Worksheetsข้อสอบปลายภาค วิชาภาษาไทย รหัส 23101 ชั้น ม.3
Total questions: 30
Worksheet time: 30mins
๑. เหตุใดจึงมีการยืมคำภาษาต่างประเทศมาใช้ในภาษาไทย
ก. เพราะในปัจจุบันมีคนนิยมใช้กันมาก
ข. เพราะมีวิทยากรเข้ามาเผยแพร่ในประเทศไทย
ค. เพราะมีการติดต่อระหว่างประเทศทั้งด้านการทูต การค้าขาย
ง. เพราะภาษาต่างประเทศมีมากจึงต้องนำมาใช้ในประเทศไทยบ้าง
๒. สาเหตุที่ทำให้ภาษาต่างประเทศเข้ามาในภาษาไทยมากที่สุด
ก. อิทธิพลทางภูมิศาสตร์
ข. อิทธิพลทางด้านการพาณิชย์
ค. อิทธิพลทางด้านการทูต
ง. อิทธิพลทางด้านศิลปกรรม
๓. ข้อใดไม่ใช่สาเหตุที่ทำให้มีภาษาต่างประเทศเข้ามาปะปนในภาษาไทย
ก. มีอาณาเขตใกล้เคียงติดต่อกัน
ข. นับถือสถาบันกษัตริย์เหมือนกัน
ค. มีการไปศึกษาต่อต่างประเทศ
ง. ความเจริญทางเทคโนโลยี
๔. ข้อใดเป็นคำที่มาจากภาษาต่างประเทศทุกคำ
ก. เกาเหลา ข้าวเปล่า
ข. บันได แก้วน้ำ
ค. ทุเรียน มะขาม
ง. กัลปังหา กีตาร์
๕. ข้อใดเป็นคำที่มาจากภาษาอังกฤษทุกคำ
ก. คอนเสิร์ต แท็กซี่ นอต
ข. เกียร์ ดีเซล จับกัง
ค. ทีวี บัดกรี ชอล์ก
ง. จาระบี เรดาห์ สักหลาด
๖. ข้อใดเป็นคำที่มาจากภาษาอังกฤษทุกคำ
ก. กงสุล คาเฟ่ แท็กซี่ เทนนิส
ข. เรสเตอรองท์ บุฟเฟต์ บูเกต์ เบคอน
ค. ไวโอลิน เต็นท์ เกียร์ แบตเตอรี่
ง. เนกไท เครดิต แคชเชียร์ โชเฟอร์
๗. ข้อใดเป็นคำที่มาจากภาษาจีนทุกคำ
ก. โบตั๋น กุยช่าย เท็มปุระ
ข. คะน้า ท้อ สึนามิ
ค. ก๋วยเตี๋ยว โจ๊ก โอเลี้ยง
ง. จับเลี้ยง ซาโยนาระ โหวงเฮ้ง
๘.คำว่า “สาแหรก” เป็นคำที่มาจากภาษาใด
ก. จีน
ข. อังกฤษ
ค. เขมร
ง. ไทย
๙.“ก๋งของฉันชอบกิน แป๊ะซะ พะโล้ ก๋วยจั๊บ แต่ไม่ชอบกิน เต้าทึง เต้าหู้ เต้าส่วน” ชื่ออาหารที่กล่าวถึงมา จากภาษาใด
ก. ไทยแท้
ข. จีน
ค. ชวา
ง. เขมร
๑๐. คำว่า “นีออน” เป็นคำที่มาจากภาษาใด
ก. จีน
ข. ญี่ปุ่น
ค. เขมร
ง. อังกฤษ
๑๑.คำข้อใดมาจากภาษาญี่ปุ่น
ก. สาเก ยูโด
ข. กะปิ จวน
ค. ขนมปัง ซามูไร
ง .ปิ่นโต คาเฟ่
๑๒.ข้อใดเรียงจากคำยืมภาษาจีนญี่ปุ่น อังกฤษ
