wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

สอบปลายภาค วิชาวิทยาศาสตร์ รหัส ว21101 จตุพร

Total questions: 60

Worksheet time: 3600secs

Name
Class
Date
1.

ข้อใดเป็นวิธีการหากำลังขยายของกล้องจุลทรรศน์

a)

กำลังขยายของเลนส์ใกล้วัตถุ - กำลังขยายของเลนส์ใกล้ตา

b)

กำลังขยายของเลนส์ใกล้วัตถุ x กำลังขยายของเลนส์ใกล้ตา

c)

กำลังขยายของเลนส์ใกล้วัตถุ x กำลังขยายของเลนส์ใกล้วัตถุ

d)

กำลังขยายของเลนส์ใกล้วัตถุ + กำลังขยายของเลนส์ใกล้ตา

2.

เลนส์ใกล้ตามีกำลังขยาย 100 X เลนส์ใกล้วัตถุมีกำลังขยาย 150 X ภาพที่เห็นจะมีกำลังขยายกี่เท่า

a)

150 เท่า

b)

1,500 เท่า

c)

150,000 เท่า

d)

15,000 เท่า

3.

ถ้าภาพในกล้องจุลทรรศน์เห็นไม่ชัดเจนควรทำอย่างไร

a)

หมุนปรับภาพหยาบ

b)

หมุนปรับภาพละเอียด

c)

เลื่อนสไลด์ไปมา

d)

หมุนกระจกเพื่อให้แสงเข้า

4.

เลนส์ใกล้ตาของกล้องจุลทรรศน์ทำหน้าที่สำคัญคืออะไร

a)

ขยายภาพที่ได้จากเลนส์ใกล้วัตถุให้มีขนาดใหญ่ขึ้น

b)

รวมลำแสงให้เข้มขึ้น

c)

ขยายวัตถุให้เกิดภาพจริง

d)

ขยายภาพเสมือนให้ภาพจริง

5.

ระบุส่วนประกอบของกล้องจุลทรรศน์ให้สัมพันธ์กับภาพที่กำหนดให้

a)

เลนส์ใกล้ตา

b)

จานหมุน

c)

ไอริส ไดอะแฟรม

6.

ระบุส่วนประกอบของกล้องจุลทรรศน์ให้สัมพันธ์กับภาพที่กำหนดให้

a)

ไอริส ไดอะแฟรม

b)

จานหมุน

c)

เลนส์ใกล้วัตถุ

7.

เซลล์พืชและเซลล์สัตว์

มีลักษณะต่างกันอย่างไร

a)

เซลล์พืชและเซลล์สัตว์มีรูปร่างกลมหรือรี

b)

เซลล์พืชและเซลล์สัตว์มีรูปร่างเป็นเหลี่ยม

c)

เซลล์พืชมีรูปร่างเป็นเหลี่ยมส่วนเซลล์สัตว์มีรูปร่างกลมหรือรี

d)

เซลล์พืชมีรูปร่างเป็นกลมรีส่วนเซลล์สัตว์มีรูปร่างเหลี่ยม

8.

จากภาพหมายเลข1 คืออะไร

a)

นิวเคลียส

b)

ผนังเซลล์

c)

ไมโทรคอนเดรีย

d)

กอลจิบอดี

9.

โครงสร้างใดของเซลล์ มีหน้าที่ควบคุมการทำงานของเซลล์ และถ่ายทอดลักษณะ ทาง พันธุกรรมของสิ่งมีชีวิตชนิดนั้น

a)

กอลจิบอดี

b)

นิวเคลียส

c)

ไมโทคอนเดรีย

d)

ไลโซโซม

10.

เซลล์ของสิ่งมีชีวิตมีส่วนประกอบที่สำคัญ 3 ส่วนที่เหมือนกัน ได้แก่อะไรบ้าง

a)

นิวเคลียส แวคิวโอล และเยื่อหุ้มเซลล์

b)

ไมโทคอนเดรีย ไซโทพลาสซึม และแวคิวโอล

c)

นิวเคลียส ไซโทพลาสซึม และเยื่อหุ้มเซลล์

d)

นิวเคลียส ไซโทพลาสซึม และไรโบโซม

11.

