wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

ภาษาไทยพื้นฐาน ม.6 ครูโอ๋เอ๋

Total questions: 30

Worksheet time: 59mins

Name
Class
Date
1.

การอ่านสารชนิดใด ที่ไม่ควรใช้การอ่านแปลความ

a)

การอ่านบทกวีนิพนธ์

b)

การอ่านตำราวิชาการ

c)

ดารอ่านป้ายโฆษณาสินค้า

d)

การอ่านข่าวพยากรณ์อากาศ

2.

หลักการสำคัญในการอ่านแปลความ คือข้อใด

a)

ควรจับประเด็นสำคัญของผู้เขียนให้ได้

b)

ควรแปลความหมายทุกคำที่ปรากฏในเรื่อง

c)

ควรแปลเพื่อให้เข้าใจเรื่องที่อ่านได้ง่ายขึ้น

d)

ควรแปลแล้วยังรักษาเนื้อหาและสาระ

3.

ข้อใดเป็นหลักเกณฑ์ในการอ่านตีความ

a)

ต้องมีความคิดแทรกขณะที่อ่าน

b)

ต้องคาดคะเนสิ่งที่น่าจะเป็นขณะที่อ่าน

c)

ต้องเข้าใจความหมายของศัพท์ที่อ่าน

d)

ต้องจับเป็นเด็นสำคัญของเรื่องที่อ่านได้

4.

ข้อใดไม่ใช่วิธีการอ่านขยายความ

a)

การกล่าวถึงสาเหตุและผลที่สัมพันธ์กัน

b)

การอธิบายสิ่งที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนั้นเพิ่มเติม

c)

ถ้อยคำที่เขียนจะต้องมีความหมายที่ชัดเจน

d)

การยกตัวอย่างหรือข้อเท็จจริงมาประกอบเนื้อเรื่องเดิม

5.

การแปลความ เป็นพื้นฐานของเรื่องใด

a)

การตีความ

b)

การโต้แย้ง

c)

การวิจารณ์

d)

การถ่ายทอดความ

6.

ข้อใด ไม่ใช่ วิธีที่ช่วยให้การอ่านเพื่อขยายความไดเนื้อความกว้างขึ้น

a)

การยกตัวอย่างประกอบ

b)

การเปรียบเทียบ

c)

การอ้างอิง

d)

การถอดความ

7.

ความหมายของคำว่า โวหาร คืออะไร

a)

การเขียนอย่างตั้งใจ

b)

การเขียนด้วยถ้อยคำที่เรียบเรียงมาอย่างดี มีชั้นเชิง

c)

การเขียนตามจินตนาการ เชิงสร้างสรรค์ อย่างไม่มีข้อจำกัด

d)

การเขียนด้วยลายมือที่สวยงาม สื่อถึงการเขียนที่มีคุณภาพ

8.

บรรยายโวหาร มีลักษณะอย่างไร

a)

มีการใช้ถ้อยคำลึกซึ้งกินใจ อ่านแล้วสะเทือนใจ

b)

เป็นการอธิบายเรื่องตามลำดับเหตุการณ์อย่างตรงไปตรงมา

c)

มีการใช้ถ้อยคำที่เป็นทางการมาก

d)

การใช้ถ้อยคำอย่างละเอียด อ่านแล้วเห็นภาพตามอย่างชัดเจน

9.

พรรณานาโวหารมีลักษณะอย่างไร

a)

การใช้ถ้อยคำอย่างตรงไปตรงมา กระชับ ชัดเจน

b)

การเรียบเรียงถ้อยคำตามลำดับเหตุการณ์อย่างตรงไปตรงมา

c)

การใช้ถ้อยคำที่เป็นพิธีการ ผิดไม่ได้

d)

การใช้ถ้อยคำที่ให้ผู้อ่านนึกเห็นภาพขณะอ่าน

10.

"การศึกษา คือ การเรียนรู้จากแหล่งการเรียนรู้ต่างๆ และการลงมือทำก็สำคัญเช่นกัน เพราะฉะนั้นการเรียนรู้ที่ดีต้องเกิดจากการลงมือทำ ถึงจะเกิดการเรียนรู้ที่สมบูรณ์" เป็นโวหารชนิดใด

a)

บรรยายโวหาร

b)

พรรณนาโวหาร

c)

อุปมาโวหาร

d)

สาธกโวหาร

11.

"แดดยามเย็นกำลังอ่อนลงสู่สมัยใกล้วิกาล ทองแสงแผ่ซ่านไปยังสาลีเกษตร เบื้องบนมีกลุ่มเมฆสีเทาทองเป็นคลื่นซ้อนสลับกันเป็นแถว ต้องแสงแดดจับเป็นสีระยับวะวับแวว" เป็นโวหารชนิดใด

a)

สาธกโวหาร

b)

พรรณนาโวหาร

c)

บรรยายโวหาร

d)

เทศนาโวหาร

12.

