NEW
Font size
Worksheetsทบทวนบทที่ 4-5
Total questions: 50
Worksheet time: 1hrs 4mins
ข้อใดเรียงลำดับขั้นตอนการฟังอย่างมีประสิทธิภาพได้ถูกต้อง
1. เข้าใจ
จับประเด็น
วิเคราะห์
ประเมินค่า
ตีความ
ใช้ประโยชน์
2. เข้าใจ
วิเคราะห์
จับประเด็น
ประเมินค่า
ตีความ
ใช้ประโยชน์
3. เข้าใจ
จับประเด็น
วิเคราะห์
ตีความ
ประเมินค่า
ใช้ประโยชน์
4. เข้าใจ
ตีความ
วิเคราะห์
จับประเด็น
ประเมินค่า
ใช้ประโยชน์
ข้อใดเป็นสิ่งที่ควรปฏิบัติในขณะฟัง
1. ตระหนักถึงจุดมุ่งหมายของการฟัง
2. ทำความเข้าใจและจับประเด็น
3. นั่งในตำแหน่งที่เห็นผู้พูดชัดเจน
4. แลกเปลี่ยนความรู้กับเพื่อนๆ
การฟังรายงานผลการสำรวจพฤติกรรมผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในประเทศไทย ปี 2562 พบว่า “คนไทยเชื่อมั่นในความมั่นคงปลอดภัยและกล้าที่จะใช้อินเทอร์เน็ตเฉลี่ย 73.3% และคน Gen Y ยังคงครองแชมป์ใช้อินเทอร์เน็ตมากที่สุด โดยเทรนด์ปี 2562 การสั่งอาหาร ชำระเงิน รับ-ส่งสินค้า ดูหนังฟังเพลง และเรียกรถโดยสารออนไลน์กำลังมาแรง” เป็นการฟังสารประเภทใด
1. การฟังสารประเภทอิเล็กทรอนิกส์
2. การฟังสารประเภทจรรโลงใจ
3. การฟังสารประเภทโน้มน้าวใจ
4.การฟังสารประเภทให้ความรู้
การฟังสารประเภทให้ความรู้ ข้อใดต่อไปนี้กล่าวถูกต้อง
1. การฟังสารประเภทให้ความรู้เป็นการฟังสารที่มีเนื้อหาวิชาการเฉพาะศาสตร์ เช่น วิทยาศาสตร์ แพทยศาสตร์ มนุษยศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ ไม่ครอบคลุมสารที่มีเนื้อหาทั่วไปในชีวิตประจำวัน
2. การฟังข่าวการเมืองเป็นการฟังสารประเภทให้ความรู้อย่างหนึ่ง เป็นการฟังการรายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง ปรากฏเพียงข้อเท็จจริงเท่านั้น
3. การฟังรายการคลับ ฟรายเดย์ (Club Friday) เป็นการฟังสารประเภทให้ความรู้อย่างหนึ่ง พี่อ้อยพี่ฉอดพิธีกรของรายการเป็นผู้รู้ ผู้เชี่ยวชาญการให้คำแนะนำเรื่องความรัก ดังนั้นผู้ฟังจึงสามารถเชื่อและปฏิบัติตามได้ทันที
4. การฟังอาจารย์สอนหนังสือในห้องเรียน นอกจากนิสิตจะได้รับความรู้เกี่ยวกับศาสตร์สาขาวิชาต่าง ๆ แล้ว บางครั้งอาจารย์อาจจะให้ข้อคิดหรือคติชีวิต นับว่าเป็นการฟังสารประเภทให้ความรู้ได้เช่นกัน
ข้อใดต่อไปนี้บ่งชี้ประเด็นความแตกต่างระหว่างการฟังสารจากบุคคลและการฟังสารจากสื่ออิเล็กทรอนิกส์
1. การทบทวนประเด็นสำคัญหลังจากฟังเสร็จสิ้น
2. การกำหนดจุดมุ่งหมายในการฟังทุกครั้งก่อนเริ่มต้นฟัง
3. การสอบถามได้โดยตรงเมื่อเกิดข้อสงสัย
4. การมีความพร้อมทางด้านร่างกายและจิตใจตลอดจนการใช้อุปกรณ์ช่วยบันทึกในขณะฟัง
