wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

การจัดการเรียนรู้ประถมศึกษา

Total questions: 89

Worksheet time: 2hrs 12mins

Name
Class
Date
1.

2.   สารอาหารชนิดใดให้พลังงานแก่ร่างกาย (ว 1.2 ป.6/1)

a)

1. โปรตีน คาร์โบไฮเดรต วิตามิน

b)

2. โปรตีน วิตามิน เกลือแร่

c)

3. โปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน

d)

          4. คาร์โบไฮเดรต ไขมัน

2.

3.   หากนักเรียนรับประทานข้าวไข่เจียวหมูสับ ในมื้อนั้นนักเรียนได้รับสารอาหารครบทั้ง 5 หมู่หรือไม่ อย่างไร  (ว 1.2 ป.6/2)

a)

1. ครบ

b)

2. ไม่ครบ ขาดโปรตีน

c)

3. ไม่ครบ ขาดวิตามินและเกลือแร่

d)

4. ไม่ครบ ขาดไขมัน

3.

4.   วิตามินในข้อใดละลายในน้ำได้ (ว 1.2 ป.6/1)

a)

1. วิตามิน A

b)

2. วิตามิน B

c)

3. วิตามิน E

d)

4. วิตามิน K

4.

5.   ข้อใดไม่ใช่ประโยชน์ของน้ำ (ว 1.2 ป.6/1)

a)

1. ช่วยควบคุมอุณหภูมิในร่างกาย

b)

2. ช่วยย่อยอาหาร

c)

3. ช่วยลำเลียงของเสีย

d)

4. ช่วยให้ร่างกายมีพลังงาน

5.

6.   วัยใดที่ร่างกายมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและชัดเจนที่สุด (ว 1.2 ป.6/2)

a)

1.วัยเด็ก

b)

2. วัยรุ่น

c)

3. วัยหนุ่มสาว

d)

4. วัยผู้ใหญ่

6.

7.   วัยใดที่ร่างกายไม่มีการเจริญเติบโต (ว 1.2 ป.6/2)

a)

1. วัยทารก

b)

2. วัยเด็ก

c)

3. วัยรุ่น

d)

4. วัยชรา

7.

8.   วัยใดควรรับประทานอาหารที่ย่อยง่ายและเน้นแคลเซียม (ว 1.2 ป.6/2)

a)

1. วัยรุ่น

b)

2.วัยหนุ่มสาว

c)

3. วัยผู้ใหญ่

d)

4.วัยชรา

8.

9.   นักเรียนมีวิธีการเลือกรับประทานอาหารอย่างไร (ว 1.2 ป.6/3)

a)

1. เลือกให้เหมาะสมกับเพศและวัย

b)

2. เลือกรับประทานอาหารที่หลากหลายและครบทั้ง 5 หมู่

c)

3. ไม่รับประทานแป้งและไขมันเพราะให้พลังงานสูง

d)

4. ข้อ 1 และ 2 ถูกต้อง

9.

10.  อาหารชนิดใดให้พลังงานมากที่สุด (ว 1.2 ป.6/1)

a)

1.  ไข่ต้ม

b)

2. ผลไม้

c)

3. สลัดผัก

d)

4. โรตีทอด

10.

11.       อวัยวะใดทำหน้าที่ในการย่อยโปรตีนเท่านั้น (ว 1.2 ป.6/4)

a)

1.  ปาก

b)

2. หลอดอาหาร

c)

3. กระเพาะอาหาร

d)

4. ลำไส้เล็ก

11.

12.  อาหารชนิดใดไม่มีสิ่งเจือปนในอาหาร (ว 1.2 ป.6/3)

a)

1.  แหนม

b)

2. ไส้กรอก

c)

3. ลูกชิ้น

d)

4. ฝรั่งสด 

12.

13.  คนที่เป็นโรคเกี่ยวกับตับ ส่งผลกระทบต่อการย่อยสารอาหารประเภทใด (ว 1.2 ป.6/4) 

a)

1.  โปรตีน

b)

2. คาร์โบไฮเดรต

c)

3. ไขมัน

d)

4. วิตามินและเกลือแร่

13.

14.  ข้อใดเรียงลำดับการย่อยอาหารในระบบย่อยอาหารถูกต้อง (ว 1.2 ป.6/4)

a)

1.  ปาก หลอดอาหาร ลำไส้เล็ก กระเพาะอาหาร ลำไส้ใหญ่

b)

2. ปาก หลอดอาหาร กระเพาะอาหาร ลำไส้เล็ก ลำไส้ใหญ่ 

c)

3. ปาก หลอดอาหาร ลำไส้เล็ก ลำไส้ใหญ่ กระเพาะอาหาร

d)

4. ปาก หลอดอาหาร กระเพาะอาหาร ลำไส้ใหญ่ ลำไส้เล็ก 

14.