ข้อใดกล่าวถึงโวหารภาพพจน์ได้ถูกต้อง

a)

การใช้ภาษาเพื่ออธิบายเรื่องราวอย่างตรงไปตรงมา

b)

การใช้ถ้อยคำที่ทำให้ผู้รับสารเกิดมโนภาพหรือเกิดจินตนาการถ่ายทอดอารมณ์

c)

การยกตัวอย่างเหตุการณ์ประกอบเพื่อให้มีความเข้าใจเรื่องราวต่าง ๆ มากขึ้น

d)

การเปรียบเทียบที่เรียกสิ่งหนึ่งสิ่งใดโดยใช้คำอื่นแทนเพื่อให้เกิดความหลากหลาย

13.

เหตุใดจึงต้องมีการใช้โวหารภาพพจน์ในวรรณคดีและวรรณกรรม

a)

เพื่อบอกเล่าเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ได้อย่างถูกต้อง

b)

เพื่อทดสอบความรู้ความเข้าใจในการอ่านวรรณคดีและวรรณกรรม

c)

เพื่อให้ผู้รับสารซาบซึ้งและมีความรู้สึกร่วมตรงตามความปรารถนาของผู้ส่งสาร

d)

เพื่อให้ผู้รับสารได้รับความรู้ที่แฝงอยู่ในวรรณคดีและวรรณกรรมเรื่องนั้น อย่างแท้จริง

14.

ข้อใดคือความหมายของโวหารภาพพจน์แบบสัทพจน์

a)

การใช้ถ้อยคำที่มีความหมายตรงกันข้ามหรือขัดแย้งกันมากล่าวร่วมกันได้อย่าง กลมกลืน

b)

การใช้ถ้อยคำที่เลียนเสียงธรรมชาติ เพื่อช่วยสื่อให้ผู้รับสารรู้สึกเหมือนได้ยิน เสียงโดยธรรมชาติของสิ่งนั้น ๆ

c)

การเปรียบเทียบโดยการนำเอาสิ่งไม่มีชีวิตหรือมีชีวิต แต่ไม่ใช่คนมากล่าวถึง ราวกับเป็นคนหรือทำกิริยาอาการอย่างคน

d)

การเปรียบเทียบที่เรียกสิ่งหนึ่งสิ่งใด โดยใช้คำอื่นแทนคำที่ใช้เรียกนั้นเกิดจาก การเปรียบเทียบและ ตีความซึ่งใช้กันมานานจนเป็นที่เข้าใจกันโดยทั่วไป

15.

“การเปรียบเทียบด้วยการกล่าวว่าสิ่งหนึ่งเป็นอีกสิ่งหนึ่งเป็นการเปรียบเทียบที่ไม่กล่าวตรง ๆ แต่ใช้การกล่าวเป็นนัยให้เข้าใจเอง” คือโวหารภาพพจน์แบบใด

a)

สัทพจน์

b)

อติพจน์

c)

บุคลาธิษฐาน

d)

อุปลักษณ์

16.

ข้อใดมีการใช้โวหารภาพพจน์แบบอุปมาอุปไมย

a)

ธิดาลิ้นจี่ปีนี้งดงามราวกับนางฟ้า

b)

หนาวจนกระดูกจะหลุด

c)

สวรรค์ในอกนรกในใจ

d)

ทหารคือรั้วของชาติ

17.

ข้อใดมีการใช้โวหารภาพพจน์แบบอติพจน์

a)

เด็กน้อยเปรียบดังผ้าขาวอันบริสุทธิ์

b)

เขาร้องไห้จนน้ำตาแทบเป็นสายเลือด

c)

ต้นข้าวโน้มตัวลงนอน

d)

เสียงลมพัดหวีดหวิว

18.

ข้อใด ไม่มี การใช้โวหารภาพพจน์

a)

สะพานแกว่งลั่นเอี๊ยดอ๊าด คนเลี้ยงวัวทั้งสองยังไม่เคลื่อนไหว

b)

นุ่นต้นใหญ่สูงตระหง่านเสียดยอดแทงทะลุฟ้าดูโดดเด่นอยู่ริมปลวก

c)

ผู้ชายคนหนึ่งหาบถังใส่น้ำยางมาเอวแอ่น ร่างของเขาเซไปมาเหมือนคนเมา

d)

นางออกจากบ้านท้ายสวนมาเมื่อตะวันเย็นย่ำ ท่ามกลางหมอกควันกลางฤดูหนาว

19.

