wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

แบบทดสอบ เศรษฐาสตร์เบื้องต้น รายได้ประชาชาติ การพัฒนาศก. ดุลการค้า การเงินการธนาคาร เงินเฟ้อ เงินฝืด

Total questions: 35

Worksheet time: 37mins

Name
Class
Date
1.

ข้อใดคือ GDP

a)

รายได้ทั้งหมดที่ภาคครัวเรือนได้รับจากแหล่งต่างๆ ภายในระยะเวลาหนึ่ง

b)

มูลค่ารวมของสินค้าและบริการขั้นสุดท้ายตามราคาตลาดที่ผลิตด้วยปัจจัยการผลิตของประเทศ

c)

มูลค่าของสินค้าและบริการขั้นสุดท้ายตามราคาตลาดที่ผลิตขึ้นได้ด้วยปัจจัยการผลิตภายในประเทศ

d)

มูลค่ารวมของสินค้าและบริการขั้นสุดท้ายตามราคาทุนที่ผลิตด้วยปัจจัยการผลิตของประเทศหักด้วยค่าใช้จ่ายกิน  ทุน

e)

มูลค่ารวมของสินค้าและบริการขั้นสุดท้ายตามราคาตลาดที่ผลิตด้วยปัจจัยการผลิตของประเทศหักด้วยค่าใช้จ่าย กินทุน

2.

ข้อใดคือ NI

a)

รายได้ทั้งหมดที่ภาคครัวเรือนได้รับจากแหล่งต่างๆ ภายในระยะเวลาหนึ่ง

b)

มูลค่ารวมของสินค้าและบริการขั้นสุดท้ายตามราคาตลาดที่ผลิตด้วยปัจจัยการผลิตของประเทศ

c)

มูลค่าของสินค้าและบริการขั้นสุดท้ายตามราคาตลาดที่ผลิตด้วยปัจจัยการผลิตภายในประเทศ

d)

มูลค่ารวมของสินค้าและบริการขั้นสุดท้ายตามราคาทุนที่ผลิตด้วยปัจจัยการผลิตของประเทศหักด้วยค่าใช้จ่ายกินทุน

e)

มูลค่ารวมของสินค้าและบริการขั้นสุดท้ายตามราคาตลาดที่ผลิตด้วยปัจจัยการผลิตของประเทศหักด้วยค่าใช้จ่ายกินทุน

3.

รายได้ประชาชาติตามข้อใดแสดงถึงอำนาจในการซื้อของประชาชน

a)

PI

b)

 DI

c)

GDP

d)

GNP

e)

NNP

4.

การคำนวณรายได้ประชาชาติด้านรายจ่าย รายการใดไม่รวมเป็นรายได้ประชาชาติ

a)

เงินบำนาญ

b)

เงินเดือนข้าราชการ

c)

มูลค่าการส่งออกสุทธิ

d)

ค่าสร้างเขื่อนของรัฐบาล

e)

ส่วนเปลี่ยนแปลงของสินค้าคงเหลือ

5.

รายได้ตามข้อใดไม่รวมเป็นรายได้ประชาชาติ

a)

รายได้จากทรัพย์สินของรัฐ

b)

รายได้จากกิจการที่มิใช่นิติบุคคล

c)

รายได้จากดอกเบี้ยกู้ยืมเพื่อการบริโภค

d)

เงินสมทบกองทุนประกันสังคม

e)

ค่าเช่าทรัพย์สินที่บุคคลธรรมดาได้รับ

6.

ข้อใดไม่ถูกต้องสำหรับประโยชน์ของรายได้ประชาชาติ

a)

เป็นเครื่องมือในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ

b)

รายได้ประชาชาติเฉลี่ยต่อบุคคลสามารถใช้เปรียบเทียบมาตรฐานการครองชีพของแต่ละประเทศได้

c)

รายได้ประชาชาติที่แท้จริงสามารถใช้เปรียบเทียบฐานะทางเศรษฐกิจของประเทศในช่วงระยะเวลาต่างๆ ได้

d)

รัฐบาลสามารถนำตัวเลขรายได้ประชาติในแต่ละช่วงเวลามาประเมินประสิทธิภาพในการบริหารประเทศได้

e)

ตัวเลขรายได้ประชาชาติตามราคาตลาดของแต่ละปีสามารถนำมาวิเคราะห์การเจริญเติบโตของเศรษฐกิจของประเทศได้

7.