15.  ข้อใดเป็นวิธีการดูแลรักษาอวัยวะในระบบย่อยอาหาร (ว 1.2 ป.6/5)

a)

1.  เคี้ยวอาหารให้ละเอียดเพื่อให้ร่างกายย่อยอาหารได้ง่ายขึ้น

b)

2. รับประทานรสจัดเพื่อเป็นการฝึกฝนตนเอง

c)

3. รับประทานอาหารเฉพาะเวลาหิวเพราะร่างกายจะได้ย่อยได้เร็วขึ้น

d)

4. ถูกต้องทุกข้อ

15.

16.  ข้อใดคือสสาร (ว 2.1 ป.6/1)

a)

1. น้ำแข็ง

b)

2.ไอศกรีม

c)

3.น้ำเชื่อม

d)

4.ถูกต้องทุกข้อ

16.

17.  ข้อใดคือสารผสม (ว 2.1 ป.6/1)

a)

1.น้ำเชื่อม             

                   

b)

2.น้ำเปล่า

c)

3.สารส้ม    

d)

4.ทองคำ

17.

18.  สารผสมในข้อใดควรแยกออกจากกันโดยการร่อน (ว 2.1 ป.6/1)

a)

1. ถั่วเขียวผสมกับถั่วแดง

b)

2. ทรายผสมกับน้ำ

c)

3. น้ำตาลทรายผสมกับแป้งมัน

d)

4. ผงตะไบเหล็กผสมกับแป้งมัน

18.

19.  สารผสมในข้อใดควรแยกออกจากกันโดยการหยิบออก (ว 2.1 ป.6/1)

a)

1. พริกและกระเทียม

b)

2.ข้าวสารและแกลบ

c)

3. ผงตะไบเหล็กผสมกับแป้งมัน

d)

4. ทรายและกรวด

19.

20.      ผ้าขาวบางเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการแยกสารผสมด้วยวิธีการใด (ว 2.1 ป.6/1)

a)

1. การร่อน

b)

2. การกรอง

c)

3. การตกตะกอน

d)

4.การระเหยแห้ง

20.

21.  สารผสมในข้อใดควรแยกออกจากกันโดยการระเหยแห้ง (ว 2.1 ป.6/1)

a)

1. น้ำกะทิ

b)

2. น้ำเกลือ

c)

3. น้ำปูนใส

d)

4. พิมเสนและการบูร

21.

22.  การหยิบออกเหมาะกับการแยกสารผสมที่มีลักษณะและสมบัติอย่างไร (ว 2.1 ป.6/1)

a)

1. เป็นของแข็งกับของแข็งที่มีขนาดใหญ่      

b)

2. เป็นของแข็งกับของแข็งที่มีขนาดเล็ก

c)

3. เป็นของแข็งกับของแข็งที่มีขนาดใกล้เคียงกัน

d)

4. ถูกต้องทุกข้อ

22.

23.  การแยกน้ำเกลือผสมกับผงถ่านมีลำดับขั้นตอนอย่างไร (ว 2.1 ป.6/1)

a)

1.การหยิบออก  การตกตะกอน

b)

2. การหยิบออก  การระเหยแห้ง

c)

3. การหยิบออก  การกรอง

d)

4. การกรอง  การระเหยแห้ง

23.

24.  นักเรียนควรแยกกรวดออกจากทรายโดยวิธีการใด (ว 2.1 ป.6/1)

a)

1.การทำให้ตกตะกอน

b)

2.  การกรอง

c)

3.การใช้ตะแกรงร่อน

d)

4. การฝัด

24.

25.  การกรองควรนำไปใช้ในการแยกสารผสมชนิดใด (ว 2.1 ป.6/1)

a)

1.  แยกของแข็งออกจากของเหลว

b)

2.  แยกของแข็งที่มีขนาดต่างกัน

c)

3. แยกของแข็งที่ละลายในของเหลว

d)

4. แยกของแข็งที่มีความหนาแน่นต่างกัน

25.

26.  สารผสมคู่ใดใช้วิธีการแยกสารเหมือนกัน (ว 2.1 ป.6/1)

a)

1.  กากมะพร้าวในน้ำกะทิ - ข้าวสารในน้ำซาวข้าว

b)

2. ข้าวสารในน้ำซาวข้าว – พริกกับกระเทียม

c)

3. ปูนแดงในน้ำปูนใส – กากมะพร้าวในน้ำกะทิ

d)

4. เศษผงในแป้งมัน - ทรายกับกรวด

26.