ขณะฟังผู้นำพูดออกสื่อโทรทัศน์ บุคคลในข้อใดได้รับประโยชน์น้อยที่สุดจากการฟังสารในบริบทนี้
1. สภัทร์พรวิจารณ์ว่าประเด็นที่ผู้นำพูดเป็นการนำเสนอข้อมูลด้านเดียว
2. วิชญะสนใจเรื่องการออกเสียงควบกล้ำภาษาไทยและสำเนียงภาษาอังกฤษของผู้นำ
3. นัทธมนจดประเด็นที่สงสัย เพื่อนำไปศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติมด้วยตนเอง
4. ปนัดดาจดประเด็นสำคัญ ๆ ที่ผู้นำพูด
การฟังสารเพื่อรับข้อมูล สารประเภทใดที่ผู้ฟังต้องใช้วิจารณญาณพิจารณาเหตุผลประกอบ
เกิดผลดีหากปฏิบัติตาม หรือเกิดผลเสียหากไม่ปฏิบัติตาม
1. สารโน้มน้าวใจ
2. สารให้ความรู้ทั่วไป
3. สารจรรโลงใจ
4. สารให้ความรู้ทางวิชาการ
ข้อใดไม่ควรปฏิบัติเมื่อฟังสารประเภทคำสั่ง
1. ซักถามผู้สั่งทันทีที่ผู้รับคำสั่งมีข้อสงสัยเกี่ยวกับเรื่องที่ฟัง
2. พิจารณาว่าผู้สั่งมีอำนาจหน้าที่ในการสั่งจริงหรือไม่
3. วิเคราะห์ส่วนประกอบของคำสั่ง
4. ทบทวนให้เข้าใจตรงกันระหว่างผู้สั่งกับผู้รับคำสั่ง
“อาจารย์แจ้งเหตุผลที่ให้นิสิตทำรายงานเรื่อง การเขียนจดหมายสมัครงาน เพราะนิสิตจะได้รับความรู้เพิ่มเติม และรู้จักวิธีการค้นคว้าหาความรู้ด้วยตนเอง”
จากข้อความนี้เป็นส่วนประกอบของคำสั่งสารในส่วนใด
1. ข้อความที่เป็นคำสั่ง
2. รายละเอียดประกอบคำสั่ง
3. ที่มาของคำสั่ง
4. วัตถุประสงค์ของคำสั่ง
ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง กรณีการฟังสารเพื่อรับข้อมูล
1. จดบันทึกข้อมูลทุกถ้อยคำเพื่อจดจำ
2. เปิดใจกว้าง ปราศจากอคติ
3. ตั้งใจฟังสารตลอดทั้งเรื่อง
4. เข้าใจจุดประสงค์ของการฟังเพื่อรับข้อมูล
ข้อใดกล่าวถูกต้อง กรณีการฟังสารเพื่อรับคำสั่ง
1. ข้อความที่เป็นคำสั่งคือ รายละเอียด ข้อมูล หรือเรื่องราวเพิ่มเติมประกอบคำสั่ง
2. จดจำคำสั่งทั้งหมดให้ได้โดยไม่ต้องบันทึกเพราะจะทำให้ฟังไม่ครบถ้วน
3. ผู้รับคำสั่งไม่ต้องทราบวัตถุประสงค์ของการสั่ง เนื่องจากมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตาม
4. ทบทวนคำสั่งกับผู้สั่งอีกครั้งเพื่อให้เข้าใจตรงกัน
ข้อใดที่แสดงทักษะของการอ่านในระดับที่แตกต่างจากข้ออื่น
1. ปารีณาตัดสินใจซื้อสินค้ายี่ห้อนี้หลังจากอ่านรีวิวของผู้ที่ได้ใช้สินค้านี้มาก่อน
2. ปารีณาสามารถอ่านคำศัพท์ภาษาเกาหลีออกเพราะเคยเรียนด้วยตนเองแต่ไม่เข้าใจความหมายของคำทั้งหมด
3. ปารีณาจับประเด็นของข่าวที่อ่านได้ว่าใจความสำคัญของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นคืออะไร
4. ปารีณาวิเคราะห์ได้ว่าข้อความที่อ่านจากทวิตเตอร์เป็นเพียงความคิดเห็นส่วนบุคคล
