wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

ข้อสอบปลายภาคเรียนที่ 1 รายวิชาภาษาไทยพื้นฐาน ท32101 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5

Total questions: 50

Worksheet time: 2hrs 40mins

Name
Class
Date
1.

ข้อใดแสดงความหมายของคำว่า"วัฒนธรรม"ได้ครอบคลุมมากที่สุด

a)

ลักษณะที่แสดงถึงความเจริญงอกงาม"

b)

ลักษณะที่แสดงถึงความดีงาม

c)

เป็นการอยู่ร่วมกันในสังคมพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง

d)

ไม่มีข้อถูก

2.
วัฒนธรรม  ตรงกับ คําภาษาอังกฤษว่า อะไร
a)
culture
b)
cultura
c)
colere
d)
cultivate
3.

ข้อใดไม่ใช่ที่มาของวัฒนธรรม

a)

การเผยแพร่และการยอมรับวัฒนธรรมจากต่างชาติ

b)

พิธีกรรมทางประวัติศาสตร์

c)

สิ่งแวดล้อมทางภูมิศาสตร์และสังคมเกษตรกรรม

d)

ค่านิยม

4.

ข้อใดไม่จัดเป็นส่วนประกอบของวัฒนธรรม

a)

สถาบัน

b)

ภาษา

c)

ค่านิยม

d)

สิ่งที่ธรรมชาติสร้างขึ้น

5.

ความแตกต่างทางวัฒนธรรมมาจากสาเหตุใด

a)

ที่ตั้งและภูมิอากาศ

b)

ภาษาและศาสนา

c)

ความคิดและความรู้

d)

ความดีและความชั่ว

6.

มนุษย์เจริญรวดเร็วกว่าสัตว์ เพราะเหตุผลตามข้อใด

a)

มนุษย์มีวัฒนธรรม แต่สัตว์ไม่มี

b)

มนุษย์มีแรงมากกว่าสัตว์

c)

มนุษย์มีภาษาในการสืบทอดวัฒนธรรม

d)

มนุษย์มีการดำรงพันธุ์ต่อเนื่องกว่าสัตว์

7.

ข้อใดไม่ใช่วัฒนธรรม

a)

ดอกไม้พลาสติกหลากสี

b)

ตัวอักษรในภาษาต่าง ๆ

c)

เสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย

d)

ดอกบัวในลำคลอง

8.

“กลุ่มคนจำนวนหนึ่งที่มีความสัมพันธ์ต่อเนื่องกัน มารวมกลุ่มกัน มีวัตถุประสงค์ร่วมกัน” คือความหมายของข้อใด

a)

สังคม

b)

ค่านิยม

c)

ประเพณี

d)

สถาบัน

9.

สำนวนในข้อใดสะท้อนให้เห็นวัฒนธรรมความเชื่อทางศาสนา

a)

ยิ้มให้กันวันละนิด ชีวิตแจ่มใส

b)

สวรรค์อยู่ในอก นรกอยู่ในใจ

c)

อยู่บ้านท่านอย่านิ่งดูดาย ปั้นวัวปั้นควายให้ลูกท่านเล่น

d)

คนรักเท่าผืนหนัง คนชังเท่าผืนเสื่อ

10.

ข้อใดคือภาษามาตรฐาน

a)

ภาษาราชการ

b)

ภาษาสนทนา

c)

ภาษาของชาวเมืองหลวง

d)

ภาษาที่นิยมใช้กันในภาคต่าง ๆ

11.

ข้อใดเป็นเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมไทย

a)

การแบ่งชนชั้นวรรณะ

b)

ความผูกใจเจ็บ

c)

การห้ำหั่นกัน

d)

ความพอใจการประนีประนอม

12.

ข้อใดไม่เป็นเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมไทย

a)

โบสถ์ วิหาร เจดีย์

b)

ความเกรงใจ

c)

ลายเซ็นของนายกรัฐมนตรี

d)

เสรีภาพทางศาสนา

13.