"สร้างพลังงานให้แก่เซลล์"

a)

แวคิวโอล

b)

กอลจิบอดี

c)

ไมโทคอนเดรีย

d)

คลอโรพลาสต์

12.

"ของเหลว เป็นที่รวมสิ่งต่างภายในเซลล์ เป็นแหล่งเกิดปฏิกิริยาเคมีต่างๆ" คือข้อใด

a)

คลอโรพลาสต์

b)

ไมโทคอนเดรีย

c)

ไซโทพลาสซึม

d)

ร่างแหเอนโดพลาสซึม

13.

ข้อใดคือลักษณะของการแพร่

a)

การเคลื่อนที่ของอนุภาคจากบริเวณที่มีความเข้มข้นสูง ไปยังบริเวณที่มีความเข้มข้นต่ำ

b)

การเคลื่อนที่ของอนุภาคจากบริเวณที่มีความเข้มข้นต่ำ ไปยังบริเวณที่มีความเข้มข้นสูง

c)

การเคลื่อนที่ของน้ำจากบริเวณที่มีความเข้มข้นสูง ไปยังบริเวณที่มีความเข้มข้นต่ำ

d)

การเคลื่อนที่ของน้ำจากบริเวณที่มีความเข้มข้นต่ำ ไปยังบริเวณที่มีความเข้มข้นสูง

14.

การแพร่จะหยุดลงเมื่อไหร่

a)

เมื่อความเข้มข้นของสารที่เข้มข้นต่ำกว่าตกกระกอน

b)

เมื่อความเข้มข้นของสารที่เข้มข้นสูงกว่าระเหย

c)

เมื่อความเข้มข้นของสารที่เข้มขึ้นต่ำกว่าระเหย

d)

เมื่อความเข้มข้นของสารทั้งสองเท่ากัน

15.

อนุภาคของสารต้องมีลักษณะอย่างไร เกิดการแพร่จึงจะเกิดได้เร็ว

a)

ใหญ่

b)

กลาง

c)

เล็ก

d)

ไม่มีข้อถูก

16.

สารจะแพร่ได้ดีที่สุดในตัวกลางชนิดใด

a)

แก๊ส

b)

ของเหลว

c)

ของแข็ง

d)

แก๊ส และของเหลว

17.

การแลกเปลี่ยนแก๊สในถุงลมปอด (หรือการหายใจเข้าออก) คือ ลักษณะการลำเลียงสารในข้อใด

a)

การออสโมซิส

b)

การแพร่

c)

เอนโดไซโทซิส

d)

เอกโซไซโทซิส

18.

ข้อใดไม่ใช่ผลจากการแพร่

a)

ได้กลิ่นธูปจากวัด

b)

ได้กลิ่นหอมของดอกไม้ในสวน

c)

การแช่ผักที่เหี่ยว

d)

การแลกเปลี่ยนแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์

19.

ข้อใดคือความหมายของการออสโมซิส

a)

การแพร่ของน้ำจากสารละลายเจือจางสู่สารละลายเข้มข้น ผ่านเยื่อเลือกผ่าน

b)

การแพร่ของน้ำจากสารละลายเข้มข้นสู่สารละลายเจือจาง ผ่านเยื่อเลือกผ่าน

c)

การแพร่ของน้ำจากสารละลายเข้มข้นสู่สารละลายเจือจางกว่า

d)

การแพร่ของน้ำจากสารละลายเจือจางสู่สารละลายเข้มข้นกว่า

20.

ในการนำสารเข้าออกเซลล์ของสิ่งมีชีวิตด้วยการออสโมซิส สิ่งใดทำหน้าที่เป็นเยื่อเลือกผ่าน

a)

ผนังเซลล์

b)

เยื่อหุ้มเซลล์

c)

คลอโรพลาสต์

d)

แวคิวโอล

21.

น้ำเข้าสู่รากโดยวิธีการใดมากที่สุด

a)

การแพร่

b)

แรงเต่ง

c)

การออสโมซิส

d)

การกระจาย

22.

