Worksheetsสอบก่อนเรียนส่งกำลังรถถยนต์
Total questions: 100
Worksheet time: 50mins
ถ้าแผ่นกดคลัตซ์ไม่ถูกสปริงกดอัดจะเกิดอะไรขึ้น
ก. เสื้อคลัตซ์จะหมุนไปกับแผ่นคลัตซ์
ข. แผ่นคลัตซ์จะหมุนไปกับล้อตุนกำลัง
ค. แผ่นกดคลัตซ์จะติดอยู่กับแผ่นคลัตซ์
ง. แผ่นคลัตซ์ไม่ส่งกำลังงาน
คลัตซ์แบบสปริงไดอะเฟรมและแบบสปริงขดเป็นคลัตซ์ชนิดใด
ก. คลัตซ์ใช้แรงเหวี่ยง
ข. คลัตซ์อาศัยความเสียดทาน
ค. คลัตซ์อาศัยอำนาจแม่เหล็ก
ง. คลัตซ์อาศัยของเหลว
ถ้าสปริงขดยุบตัวข้อใดกล่าวถูกต้อง
ก. เสื้อคลัตซ์กดสปริง
ข. แผ่นกดคลัตซ์กดอัดแผ่นคลัตซ์
ค. แผ่นกดคลัตซ์ถูกนิ้วคลัตซ์ยกขึ้น
ง. นิ้วคลัตซ์ถูกสปริงขดกดให้ยุบตัว
คลัตซ์ติดตั้งอยู่ระหว่างอุปกรณ์ใด
ก. เครื่องยนต์กับล้อตุนกำลัง
ข. ล้อตุนกำลังกับเพลากลาง
ค. เครื่องยนต์กับกระปุกเกียร์
ง. ล้อตุนกำลังกับเฟืองท้าย
ดุมคลัตซ์ถูกออกแบบเป็นร่องฟัน (Spline) เพื่ออะไร
ก. เพื่อเลื่อนไปมาได้ขณะคลัตซ์ตัดกำลัง
ข. เพื่อสวมกับเพลาคลัตซ์ตลอดเวลา
ค. เพื่อให้ส่งกำลังงานได้
ง. เพื่อเป็นร่องสวมกับล้อตุนกำลัง
อุปกรณ์ใดที่หมุนไปพร้อมกับล้อตุนกำลังตลอดเวลา
ก. แผ่นคลัตซ์
ข. เพลาคลัตซ์
ค. ลูกปืนคลัตซ์
ง. เสื้อคลัตซ์
เมื่อแผ่นคลัตซ์ถูกกดในขณะทำงาน ชิ้นส่วนใดรับแรงกระแทกที่เกิดขึ้น
ก. ผ้าคลัตซ์
ข. ดุมคลัตซ์
ค. จานเหล็กกลม
ง. สปริงด้านแรงบิด
คลัตซ์ทำหน้าที่อะไรในระบบส่งกำลัง
ก. ตัดต่อกำลังจากเครื่องยนต์ไปเพลากลาง
ข. ตัดต่อกำลังระหว่างเครื่องยนต์กับล้อตุนกำลัง
ค. ตัดต่อกำลังระหว่างเครื่องยนต์กับกระปุกเกียร์
ง. ตัดต่อกำลังระหว่างคลัตซ์กับล้อตุนกำลัง
คลัตซ์แบ่งตามลักษณะการทำงานได้กี่ชนิด
ก. 1 ชนิด
ข. 2 ชนิด
ค. 3 ชนิด
ง. 4 ชนิด
ข้อดีของคลัตซ์ที่อาศัยความเสียดทานสองแผ่นคือข้อใด
ก. มีกำลังจับยึดสูง
ข. ส่งกำลังได้นิ่มนวลกว่า
ค. มีผ้าคลัตซ์มากกว่ามีกำลังจับยึดสูง
ง. ใช้กับรถยนต์ที่มีแรงขับเคลื่อนน้อย
ข้อใดกล่าวถูกต้อง
ก. คลัตซ์แบบเปียกอาศัยแผ่นคลัตซ์เพียงแผ่นเดียว
ข. คลัตซ์แบบเปียกมีผ้าคลัตซ์หลายแผ่น