ก. กุยช่าย เซรุ่ม ซาโยนาระ
ข. สเต๊ก วาซาบิ อั้งโล่
ค. สึนามิ ไช้เท้า ทอฟฟี่
ง. ซาเล้ง ซาบะ แยม
๑๓.ข้อความต่อไปนี้มีคำยืมจากภาษาญี่ปุ่นภาษาจีน และภาษาอังกฤษ อย่างละกี่คำ
“ฉันชอบกินสุกี้และเกี๊ยวใส่ซอส ส่วนน้องฉันชอบกินขนมโมจิรสเก๊กฮวย ขนมเค้กรสบ๊วย และชอบร้องคาราโอเกะ”
ก. ภาษาญี่ปุ่น ๓ คำ ภาษาจีน ๔ คำ ภาษาอังกฤษ ๑ คำ
ข. ภาษาญี่ปุ่น ๓ คำ ภาษาจีน ๓ คำ ภาษาอังกฤษ ๒ คำ
ค. ภาษาญี่ปุ่น ๒ คำ ภาษาจีน ๓ คำ ภาษาอังกฤษ ๓ คำ
ง. ภาษาญี่ปุ่น ๒ คำ ภาษาจีน ๔ คำ ภาษาอังกฤษ ๒ คำ
๑๔. 'โอเลี้ยง อั้งยี่ เซียมซี ตั้วโผ' เป็นคำมาจากภาษาใด
ก. ภาษาจีน
ข. ภาษาญี่ปุ่น
ค. ภาษาอาหรับ
ง. ภาษาชวา - มลายู
๑๕. บันดาลลงบันได บันทึกให้ดูจงดี
รื่นเริงบันเทิงมี บันลือลั่นสนั่นดัง
คำว่า “บัน” ที่ปรากฏในบทร้อยกรองข้างต้น เป็นคำที่มาจากภาษาใด
ก. อังกฤษ
ข. จีน
ค. เขมร
ง. ชวา-มลายู
๑๖.บทร้อยกรองประเภทโคลง ปรากฎเป็นหลักฐานครั้งแรกในวรรณคดีเรื่องใด
ก.ไตรภูมิพระร่วง
ข.กำสรวนโคลงดั้น
ค.ลิลิตโองการแช่งน้ำ
ง.กาพย์ห่อโคลงประพาสธารทองแดง
๑๗.โคลงสี่สุภาพบทหนี่งมีกี่บาท
ก. 2 บาท
ข. 4 บาท
ค. 6 บาท
ง. 8 บาท
๑๘. ในการแต่งบทร้อยกรองประเภทโคลง อาจมีสร้อยคำเพิ่มได้ในบาทใด
ก. บาท 1 และ บาท 3
ข. บาท 2 และ บาท 3
ค. บาท 2 และ บาท 4
ง. บาท 3 และ บาท 4
๑๙. "คำคล้องจองกัน ช่วยให้ร้อยกรองมีท่วงทำนองเสียงที่ร้อยเรียงเกี่ยวเนื่องกัน" ข้อความนี้ ลักษณะบังคับในข้อใด
ก.คณะ
ข.สัมผัส
ค.จังหวะ
ง.คำเอก คำโท
๒๐.ข้อใดไม่ใช่ลักษณะบังคับในโคลง
ก.จังหวะ
ข.สัมผัส
ค.เสียงในบท
ง. จำนวนคำในบท
๒๑. ข้อใดสินสมุทรได้รับการถ่ายทอดจากแม่
ก. มีเขี้ยว
ข. มีดวงตาสีแดง
ค. มีพละกำลังมาก
ง. ถูกทุกข้อ
๒๒. ข้อใดไม่ใช่เหตุผลที่นางผีเสื้อสมุทรรู้ว่าพระอภัยมณีหนีไป
ก. การที่นางฝันร้าย
ข. ประตูถ้ำเปิดทิ้งไว้
ค. ไม่พบพระอภัยมณีและสินสมุทร
ง. ปี่ของพระอภัยมณีหายไป
๒๓. “ท่านส่งเราที่เกาะละเมาะนี้ แล้วรีบหนีไปในน้ำแต่ลำพัง” คำกล่าวนี้แสดงว่าผู้พูด เป็นคนอย่างไร