ถ้า GDP ณ ราคาตลาดของปี พ.ศ. 2560 และ พ.ศ. 2561 เท่ากับ 240,000 ล้านบาท และ 260,000 ล้านบาท  โดยดัชนีราคาของปี พ.ศ. 2560 และ พ.ศ. 2561 เท่ากับ 120 และ 130 ตามลำดับ GDP ที่แท้จริงของ ปี พ.ศ. 2561 คือข้อใด

a)

150,000 ล้านบาท

b)

200,000 ล้านบาท

c)

225,000 ล้านบาท

d)

235,000 ล้านบาท

e)

250,000 ล้านบาท

8.

สมมุติขั้นตอนการขายเนื้อหมูดังนี้ นายมีผลิตลูกหมูขายให้นายมา 500 บาท นายมาเลี้ยงลูกหมูจนโตขายให้นายแมว 2,500 บาท นายแมวขายเนื้อหมูให้ผู้บริโภค 4,000 บาท มูลค่าของสินค้าที่นำไปรวมคำนวณรายได้ประชาชาติ คือ ข้อใด

a)

500 บาท

b)

2,000 บาท

c)

2,500 บาท

d)

4,000 บาท

e)

3,000 บาท

9.

ข้อใดถูกต้องสำหรับวิธีการคำนวณรายได้ประชาชาติ

a)

ในทางทฤษฏีทุกวิธีจะได้รายได้ประชาชาติที่เท่ากัน

b)

ในทางปฏิบัติทุกวิทธีจะได้รายได้ประชาชาติที่เท่ากัน

c)

ทั้งในทางทฤษฏีและปฏิบัติรายได้ประชาชาติที่คำนวณอาจแตกต่างกันได้

d)

ในทางปฏิบัติทุกวิทธีจะได้รายได้ประชาชาติที่เท่ากัน และ ทั้งในทางทฤษฏีและปฏิบัติรายได้ประชาชาติที่คำนวณอาจแตกต่างกันได้

e)

ไม่มีข้อใดถูก

10.

ข้อใดถูกต้องเกี่ยวกับ Inflation

a)

สินค้าทุกชนิดมีราคาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจนส่งผลต่อระบบเศรษฐกิจ

b)

อาหารประเภทเนื้อสัตว์ เช่น เนื้อหมู เนื้อวัว ราคาเพิ่มขึ้นมากเพราะเกิดโรคระบาด

c)

ปริมาณเงินฝากในธนาคารเพิ่มขึ้น ธนาคารจึงปล่อยสินเชื่อในระบบเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

d)

ปัจจัยการผลิตจากต่างประเทศสูงขึ้น ทำให้สินค้าภายในประเทศที่ใช้ปัจจัยการผลิตจากต่างประเทศมีราคาเพิ่มขึ้น

e)

สินค้าทั่วไปที่ราคาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจนส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจ โดยอาจมีสินค้าบางชนิดมีราคาลดลงและคงที่บ้าง

11.

ข้อใดคือสาเหตุที่ส่งผลให้เกิดเงินเฟ้อด้านอุปสงค์

a)

ธนาคารปรับลดจำนวนพนักงาน

b)

กลุ่มประเทศโอเปกขึ้นราคาน้ำมัน

c)

รัฐบาลปรับเพิ่มอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ

d)

ราคาวัตถุดับที่ใช้ในการผลิตเพิ่มขึ้น

e)

ธนาคารปล่อยสินเชื่อเพื่อการบริโภคเพิ่มขึ้น

12.

ผลกระทบจากเงินเฟ้อ ข้อใดถูกต้องที่สุด

a)

การสะสมทุนเพิ่มขึ้น

b)

ประชาชนนำเงินไปฝากธนาคารเพิ่มขึ้น

c)

เงินในมือประชาชนมีอำนาจการซื้อลดลง

d)

ลูกหนี้จะเสียเปรียบเจ้าหนี้ในการชำระหนี้

e)

ผู้ที่มีรายได้ประจำจะได้รับผลกระทบน้อยกว่าผู้ประกอบธุรกิจ

13.