27.  ถ้าต้องการแยกสาร A  B  C และ D โดยใช้ตะแกรงร่อนที่มีขนาดรู 0.3 เซนติเมตร แล้วนำไปละลายในน้ำ ได้ผลดังตาราง สารใดสามารถแยกออกมาได้เป็นลำดับแรก (ว 2.1 ป.6/1)

a)

1. A

b)

2. B

c)

3. C

d)

4. D

27.

28.  จากการแยกสารและตารางในข้อที่ 27  ถ้านำสารที่เหลือจากการละลายน้ำมากรองสารที่ผ่านกระดาษกรองคือสารใด (ว 2.1 ป.6/1)

a)

1. A

b)

2. B

c)

3. C

d)

4. D

28.

29.  สมัยก่อนชาวบ้านที่อาศัยอยู่ริมคลองต้องใช้น้ำในคลองมาอุปโภคสิ่งใดที่ช่วยให้ตะกอนในน้ำคลองตกตะกอนได้ง่ายขึ้น (ว 2.1 ป.6/1)

a)

1.  ก้อนหิน

b)

2. เกลือสมุทร

c)

3. เกลือสินเธาว์         

d)

4. สารส้ม

29.

30. การทำเกลือสมุทรต้องใช้วิธีการแยกสารในข้อใด (ว 2.1 ป.6/1)

a)

1.  การละลาย

b)

2. การระเหย

c)

3. การตกตะกอน

d)

4.การรินออก

30.

31.  กิจกรรมใดทำให้เกิดแรงไฟฟ้า (ว 2.2 ป.6/1)

a)

1. การวิ่งบนลู่วิ่ง

b)

2.การหวีผม

c)

3. การโยนลูกบอล

d)

4.การซักผ้า

31.

32.  ข้อใดเป็นผลมาจากแรงไฟฟ้า (ว 2.2 ป.6/1)

a)

1. เสื้อผ้าดูดติดกับผิวหนัง

b)

2. ผมเรียบจากการหนีบผม

c)

3. ผมแห้งจากการเป่าผม

d)

4.ถูกต้องทุกข้อ

32.

33. ข้อใดเป็นการใช้ประโยชน์จากแรงไฟฟ้า (ว 2.2 ป.6/1)

a)

1. เครื่องถ่ายเอกสาร

b)

2. เครื่องพ่นสีรถยนต์

c)

3. เครื่องดักฝุ่นในอากาศ

d)

4. ถูกต้องทุกข้อ

33.

34.  ข้อใดไม่ใช่ส่วนประกอบของวงจรไฟฟ้าอย่างง่าย (ว 2.3 ป.6/1)

a)

1. สายไฟ

b)

2. เครื่องใช้ไฟฟ้า

c)

3. สวิตช์

d)

4. แหล่งกำเนิดพลังงาน

34.

35. วงจรไฟฟ้าปิดคืออะไร และมีผลอย่างไรในวงจรไฟฟ้า (ว 2.3 ป.6/2)

a)

          1. กระแสไฟฟ้าไหลครบวงจร  หลอดไฟฟ้าสว่าง

b)

2. กระแสไฟฟ้าไหลครบวงจร  หลอดไฟฟ้าไม่สว่าง

c)

3. กระแสไฟฟ้าไหลไม่ครบวงจร  หลอดไฟฟ้าสว่าง

d)

4. กระแสไฟฟ้าไหลไม่ครบวงจร  หลอดไฟฟ้าไม่สว่าง  

35.

36. ข้อใดกล่าวถูกต้อง (ว 2.3 ป.6/3)

a)

1. การต่อเซลล์ไฟฟ้าแบบอนุกรมทำให้หลอดไฟฟ้าสว่างขึ้น

b)

2. การต่อเซลล์ไฟฟ้าแบบขนานทำให้หลอดไฟฟ้าสว่างขึ้น

c)

3. การต่อเซลล์ไฟฟ้าแบบอนุกรมทำให้หลอดไฟฟ้ามีอายุการใช้งานมากขึ้น

d)

4. การต่อเซลล์ไฟฟ้าแบบขนานทำให้หลอดไฟฟ้ามีอายุการใช้งานมากขึ้น

36.