ข้อใดไม่ใช่เอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมของไทย

a)

ไม่กีดกันชาวต่างชาติ

b)

ให้เสรีภาพในการนับถือศาสนา

c)

เป็นสยามเมืองยิ้ม

d)

จัดระดับชนชั้นวรรณะให้เห็นอย่างชัดเจน

14.

ข้อใดไม่ใช่ลักษณะของภาษาถิ่น

a)

ภาษาที่ใช้สื่อสารกันระหว่างบุคคลกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งในแต่ละภูมิภาค

b)

ภาษาถิ่นมีการใช้ถ้อยคำ สำเนียงและสำนวนแตกต่างกัน

c)

ภาษาถิ่นคือภาษามาตรฐานที่กำหนดขึ้นมาเพื่อใช้ในการติดต่อกิจธุระในวงราชการ

d)

ใช้สื่อสารกันระหว่างกลุ่มชนอย่างไม่เป็นทางการ

15.

“สิ่งที่บุคคลหรือสังคมยึดถือเป็นเครื่องช่วยตัดสินใจ” คือความหมายของข้อใด

a)

วัฒนธรรม

b)

สังคม

c)

ค่านิยม

d)

ประเพณี

16.

กวีท่านใดเป็นผู้แต่งร่ายยาวมหาเวสสันดรชาดก กัณฑ์มัทรี

a)

เจ้าพระยาพระคลัง (หน)

b)

พระเทพโมลี (กลิ่น)

c)

สำนักวัดสังข์กระจาย

d)

สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส

17.

“.... สุดสายนัยนาที่แม่จะตามไปเล็งแล สุดโสตแล้วที่แม่จะซับทราบฟังสำเนียง สุดสุรเสียงที่แม่จะร่ำเรียกพิไรร้อง สุดฝีเท้าที่แม่จะเยื้องย่องยกย่างลงเหยียบดิน ก็สุดสิ้นสุดปัญญาสุดหาสุดค้นเห็นสุดคิด จะได้พานพบประสบรอยพระลูกน้อยแต่สักนิดไม่มีเลย....”

ศิลปะการประพันธ์ข้อใด ไม่ปรากฏในคำประพันธ์ข้างต้นนี้

a)

การใช้โวหารภาพพจน์

b)

การพรรณนาให้เกิดความสะเทือนอารมณ์

c)

การเล่นอักษรสัมผัส

d)

การเล่นคำ

18.

“...แถวโน้นก็แก้วเกดพิกุลแกมกับกาหลง ถัดไปก็สายหยุดประยงค์และยมโดย...” ในข้อความนี้กล่าวถึงต้นไม้กี่ชนิด

a)

๕ ชนิด

b)

๖ ชนิด

c)

๗ ชนิด

d)

๘ ชนิด

19.

ข้อใดไม่ใช่เหตุการณ์ประหลาดที่พระนางมัทรีพบระหว่างหาผลไม้

a)

ทั้งขอบฟ้าก็ดาดแดงเป็นสายเลือด

b)

ทั้งแปดทิศก็มืดมิดมัวมนทุกแห่งหน

c)

ทั้งจักจั่นพรรณลองไนเรไรร้องอยู่หริ่งๆ

d)

เหตุไฉนไม้ที่มีผลเป็นพุ่มพวงก็กลายกลับเป็นดอกดวงเดียรดาษ

20.

ข้อคิดใดไม่ปรากฏในร่ายยาวมหาเวสสันดรชาดก กัณฑ์มัทรี

a)

ความรักอันยิ่งใหญ่ของผู้เป็นแม่ย่อมทุ่มเททุกอย่างเพื่อลูก

b)

ผู้หญิงในสมัยก่อนต้องเป็นฝ่ายเริ่มต้นความสัมพันธ์กับผู้ชาย

c)

ภรรยาย่อมต้องซื่อสัตย์ต่อสามี

d)

ความโกรธทำให้ลืมความทุกข์ได้

21.