ค. คลัตซ์แบบเปียกประกอบอยู่ระหว่างล้อตุนกำลังกับเพลากลาง
ง. คลัตซ์แบบเปียกใช้กับรถยนต์ขนาดเล็ก
ข้อใดเป็นการส่งกำลังงานของคลัตซ์แบบอาศัยอำนาจแม่เหล็ก
ก. เครื่องยนต์ > ล้อตุนกำลัง > ผงเหล็ก > แผ่นคลัตซ์
ข. เครื่องยนต์ > ผงเหล็ก > แผ่นคลัตซ์ > ล้อตุนกำลัง
ค. เครื่องยนต์ > ล้อตุนกำลัง > ผงเหล็ก > เกียร์
ง. เครื่องยนต์ > ล้อช่วยแรง > แผ่นคลัตซ์ > เพลาคลัตซ์
ส่วนประกอบที่สำคัญของชุดต่อประกอบแบบของไหล (Fluid Coupling) คือข้อใด
ก. ปั๊ม , สเตเตอร์ , เทอร์ไบน์
ข. ปั๊ม , สเตเตอร์
ค. ปั๊ม , เทอร์ไบน์
ง. สเตเตอร์ , ตัวตาม
“น้ำมันจากใบพัดตัวขับวิ่งเข้าชนใบพัดตัวตามแล้วย้อนกลับมายังตัวขับอีก” อาการนี้จะทำให้เกิดอะไรกับชุดต่อประกอบแบบของไหล
ก. ไม่สามารถเพิ่มแรงบิดได้
ข. คลัตซ์สูญเสียพลังงาน
ค. ความเร็วตัวขับแตกต่างจากตัวตาม
ง. เพิ่มแรงบิดได้มากกว่าเดิม
ข้อใดบอกการส่งกำลังงานคลัตซ์ที่ใช้ของเหลวได้ถูกต้อง
ก. ล้อตุนกำลัง > ปั๊ม > ตัวตาม
ข. เสื้อคลัตซ์ > แผ่นคลัตซ์ > เพลาคลัตซ์
ค. ปั๊ม > สเตเตอร์ > เทอร์ไบน์
ง. ล้อตุนกำลัง > สเตเตอร์ > ปั๊ม > ตัวตาม
เมื่อเหยียบคันเหยียบคลัตซ์สุดระยะแล้วคลัตซ์ไม่ตัดกำลังงานเป็นเพราะเหตุใด
ก. แม่ปั๊มคลัตซ์ส่งแรงดันน้ำมันคลัตซ์ให้ปั๊มคลัตซ์ล่างมากเกินไป
ข. สายคลัตซ์ไม่เคลื่อนที่
ค. ความสูงคันเหยียบคลัตซ์มากเกินไป
ง. ระยะฟรีคันเหยียบคลัตซ์มากเกินไป
คลัตซ์ไม่ส่งกำลังหรือคลัตซ์ลื่นสาเหตุมาจากข้อใด
ก. หน้าสัมผัสผ้าคลัตซ์สึกหรอมากเกินไป
ข. ไม่มีระยะฟรีคลัตซ์
ค. ปั๊มคลัตซ์บนไม่ทำงาน
ง. สายคลัตซ์ขาด
ชิ้นส่วนใดที่คลัตซ์แบบสปริงไดอะเฟรมไม่มี
ก. นิ้วคลัตซ์ แผ่นคลัตซ์
ข. แผ่นคลัตซ์ แผ่นกดคลัตซ์
ค. แผ่นกดคลัตซ์ นิ้วคลัตซ์
ง. สปริงขด นิ้วคลัตซ์
ข้อใดกล่าวถูกต้อง
ก. คลัตซ์แบบความฝืดนิยมใช้กันมีอยู่ 2 ชนิด
ข. คลัตซ์ที่อาศัยแม่เหล็กนิยมใช้ในรถยนต์
ค. คลัตซ์ที่ทำงานด้วยของเหลวไม่นิยมใช้ในรถยนต์
ง. คลัตซ์แบบความฝืดใช้น้ำมันเป็นตัวส่งกำลัง
ข้อใดไม่ใช่เกียร์แบบมาตรฐาน
ก. แบบอัตโนมัติ