ข้อใดคือประโยชน์ของการอ่านเพื่อเกิดความรอบรู้
1. นิสิตกำลังอ่านนิตยสารที่ชอบเพื่อนำเกร็ดความรู้ที่ได้รับมาปรับใช้ในชีวิตประจำวัน
2. นิสิตกำลังอ่านการ์ตูนเพื่อผ่อนคลายในระหว่างเตรียมสอบปลายภาค
3. นิสิตกำลังอ่านธรรมะเพื่อให้ได้ข้อคิดในการดำเนินชีวิต
4. นิสิตกำลังอ่านหนังสือเพื่อเตรียมสอบปลายภาค
ข้อใดถูกต้องที่สุด
1. การอ่านเอาเรื่องหรืออ่านจริงคือจุดมุ่งหมายในการอ่านนิตยสาร
2. การอ่านเอาเรื่องหรืออ่านจริงคือจุดมุ่งหมายในการอ่านสารคดี
3. การอ่านเอาเรื่องหรืออ่านจริงคือจุดมุ่งหมายในการอ่านหนังสือพิมพ์
4. การอ่านเอาเรื่องหรืออ่านจริงคือจุดมุ่งหมายในการอ่านวารสาร
ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง
1. การอ่านออกเสียงเน้นออกเสียงให้ถูกตามอักขรวิธี ส่วนการอ่านในใจเน้นการทำความเข้าใจกับเรื่องที่อ่าน
2. การอ่านออกเสียงต้องอ่านทุกคำไม่ข้าม ส่วนการอ่านในใจไม่ต้องอ่านทุกคำ อ่านข้ามได้เพื่อความเร็ว
3. การอ่านออกเสียงและการอ่านในใจต้องอ่านเว้นวรรคตอนให้ถูกต้องเพื่อความหมายของสารที่ถูกต้อง
4. การอ่านออกเสียงเป็นกระบวนการที่ให้คนอื่นเข้าใจสารด้วย ส่วนการอ่านในใจให้ตนเองเข้าใจสารเท่านั้น
ข้อใดไม่ใช่ขั้นตอน “หลังการอ่าน”
1. วิเคราะห์เรื่อง
2. วิจารณ์และประเมินค่าเรื่อง
3. ทำความเข้าใจเรื่อง
4. สรุปใจความสำคัญเรื่อง
ข้อความต่อไปนี้ว่าควรใช้การอ่านตามวัตถุประสงค์ข้อใด
“กว่าล้านคน เลือกใช้ประกันจากเรา 99% ของลูกค้าพึงพอใจ ด้วยการบริการที่เหนือกว่าใครในโลก ”
1. การอ่านเพื่อจับใจความสำคัญ
2. การอ่านเพื่อวิเคราะห์
3. การอ่านเพื่อวิพากษ์
4. การอ่านเพื่อประเมินค่า
ข้อความต่อไปนี้เป็นสารที่เป็นข้อเท็จจริง
1. ดังจากคดีมาตกรรมหลานสาว ล่าสุดค่าตัวหลักล้าน ไม่ไหวแล้วประเทศไทย#ลุงพล
2. ยินดีกับการได้โอกาสนะคะ แต่ขอไม่ติดตาม#ลุงพล
3. #ลุงพลพร้อมทนายความเดินทางมายื่นคำฟ้องคดีหมิ่นประมาทนายอัจฉริยะที่ไลฟ์สดหมิ่น
4. ข่าว#ลุงพลทุกวันนี้ฉันมองว่าลุงไม่ผิดที่มีข่าวทุกวันแต่กลับสะท้อนสื่อมวลไทยได้อย่างดี
ข้อใดกล่าวได้ถูกต้องที่สุด
1. การทำบันทึกย่อให้ใส่หัวเรื่องไว้มุมบนด้านขวา และข้อมูลบรรณานุกรมไว้มุมล่างด้านซ้าย
2. การทำบันทึกย่อให้ระบุข้อมูลบรรณานุกรมโดยไม่ต้องระบุแหล่งค้นคว้าข้อมูล
3. การทำแผนที่ความคิดให้ใช้กระดาษไม่มีเส้น โดยวางกระดาษแนวขวางหรือแนวนอนก็ได้
4. การทำแผนที่ความคิดให้ใช้สีหรือรูปประกอบที่แสดงถึงกลุ่มข้อมูลเดียวกัน
การอ่านวารสารควรอ่านอย่างไรเป็นสำคัญ
1. เลือกอ่านเนื้อหาในศาสตร์อื่น ๆ ที่แตกต่างจากศาสตร์ที่ศึกษา