เมื่อพระนางมัทรีทรงทราบว่าพระเวสสันดรได้พระราชทานพระชาลี พระกัณหาแก่ชูชกแล้วพระนางทรงเป็นอย่างไร

a)

ตัดพ้อต่อว่าพระเวสสันดร

b)

ยินดีด้วยปิยบุตรทานบารมี

c)

ออกตามหาพระลูกทั้งสองต่อไป

d)

เศร้าโศกเสียพระทัยจนสิ้นสติสมปฤาดี

22.

กัณฑ์มัทรีสะท้อนให้เห็นเรื่องใดชัดเจนที่สุด

a)

ความยากลำบากในการใช้ชีวิตอยู่ในป่า

b)

ความทุกข์ที่เกิดจากการไม่รู้ความจริง

c)

ความจงรักภัคดีของภรรยาที่มีต่อสามี

d)

รักใคร่เล่าจะเท่ารักอันยิ่งใหญ่ของแม่

23.

ข้อใดไม่ใช่โวหารภาพพจน์

a)

จะเอาแต่ยูงยางในป่าหิมพานต์มาต่างฉัตรเงินและฉัตรทอง

b)

ยกเศียรพระมัทรีขึ้นใส่ตักวักเอาวารีมาโสรจสรงลงที่อุระพระมัทรี

c)

ทั้งจักจั่นพรรณลองไนเรไรร้องอยู่หริ่งๆระเรื่อยโรยโหยสำเนียงดั่งเสียงสังคีตขับประโคมไพร

d)

เสด็จด่วนๆดะดุ่มเดินเมิลมุ่งละเมาะไม้มองหมอบแต่ย่างเหยียบเกรียบกรอบก็เหลียวหลัง

24.

"เจ้ามิเคยได้ความยากย่างเท้าลงเหยียบดิน ริ้นก็มิได้ไต่ไรก็มิได้ตอม"

ข้อใดเป็นลักษณะเด่นของข้อความข้างต้น

a)

เป็นสำนวน

b)

มีการอ้างถึง

c)

ใช้ความเปรียบ

d)

เล่นเสียงสัมผัสสระ

25.

พระนางมัทรี เป็นแบบอย่างของผู้หญิงในด้านใดที่เด่นที่สุด

a)

มีความมานะอดทน

b)

มีความเมตตากรุณา

c)

มีความจงรักภักดีต่อสามี

d)

มีความเสียสละ

26.

มหาเวสสันดรชาดก พระพุทธเจ้าบำเพ็ญบารมีใด

a)

ทานบารมี

b)

วิริยบารมี

c)

สัจจบารมี

d)

ขันติบารมี

27.

ข้อใดไม่ใช่ตัวละครที่ปรากฏในเรื่องมหาเวสสันดรชาดก กัณฑ์มัทรี

a)

พระกัณหา

b)

พระชาลี

c)

ชูชก

d)

นางอมิตตา

28.

รสวรรณคดีที่ดีเด่นที่สุดในมหาเวสสันดรชาดกกัณฑ์มัทรีคืออะไร

a)

เสาวรจนี

b)

นารีปราโมทย์

c)

พิโรธวาทัง

d)

สัลปังคพิสัย

29.

สุดสายนัยนาที่แม่จะตามไปเล็งแล สุดโสตแล้วที่แม่จะซับทราบฟังสำเนียง สุดสุรเสียงที่แม่จะร่ำเรียกพิไรร้อง

สุดฝีเท้าที่แม่จะเยื้องย่องยกย่างลงเหยียบดิน ก็สุดสิ้นสุดปัญญาสุดหาสุดค้นเห็นสุดคิด”

คำประพันธ์นี้สะท้อนลักษณะนิสัยของพระนางมัทรีเด่นชัดที่สุดในเรื่องใด

a)

ความรักและคิดถึงลูก

b)

ความอดทนต่อความพยายามค้นหาลูก

c)

ความมุ่งมั่นพยายามค้นหาลูก

d)

ความทุกข์ยากในการตามหาลูก

30.