ข้อใดถูกต้องเกี่ยวกับความหมายของเงินฝืด

a)

ภาวะที่ระดับราคาสินค้าทุกชนิดลดลงอย่างต่อเนื่องจนกระทบต่อระบบเศรษฐกิจ

b)

ภาวะที่ธนาคารเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อเพื่อการผลิตมากเกินไปทำให้เกิดปัญหาขาดเงินทุน

c)

ภาวะที่ระดับราคาสินค้าทั่วๆ ไปไม่มีเสถียรภาพ เปลี่ยนแปลงขึ้นลงต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน

d)

ภาวะที่ระดับราคาสินค้าโดยทั่วๆ ไปลดลงอย่างต่อเนื่องจนส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจ โดยอาจมีสินค้าบางชนิดราคาคงที่หรือเพิ่มขึ้นบ้าง

e)

ภาวะที่หน่วยธุรกิจประสบปัญหาสินค้าค้างสต็อกมากเกินไปจึงลดการขอสินเชื่อกับธนาคาร ทั้งที่ปริมาณเงินฝากในธนาคารมีมากจนธนาคารต้องลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้

14.

ข้อใดเป็นผลกระทบจากการเกิดภาวะเงินฝืด

a)

การว่างงานจะเพิ่มขึ้น

b)

ลูกหนี้จะได้เปรียบเจ้าหนี้ในการชำระหนี้สิน

c)

ทำให้อำนาจการซื้อของเงินลดลง

d)

ผู้ที่มีรายได้ประจำจะเดือดร้อน

e)

ธนาคารจะลดความเข้มงวดในการปล่อยสิน อัตราดอกเบี้ยจะลดลง

15.

ข้อใดเป็นการใช้นโยบายการเงินแก้ปัญหาเงินฝืด

a)

ขึ้นอัตราภาษี

b)

ขึ้นอัตราดอกเบี้ย

c)

รับซื้อพันธบัตรคืน

d)

เพิ่มอัตรารับช่วงซื้อลด

e)

เพิ่มอัตราเงินดาวน์และลดระยะเวลาในการผ่อนชำาระ

16.

ข้อใดแสดงถึงการเกิดเงินตึงตัว

a)

ภาวะที่ปริมาณเงินในระบบเศรษฐกิจมีมากเกินความต้องการกู้เงิน

b)

ภาวะที่ปริมาณเงินในระบบเศรษฐกิจน้อย ไม่เพียงพอกับความต้องการกู้ยืม

c)

ภาวะที่ระดับราคาสินค้าโดยทั่วๆ ไปสูงขึ้น ประชาชนมีเงินได้เพียงพอในการซื้อสินค้า

d)

ภาวะที่ธนาคารและสถาบันการเงินเข้มงวดในการปล่อยเครดิต ทั้งที่ความต้องการกู้เงินมีมาก

e)

ภาวะที่ระดับราคาสินค้าโดยทั่วๆ ไปลดลง แต่อุปสงค์มวลรวมมีน้อย ทำให้มีสินค้าค้างในสต็อกมาก

17.

ข้อใดช่วยแก้ปัญหาเงินตึงตัว

a)

ส่งเสริมให้เพิ่มเงินออมกับสถาบันการเงินในต่างประเทศ

b)

สร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนในต่างประเทศมาลงทุนเพิ่มขึ้น

c)

ธนาคารเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อให้มากเงินเพื่อป้องกันหนี้เสีย

d)

เพิ่มอัตราเงินสดสำรองตามกฎหมายเพื่อให้ธนาคารกลางมีเงินสดสำรองเพิ่มขึ้น

e)

ส่งเสริมให้นักธุรกิจนำเงินไปลงทุนในต่างประเทศเพื่อผ่อนคลายการลงทุนภายในประเทศ

18.

ข้อใดถูกต้องสำหรับวัฏจักรเศรษฐกิจ

a)

การผันผวนของภาวะเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงขึ้นลงตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติ

b)

การผันผวนของภาวะเศรษฐกิจของประเทศที่เปลี่ยนแปลงตามนโยบายเศรษฐกิจของประเทศในแต่ละช่วงเวลา

c)

วงจรการขยายตัวของรายได้ประชาชาติที่แท้จริงที่เคลื่อนไหวขึ้นลงตามแนวโน้มการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ

d)

วงจรการขยายตัวของผลิตภัณฑ์ประชาชาติเบื้องต้น ณ ราคาตลาดที่เคลื่อนไหวขึ้นลงตามภาวะเศรษฐกิจของประเทศ

e)

ถูกทุกข้อ

19.

