NEW
Font size
Worksheetsวิชานาฏศิลป์ ม.3 กลางภาค
Total questions: 30
Worksheet time: 30mins
1.นาฏศิลป์และละครไทยส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับศิลปะแขนงใดมากที่สุด
ก. หัตถกรรม
ข. วรรณกรรม
ค. สถาปัตยกรรม
ง. ประติมากรรม
2.การชมละครลักษณะใดทำให้เกิดประโยชน์
ก. ทำให้รู้จักนักแสดงที่มีชื่อเสียง
ข. เลียนแบบตัวละครที่ชอบ แล้วนำมาใช้ในชีวิตประจำวัน
ค. สามารถประพันธ์บทละครเพื่อนำไปแสดงละครได้
ง. นำข้อคิดที่ดีจากละครมาปรับใช้ในชีวิต
3.การนำศิลปะต่าง ๆ มาใช้ในการแสดงทำให้การแสดงเป็นอย่างไร
ก. มีการแสดงใหม่ ๆ เกิดขึ้นมากมาย
ข. มีเอกลักษณ์สวยงาม
ค. มีความทันสมัย
ง. มีผู้ชมชื่นชอบ
4.นาฏศิลป์และละครมีความสำคัญต่อคนในสังคมอย่างไร
ก. ทำให้คนในสังคมมีวิถีชีวิตที่ดีขึ้น
ข. ทำให้คนในสังคมมีความสะดวกสบาย
ค. ทำให้คนในสังคมผ่อนคลาย มีความสุข
ง. ทำให้คนในสังคมมีกิจกรรมทำในยามว่าง
5.นาฏศิลป์และละครมีบทบาทต่อชีวิตประจำวันของคนในสังคมโดยตรงอย่างไร
ก. สร้างความสุข สนุกสนาน คลายเครียด
ข. ทำให้มีความสามารถในการทำงานมากขึ้น
ค. ทำให้อยู่ร่วมกับครอบครัวได้อย่างมีความสุข
ง. มีความรับผิดชอบในการทำงานต่าง ๆ
6.ถ้าไม่ร่วมกันอนุรักษ์การแสดงนาฏศิลป์ไทยจะเป็นอย่างไร
ก. การแสดงนาฏศิลป์ไทยมีผู้สนใจศึกษามากขึ้น
ข. การแสดงนาฏศิลป์ไทยมีรูปแบบการแสดงแปลกใหม่
ค. การแสดงนาฏศิลป์ไทยกลายเป็นศิลปะที่มีชื่อเสียง
ง. การแสดงนาฏศิลป์ไทยไม่เป็นที่รู้จัก ค่อย ๆ สูญหายไป
7.ข้อใดเป็นแนวทางในการอนุรักษ์และเผยแพร่การแสดงนาฏศิลป์
ก. ศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับความเป็นมาของนาฏศิลป์ไทย
ข. ซื้อบันทึกการแสดงชุดต่าง ๆ มาเก็บไว้ให้มากที่สุด
ค. นำการแสดงนาฏศิลป์ไปแสดงในงานท้องถิ่น
ง. ชมการแสดงเซิ้งโปงลางทางโทรทัศน์
8.เพราะเหตุใดจึงกล่าวว่าการแสดงนาฏศิลป์และละครไทยเป็นการแสดงที่เป็นเอกลักษณ์ของชาติ
ก. เพราะเป็นการแสดงที่มีความอ่อนช้อย แสดงถึง
ศิลปวัฒนธรรมของชาติ
ข. เพราะเป็นการแสดงที่มีผู้นิยมแสดงเป็นจำนวนมาก
ค. เพราะเป็นการแสดงที่มีลีลาท่าทางสนุกสนาน
ง. เพราะเป็นการแสดงที่มีความสวยงาม