2. เลือกอ่านเฉพาะชื่อเรื่อง ทำให้ผู้อ่านเข้าใจแนวเรื่องทั้งหมด
3. เลือกอ่านเฉพาะบทคัดย่อ ทำให้ผู้อ่านเข้าใจเนื้อหาทั้งหมด
4. เลือกอ่านเนื้อหาตามศาสตร์สาขาที่ศึกษาหรือที่สนใจ
การอ่านแบบ SQ3R ควรใช้ในการอ่านสารในข้อใด
1. อ่านข่าวจากหนังสือพิมพ์
2. อ่านคอลัมน์ความงามจากนิตยสาร
3. อ่านการ์ตูนเรื่องรามเกียรติที่เป็นสื่อการสอนประกอบการเรียนวิชาภาษาไทย
4. อ่านบทความวิชาการจากวารสาร
ข้อความต่อไปนี้เป็นเนื้อหาสารประเภทใด และสาระสำคัญคืออะไร
ในตอนเริ่มแรก ทารกขณะที่กำลังคลอดออกมานั้นย่อมตื่นกลัวตกใจและอยากกลับไปอยู่ในครรภ์แม่ดังเดิม ไม่มีทารกคนไหนอยากออกมาสู่โลกกว้าง แต่เมื่อเขาออกมาได้ เขาจะพบว่าโลกกว้างนั้นไม่ได้เลวร้าย ที่จริงกลับเต็มไปด้วยโอกาสใหม่ ๆ ที่ทรงคุณค่า ซึ่งครรภ์แม่ไม่อาจเทียบได้ การที่คุณเดินออกจากชีวิตของเขาย่อมเจ็บปวดไม่ต่างจากที่ทารกประสบตอนพรากจากครรภ์แม่ แต่สามารถนำคุณสู่ชีวิตใหม่ที่ดีงามได้เช่นเดียวกับที่ทารกได้พบในเวลาต่อมา
(พระไพศาล, 2562: 47)
1. วิชาการ / ภาวะทางอารมณ์ขณะคลอดบุตร
2. สารคดี / การเปลี่ยนแปลงสู่หนทางใหม่นั้นยากเสมอ
3. วิชาการ / สายใยแห่งความผูกพันระหว่างแม่กับลูก
4. สารคดี / การกตัญญูกตเวทีต่อแม่เป็นบุญประเสริฐของชีวิต
ข้อความต่อไปนี้เป็นเนื้อหาสารประเภทใด และสาระสำคัญคืออะไร
1. สารคดี / วัฏจักรของดอกหญ้า
2. วิชาการ / มนุษย์กับการขัดเกลาทางสังคม
3. บันเทิงคดี / ทุกสิ่งนั้นไม่เที่ยง เกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป
4. บันเทิงคดี / ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น
วิธีการอ่านแบบ SQ3R ขั้นตอนที่ 4 R2 คืออะไร
1. การทบทวน
2. การจดจำ
3. การอ่านอย่างละเอียด
4. การอ่านบันทึกย่อที่จดไว้
ข้อใดไม่ถูกต้องเกี่ยวกับสารประเภทบันเทิงคดี
1. นวนิยาย เรื่องสั้น
2. แก่นเรื่องหรือแนวคิดสำคัญ
3. ตัวละครและฉาก
4. พระราชพงศาวดาร
ข้อใดกล่าวถึงการสนทนาแบบต่อหน้าและทางโทรศัพท์ไม่ถูกต้อง
1. ขณะสนทนาทั้งแบบต่อหน้าและทางโทรศัพท์ ไม่จำเป็นต้องใช้ถ้อยคำตอบรับ ค่ะ หรือ ครับ
2. หัวข้อการสนทนาในชีวิตประจำวันควรหลีกเลี่ยงเรื่องชาติพันธุ์ ศาสนา ฐานะทางสังคม เป็นต้น
3. กรณีตัดบทขณะพูดทางโทรศัพท์ ควรบอกผู้ร่วมสนทนาอย่างตรงไปตรงมาด้วยน้ำเสียงสุภาพ
4. กรณีไม่เห็นด้วยกับผู้ร่วมสนทนาท่านอื่น ควรกล่าวถึงส่วนดีและแสดงความคิดเห็นของตนตามลำดับ
ข้อใดลำดับขั้นตอนการพูดเพื่อขอความร่วมมือได้ถูกต้อง
ก. แจ้งความต้องการที่จะขอความร่วมมือ
ข. แจ้งเรื่องหรือหัวข้อที่ได้นัดหมาย
ค. บอกวัตถุประสงค์