การแช่ผักในน้ำก่อนรับประทาน ทำให้ผักกรอบ สดและอร่อย จัดเป็นกระบวนการใด

a)

การออสโมซิส

b)

การแพร่

c)

ฟาซิลิเทต

d)

การกระจาย

23.

สารละลายภายนอกเซลล์มึวามเข้มข้นน้อยกว่าสารละลายภายในเซลล์ เซลล์จะมีรูปร่างใด

a)

เซลล์ปกติ

b)

เซลล์เหี่ยว

c)

เซลล์แตก

24.

ร่ายกายของคนเรามีน้ำ กี่ %

a)

18%

b)

10%

c)

50%

d)

65%

25.

น้ำเกลือที่แพทย์ให้ผู้ป่วยมีความเข้มข้นเท่าใด

a)

0.01%

b)

0.05 %

c)

0.09 %

d)

1.00%

26.

ดอกครบส่วน คือดอกที่มีส่วนประกอบของดอกกี่ส่วน

a)

1 ส่วน

b)

2 ส่วน

c)

3 ส่วน

d)

4 ส่วน

27.

กลีบเลี้ยงทำหน้าที่อะไร

a)

ห่อหุ้มรังไข่

b)

ปัองกันอันตรายดอกตูม

c)

สะสมอาหาร

d)

ป้องกันอันตรายต้นอ่อน

28.

จากภาพส่วนประกอบของดอก ภาพหมายเลข 1และ 3 คือข้อใดตามลำดับ

a)

กลีบเลั้ยง กลีบดอก

b)

เกสรเพศผู้ กลีบดอก

c)

ก้านชูอับเรณู กลีบดอก

d)

ยอดเกสรเพศเมีย กลีบดอก

29.

ข้อใดกล่าวถึงคำว่า ดอกสมบูรณ์ ได้ถูกต้อง

a)

ก. เป็นดอกที่มีส่วนประกอบครบทั้ง 4 ส่วน คือ กลีบเลี้ยง กลีบดอก เกสรตัวผู้ เกสรตัวเมีย

b)

ข. เป็นดอกที่มี เกสรตัวผู้ เกสรตัวเมีย อยู่ในบอกเดียวกัน

c)

ค. เป็นดอกที่มีส่วนประกอบครบ คือ กลีบเลี้ยง กลีบดอก

d)

ง. เป็นดอกที่มีส่วนประกอบไม่ครบทั้ง 4 ส่วน

30.

ข้อใดเรียงลำดับชั้นของดอกไม้จากชั้นนอกไปชั้นในได้ถูกต้อง

a)

ก. กลีบเลี้ยง กลีบดอก เกสรเพศผู้ เกสรเพศเมีย

b)

ข. กลีบเลี้ยง กลีบดอก เกสรเพศเมีย เกสรเพศผู้

c)

ค. กลีบดอก กลีบเลี้ยง เกสรเพศผู้ เกสรเพศเมีย

d)

ง. กลีบดอก กลีบเลี้ยง เกสรเพศเมีย เกสรเพศผู้

31.

การสืบพันธ์ุของพืช หมายถึงอะไร

a)

อสุจิผสมกับไข่

b)

เกสรเพศผู้ผสมกับกลีบเลี้ยง

c)

เกสรเพศผู้ผสมกับกลีบดอก

d)

การปฏิสนธิระหว่างออวุลและละอองเรณู

32.

สเปิร์มตัวที่ 1 ไปผสมกับเซลล์ไข่ จะเจริญไปเป็นอะไร

a)

ต้นอ่อน

b)

เอมบริโอล

c)

อาหารของเอมบริโอล

d)

นางฟ้า

33.

การงอกของละอองเรณูแบ่งนิวเคลียสเป็น2อัน คือ

a)

ทิวบ์นิวเคลียส และ นิวเคลียส

b)

ทิวบ์นิวเคลียส และ เจเนอเรทีฟนิวเคลียส

c)

เจเนอเรทีฟนิวเคลียส และ แพลนท์นิวเคลียส

d)

นิวเคลียส และ นิวเคลียส

34.