9.การยอมรับและเคารพในวิชาชีพการแสดงมีความสำคัญอย่างไร
ก. ทำให้ผู้ประกอบอาชีพมีความมั่นใจในการแสดง
ข. ทำให้ผู้ประกอบอาชีพมีความรู้ในการแสดงมากขึ้น
ค. ทำให้ผู้ประกอบอาชีพมีรายได้ และมีการแสดงมากขึ้น
ง. ทำให้ผู้ประกอบอาชีพมีกำลังใจและสร้างสรรค์ผลงานดีๆ
10.การอนุรักษ์นาฏศิลป์มีประโยชน์อย่างไร
ก. ทำให้มีผู้นำการแสดงนาฏศิลป์ไปแสดงในต่างชาติ
ข. ทำให้การแสดงมีความทันสมัย พัฒนาขึ้น
ค. ทำให้การแสดงนาฏศิลป์ไทยคงอยู่สืบไป
ง. ทำให้การแสดงมีความน่าสนใจมากขึ้น
11.“ฝนตก ฟ้าร้อง ไฟดับมืด” จากสถานการณ์ดังกล่าวควรแสดงภาษาท่าในข้อใด
ก. ท่ายิ้ม
ข. ท่าเสียใจ
ค. ท่ากลัว
ง. ท่าปฏิเสธ
12.ข้อใดไม่ใช่นามศัพท์ทั้งหมด
ก. กล่อมไหล่ จีบหงาย
ข. หลบศอก กันวง
ค. กันเข่า ตีไหล่
ง. คลายมือ ประเท้า
13.ท่าเฉิดฉิน ระดับของการตั้งวงบัวบานอยู่ในระดับใด
ก. ระดับศีรษะ
ข. ระดับคิ้ว
ค. ระดับอก
ง. ระดับไหล่
14.ข้อใดกล่าวถึงการลักคอได้ถูกต้อง
ก. การลักคอนิยมปฏิบัติเฉพาะตัวนาง
ข. การลักคอจะปฏิบัติในเพลงช้าเสมอ
ค. ถ้าลักคอข้างซ้าย จะเอียงขวา กดไหล่ขวา
ง. ถ้าลักคอข้างขวา จะเอียงขวา กดไหล่ซ้าย
15.การฉายเท้าน้ำหนักตัวจะอยู่ที่ใด
ก. เท้าที่ยืน
ข. เท้าที่ฉาย
ค. จมูกเท้า
ง. ส้นเท้า
16.ท่ารำแม่บทใดไม่ได้นำมาใช้ในการรำวงมาตรฐาน
ก. ท่าสอดสร้อยมาลา
ข. ท่าพรหมสี่หน้า
ค. ท่าแขกเต้า
ง. ท่าเฉิดฉิน
17.ภาษาท่าทางนาฏศิลป์มีประโยชน์ต่อผู้ชมการแสดงอย่างไร
ก. ทำให้ผู้ชมสามารถประดิษฐ์ภาษาท่าต่าง ๆ ได้
ข. ทำให้ผู้ชมเข้าใจเรื่องราวในการแสดง
ค. ทำให้ผู้ชมชื่นชอบการแสดงนาฏศิลป์
ง. ทำให้ผู้ชมอยากฝึกแสดงนาฏศิลป์
18.ท่าดมหรือหอม สัมพันธ์กับสถานการณ์ในข้อใด
ก. สำรวจที่นั่งก่อนดูภาพยนตร์
ข. ดูดอกไม้ที่ปลูกข้างบ้าน
ค. สูดกลิ่นของดอกราตรี
ง. สอบได้ที่ 1
19.นาฏยศัพท์มีความสำคัญต่อการแสดงนาฏศิลป์อย่างไร
ก. ทำให้การแสดงมีความเป็นเอกลักษณ์
ข. ทำให้การแสดงมีความพร้อมเพรียง
ค. ทำให้การแสดงนาฏศิลป์แสดงได้ง่ายขึ้น
ง. ทำให้ผู้ชมชื่นชอบในการแสดง
20.ข้อสำคัญในการกระดกเสี้ยวคือสิ่งใด
ก. ตัวนางจะต้องเอียงตัวมากกว่าตัวพระ