ง. แสดงความคาดหวังที่จะได้รับความร่วมมือ
จ. อธิบายความเป็นมา
ฉ. ทักทาย และแนะนำตัว
ช. บอกความสำคัญหรือความจำเป็น
ซ. กล่าวขอบคุณ
1. ฉ ก ข ค จ ง ช ซ
2. ฉ ข ค จ ก ช ง ซ
3. ฉ ง ช ก จ ค ข ซ
4. ฉ ข จ ค ช ก ง ซ
ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับการพูดเพื่อขอความช่วยเหลือ
1. ควรบอกประโยชน์ที่มีต่อส่วนรวมเท่านั้น
2. ควรบอกความต้องการที่จะขอให้ช่วยเหลือทันทีที่พบกัน
3. ควรคำนึงถึงวัน เวลาและสถานที่ที่ผู้ขอความช่วยเหลือสะดวกเป็นหลัก
4. ควรกล่าวคำขอบคุณ แม้ว่าการพูดเพื่อขอความช่วยเหลือจะไม่สำเร็จก็ตาม
ข้อใดเป็นข้อปฏิบัติของการพูดในงานวันเกิดที่เหมาะสม
1. ผู้ร่วมงานต้องทักทายและพูดคุยกับผู้ร่วมงานท่านอื่นที่รู้จักเท่านั้น
2. การอวยพรผู้อ่อนอาวุโส ผู้อวยพรมักจะอ้างสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ผู้รับพรนับถือ
3. พิธีกรไม่จำเป็นต้องเตรียมคำอวยพรเพื่อกล่าวตอนเริ่มหรือปิดท้ายของงานวันเกิด
4. แม้ว่าจะเป็นงานวันเกิดที่ไม่เป็นทางการ พิธีกรก็ไม่ควรใช้ภาษาระดับกันเองเป็นหลัก
ข้อใดเป็นข้อปฏิบัติของการพูดในงานมงคลสมรสที่ไม่เหมาะสม
1. พิธีกรไม่ควรจัดลำดับและนัดหมายผู้กล่าวอวยพรด้วยตนเอง
2. คู่สมรสควรกล่าวน้อมรับพรและอวยพรแขกผู้มาร่วมงานกลับ
3. พิธีกรหยอกล้อคู่สมรสได้บ้าง แต่ต้องใช้ถ้อยคำที่เหมาะสม
4. ก่อนเดินทางกลับ ผู้ร่วมงานควรกล่าวชื่นชมการจัดงานและอวยพรคู่สมรส
ข้อใดเป็นการพูดในงานสังคมที่ถูกต้องและเหมาะสมที่สุด
1. พิมพ์ เราเสียใจด้วยนะ เราเพิ่งรู้ว่าพี่ชายเธอเสียชีวิตอย่างกะทันหัน สรุปว่าคุณหมอวินิจฉัยว่าเป็นโรคอะไรนะ
2. สวัสดีครับ ท่านผู้อำนวยการและเพื่อน ๆ ทุกคน ผมขอบคุณทุกท่านที่จัดงานเลี้ยงต้อนรับ และผมจะตั้งใจทำงานตามบทบาทหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย ขอบคุณครับ
3. สวัสดีครับ ผม หัวหน้าฝ่ายการผลิตบริษัท บีแอนด์แอลพลาสติก จำกัด ยินดีต้อนรับนิสิตทุกคน ขอให้ทุกคนเรียนรู้งานและสอบถามได้อย่างเต็มที่ ขอบคุณครับ
4. สวัสดีจ้ะ ปลื้ม เราดีใจและยินดีด้วยนะที่พี่สาวเธอได้เป็นนางงามระดับประเทศแล้ว ทั้งสวย ทั้งเก่ง ตอบคำถามตรงประเด็น คู่ควรกับตำแหน่งนี้มาก ๆ ขอให้พี่ปลาเข้ารอบสุดท้ายในเวทีระดับโลกนะจ๊ะ
ข้อใดไม่ใช่ปัจจัยที่ต้องคำนึงถึงในการพูดเสนอผลงานทางวิชาการ
1. ภูมิปัญญาท้องถิ่นและถิ่นที่อยู่
2. เพศและเพศสภาพ
3. ระดับการศึกษาและประสบการณ์
4. อาชีพและทัศนคติ
วิธีการสุ่มตัวอย่างเพื่อใช้ในการวิจัยควรจัดให้เป็นการพูดหัวข้อใดของการเสนอผลงานทางวิชาการ
1. ความสำคัญและที่มาของการวิจัย