การถ่ายละอองเรณูมีกี่แบบ

a)

1

b)

2

c)

3

d)

4

35.
เกสรเพศผู้ทำหน้าที่อะไร
a)
สร้างเซลล์ไข่
b)
สร้างละอองเรณู
c)
สร้างสีให้กลีบดอก
d)
 สร้างสารป้องกันแมง
36.

โดยทั่วไปแล้วเมล็ดจะงอกได้ในช่วงอุณหภูมิ

a)

15-30 องศาเซลเซียส

b)

20-35 องศาเซลเซียส

c)

30-40 องศาเซลเซียส

d)

20-50 องศาเซลเซียส

37.

ข้อใดหมายถึงการขยายพันธุ์พืช

a)

การลดปริมาณต้นพืชใหน้อยลง

b)

การเพิ่มปริมาณต้นพืชให้มากขึ้น

c)

การทำให้พืชเเข็งเเรงขึ้น

d)

การทำให้พืชให้ผลผลิตเยอะขึ้น

38.

การขยายพันธุ์พืชโดยการทำให้เกิดราก ขณะที่ยังไม่ได้ตัดกิ่งออกจากต้นเดิม หมายถึงข้อใด

a)

การติดตา

b)

การปักชำ

c)

การตอนกิ่ง

d)

การทาบกิ่ง

39.

การขยายพันธุ์ที่ใช้กับพืชที่ไม่ค่อยมีเมล็ด กิ่งก้าน ส่วนมากเป็นพืชใบเลี้ยงเดี่ยว หมายถึงข้อใด

a)

การตอนกิ่ง

b)

การปักชำ

c)

การแยกหน่อ

d)

การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ

40.

การเชื่อมประสานเนื้อเยื่อของต้นพืช 2 ต้นเข้าด้วยกัน เพื่อให้เจริญเติบโต เป็นต้นเดียวกัน หมายถึงข้อใด

a)

การตอนกิ่ง

b)

การติดตา

c)

การเสียดยอด

d)

การทาบกิ่ง

41.

สมการแสดงการสร้างอาหารของพืชต่อไปนี้ 1 และ 2 คืออะไร

(1) + (2)

--> ออกซิเจน + กลูโคส + น้ำ

a)

ก. น้ำ + น้ำตาล

b)

ข. ออกซิเจน + น้ำตาล

c)

ค. คาร์บอนไดออกไซด์ + น้ำ

d)

ง. คาร์บอนไดออกไซด์ + ออกซิเจน

42.

น้ำตาลที่เกิดจากการสังเคราะห์ด้วยแสงคือข้อใด

a)

ก. C6H12O6

b)

ข. C12H24O12

c)

ค. C12H22O11

d)

ง. C6H12O5

43.

7. สิ่งที่ได้จากการสังเคราะห์ด้วยแสงของพืช มีอะไรบ้าง

a)

แสง

b)

น้ำ

c)

ไอน้ำ

d)

น้ำตาล

44.

พืชสร้างอาหารได้เองโดยการสังเคราะห์ด้วยแสง

อาหารดังกล่าวคืออะไร

a)

ก. แป้ง

b)

ข. ไขมัน

c)

ค. เกลือแร่

d)

ง. น้ำตาลกลูโคส

45.

เราใช้สารอะไรในการตรวจหาแป้งที่ได้จากกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงของพืช

a)

ก. สารละลายเบเนดิกต์

b)

ข. สารละลายเมทิลเซลลูโลส

c)

ค. สารละลายไบยูเรต

d)

ง. สารละลายไอโอดีน

46.

ในการตรวจสอบหาแป้งเมื่อหยดสารละลายไอโอดีนส่วนของพืชที่มีสีเขียวของใบชบาจะเกิดผลอย่างไร

a)

ก. ได้สีน้ำตาล

b)

ข. ได้สีแดง

c)

ค. ได้สีม่วงแดง

d)

ง. ได้สีม่วงแกมน้ำเงิน

47.

ธาตุอาหารหลักที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืชคือ ข้อใด

a)

1. คาร์บอน ไฮโดรเจน ออกซิเจน

b)

2. คาร์บอน ไฮโดรเจน กำมะถัน

c)

3. ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส แคลเซียม

d)

4. ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม

48.