ข. หักข้อเท้าให้มากที่สุดจึงจะสวยงาม
ค. การก้าวเท้าออกด้านข้างให้มากกว่าปกติ
ง. กระดกให้สูงที่สุดและขาตึง
21.ข้อใดสัมพันธ์กัน
ก. เพลงหญิงไทยใจงาม-ท่ารำ รำส่าย
ข. เพลงดอกไม้ของชาติ-ท่ารำ รำยั่ว
ค. เพลงชาวไทย-ท่ารำ สอดสร้อยมาลา
ง. เพลงงามแสงเดือน-ท่ารำ สอดสร้อยมาลาแปลง
22.“ฝ่ายชายนุ่งโจงกระเบน สวมเสื้อราชปะแตน ใส่ถุงเท้า รองเท้า” จากข้อความเป็นลักษณะการแต่งกายแบบใด
ก. ชาวบ้าน
ข. สากลนิยม
ค. รัชกาลที่ 5
ง. ราตรีสโมสร
23. ก่อนการแสดงรำวงมาตรฐานฝ่ายหญิง-ชายจะทำความ
เคารพด้วยวิธีใด
ก. ถอนสายบัว
ข. พนมมือไหว้
ค. ยื่นมือหากัน
ง. โค้งคำนับให้กัน
24.บทเพลงในข้อใดที่ใช้ขับร้องในการแสดงรำวงพื้นเมือง
ก. เพลงยวนย่าเหล
ข. เพลงงามแสงเดือน
ค. เพลงชาวไทย
ง. เพลงรำซิมารำ
25.เพลงดวงจันทร์วันเพ็ญมีความหมายเกี่ยวกับสิ่งใด
ก. การพูดจาที่ฉะฉานชัดเจนของหญิงไทย
ข. ความงามของดวงจันทร์ในเมืองไทย
ค. ความมีระเบียบมีวินัยของหญิงไทย
ง. ความงามและสุภาพเรียบร้อยของหญิงไทย
26.เพลงดวงจันทร์ขวัญฟ้าใช้ท่ารำในข้อใด
ก. ท่ารำช้างประสานงาและจันทร์ทรงกลด
ข. ท่ารำพรหมสี่หน้าและยูงฟ้อนหาง
ค. ท่ารำจ่อเพลิงกาฬและชะนีร่ายไม้
ง. ท่ารำสอดสร้อยมาลาแปลง
27.เพราะเหตุใดจึงมีการปรับปรุงการแสดงรำวง
ก. เพื่อให้การแสดงมีความสวยงาม น่าสนใจ
ข. เพื่อให้คนไทยรู้จักการแสดงรำวงมาตรฐาน
ค. เพื่อให้มีความเป็นระเบียบแบบแผน
ง. เพื่อแสดงถึงความเจริญรุ่งเรืองของชาติ
28.รำโทนมีลักษณะการละเล่นอย่างไร
ก. รำโทนจะมีการขับร้องบทเพลงที่มีการประพันธ์ไว้แล้ว
ข. รำโทนจะใช้กลองยาวตีประกอบจังหวะ
ค. รำโทนจะรำอย่างมีระเบียบแบบแผนกว่า
ง. รำโทนจะเดินคู่เป็นวงกลมใช้ท่ารำใดก็ได้
29.ข้อใดเป็นการเผยแพร่การแสดงรำวงมาตรฐาน
ก. ศึกษา ค้นคว้าประวัติ รำวงมาตรฐาน
ข. ร้องเพลงรำวงมาตรฐานให้ครอบครัวฟัง
ค. แสดงรำวงมาตรฐานในงานปีใหม่ของจังหวัด
ง. ฝึกรำวงมาตรฐานกับเพื่อนที่บ้าน
30.รำวงมาตรฐานมีความสำคัญอย่างไร
ก. เป็นสิ่งที่ทำให้คนในชาติมีชีวิตที่ดีมีความสุข
ข. สร้างความสนุกสนาน ผ่อนคลายให้คนในชาติ
ค. ช่วยทำให้คนในชาติเกิดความสบายใจ
ง. ทำให้คนในชาติรู้จักกันมากขึ้น