2. วิธีดำเนินการวิจัย
3. ผลการวิจัย
4. ข้อเสนอแนะในการวิจัย
เนื้อความในข้อใดเหมาะสมที่สุดสำหรับการเขียนจดหมายขนาดสั้นถึงอาจารย์เพื่อขอเข้าปรึกษา
1. ผมจะมาพบอาจารย์ในวันพุธที่ 28 ตุลาคม 2563 เวลา 14.00 น. หากอาจารย์ไม่ว่าง กำหนดวันเวลานัดหมายใหม่ให้ด้วยครับ
2. ผมจะมาพบอาจารย์ในวันพรุ่งนี้ เวลา 14.00 น. หากอาจารย์ไม่ว่างกรุณากำหนดวันเวลานัดหมายใหม่ให้ด้วยครับ ขอบพระคุณครับ
3. ผมจะมาพบอาจารย์ในวันพุธที่ 28 ตุลาคม 2563 เวลา 14.00 น. หากอาจารย์ไม่ว่างกรุณากำหนดวันเวลานัดหมายใหม่ให้ด้วยครับ ขอบพระคุณครับ
4. ผมจะมาพบอาจารย์ในวันพุธที่ 28 ตุลาคม 2563 เวลา 14.00 น. หากอาจารย์ไม่ว่าง กำหนดวันเวลานัดหมายใหม่ให้ด้วยครับ ขอบพระคุณครับ
แบบสอบถามในข้อใดที่ผู้ตอบใช้เวลาในการทำนานที่สุด
1. แบบสอบถามแบบมาตราส่วนประมาณค่า
2. แบบสอบถามแบบจัดอันดับ
3. แบบสอบถามแบบเติมคำสั้นๆ
4. แบบสอบถามปลายเปิด
ข้อใดไม่ใช่วิธีการกรอกแบบฟอร์มที่ถูกต้อง
1. ขีดฆ่าข้อความที่กรอกผิดและลงลายมือชื่อกำกับไว้ทุกแห่ง
2. อ่านและศึกษาข้อความก่อนกรอก
3. ไม่ลงนามก่อนกรอกข้อความ
4. หากช่องที่กรอกไม่เกี่ยวข้องกับผู้กรอกควรเว้นว่างไว้
“การจากไปของท่านก่อให้เกิดความสูญเสียอันยิ่งใหญ่ในวงการภาษาไทย เพราะผู้ที่มีความรู้ความสามารถและสร้างคุณูปการให้แก่วงการวิชาการภาษาไทยแบบท่านหาได้ยากอย่างยิ่ง”
ข้อความดังกล่าวตรงกับส่วนประกอบใดของการเขียนคำแสดงความอาลัย
1. การกล่าวถึงคุณสมบัติของผู้ที่จากไป
2. การกล่าวถึงคุณงามความดี
3. การกล่าวอวยพรผู้ที่จากไป
4. การกล่าวอวยพรดวงวิญญาณ
ข้อใดควรปฏิบัติในการเขียนเพื่องานสังคม
1.ใช้ถ้อยคำทั่ว ๆ ไป จะทำให้เข้าใจง่าย
2.ใช้ถ้อยคำและเนื้อหาให้เหมาะแก่ความสัมพันธ์และโอกาส
3. เลือกสรรถ้อยคำจากตัวอย่างงานเขียนที่มีอยู่แล้ว
4.ผู้น้อยเขียนอวยพรแด่ผู้อาวุโสได้โดยตรงไม่ต้องขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์
ข้อใดลำดับเนื้อหาในงานเขียนคำไว้อาลัยได้ถูกต้อง
1. สาเหตุการจากไป คุณความดี ความรู้สึก และอวยพรไปสู่สุคติ
2. ความรู้สึก อวยพรไปสู่สุคติ สาเหตุการจากไป และคุณความดี
3. อวยพรไปสู่สุคติ ความรู้สึก สาเหตุการจากไป และคุณความดี
4. คุณความดี สาเหตุการจากไป อวยพรไปสู่สุคติ และความรู้สึก
ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับประโยชน์ของการเขียนรายงานทางวิชาการ
1. นิสิตได้คิดหัวข้อเรื่องที่จะศึกษา
2. นิสิตได้สืบค้นข้อมูลจากแหล่งค้นคว้าที่หลากหลาย
3. นิสิตได้สร้างสรรค์รูปแบบของรายงานวิชาการด้วยตนเอง