ข. แบบเฟืองขบกันตลอดเวลา
ค. แบบเลื่อนเฟืองเข้าขบ
ง. แบบซิงโครเมช
ข้อใดไม่ใช่ชิ้นส่วนของชุดตัวประสานเฟือง
ก. เฟืองทองเหลือง
ข. ฟันหน้าเฟือง
ค. ปลอกเลื่อน
ง. ลิ่มเลื่อน
นักเรียนรู้ว่าเกียร์ทำหน้าที่เพิ่มแรงบิด นักเรียนรู้หรือไม่ว่าเกียร์ใดให้แรงบิดมากที่สุด
ก. เกียร์ว่าง
ข. เกียร์ 1
ค. เกียร์ 2
ง. เกียร์ 5
เกียร์แบบเลื่อนเฟืองเข้าขบฟันเฟืองของเกียร์เป็นแบบ
ก. เฟืองฟันเฉียง
ข. เฟืองตัวหนอน
ค. เฟืองฟันเฉียงและฟันตรง
ง. เฟืองฟันตรง
ขณะที่เริ่มออกรถอัตราทดที่เกียร์ควรจะเป็นอย่างไร
ก. อัตราทดเกียร์สูง
ข. อัตราทดเกียร์ต่ำ
ค. อัตราทดไม่มี
ง. อัตราทดเท่ากับเครื่องยนต์
เกียร์ติดตั้งอยู่ระหว่างอุปกรณ์ใด
ก. เครื่องยนต์กับเฟืองท้าย
ข. เครื่องยนต์กับคลัตซ์
ค. คลัตซ์กับเพลากลาง
ง. คลัตซ์กับเพลาท้าย
เกียร์ชนิดใดที่มีคลัตซ์เกียร์เชื่อมต่อเข้ากับเกียร์
ก. แบบเฟืองเลื่อน
ข. แบบซิงโครเมซ
ค. แบบโอเวอร์ไดรฟ์
ง. แบบเฟืองขบกันตลอดเวลา
เกียร์แบบซิงโครเมซ ถ้าเราเลื่อนไปขบกับเฟืองหัวเพลทคลัตซ์จะเป็นตำแหน่งเกียร์ใด
ก. 3
ข. 4
ค. 5
ง. ถอยหลัง
ถ้าเราเข้าเกียร์ 4 เฟืองใดที่แหวนทองเหลืองชะลอความเร็ว
ก. เฟืองตามเกียร์ 4
ข. เฟืองเพลาคลัตซ์
ค. เฟืองเพลารอง
ง. เฟืองตามเพลากำลัง
เกียรใดในเกียร์แบบมาตรฐานที่ยังคงใช้เฟืองฟันตรงอยู่
ก. ถอยหลัง
ข. เกียร์ 1
ค. เกียร์ 4
ง. เกียร์ 5
เพลาคลัตซ์ส่งกำลังโดยตรงไปยังเพลากำลังในเกียร์แบบซิงโครเมซคือตำแหน่งใด
ก. เกียร์ 1
ข. เกียร์ 2
ค. เกียร์ 3
ง. เกียร์ 4
เกียร์แบบเลื่อนเฟือง เฟืองที่อยู่หน้าเฟืองเพลาคลัตซ์และอยู่หน้าเฟืองเกียร์ 2 เรียกเฟืองนี้ว่าอะไร
ก. เดือยเฟือง
ข. ซิงโครไนเซอร์
ค. เฟืองเกียร์ 2
ง. เฟืองเกียร์ 3
เกียร์แบบใดที่เฟืองเข้าขบกันแล้วเกิดเสียงดังมาก
ก. เฟืองขบกันตลอดเวลา
ข. เลื่อนเฟืองเข้าขบ
ค. ซิงโครเมซ
ง. โอเวอร์ไดรฟ์
ขณะเข้าเกียร์ความเร็วปลอกเลื่อนกับเฟืองไม่เท่ากันคือเกียร์แบบใด
ก. เลื่อนเฟืองเข้าขบ
ข. ซิงโครเมซ
ค. เฟืองขบกันตลอดเวลา
ง. โอเวอร์ไดรฟ์