ข้อใดเป็นแนวคิดสำคัญของเรื่อง

มหาเวสสันดรชาดก กัณฑ์มัทรี

a)

ความเสียสละที่ยิ่งใหญ่เพื่อมวลชน

b)

ความรักอันยิ่งใหญ่ของแม่ที่มีต่อลูก

c)

บทบาท หน้าที่ของสตรีไทยที่ดีงาม

d)

การบริจาคทานที่ยิ่งใหญ่

31.

หน่วยที่เล็กที่สุดในการพูดเพื่อสื่อความหมาย คือ

a)

คำ

b)

พยางค์

c)

พยัญชนะ

d)

ประโยค

32.

ข้อใด้คือเสียงพยัญชนะต้นเดี่ยว

a)

กลาด

b)

ตราด

c)

ปลา

d)

ตา

33.

คำในข้อใดมีจำนวนพยางค์เท่ากันทุกคำ

a)

กาลสมัย - แคนตาลูป

b)

ประเพณี - คณิตศาสตร์

c)

อุทยาน - กลวิธี

d)

เบญจรงค์ - กรรมการ

34.

ข้อใดออกเสียงพยัญชนะต้นคู่ทุกคํา

a)

เจริญพร ผลิตผล ขมีขมัน

b)

สนิทสนม เผลอไผล หวั่นไหว

c)

ขวนขวาย ผลีผลาม พุทรา

d)

ตรวจตรา พลาดพลั้ง กราบกราน

35.

ข้อใดประกอบด้วยสระเดี่ยวทุกคำ

a)

ชิชะทำท่ามาเกาะแกะ เหมือนหมาแทะกระดูกไก่

b)

สังข์เสียงแตรก็อึกทึกกึกก้อง

c)

แสนระกำใจให้ร้อนผ่าว หัวอกระร้าวราน

d)

โน่นระแทะวิ่งเกะกะ ลัดเลาะลื่นละลานตา

36.

คำในข้อใดไม่ใช่คำประสม

a)

ปากหวาน

b)

ปากดี

c)

ปากสว่าง

d)

ปากแตก

37.

ข้อใดเป็นคำซ้อนทุกคำ

a)

ติดใจ ซุกซุน คัดเลือก

b)

ห้ามปราม ฉลาดเฉลียว ว่องไว

c)

ซีดเซียว หน้าตา ใจดำ

d)

ความหมาย ทรุดโทรม น่ารัก

38.

ข้อความต่อไปนี้มีคำซ้อนกี่คำ


ข้าวเป็นธัญญาหารที่มีประโยชน์อยู่ทุกอณูของเมล็ดข้าว เนื้อข้าว รำข้าว และจมูกข้าว เราจึงควรกินข้าวให้ครบทุกส่วนของเมล็ด เพื่อชีวิตที่แข็งแรงสดใส ห่างไกลจากโรคร้ายต่าง ๆ และมีสุขภาพดีอายุยืนยาว

a)

๓ คำ

b)

๔ คำ

c)

๕ คำ

d)

๖ คำ

39.

ข้อความนี้มีคำซ้อนและคำประสมอย่างกี่คำ "ในคลองมีสาหร่ายและพืชน้ำขึ้นเต็มไปหมดจนลำน้ำตื้นเขินและเน่าเสียได้

a)

ซ้อน ๓ ประสม ๒

b)

ซ้อน ๒ ประสม ๓

c)

ซ้อน ๒ ประสม ๒

40.

ข้อใดให้ความหมายคำประสมได้ถูกต้อง

a)

เกิดจากนำคำมูล ๒ คำมารวมกัน

b)

คำที่เกิดขึ้นจะมีความหมายใหม่

c)

เกิดจากคำที่มีความหมายคล้ายกันมารวมกัน

d)

คำที่มีรากศัพท์มาจากภาษาบาลีสันสกฤตมารวมกัน

41.