ข้อใดเรียงลำดับของวัฏจักรเศรษฐกิจได้ถูกต้อง

a)

ฟื้นตัว ถดถอย รุ่งเรือง ตกต่ำ

b)

รุ่งเรือง ถดถอย ตกต่ำ ฟื้นตัว

c)

ฟื้นตัว ตกตำ่า ถดถอย รุ่งเรือง

d)

ตกต่ำ ถดถอย ฟื้นตัว รุ่งเรือง

e)

ถดถอย ตกต่ำ รุ่งเรือง ฟื้นตัว

20.

ข้อใดไม่ใช่ประโยชน์ของการค้าระหว่างประเทศ

a)

สามารถนำเข้าปัจจัยการผลิตตามที่ต้องการ

b)

ไม่ต้องใช้ปัจจัยการผลิตอย่างเต็มที่

c)

ทำให้ฐานะทางการคลังของรัฐบาลดีขึ้น

d)

สามารถนำเข้าสินค้าที่ต้องการ

e)

ทำให้เกิดธุรกรรมใหม่ๆ

21.

ข้อใดไม่ใช่นโยบาย Free Trade Policy

a)

อัตราภาษีศุลกากรต้องเป็นธรรมกับทุกประเทศ

b)

ไม่มีการเก็บภาษีนำเข้าเพื่อให้มีเสรีในทางการค้า

c)

ใช้หลักการผลิตตามทฤษฎีการได้เปรียบโดยเปรียบเทียบ

d)

ไม่มีข้อจำกัดทางการค้า ยกเว้นกรณีควบคุมสินค้าที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ

e)

ไม่มีข้อใดถูก

22.

ถ้ายังไม่รวมบัญชีทุนสำรองระหว่างประเทศ การที่ประเทศมีดุลการชำระเงินเกินดุล ข้อใดถูกต้อง

a)

บัญชีทุนสำรองระหว่างประเทศจะคงที่

b)

บัญชีทุนสำรองระหว่างประเทศจะลดลง

c)

บัญชีทุนสำรองระหว่างประเทศจะเพิ่มขึ้น

d)

ไม่สามารถสรุปได้เพราะยังไม่ทราบดุลการค้า

e)

ดุลการชำระเงินไม่มีผลกระทบต่อบัญชีทุนสำรองระหว่างประเทศ

23.

ข้อใดกล่าวถูกต้อง

a)

ดุลการชำระเงินเกินดุลเป็นสิ่งที่ดี ถึงแม้ว่าดุลบัญชีเดินสะพัดจะขาดดุลเพราะมีรายรับจากแหล่งเงินตราต่างประเทศอื่นๆ มาชดเชย

b)

ดุลการชำระเงินเกินดุลเป็นสิ่งไม่ดี ถึงแม้ว่าดุลบัญชีเดินสะพัดจะเกินดุล ถ้าบัญชีทุนเคลื่อนย้ายขาดดุล

c)

ดุลการชำระเงินขาดดุลเพราะดุลบัญชีทุนเคลื่อนย้ายขาดดุลในจำนวนที่สูงกว่าการเกินดุลของบัญชีเดินสะพัด ไม่ถือว่าเป็นสิ่งที่ไม่ดี

d)

ดุลการชำระเงินขาดดุลเพราะดุลบัญชีเคลื่อนย้ายเกินดุลในจำนวนที่ต่ำกว่าการขาดดุลของบัญชีเดินสะพัด ไม่ถือว่าเป็นสิ่งที่ไม่ดี

e)

ไม่มีข้อใดถูก

24.

หลักสำคัญ 3 ประการของเศรษฐกิจพอเพียงคือข้อใด

a)

การประหยัด การมีคุณธรรม และความมีเหตุผล

b)

ความพอประมาณ การมีคุณธรรม และความมีเหตุผล

c)

การมีคุณธรรม ความมีเหตุผล และการครอบครองที่ดี

d)

การเตรียมพร้อม ความมีเหตุผล และการมีภูมิคุ้มกันที่ดี

e)

ความพอประมาณ ความมีเหตุผล และการมีภูมิคุ้มกันที่ดี

25.

ข้อใดไม่ใช่เงื่อนไขคุณธรรมของเงื่อนไขของเศรษฐกิจพอเพียง

a)

มีความรู้

b)

มีความเพียร

c)

มีความอดทน

d)

มีความรอบคอบ

e)

มีความซื่อสัตย์สุจริต

26.