ธาตุอาหารใดที่พืชได้รับจากพืชตระกูลถั่ว

a)

1. โพแทสเซียม

b)

2. ฟอสฟอรัส

c)

3. ไนโตรเจน

d)

4. กำมะถัน

49.

แร่ธาตุที่ควบคุมการออกดอกออกผลของพืช ช่วยเพิ่มผลผลิตให้สูงขึ้น โดยเฉพาะพืชที่ให้ผลและเมล็ด

a)

N

b)

P

c)

K

50.

เมื่อขาดแร่ธาตุชนิดนี้ พืชจะไม่เจริญเติบโต หรือเติบโตช้ามาก

a)

N

b)

P

c)

K

51.

จากภาพที่กำหนด เกิดจากพืชขาดธาตุอาหารชนิดใด

a)

N

b)

P

c)

K

52.

จากภาพที่กำหนด เกิดจากพืชขาดธาตุอาหารชนิดใด

a)

N

b)

P

c)

K

53.

ข้อใดคือปุ๋ยเคมี

a)

ปุ๋ยที่ได้มาจากการย่อยสลายซากพืชซากสัตว์

b)

ปุ๋ยที่ประกอบด้วยจุลินทรีซึ่งยังมีชีวิตอยู่

c)

ปุ๋ยที่มาจากสารประกอบที่สังเคราะห์ขึ้น

54.

ปุ๋ยอินทรีย์มีกี่ประเภท อะไรบ้าง

a)

1 ประเภท ได้แก่ ปุ๋ยเคมี

b)

2 ประเภท ได้แก่ ปุ๋ยเคมี ปุ๋ยอินทรียวัตถุ

c)

3 ประเภท ไ้แก่ ปุ๋ยเคมี ปุ๋ยอินทรย์ ปุ๋ยชีวภาพ

d)

4 ประเภท ปุ๋ยเคมี ปุ๋ยอินทรียวัตถุ ปุ๋ยอินทรย์ ปุ๋ยชีวภาพ

55.

ข้อใดต่อไปนี้กล่าวได้ถูกต้อง

a)

แร่ธาตุเข้าสู่รากพืชโดยการแพร่ น้ำเข้าสู่รากพืชด้วยการออสโมซิส

b)

แร่ธาตุเข้าสู่รากพืชโดยการออสโมซิส น้ำเข้าสู่รากพืชด้วยการแพร่

c)

แร่ธาตุและน้ำเข้าสู่รากพืชด้วยการออสโมซิส

d)

แร่ธาตุและน้ำเข้าสู่รากพืชโดยการแพร่

56.

ถ้ารากไม่มีขนรากจะเกิดอะไรขึ้น

a)

รากจะไม่ชอนไชไปในดิน

b)

ลำเลียงอาหารและน้ำไม่ได้

c)

รากพืชจะยึดพื้นดินไม่มั่นคง

d)

รากดูดซึมน้ำและแร่ธาตุได้น้อยลง

57.

โครงสร้างที่พืชใช้ในการลำเลียงน้ำ-เกลือแร่ขึ้นสู่ลำต้น กิ่ง และใบคืออะไร

a)

ระบบราก

b)

แคมเบียม

c)

โฟลเอ็ม

d)

ไซเล็ม

58.

น้ำตาลที่ได้จากการสังเคราะห์ด้วยแสงจะลำเลียงไปยังส่วนต่าง ๆ ของพืชโดยใช้ส่วนใ

a)

ขนราก

b)

ท่อลำเลียงอาหาร

c)

ท่อลำเลียงแร่ธาตุ

d)

ท่อลำเลียงน้ำ-เกลือแร่

59.

จากภาพเป็นเนื้อเยื่อลำต้นของพืชชนิดใด

a)

มะม่วง

b)

ข้าวโพด

c)

ทุเรียน

d)

ชมพู่

60.

การลำเลียงอาหารของพืชเกิดขึ้นในเวลาใด

a)

กลางวัน

b)

กลางคืน

c)

ตอนเช้าตรู่

d)

ตลอดเวลา