4. นิสิตได้เรียบเรียงเนื้อหาจากที่ได้รวบรวมและสังเคราะห์มาแล้ว
“การเขียนรายงานวิชาการทำให้นิสิตได้ฝึกหัดการเขียนรายงาน” ข้อใดไม่สอดคล้องกับคำกล่าวนี้
1. นิสิตเข้าใจส่วนประกอบของรายงานวิชาการมี 3 ส่วน ส่วนนำ ส่วนเนื้อความ และส่วนท้าย
2.นิสิตเข้าใจขั้นตอนของการเขียนรายงานวิชาการและปฏิบัติตาม
3. นิสิตเข้าใจระบบการเขียนอ้างอิงและการเขียนบรรณานุกรม
4. นิสิตเข้าใจงานเขียนประเภทบันเทิงคดีจึงเขียนรายงานวิชาการได้ถูกต้อง
ข้อใดคือความสำคัญของการเขียนหนังสืออ้างอิงในรายงานทางวิชาการ
1. แสดงจำนวนรายการเอกสารที่ผู้เขียนรายงานได้ศึกษาค้นคว้า
2. แสดงรายการเอกสารทุกเล่มที่ผู้เขียนรายงานได้นำมาอ่าน
3. แสดงจำนวนรายการเอกสารทุกเล่มที่ผู้เขียนรายงานได้ศึกษาและนำข้อมูลมาใช้ในการเขียนรายงาน
4. แสดงรายการเอกสารทุกเล่มที่ผู้เขียนรายงานได้นำมาอ่านและนำข้อมูลมาใช้ในการเขียนรายงาน
ธิดาแบ่งการนำเสนอเนื้อหาความรู้ในรายงานทางวิชาการออกเป็น 3 หัวข้อ ได้แก่ ความหมายของการเรียนรู้ พัฒนาการด้านการเรียนรู้ของเด็กทุกช่วงวัย การศึกษาวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการเรียนรู้ ดังนั้นรายงานฉบับนี้ควรเขียนส่วนสรุปกี่ตอน และควรเขียนในส่วนใดของรายงานทางวิชาการ
1. เขียนส่วนสรุปทั้งหมด 1 ตอน เขียนตอนท้ายของส่วนท้ายในรายงานทางวิชาการ
2. เขียนส่วนสรุปทั้งหมด 3 ตอน เขียนตอนท้ายของเนื้อความทุกหัวข้อ
3. เขียนส่วนสรุปทั้งหมด 1 ตอน เขียนตอนท้ายของหัวข้อการศึกษาวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการเรียนรู้
4. เขียนส่วนสรุปทั้งหมด 3 ตอน เขียนตอนท้ายของหัวข้อการศึกษาวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการเรียนรู้
ข้อใดเติมคำในช่องว่างได้ถูกต้อง
1. คำนำ เนื้อหาสาระ เชิงอรรถ บรรณานุกรม
2. บทนำ สรุปสาระ อภิธานศัพท์ หนังสืออ้างอิง
3. บทนำ เนื้อหาสาระ เชิงอรรถ อ้างอิงระบบนามปี
4. คำนำ สรุปสาระ ดรรชนี ภาคผนวก
ข้อใดคือชื่อเรื่องที่เหมาะสมที่สุดจาการศึกษาค้นคว้าตามจุดประสงค์และขอบเขตการศึกษาต่อไปนี้
จุดมุ่งหมาย: ศึกษาพัฒนาการด้านการเขียนด้วยการเปรียบเทียบผลการเขียนความเรียงระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียน
ขอบเขต: ศึกษาการเขียนความเรียงของเด็กออทิสติกในศูนย์พัฒนาเด็กพิเศษ จังหวัดเชียงราย จำนวน 15 คน
1. การศึกษาพัฒนาการด้านการเขียนความเรียงของเด็กออทิสติกในศูนย์พัฒนาเด็กพิเศษ จังหวัดเชียงราย
2. การเปรียบเทียบการเขียนความเรียงระหว่างก่อนเรียนและการเรียนหลังเรียนของเด็กออทิสติกตั้งแต่อายุ 10 ปี – 20 ปี ในศูนย์พัฒนาเด็กพิเศษ