37.  ความสว่างของหลอดไฟฟ้าจากการต่อหลอดไฟฟ้าแบบอนุกรมและแบบขนานเป็นอย่างไร

 (ว 2.3 ป.6/6)

ก. การต่อหลอดไฟฟ้าแบบอนุกรมหลอดไฟฟ้าสว่างเท่ากันทุกหลอด

      ข. การต่อหลอดไฟฟ้าแบบขนานหลอดไฟฟ้าสว่างเท่ากันทุกหลอด

      ค. การต่อหลอดไฟฟ้าแบบอนุกรมหลอดไฟฟ้าหลอดถัดไปจะสว่างน้อยลงเรื่อย ๆ

      ง. การต่อหลอดไฟฟ้าแบบขนานหลอดไฟฟ้าหลอดถัดไปจะสว่างน้อยลงเรื่อย ๆ

a)

1. ข้อ ก และ ค

b)

2. ข้อ ก และ ง

c)

3. ข้อ ข และ ค

d)

4. ข้อ ข และ ง

37.

38.ผลของการต่อหลอดไฟฟ้าแบบอนุกรมและแบบขนานเป็นอย่างไร (ว 2.3 ป.6/6)

                ก. การต่อหลอดไฟฟ้าแบบอนุกรมถ้าหลอดไฟฟ้าดวงใดดับ หลอดไฟฟ้าดวงอื่นจะดับไปด้วย

                ข. การต่อหลอดไฟฟ้าแบบขนานถ้าหลอดไฟฟ้าดวงใดดับ หลอดไฟฟ้าดวงอื่นจะดับไปด้วย

                ค. การต่อหลอดไฟฟ้าแบบอนุกรมถ้าหลอดไฟฟ้าดวงใดดับ หลอดไฟฟ้าดวงอื่นยังคงสว่างอยู่

                ง. การต่อหลอดไฟฟ้าแบบขนานถ้าหลอดไฟฟ้าดวงใดดับ หลอดไฟฟ้าดวงอื่นยังคงสว่างอยู่

a)

1. ข้อ ก และ ค

b)

2. ข้อ ก และ ง

c)

3. ข้อ ข และ ค

d)

4. ข้อ ข และ ง

38.

39.  พิจารณารูป หลอดไฟฟ้าดวงใดดับแล้วทำให้ดวงที่เหลือดับทั้งหมด (ว 2.3 ป.6/5)

a)

1.  1 หรือ 2

b)

2. 2 หรือ 3

c)

3. 1 หรือ 4

d)

4. 1 หรือ 5

39.

40.  จากรูปข้อที่ 39 หลอดไฟฟ้าดวงใดดับแล้วทำให้ดวงอื่นยังคงสว่างอยู่ (ว 2.3 ป.6/5)

a)

1.  1 และ 2

b)

2. 1 และ 4

c)

3. 4 และ 5

d)

4. 2 และ 3

40.

41.  ของเล่นชนิดใดมีส่วนประกอบของวงจรไฟฟ้า (ว 2.3 ป.6/4)

a)

1.  ตุ๊กตาล้มลุก

b)

2. รถบังคับ

c)

3. ลูกข่าง

d)

4. ว่าว

41.

42.  วงจรไฟฟ้าใดมีการต่อหลอดไฟฟ้าแบบอนุกรม (ว 2.3 ป.6/6)

a)

1.  หลอดไฟส่องสว่างในห้องเรียน

b)

2. หลอดไฟส่องสว่างในบ้าน

c)

3. หลอดไฟส่องสว่างริมถนน

d)

4. หลอดไฟส่องสว่างประดับต้นคริสต์มาส

42.

43.  วัตถุในข้อใดทำให้เกิดเงา (ว 2.3 ป.6/7)

a)

1. อากาศ

b)

2.น้ำดื่ม

c)

3. กระจกใส

d)

4.ใบไม้

43.

44.  ข้อใดกล่าวถูกต้อง (ว 2.3 ป.6/7)

a)

1. เงาของวัตถุมีรูปร่างคล้ายวัตถุ

b)

2. เงาของวัตถุมีรูปร่างเท่ากับวัตถุเสมอ

c)

3.เงาของวัตถุมีรูปร่างใหญ่กว่าวัตถุเสมอ

d)

4. เงาของวัตถุมีรูปร่างเล็กกว่าวัตถุเสมอ

44.

45.  ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับเงามืดเงามัว (ว 2.3 ป.6/7)

a)

1. เงามืดคือบริเวณที่ไม่มีแสงผ่าน เงามัวเป็นบริเวณที่มีแสงผ่านเล็กน้อย

b)

2. เงามืดคือบริเวณที่ไม่มีแสงผ่าน เงามัวเป็นบริเวณที่มีแสงผ่านทั้งหมด

c)

3. เงามืดคือบริเวณที่มีแสงผ่านเล็กน้อย เงามัวเป็นบริเวณที่ไม่มีแสงผ่าน

d)

4. เงามืดคือบริเวณที่มีแสงผ่านเล็กน้อย เงามัวเป็นบริเวณที่มีแสงผ่านทั้งหมด

45.