ขณะเข้าเกียร์ความเร็วปลอกเลื่อนกับเฟืองเท่ากันคือเกียร์แบบใด
ก. เฟืองขบกันตลอดเวลา
ข. เลื่อนเฟืองเข้าขบ
ค. โอเวอร์ไดรฟ์
ง. ซิงโครเมซ
ความเร็วเพลากลางมากกว่าความเร็วเพลาคลัตซ์คือเกียร์แบบใด
ก. เฟืองขบกันตลอดเวลา
ข. เลื่อนเฟืองเข้าขบ
ค. โอเวอร์ไดรฟ์
ง. คลัตซ์เกียร์
อุปกรณ์ที่ทำหน้าที่ชะลอความเร็วของเฟืองบนเพลากำลังในเกียร์แบบซิงโครเมซคือข้อใด
ก. ฟันหน้าเฟือง
ข. ปลอกเลื่อน
ค. เฟืองทองเหลือง
ง. คลัตซ์เกียร์
ก่อนที่จะเลื่อนคันเข้าเกียร์ไปยังตำแหน่งเกียร์อื่นต้องถอยคันเข้าเกียร์มาตำแหน่งใด
ก. เกียร์ 1
ข. เกียร์ 3
ค. เกียร์ 5
ง. เกียร์ว่าง
เกียร์แบบซิงโครเมซชนิด 5 เกียร์ เฟืองจะขบกันตลอดเวลาจำนวนกี่คู่
ก. 4 คู่
ข. 5 คู่
ค. 6 คู่
ง. 7 คู่
จากข้อ 19 เพลาใดที่มีเฟืองหมุนฟรีอยู่บนเพลา
ก. เพลากำลัง
ข. เพลาคลัตซ์
ค. เพลารอง
ง. เพลาข้อเหวี่ยง
เพลากลางติดตั้งอยู่ระหว่างอุปกรณ์ใด
ก. เกียร์กับเพลาท้าย
ข. เกียร์กับเฟืองท้าย
ค. เกียร์กับเฟืองขับ
ง. เกียร์กับแหนบ
รถยนต์ประเภทใดต่อไปนี้ที่ไม่ใช้เพลากลาง
ก. เครื่องหน้าขับหน้า ข. เครื่องหน้าขับหลัง
ค. เครื่องหลังขับหลัง ง. ถูกทุกข้อ
ก. เครื่องหน้าขับหน้า
ข. เครื่องหน้าขับหลัง
ค. เครื่องหลังขับหลัง
ง. ถูกทุกข้อ
ข้อใดไม่ใช่หน้าที่ของเพลากลาง
ก. ส่งถ่ายแรงบิดและอาการหมุน
ข. ส่งถ่ายแรงบิดขณะล้อเต้นขึ้น–ลง
ค. ส่งถ่ายแรงบิดขณะเพลากลางเปลี่ยนมุม
ง. ส่งถ่ายแรงบิดขณะเกียร์ตัดกำลัง
เพลากลางแบ่งออกเป็นกี่ชนิด
ก. 2 ชนิด
ข. 3 ชนิด
ค. 4 ชนิด
ง. 5 ชนิด
เพลากลางชนิดใดที่มีเพลากลมตันสอดอยู่ภายใน
ก. เพลาท่อนเดียว
ข. เพลากลางท่อนเดียว
ค. เพลากลางท่อแรงบิด
ง. เพลากลางใช้ข้อต่อ
เพลากลางที่ใช้ข้อต่อมากกว่าสามตัวคือข้อใด
ก. เพลากลางสองท่อน
ข. เพลากลางท่อนเดียว
ค. เพลากลางท่อแรงบิด
ง. เพลากลางใช้ข้อต่อ
เพลากลางที่ใช้ข้อต่อชนิดกากบาทสามตัวคือข้อใด
ก. เพลาท่อนเดียว
ข. เพลากลางสองท่อน
ค. เพลากลางท่อแรงบิด
ง. ผิดทุกข้อ
การขับเคลื่อนตัวรถให้เคลื่อนที่โดยผ่านจากล้อไปเพลากลางและไปผ่านตัวรถ คือเพลากลางชนิดใด