ข้อใดมีการใช้โวหารภาพพจน์

a)

บริเวณนั้นเป็นทุ่งโล่งลิบตา ฟากตรงข้ามจอมปลวกเป็นป่าที่เจ้าของเพิ่งถาง

b)

แดดเช้าส่องมาอบอุ่น คนเลี้ยงวัวยังคงย่ำเท้าไปข้างหน้าอย่างไม่เร่งร้อน

c)

เด็กชายวิ่งวนไปรอบๆ บ้านดินทรายยื่นดอกไม้แกว่งไกวหลอกล่อ

d)

เธอน่ะกำลังถูกความฟุ้งเฟ้อครอบงำเสียจนตาบอด

20.

“อกนางพระธรณีจะแยะแยกแตกกระจายอยู่รอนๆ” คำประพันธ์ข้างต้นใช้โวหารภาพพจน์ใด

a)

อุปมา

b)

อุปลักษณ์

c)

สัญลักษณ์

d)

บุคลาธิษฐาน

21.

กลอนเสภาที่ใช้คือลักษณะของคำประพันธ์ชนิดใด

a)

กลอนสี่

b)

กลอนหก

c)

กลอนแปด

d)

กลอนดอกสร้อย

22.

เสภาเรื่องขุนช้างขุนแผน ตอนขุนช้างถวายฎีกา ผู้แต่งคือใคร

a)

รัชกาลที่ 2

b)

เจ้าพระยาพระคลัง(หน)

c)

สุนทรภู่

d)

ไม่ปรากฏนามผู้แต่ง

23.

เสภาคืออะไร

a)

การขับลำนำเป็นเรื่องราว ใช้กรับเป็นเครื่องประกอบจังหวะ

b)

การร้องเป็นทำนองสรภัญญะ ใช้กลองรำมะนาเป็นเครื่องประกอบจังหวะ

c)

การร้องเป็นทำนองแหล่ ใช้ระนาดเป็นเครื่องประกอบจังหวะ

d)

การร้องเป็นทำนองไทยเดิม ใช้ฉิ่งเป็นเครื่องประกอบจังหวะ

24.

พฤติกรรมชองใครเกิดจากการใช้อารมณ์เหนือเหตุผล

a)

จมื่นไวย

b)

ขุนช้าง

c)

ขุนแผน

d)

ทุกข้อที่กล่าวมา

25.

“อีแสนถ่อยจัญไรใจทมิฬ

ดังเพชรนิลเกิดขึ้นในอาจม”

ผู้ประพันธ์ใช้โวหารใดในการประพันธ์

a)

อุปลักษณ์

b)

อุปมา

c)

สัทพจน์

d)

พรรนณาโวหาร

26.

ข้อใดไม่มีภาพสะท้อนทางวัฒนธรรม

a)

ถ้ารักน้องป้องปิดให้มิดอาย

ฉันกลับกลายแล้วหม่อมจงฟาดฟัน

b)

พระจันทรจรแจ่มกระจ่างดี

พระพายพัดมาลีตรลบไป

c)

ไปเพ็ดทูลเสียให้ทูลกระหม่อมแจ้ง

น้องจะแต่งบายศรีไว้เชิญขวัญ

d)

หญิงเดียวชายครองเป็นสองมิตร

ถ้ามิปลิดเสียให้เปลื้องไม่ตามใจ

27.

“ พลางเรียกหาข้าไทอยู่ว้าวุ่น

อีอุ่นอีอิ่มอีฉิมอีสอน

อีมีอีมาอีสาคร

นิ่งนอนไยหวามาหากู”

คำประพันธ์นี้ขุนช้างเรียกคนใช้ทั้งหมดกี่คน

a)

6 คน

b)

7 คน

c)

8 คน

d)

9 คน

28.

“พี่ผิดพี่ก็มาลุแก่โทษ

จะคุมโกรธคุมแค้นไปถึงไหน

ความรักพี่ยังรักระงมใจ

อย่าตัดไมตรีตรึงให้ตรอมตาย”

คำประพันธ์นี้ใช้โวหารข้อใด

a)

เสาวรจนี

b)

นารีปราโมทย์

c)

พิโรธวาทัง

d)

สัลลาปังคพิสัย

29.

ข้อใดปรากฏความเชื่อทางพระพุทธศาสนา

a)

ฝันว่าพลัดไปในไพรเถื่อน เลื่อนเปื้อนไม่รู้ที่จะกลับหลัง

b)

เวรกรรมนำไปไม่รั้งรอ มิพอที่จะต้องพรากก็จากมา

c)

ครานั้นจึงโฉมเจ้าวันทอง ต้องมนตร์มัวหมองเป็นหนักหนา

d)

จุดเทียนสะกดข้าวสารปราย ภูตพรายโดดเรือนสะเทือนผาง

30.

"สะเดาะดาลบานเปิดหน้าต่างกาง ย่างเท้าก้าวขึ้นร้านดอกไม้" จากเนื้อเรื่องดอกไม้ที่กล่าวถึงมีลักษณะเด่นในข้อใด

a)

สีสวยสดใส

b)

กลิ่นหอม

c)

เป็นไม้ยืนต้น

d)

ราคาแพง