ก. ขี้ขลาด
ข. กล้าหาญ
ค. เสียสละ
ง. เห็นแก่ตัว
๒๔. “มาตั้งซ่องศีลจะมีอยู่ที่ไหน” คำว่า “ซ่อง” ในที่นี้มีความหมายตรงกับข้อใด
ก. แหล่งอบายมุข
ข. แหล่งบันเทิงเริงรมย์
ค. แหล่งหาความสุขทางกามารมณ์
ง. แหล่งมั่วสุมหรือชุมนุมกันอย่างลับ ๆ
๒๕. “ช่างเฉโกโยคีหนีเขาใช้” คำว่า “หนีเขาใช้” มีความหมายตรงกับข้อใด
ก. หนีหนี้ไม่ใช้เงินเขา
ข. หนีการเกณฑ์เข้าทำงานของราชการมาบวช
ค. หนีการอยู่เวรยามของผู้ชายมาบวช
ง. หนีหน้าไม่ยอมรับใช้ใคร ๆ มาบวช
๒๖. “ช่วยแนะนำอนุกูลอย่าสูญใจ” คำว่าอย่าสูญใจ” มีความหมายตรงกับข้อใด
ก. อย่าใจน้อย
ข. อย่าใจหาญ
ค. อย่าแล้งน้ำใจ
ง. อย่าหมดกำลังใจ
๒๗. คำประพันธ์ในข้อใดไม่แสดงอาการเคลื่อนไหว
ก. มังกรเกี่ยวเลี้ยวลอดกอดมังกร ประชุมซ่อนแฝงชลขึ้นวนเวียน
ข. ฝูงม้าน้ำทำท่าเหมือนม้าเผ่น ขึ้นลอยเล่นเลี้ยวลัดฉวัดเฉวียน
ค. ตะเพียนทองท่องน้ำนำตะเพียน ดาษเดียรดูเพลินจนเกินมา
ง. เห็นละเมาะเกาะเขาเขียวชอุ่ม โขดตะคุ่มเคียงเคียงเรียงรุกขา
๒๘.คำประพันธ์ในข้อใด แสดงว่าผู้พูด พูดด้วยความโกรธ
ก. แล้วว่าแก่สินสมุทรสุดที่รัก แม้นางยักษ์จะมารับจงกลับหลัง
ข. พระโยคีชี้หน้าว่าอุเหม่ ยังโว้เว้วุ่นวายอีตายโหง
ค. เที่ยวดำด้นค้นหามัจฉาใหญ่ พอจับได้ปลาอินทรีขึ้นขี่หลัง
ง. ฉวยไม้เท้าก้าวย่างจากบัลลังก์ แขกฝรั่งพรั่งพร้อมล้อมลีลา
๒๙.ข้อใดเป็นการวางแผน
ก. อันตาข้าถ้าค่ำเห็นสว่าง ทั้งเดินทางเรี่ยวแรงแข็งขยัน
ข. เห็นละเมาะเกาะใหญ่ที่ไหนบ้าง หยุดเสียบ้างให้สบายจึงผายผัน
ค. ถ้าแก้ไขให้นางไปค้างป่า ได้ล่วงหน้าเสียบ้างจะยังชั่ว
ง. เห็นลูกไม้ในป่าคว้าเข้าปาก กำลังอยากยืนขยอกจนกลอกหัว
๓๐.คำประพันธ์ในข้อใด ให้ความรู้สึกอ้างว้างและหวาดหวั่นต่ออันตรายที่จะเกิดขึ้น
ก. จะเหลียวซ้ายสายสมุทรสุดสายตา จะแลขวาควันคลุ้มกลุ้มโพยม
ข. ถึงประตูคูหาเห็นเปิดอยู่ เอ๊ะอกกูเกิดเข็ญเป็นไฉน
ค. เข้าในห้องมองเขม้นไม่เห็นใคร ยิ่งตกใจเพียงจะดิ้นสิ้นชีวา
ง. แลดูปี่ที่เป่าเล่าก็หาย นางยักษ์ร้ายรู้ว่าพากันหนี