ก. เพลาท่อนเดียว
ข. เพลากลางท่อนเดียว
ค. เพลากลางท่อแรงบิด
ง. เพลากลางใช้ข้อต่อ
ขณะที่เพลากลางและกระปุกเกียร์อยู่ในระนาบเดียวเป็นผลให้เพลากลางมีลักษณะอย่างไร
ก. เพลากลางยาวที่สุด
ข. เพลากลางคดงอ
ค. เพลากลางสั้นที่สุด
ง. เพลากลางหมุนเร็วที่สุด
เพลากลางรับกำลังงานจากเพลาใด
ก. เพลาคลัตซ์
ข. เพลารอง
ค. เพลาข้อเหวี่ยง
ง. เพลากำลัง
ข้อต่อชนิดใดที่นิยมใช้กับเพลากลาง
ก. ข้อต่อกากบาท–ข้อต่อเลื่อน
ข. ข้อต่อกากบาท–ข้อต่อความเร็วคงที่
ค. ข้อต่อยาง–ข้อต่อกากบาท
ง. ข้อต่อสลักร้อยลูกกลิ้ง–ข้อต่อเลื่อน
โครงสร้างของเพลากลางชนิดใดที่มีลูกปืนรองรับ
ก. เพลากลางท่อนเดียว
ข. เพลากลางท่อแรงบิด
ค. เพลากลางใช้ข้อต่อ
ง. เพลากลางสองท่อน
ข้อต่ออ่อนชนิดใดส่งกำลังได้สม่ำเสมอดี
ก. ความเร็วคงที่–ชนิดยางและผ้าใบ
ข. กากบาท–ชนิดยางและผ้าใบ
ค. ข้อต่อสลักร้อยลูกกลิ้ง–ความเร็วคงที่
ง. ข้อต่อสลักร้อยลูกกลิ้ง–กากบาท
ข้อต่อชนิดใดที่ทำหน้าให้เพลากลางเปลี่ยนความยาวได้
ก. ข้อต่อกากบาท
ข. ข้อต่อความเร็วคงที่
ค. ข้อต่อสลักร้อยลูกกลิ้ง
ง. ข้อต่อเลื่อน
ข้อต่อชนิดใดไม่สามารถทำให้เพลากลางเปลี่ยนแปลงมุมได้
ก. ข้อต่อกากบาท
ข. ข้อต่อเลื่อน
ค. ข้อต่อความเร็วคงที่
ง. ข้อต่อชนิดยางและชนิดผ้าใบ
ข้อต่ออ่อนชนิดใดที่นิยมใช้กับเพลาขับล้อหน้า
ก. ข้อต่อกากบาท
ข. ข้อต่อเลื่อน
ค. ข้อต่อความเร็วคงที่
ง. ข้อต่อสลักร้อยลูกกลิ้ง
ส่วนประกอบที่เรียกว่ารางในคือชิ้นส่วนของข้อต่อใด
ก. ข้อต่อกากบาท
ข. ข้อต่อเลื่อน
ค. ข้อต่อชนิดยางและชนิดผ้าใบ
ง. ข้อต่อความเร็วคงที่
ข้อต่อชนิดใดในเพลากลางที่สวมอยู่ในเพลาเกียร์
ก. ข้อต่อกากบาท
ข. ข้อต่อเลื่อน
ค. ข้อต่อความเร็วคงที่
ง. ข้อต่อชนิดยางและชนิดผ้าใบ
ข้อต่อเลื่อนและข้อต่ออ่อนยึดติดเข้าด้วยกันโดยอุปกรณ์ใด
ก. กากบาท
ข. ก้ามปู
ค. ร่องฟัน
ง. แกนเพลากลาง
ร่องฟันใช้กับข้อต่อชนิดใด
ก. ข้อต่อกากบาท
ข. ข้อต่อความเร็วคงที่
ค. ข้อต่อเลื่อน
ง. ข้อต่อยางและผ้าใบ
เพลาขับล้อแบ่งออกเป็นกี่แบบ