46.  ข้อใดกล่าวถึงขนาดของเงามืดและเงามัวได้ถูกต้อง 

      ก.  เมื่อวัตถุอยู่ใกล้ฉาก เงามืดมีขนาดเล็ก เงามัวมีขนาดใหญ่

      ข.  เมื่อวัตถุอยู่ใกล้ฉาก เงามืดมีขนาดใหญ่ เงามัวมีขนาดเล็ก

      ค.  เมื่อวัตถุอยู่ไกลฉาก เงามืดมีขนาดเล็ก เงามัวมีขนาดใหญ่

      ง.  เมื่อวัตถุอยู่ไกลฉาก เงามืดมีขนาดใหญ่ เงามัวมีขนาดเล็ก (ว 2.3 ป.6/1)

a)

1. ข้อ ก และ ข

b)

2. ข้อ ก และ ค

c)

3. ข้อ ข และ ค

d)

4. ข้อ ค และ ง

46.

47.  เมื่อวัตถุอยู่ติดกับแหล่งกำเนิดแสง วัตถุชนิดใดทำให้เกิดเงามัว (ว 2.3 ป.6/7)

a)

1. ดินน้ำมัน

b)

2. พลาสติกใส

c)

3. น้ำดื่ม

d)

4. กระดาษลอกลาย

47.

48.  ข้อใดคือการเรียงลำดับของดวงดาวในการเกิดสุริยุปราคาและจันทรุปราคา ตามลำดับ

ก.  ดวงอาทิตย์ - ดวงจันทร์ - โลก

      ข.  ดวงอาทิตย์ - โลก - ดวงจันทร์

          ค.  ดวงจันทร์ - ดวงอาทิตย์ - โลก (ว 3.1 ป.6/1)

a)

1.ข้อ ก และ ข  

b)

2. ข้อ ก และ ค 

c)

3. ข้อ ข และ ค

d)

4. ข้อ ข และ ก

48.

49.  ตำแหน่งของผู้สังเกตที่มองเห็นสุริยุปราคาเต็มดวงและบางส่วนแตกต่างกันอย่างไร (ว 3.1 ป.6/1)

a)

1. สุริยุปราคาเต็มดวงผู้สังเกตอยู่ในตำแหน่งเงามืด สุริยุปราคาบางส่วนสังเกตอยู่ในตำแหน่งเงามัว

b)

2. สุริยุปราคาเต็มดวงผู้สังเกตอยู่ในตำแหน่งเงามัว สุริยุปราคาบางส่วนสังเกตอยู่ในตำแหน่งเงามืด

c)

3. สุริยุปราคาเต็มดวงผู้สังเกตอยู่ในตำแหน่งเงามืด สุริยุปราคาบางส่วนสังเกตอยู่ในตำแหน่งเงามัว

      และเงามืด

d)

4. สุริยุปราคาเต็มดวงผู้สังเกตอยู่ในตำแหน่งเงามัว สุริยุปราคาบางส่วนสังเกตอยู่ในตำแหน่งเงามัว

          และเงามืด

49.

50. เมื่อเกิดสุริยุปราคาสัตว์ชนิดต่าง ๆ มีพฤติกรรมตามข้อใด (ว 3.1 ป.6/1)

a)

1. ควายแช่ในปลัก

b)

2.ไส้เดือนเข้าหาความชื้น

c)

3. ค้างคาวออกจากรัง

d)

4. มดออกจากรัง

50.

51.  ข้อใดไม่ใช่การค้นพบจากการใช้กล้องโทรทรรศน์ของกาลิเลโอ (ว 3.1 ป.6/2)

a)

1. พบบริวารของดาวพฤหัส 4 ดวง

b)

2. เห็นจุดดำบนดวงอาทิตย์

c)

3. เห็นดาวหาง

d)

4.เห็นดวงจันทร์มีพื้นผิวขรุขระ

51.