3. ลักษณะการใช้ภาษาเขียนของเด็กออทิสติกในศูนย์พัฒนาเด็กพิเศษ จังหวัดเชียงราย
4. การเขียนความเรียงของเด็กออทิสติกในศูนย์พัฒนาเด็กพิเศษ จังหวัดเชียงราย
ข้อใดผิด
1. ผู้เขียนยังไม่ควรเริ่มเขียนเนื้อหาทางวิชาการหากยังศึกษาข้อมูลที่เกี่ยวข้องไม่ครบถ้วนและขาดความเข้าใจเนื้อหาบางประเด็น
2. ผู้เขียนรายงานควรสำรวจเอกสารเพื่อศึกษาหาข้อมูลจากเอกสารที่เกี่ยวข้องก่อนที่จะกำหนดจุดมุ่งหมายในการทำรายงานเป็นขั้นตอนต่อไป
3. การเขียนอ้างอิงระบบนามปีสามารถเขียนแทรกปนลงไปในเนื้อหาได้เลย
4. ผู้เขียนรายงานสามารถรวบรวมสาระสำคัญที่เขียนลงในบัตรบันทึกข้อมูลมาเรียบเรียงเขียนใหม่โดยเขียนตามความเข้าใจของตนเองหรือคัดลอกข้อความโดยมีการเขียนอ้างอิงที่ถูกต้อง
ข้อความต่อไปนี้ถูกหรือผิด
“การทำโครงเรื่องช่วยให้ผู้เขียนสามารถจัดลำดับเนื้อหาสาระได้อย่างเป็นระบบ ช่วยให้ผู้อ่านเข้าใจเนื้อหาความรู้ทางวิชาการตามลำดับได้ดียิ่งขึ้น ผู้เขียนจึงควรทำโครงเรื่องก่อนรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้อง”
1. ถูก เพราะ การทำโครงเรื่องมีลักษณะเหมือนการทำแผนที่ความคิด ช่วยให้ผู้เขียนเห็นภาพรวมของข้อความรู้ที่ต้องการนำเสนอ และนำไปสู่การอ่านเอกสารอย่างละเอียดเพื่อรวบรวมข้อมูลที่ต้องการได้อย่างครบถ้วนทุกหัวข้อ
2. ผิด เพราะ การรวบรวมข้อมูลเป็นการอ่านเอกสารที่เกี่ยวข้องเพื่อเลือกแนวเรื่องและนำเสนอความรู้ที่เป็นประโยชน์และเกี่ยวข้องกับเนื้อหารายวิชา ก่อนจะเริ่มทำโครงเรื่องตามเอกสารที่มีอยู่
3. ถูก เพราะ การทำโครงเรื่องมีลักษณะเหมือนการทำสารบัญแต่ไม่มีเลขหน้ากำกับ ประกอบด้วยหัวข้อใหญ่และหัวข้อย่อย อาจเรียงตามลำดับความสำคัญหรือตามความสัมพันธ์ของหัวข้อให้สอดคล้องต่อเนื่องกัน
4. ผิด เพราะ การรวบรวมข้อมูลเป็นการอ่านเอกสารอย่างละเอียดเพื่อสำรวจแนวทางการศึกษาก่อนจะกำหนดจุดมุ่งหมายและขอบเขตการศึกษาให้ชัดเจน
ข้อใดเรียงลำดับตัวอักษรแสดงขั้นตอนการเขียนรายงานทางวิชาการได้ถูกต้อง
1. ก ข ง จ ฉ ค
2. ข ง ก ฉ จ ค
3. ก ง ข ฉ จ ค
4. ง ก ข จ ฉ ค
ส่วนประกอบส่วนท้ายของรายงานทางวิชาการมีอยู่หลายส่วน ผู้จัดทำห้ามหลงลืมหรืองดเว้นไม่เรียบเรียงส่วนประกอบใด
หนังสืออ้างอิง
ส่วนสรุป
ดรรชนี
เชิงอรรถ
สถานการณ์ใดต่อไปนี้ ก่อให้เกิดการฟังอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
1. เอมใช้วิจารณญาณคิดตามที่อาจารย์บรรยาย
2. นิ่มถ่ายภาพสไลด์ที่อาจารย์บรรยาย
3. เบลจดบันทึกทุกคำที่อาจารย์บรรยาย
4. พี่สุนีย์มองหน้าอาจารย์ขณะที่บรรยาย