ก. 1 แบบ
ข. 2 แบบ
ค. 3 แบบ
ง. 4 แบบ
เพลาขับล้อรับแรงขับมาจากข้อใด
ก. เครื่องยนต์
ข. เกียร์
ค. ชุดเฟืองดอกจอก
ง. เพลากำลัง
เพลาขับล้อหน้าข้างหนึ่งใช้ข้อต่ออ่อนกี่ตัว
ก. 2 ตัว
ข. 3 ตัว
ค. 4 ตัว
ง. 5 ตัว
เหตุที่เพลาขับล้อหน้าต้องใช้ข้อต่ออ่อนเพราะเหตุใด
ก. เพลามีโอกาสสั้นยาวได้
ข. เพลาได้รับแรงเบียดด้านข้าง
ค. เพลารับแรงหมุนและแรงบิด
ง. เพลาเปลี่ยนมุมตามล้อต้น
ข้อใดไม่ใช่หน้าที่ของเพลาขับล้อหน้า
ก. รับแรงบิดจากการส่งกำลัง
ข. รับน้ำหนักของรถ
ค. รับแรงหมุนจากเฟืองดอกจอก
ง. รับแรงเบียดด้านข้าง
ข้อใดไม่ใช้ส่วนประกอบของข้อต่ออ่อนเพลาขับล้อหน้าเบอร์ฟิลด์เซปปา
ก. ฝาครอบ
ข. ลูกปืนกลม
ค. รางนอก
ง. กรอบลูกปืน
ข้อต่ออ่อนด้านที่ติดกับล้อรถยนต์ (ตัวนอก) ทำหน้าที่อะไร
ก. ยึดล้อกับเพลาขับ
ข. ยอมให้เพลาสั้นยาวได้
ค. รับน้ำหนักรถ
ง. ยอมให้ล้อหันเลี้ยวได้
ข้อต่อตัวที่อยู่ติดกับชุดเกียร์ (ด้านใน) ทำหน้าที่อะไร
ก. ยึดล้อกับเพลาขับ
ข. ยอมให้เพลาสั้นยาวได้
ค. รับน้ำหนักรถ
ง. ยอมให้ล้อหันเลี้ยวได้
ข้อใดที่ไม่ใช่หน้าที่ของข้อต่ออ่อนแบบสามขา
ก. ใช้ลูกปืนกลมรับส่งแรงบิด
ข. ติดตั้งอยู่ทางด้านล้อ
ค. รับแรงสั่นได้ทั้งแนวตั้งแนวนอน
ง. ลูกกลิ้งวิ่งไปบนกรอบ
ข้อใดกล่าวได้ถูกต้อง
ก. เพลาขับล้อหน้ารับกำลังงานจากเกียร์ส่งกำลังโดยตรง
ข. ข้อต่ออ่อนแบบสามขาติดตั้งอยู่ด้านนอกติดกับล้อ
ค. เพลาขับล้อหน้าใช้ข้อต่อเพียงจุดเดียว
ง. การหันเลี้ยวทำให้เกิดแรงเบียดที่เพลาขับล้อหน้า
ข้อใดกล่าวได้ถูกต้อง
ก. ข้อต่อเลื่อนไม่มีติดตั้งในเพลาขับล้อหน้า
ข. ข้อต่อแบบสามขาเป็นข้อต่อเลื่อนอยู่ในตัว
ค. ข้อต่อแบบฟิลด์เชปปาเป็นข้อต่อเลื่อนในตัว
ง. ขณะที่เพลาหน้าทำมุมมาก ขณะล้อเต้นขึ้นลงเพลาจะสั้นลง
ข้อใดไม่ใช่หน้าที่ของเพลาขับล้อหลัง
ก. สวมอยู่ในเสื้อเพลาท้าย
ข. ยึดติดตั้งล้อ
ค. ส่งถ่ายกำลังผ่านโครงรถ
ง. รองรับน้ำหนักรถ
ชนิดของเพลาขับล้อหลังมีกี่แบบ
ก. 3 แบบ
ข. 4 แบบ
ค. 5 แบบ
ง. 6 แบบ
เพลาท้ายแบบเบนโจ คือเพลาท้ายแบบใด
ก. เพลากลางเป็นท่อแรงบิด