52. จรวดและยานขนส่งอวกาศเหมือนกันและแตกต่างกันอย่างไร (ว 3.1 ป.6/2)

a)

1.ใช้ขนส่งยานอวกาศเหมือนกัน  แต่จรวดใช้ได้ครั้งเดียวส่วนยานขนส่งอวกาศนำมาใช้ใหม่ได้

b)

2. ใช้ขนส่งยานอวกาศเหมือนกัน  แต่จรวดนำมาใช้ใหม่ได้ส่วนยานขนส่งอวกาศใช้ได้ครั้งเดียว

c)

3. ต้องใช้มนุษย์ขึ้นไปบังคับเหมือนกัน  แต่จรวดใช้ได้ครั้งเดียวส่วนยานขนส่งอวกาศนำมาใช้ใหม่ได้         

d)

4. ต้องใช้มนุษย์ขึ้นไปบังคับเหมือนกัน  แต่จรวดนำมาใช้ใหม่ได้ส่วนยานขนส่งอวกาศใช้ได้ครั้งเดียว

52.

53. การพยาการณ์สภาพอากาศในแต่ละวัน ใช้ประโยชน์จากดาวเทียมประเภทใด (ว 3.1 ป.6/2)

a)

1. ดาวเทียวสื่อสาร

b)

2. ดาวเทียมอุตุนิยมวิทยา

c)

3. ดาวเทียมสำรวจทรัพยากร

d)

4. ดาวเทียมเพื่อการวิจัยทางวิทยาศาสตร์

53.

54.  ข้อใดคือดาวเทียมของไทย 

      ก. ดาวเทียมไทยคม                  ข. ดาวเทียมอินเทลแซต

       ค. ดาวเทียมธีออส                    ง. ดาวเทียมไทรอส (ว 3.1 ป.6/2)

a)

1. ข้อ ก และ ข

b)

2. ข้อ ก และ ค

c)

3. ข้อ ก และ ง

d)

4. ข้อ ข และ ค

54.

55. การสืบค้นหาความรู้จากข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต เป็นการใช้ประโยชน์จากดาวเทียมชนิดใด (ว 3.1 ป.6/2)

a)

1.ดาวเทียมสื่อสาร

b)

2. ดาวเทียมอุตุนิยมวิทยา

c)

3. ดาวเทียมสำรวจทรัพยากร

d)

4. ดาวเทียมเพื่อการวิจัยทางวิทยาศาสตร์

55.

56. นักวิทยาศาสตร์ใช้อะไรในการจำแนกหิน (ว 3.2 ป.6/1)

a)

1.สี                     

      

b)

2. ขนาด

c)

3. ลักษณะการเกิด    

d)

4. ความขรุขระ

56.

57.  หินในข้อใดมีลักษณะการเกิดแตกต่างจากข้ออื่น (ว 3.2 ป.6/1)

a)

1.หินแกรนิต          

       

b)

2. หินพัมมิซ

c)

3.  หินออบซิเดียน     

d)

4. หินอ่อน

57.

58. องค์ประกอบในหินแกรนิตมีลักษณะเหมือนหินชนิดใด เพราะอะไร (ว 3.2 ป.6/1)

a)

1. หินพัมมิซ เพราะ มีลักษณะการเกิดคล้ายกัน

b)

2. หินไนส์ เพราะ หินไนส์แปรมาจากหินแกรนิต

c)

3. หินทราย เพราะ มีเนื้อหินหยาบเหมือนกัน

d)

4. หินปูน เพราะ มีสีคล้ายกัน

58.

59. หินแปรเกิดจากอะไร (ว 3.2 ป.6/1)

a)

1. หินอัคนีได้รับความร้อน

b)

2. หินตะกอนได้รับความร้อน

c)

3. หินอัคนีและหินทรายได้รับความร้อน

d)

4. หินอัคนีและหินทรายได้รับความร้อน ความดัน และปฏิกิริยาเคมี

59.

60. หินชนิดใดเกิดจากการทับถมของตะกอนแคลเซียม (ว 3.2 ป.6/1)

a)

1. หินปูน

b)

2. หินทราย

c)

3. หินกรวด

d)

4. หินดินดาน

60.

61.  หินชนิดใดนิยมนำมาทำวัสดุขัดถู (ว 3.2 ป.6/2)

a)

1. หินแกรนิต

b)

2. หินพัมมิซ

c)

3. หินทราย

d)

4. หินอ่อน

61.

62.  ลักษณะทั่วไปของหินตะกอนเป็นอย่างไร (ว 3.2 ป.6/1)

a)

1. มีผลึกแวววาว

b)

2. มีลักษณะเป็นชั้น ๆ

c)

3. เนื้อแน่น

d)

4. มีสีสันสวยงาม

62.

63. แร่ชนิดใดเมื่อเจียระไนแล้วสวยงาม (ว 3.2 ป.6/2)

a)

1.แร่เชื้อเพลิง

b)

2.แร่รัตนชาติ 

c)

3. แร่โลหะ

d)

4. แร่อโลหะ

63.