ข้อใดไม่ถูกต้องสำหรับลักษณะของประเทศกำลังพัฒนา

a)

มีโครงสร้างเศรษฐกิจทวิลักษณ์

b)

นิยมส่งออกสินค้าขั้นปฐมและนำเข้าสินค้าทุน

c)

งบประมาณจำนวนมากถูกใช้ไปกับการพัฒนาการศึกษาและสาธารณูปโภค

d)

ประชากรที่อยู่ในวัยคนชราจะต้องแบกภาระเลี้ยงดูประชากรที่อยู่ในวัยทำงาน

e)

ส่วนใหญ่ดำเนินนโยบายบริหารประเทศด้วยระบบผสมระหว่างทุนนิยมกับสังคมนิยม

27.

ข้อใดไม่ใช่จุดมุ่งหมายของการพัฒนาเศรษฐกิจ

a)

เพื่อให้ดุลการชำระเงินเกินดุล

b)

เพื่อเพิ่มระดับการจ้างงานให้สูงขึ้น

c)

เพื่อให้เกิดการกระจายรายได้ที่เสมอภาคและยุติธรรม

d)

เพื่อทำให้ระดับรายได้ประชาชาติที่แท้จริงต่อบุคคลสูงขึ้น

e)

เพื่อกระจายความเจริญสู่ชนบทที่ห่างไกลจากเมืองหลวงหรือเมืองใหญ่

28.

แผนพัฒนาฯ ฉบับใดที่เริ่มอัญเชิญแนวปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นปรัชญานำทางในการพัฒนาเศรษฐกิจ

a)

ฉบับที่ 8

b)

ฉบับที่ 9

c)

ฉบับที่ 10

d)

ฉบับที่ 11

e)

ฉบับที่ 12

29.

ปัจจุบันประเทศไทยอยู่ในระหว่างการใช้แผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 13 ซึ่งอยู่ในช่วงระยะเวลาตามข้อใด

a)

พ.ศ. 2558-2562

b)

พ.ศ. 2559-2563

c)

พ.ศ. 2565-2568

d)

พ.ศ. 2561-2565

e)

พ.ศ. 2562–2566

30.

.

การที่ธนาคารกลางควบคุมดูแลปริมาณเงินของประเทศให้เหมาะสม เป็นการทำหน้าที่ใด

a)

การกำกับดูแลสถาบันการเงิน

b)

การรักษาเสถียรภาพทางการเงิน

c)

การบริหารทุนสำรองเงินตรา

d)

การกระตุ้นความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ

31.

ข้อใดเป็นการใช้นโยบายการคลังแบบหดตัวเพื่อรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ

a)

การลดอัตราการบรรจุข้าราชการใหม่

b)

การลดรายจ่ายในการซื้อสินค้าและบริการ

c)

การขึ้นอัตราภาษีดอกเบี้ยเงินฝากธนาคาร

d)

การขึ้นราคาค่าสาธารณูปโภคของรัฐวิสาหกิจ

32.

รัฐบาลควรหารายได้เพิ่มขึ้นโดยวิธีใดถ้าไม่ต้องการให้ประชาชนที่มีรายได้น้อยเดือดร้อน

a)

ขึ้นภาษีเงินให้กับนิติบุคคล

b)

ขึ้นภาษีสุรา เบียร์

c)

ขึ้นราคาสลากกินแบ่งรัฐบาล

d)

ขึ้นค่าปรับประเภทต่าง ๆ

33.

ถ้าพิจารณาจากเหตุการณ์ที่เศรษฐกิจตกต่ำข้อความใด

ไม่ถูกต้อง

a)

การออมมีมากขึ้น

b)

การบริโภคมีน้อยเกินไป

c)

สินค้าล้นตลาด

d)

การลงทุนมีมากเกินไป

34.

มาตรการใดที่มีส่วนช่วยลดปัญหาเงินเฟ้อให้บรรเทาลง

a)

การขายพันธบัตรรัฐบาลให้กับประชาชน

b)

การเพิ่มการสั่งซื้อสินค้าเข้ามาจากต่างประเทศ

c)

การลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากของธนาคารพาณิชย์

d)

การลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ของธนาคารพาณิชย์

35.

รายได้ประชาชาติที่ใช้วัดระดับการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศคืออะไร

a)

ราายได้ส่วนบุคคล

b)

รายได้ส่วนบุคคลสุทธิ

c)

ผลิตภัณฑ์ประชาชาติเบื้องต้น

d)

ผลิตภัณฑ์ภายในประเทศเบื้องต้น

e)

ผลิตภัณฑ์ประชาชาติสุทธิ