ข. เพลาอิสระ
ค. เพลากลางใช้ข้อต่ออ่อน
ง. เสื้อเพลาท้ายมีจุดหมุนด้านใดหนึ่งด้าน
เสื้อเพลาท้ายแบบเบนโจ มีข้อดีอย่างไร
ก. ถอดแยกได้
ข. ถอดแยกไม่ได้
ค. มีข้อต่ออ่อนประกอบกับเพลาท้าย
ง. เพลาท้ายประกอบอยู่ด้านนอกเสื้อเพลา
เสื้อเพลาท้ายทำหน้าที่อะไร
ก. ขับเคลื่อนล้อรถยนต์
ข. รับแรงเบียดจากล้อ
ค. รับน้ำหนักรถยนต์
ง. ส่งกำลังให้กับเพลากลาง
เพลาท้ายแบบเพลากลางเป็นท่อแรงบิดออกแบบมาเพื่ออะไร
ก. ป้องกันข้อต่ออ่อนรับภาระมาก
ข. ให้เพลาท้ายรับน้ำหนักได้
ค. ทำให้เพลากลางส่งกำลังได้ดี
ง. ให้รถนิ่มนวลขณะขับขี่
การรองรับเพลาท้ายในเสื้อเพลาแบ่งออกได้กี่แบบ
ก. 3 แบบ
ข. 4 แบบ
ค. 5 แบบ
ง. 6 แบบ
การรอบรับเพลาท้ายแบบใดที่นิยมใช้กันมากในปัจจุบัน
ก. เพลาจม
ข. เพลาลอย
ค. เพลาลอยสามในสี่ส่วน
ง. เพลากึ่งลอย
ส่วนประกอบใดที่ไม่ได้ติดตั้งอยู่บนเพลาท้ายแบบเบนโจ
ก. ลูกปืนรองรับเพลา
ข. บูชอัดลูกปืน
ค. กันรั่ว
ง. ล้อ
เฟืองท้ายประกอบอยู่ด้านหลังของรถยนต์รับกำลังมาจากข้อใด
ก. เฟืองวงแหวน
ข. เฟืองขับ
ค. เพลากลาง
ง. เกียร์
ข้อใดเป็นหน้าที่ของเฟืองท้าย
ก. กำลังขับจากเพลาข้าง
ข. ขับเคลื่อนตัวรถ
ค. รับกำลังขับจากเกียร์
ง. เพิ่มแรงบิดขับเพลาข้าง
ข้อใดกล่าวได้ถูกต้อง
ก. เพลากลางส่งกำลังเพลาขับ
ข. เฟืองวงแหวนติดตั้งอยู่กับเฟืองขับ
ค. เพลาข้างเป็นชิ้นเดียวกันทั้งสองข้าง
ง. เพลาข้างความเร็วเท่ากันตลอด
ชิ้นส่วนใดทำหน้าที่รับแรงขับจากแนวเส้นตรงมาเป็นแนวตั้งฉาก 90 องศา
ก. เฟืองขับ
ข. เฟืองวงแหวน
ค. เฟืองดอกจอก
ง. เฟืองข้าง
เฟืองบายศรีหรือเรียกอีกชื่อว่าอะไร
ก. เฟืองดอกจอก
ข. เฟืองข้าง
ค. เฟืองขับ
ง. เฟืองวงแหวน
เฟืองใดต่อไปนี้ทำหน้าที่ส่งแรงขับให้กับเพลาข้าง
ก. เฟืองข้าง
ข. เฟืองดอกจอก
ค. เฟืองวงแหวน
ง. เฟืองขับ
เฟืองขับขณะหมุนทำงาน มีความเร็วการหมุนเท่ากับชิ้นส่วนใด
ก. เฟืองวงแหวน
ข. เฟืองดอกจอก
ค. เพลากลาง
ง. เพลาข้าง
ชิ้นส่วนใดที่ไม่ได้ประกอบอยู่ในเสื้อเฟืองดอกจอก
ก. เพลาเฟืองดอกจอก
ข. เฟืองวงแหวน
ค. เฟืองดอกจอก