64.  การจำแนกแร่เป็นชนิดต่าง ๆ ดังข้อที่ 63 ใช้เกณฑ์อะไรในการจำแนก (ว 3.2 ป.6/2)

a)

1. สีสัน

b)

2. ความแข็ง 

c)

3. ลักษณะการเกิด

d)

4. คุณสมบัติ

64.

65. แร่ชนิดใดเคาะแล้วมีเสียงดังกังวาน นำความร้อนและนำไฟฟ้าได้ดี (ว 3.2 ป.6/2)

a)

1. แร่เชื้อเพลิง

b)

2. แร่รัตนชาติ 

c)

3. แร่โลหะ

d)

4. แร่อโลหะ

65.

66. ข้อใดไม่ใช่ซากดึกดำบรรพ์ (ว 3.2 ป.6/3)

a)

1. รอยเท้าไดโนเสาร์

b)

2. กระดูกไดโนเสาร์

c)

3. รอยใบไม้ในหิน

d)

4. กระดูกกระต่ายสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2

66.

67. นักเรียนสามารถเรียงลำดับขั้นตอนการเกิดซากดึกดำบรรพ์ได้อย่างไร

          ก.  สิ่งมีชีวิตตายลง

          ข.  สารละลายซิลิกาแทรกซึมเข้าไปในโครงร่าง

          ค.  ส่วนที่เป็นกระดูกถูกตะกอนทับถม

          ง.  โครงร่างแข็งเป็นหิน (ว 3.2 ป.6/3)

a)

1. ก  ค  ข  ง                             

                          

b)

2. ก  ง  ค  ข

c)

  3. ก  ข  ค  ง

d)

4. ก  ค  ง  ข

67.

68. ซากดึกดำบรรพ์สามารถพบได้ในหินชนิดใด (ว 3.2 ป.6/3)

a)

1. หินอัคนี

b)

2. หินแกรนิต

c)

3. หินตะกอน

d)

4. หินแปร

68.

69. ซากดึกดำบรรพ์มีประโยชน์ต่อเราอย่างไร (ว 3.2 ป.6/3)

a)

1.  ทำให้เราทราบเรื่องราวในอดีต

b)

2. ทำให้เราทราบเรื่องราวในอนาคต

c)

3. ทำให้เราทราบวิวัฒนาการของจระเข้

d)

4. ข้อ 1 และ 3 ถูกต้อง

69.

70.  การพบซากดึกดำบรรพ์เปลือกหอยน้ำจืดที่บริเวณชายหาดเป็นไปได้หรือไม่ (ว 3.2 ป.6/3)

a)

1.เป็นไปไม่ได้ เพราะ ควรพบซากดึกดำบรรพ์เปลือกหอยน้ำจืดในแม่น้ำ

b)

2. เป็นไปไม่ได้ เพราะ อาจจะตรวจสอบผิด

c)

3. เป็นไปได้ เพราะ บริเวณนั้นอาจจะเคยเป็นแหล่งน้ำจืดมาก่อน

d)

4. เป็นไปได้ เพราะ อาจจะมีคลื่นลมจากทะเลพัดพามา

70.

71.  ข้อใดกล่าวถึงลมบกได้ถูกต้อง (ว 3.2 ป.6/4)

a)

1. พัดจากชายฝั่งไปทะเล  เกิดตอนกลางวัน

b)

2.พัดจากชายฝั่งไปทะเล  เกิดตอนกลางคืน

c)

3. พัดจากทะเลไปชายฝั่ง  เกิดตอนกลางวัน

d)

4.พัดจากทะเลไปชายฝั่ง  เกิดตอนกลางคืน

71.

72.  ข้อใดกล่าวถึงลมทะเลได้ถูกต้อง (ว 3.2 ป.6/4)

a)

1.พัดจากชายฝั่งไปทะเล  เกิดตอนกลางวัน

b)

2.พัดจากชายฝั่งไปทะเล  เกิดตอนกลางคืน

c)

3.พัดจากทะเลไปชายฝั่ง  เกิดตอนกลางวัน

d)

4.พัดจากทะเลไปชายฝั่ง  เกิดตอนกลางคืน

72.