คำที่ขีดเส้นใต้ในข้อใดไม่เป็นคำประสม

a)

แม่แจ่มพูดมากจนคออักเสบ

b)

ป้าน้อยชอบสวมเสื้อคอกระเช้า

c)

พวกคอทองแดงกินเหล้าเก่ง

d)

เถียงไม่ขึ้นทำเป็นคอแข็ง

42.

ข้อใดมีคำประสมมากที่สุด

a)

ฝูงนางนวลบินว่อนร่อนเวหา

b)

คาดเข็มขัดนิรภัยปลอดภัยจริงหรือ

c)

ดาวเทียมช่วยในการสื่อสารได้มาก

d)

ภาพเขียนภาพนี้ทำให้ชื่อเสียงเขากระฉ่อน

43.

ข้อใดเป็นคำซ้อนทุกคำ

a)

ซ้ำซ้อน ซ่อนรูป ซักฟอก

b)

ถ่องแถ้ ถี่ถ้วน ถากถาง

c)

บับคั้น เบียดเบียน เบาความ

d)

แปรผัน เป่าหู โปรยปราย

44.

ข้อใดไม่เป็นคำซ้อน

a)

ค้าขาย

b)

เยี่ยมเยียน

c)

ริเริ่ม

d)

เมืองนอก

45.
ข้อใดคือความหมายของคำซ้อน ?
a)
คำที่เกิดจากการนำคำมูลที่มีความหมายเหมือนกัน ใกล้เคียงกัน หรือตรงข้ามกันมาวางซ้อนกันเกิดคำใหม่ มีความหมายใหม่
b)
คำที่เกิดจากการนำคำประสมมาวางซ้อนกันแล้วมีความหมายเหมือนเดิม
c)
คำที่เกิดจากการนำคำมูลสองคำขึ้นไปมาประสมกันแล้วมีความหมายใหม่
d)
คำที่เกิดจากคำประสมสองคำขึ้นไปมาวางซ้อนกันแล้วเกิดความหมายใหม่
46.
"ฝากมาเป็นเสียงเพลงแทนคำพูดจา" จากประโยคดังกล่าวคำใดในประโยคเป็นคำซ้อน
a)
ฝากมา
b)
เสียงเพลง
c)
มาเป็น
d)
พูดจา
47.
ข้อใดไม่มีคำซ้อน
a)
หน้าตาของชายน้อยดูสดใสขึ้นเมื่อทราบข่าวคนรักของเธอ
b)
วนิดาตกอยู่ในวังวนของความทุกข์ที่ดูจะหาทางออกไม่ได้
c)
ภาวิดาเขาไม่เดือดร้อนที่คนเข้าใจผิดเรื่องการทำงานของเธอ
d)
นนทวัฒน์ไม่รู้จักมักคุ้นกับนนทกานต์ แต่เขาก็มาชวนเธอไปทำงาน
48.

ข้อใดต่อไปนี้ ไม่เป็นคำซ้อนทั้งหมด

a)

ซื่อตรง พักเบรก ข้าทาส

b)

เร็วไว ทรัพย์สิน ชั่วดี

c)

ภูตผี ฆ่าฟัน ข้าไท

d)

สูญหาย กันชน พัดวี

49.

3. คำในข้อใดเป็นคำประสมทุกคำ

a)

ก. กระจุกกระจิก, กระชุ่มกระชวย

b)

ข. นักรบ, แม่น้ำ

c)

ค. พิมพ์ผ้า,พิมพ์หนังสือ

d)

ง. รถยนต์,รถใหม่

50.

คำในข้อใดมีเสียงพยัญชนะต้นแตกต่างจากข้ออื่น

a)

ก. คน

b)

ข. ฆ่า

c)

ค. ไข่

d)

ง. แผน