ง. เฟืองข้าง
เมื่อรถวิ่งทางตรงเพลาข้างทั้งสองจะมีความเร็วเท่ากัน อุปกรณ์ที่ส่งกำลังให้กับเฟืองข้างและเพลาข้าง คืออุปกรณ์ใด
ก. เสื้อเฟืองทด
ข. เพลาเฟืองดอกจอก
ค. เพลากลาง
ง. เฟืองดอกจอก
ความเร็วของเพลาข้างไม่เท่ากันจะเกิดอะไรขึ้นกับเฟืองท้าย
ก. เฟืองท้ายจะส่งกำลังไปยังเพลาที่หมุนเร็วกว่า
ข. เฟืองท้ายส่งกำลังไปยังสองเพลาเท่ากัน
ค. เฟืองท้ายรับกำลังขับน้อยลง
ง. เฟืองท้ายส่งกำลังไปสม่ำเสมอ
เมื่อรถเลี้ยวซ้ายล้อหลังซ้ายจะหมุนช้ากว่าล้อด้านขวาเพราะ
ก. ล้อด้านขวามีระยะทางน้อยกว่า
ข. ล้อด้านซ้ายมีระยะทางน้อยกว่า
ค. ล้อด้านขวาเกิดการลื่นไหล
ง. ล้อด้านซ้ายล็อกตายตัว
จากข้อที่ 91 เฟืองดอกจอกทำงานอย่างไร
ก. เฟืองดอกจอกไม่เคลื่อนที่
ข. เฟืองดอกจอกหมุนอยู่กับที่
ค. เฟืองดอกจอกหมุนไต่บนเฟืองข้างด้านขวา
ง. เฟืองดอกจอกไต่บนเฟืองข้างด้านซ้าย
เพลาข้างของรถยนต์สวมอยู่กับเฟืองใด
ก. เฟืองดอกจอก
ข. เฟืองบายศรี
ค. เฟืองข้าง
ง. เฟืองขับ
เฟืองดอกจอกติดตั้งอยู่ในเสื้อดอกจอกได้โดย
ก. เพลาดอกจอก
ข. เพลาข้าง
ค. นอตยึด
ง. ล็อกติดกับเฟืองข้าง
เฟืองข้างจะหมุนไปได้ก็ต่อเมื่อรับกำลังจากเฟืองอะไร
ก. เฟืองวงแหวน
ข. เฟืองดอกจอก
ค. เฟืองขับ
ง. ตัวมันเอง
เสื้อดอกจอกส่งกำลังให้กับอุปกรณ์ใดต่อไปนี้
ก. เพลาข้าง
ข. เฟืองบายศรี
ค. เฟืองดอกจอก
ง. เพลาดอกจอก
ข้อใดกล่าวได้ถูกต้อง
ก. เฟืองบายศรีคือเฟืองข้าง
ข. เฟืองข้างรับกำลังมาจากเพลาข้าง
ค. เสื้อดอกจอกไม่ได้รับกำลังจากเฟืองขับ
ง. เสื้อเฟืองท้ายติดตั้งอยู่กับโครงรถยนต์
เฟืองท้ายแบ่งออกเป็นกี่ชนิด
ก. 3 ชนิด
ข. 4 ชนิด
ค. 5 ชนิด
ง. 6 ชนิด
ชิ้นส่วนใดไม่ติดตั้งอยู่กับเสื้อดอกจอก
ก. เฟืองข้าง
ข. เฟืองวงแหวน
ค. เฟืองดอกจอก
ง. เฟืองขับ
เฟืองท้ายชนิดใดที่มีคลัตซ์ติดอยู่กับเฟืองข้าง
ก. เฟืองท้ายแบบธรรมดา
ข. เฟืองท้ายแบบเฟืองแพลเนต
ค. เฟืองท้ายแบบไม่ลื่น
ง. ไม่มีข้อใดถูกต้อง
ความฝืด เกิดกับส่วนใดในคลัตซ์ที่ทำงานโดยอาศัยความฝืด
ก. ล้อตุนกำลัง
ข. ผ้าคลัตซ์
ค. สปริงไดอะเฟรม
ง. เสื้อคลัตซ์
