b)

การชั่งน้ำหนัก

c)

การนับจำนวนเซลล์

d)

การหามวลที่เปลี่ยนไป

43.

การตอบสนองของพืชในข้อใดเกิดจากการสะเทือนหรือสัมผัส

a)

การงอกของเมล็ด

b)

การบานของดอกไม้

c)

การหุบใบของไมยราบ

d)

การเลื้อยพันหลักของเถาวัลย์

44.

การหุบใบในตอนกลางคืนของพืชตระกูลถั่ว เกิดเนื่องจากสาเหตุใด

a)

กลุ่มเซลล์บริเวณโคนใบถูกกระตุ้นด้วยการสัมผัส

b)

กลุ่มเซลล์บริเวณโคนใบสูญเสียน้ำให้แก่เซลล์บริเวรใกล้เคียง

c)

อุณหภูมิของอากาศลดลงในเวลากลางคืนทำให้เซลล์บริเวณโคนก้านใบสูญเสียน้ำ

d)

ความเข้มข้นของแสงลดลงในเวลากลางคืนทำให้เซลล์บริเวณทางด้านบนหรือด้านล่างโคนก้านใบสูญเสียน้ำ

45.

ข้อใดเป็นการตอบสนองของพืชต่อแรงโน้มถ่วงของโลก

a)

การเจริญของราก

b)

การหุบกางใบของพืช

c)

การหุบบานของดอกไม้

d)

การงอกของหลอดละอองเรณ