73.  ข้อใดกล่าวถึงการดูดและคายความร้อนของทรายและน้ำได้ถูกต้อง (ว 3.2 ป.6/4)

a)

1. ทรายดูดความร้อนได้ดีกว่าน้ำ และทรายคายความร้อนได้ดีกว่าน้ำ

b)

2. ทรายดูดความร้อนได้ดีกว่าน้ำ แต่ทรายคายความร้อนได้แย่กว่าน้ำ

c)

3. ทรายดูดความร้อนได้แย่กว่าน้ำ แต่ทรายคายความร้อนได้ดีกว่าน้ำ

d)

4. ทรายดูดความร้อนได้แย่กว่าน้ำ และทรายคายความร้อนได้แย่กว่าน้ำ

73.

74.  ข้อใดคือมรสุมที่เกิดขึ้นในประเทศไทย (ว 3.2 ป.6/4)

a)

1. มรสุมตะวันออกเฉียงใต้  และมรสุมตะวันตกเฉียงเหนือ       

b)

2. มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ  และมรสุมตะวันตกเฉียงเหนือ

c)

3. มรสุมตะวันออกเฉียงใต้  และมรสุมตะวันตกเฉียงใต้

d)

4. มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ  และมรสุมตะวันตกเฉียงใต้

74.

75.  มรสุมใดทำให้เกิดฤดูหนาวในประเทศไทย (ว 3.2 ป.6/5)

a)

1. มรสุมตะวันออกเฉียงใต้ 

b)

2.มรสุมตะวันตกเฉียงเหนือ

c)

3. มรสุมตะวันตกเฉียงใต้

d)

4. มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ

75.

76.  มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ทำให้ประเทศไทยเกิดฤดูใด (ว 3.2 ป.6/5)

a)

1. ฤดูร้อน            

           

b)

2. ฤดูหนาว

c)

3. ฤดูฝน                

d)

4. ฤดูใบไม้ร่วง

76.

77.  สาเหตุใดทำให้เกิดมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ (ว 3.2 ป.6/5)

a)

1. เกิดจากภาคพื้นทวีปมีอุณหภูมิต่ำกว่ามหาสมุทรอินเดีย

b)

2. เกิดจากภาคพื้นทวีปมีอุณหภูมิสูงกว่ามหาสมุทรอินเดีย

c)

3. เกิดจากภาคพื้นทวีปมีอุณหภูมิต่ำกว่ามหาสมุทรแปซิฟิก

d)

4. เกิดจากภาคพื้นทวีปมีอุณหภูมิสูงกว่ามหาสมุทรแปซิฟิก

77.

78.  ฤดูฝนของไทยเกิดจากสาเหตุใด (ว 3.2 ป.6/5)

a)

1. เกิดจากภาคพื้นทวีปมีอุณหภูมิต่ำกว่ามหาสมุทรอินเดีย

b)

2. เกิดจากภาคพื้นทวีปมีอุณหภูมิสูงกว่ามหาสมุทรอินเดีย

c)

3. เกิดจากภาคพื้นทวีปมีอุณหภูมิต่ำกว่ามหาสมุทรแปซิฟิก

d)

4. เกิดจากภาคพื้นทวีปมีอุณหภูมิสูงกว่ามหาสมุทรแปซิฟิก

78.

79.  ข้อใดไม่ใช่ธรณีพิบัติภัย (ว 3.2 ป.6/6)

a)

1. แผ่นดินไหว

b)

2.สึนามิ 

c)

3. น้ำท่วม

d)

4. ดินถล่ม

79.

80. ภัยธรรมชาติข้อใดมีสาเหตุมาจากฝนตกหนัก (ว 3.2 ป.6/6)

a)

1. คลื่นพายุซัดฝั่ง

b)

2.สึนามิ 

c)

3. ดินถล่ม

d)

4.แผ่นดินไหว

80.

81.  ภัยธรรมชาติข้อใดมีสาเหตุมาจากแผ่นดินไหว (ว 3.2 ป.6/6)

a)

1.ไฟป่า                                    

                 

b)

2. สึนามิ 

c)

3. พายุฝนฟ้าคะนอง      

d)

4. น้ำท่วม

81.

82.ข้อใดมีสาเหตุมาจากการตัดไม้ทำลายป่า (ว 3.2 ป.6/6)

a)

1.น้ำกัดเซาะชายฝั่ง          

                 

b)

  2. น้ำท่วม

c)

  3. สึนามิ               

d)

4. ไฟป่า

82.

83.แก๊สชนิดใดส่งผลให้เกิดปรากการณ์เรือนกระจก (ว 3.2 ป.6/6)

a)

1.  แก๊สไนโตรเจน            

         

b)

2. แก๊สออกซิเจน

c)

  3. แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์

d)

4. แก๊สฮีเลี่ยม

83.

84.  ข้อใดคือการเตรียมตัวรับมือภัยธรรมชาติ (ว 3.2 ป.6/7)

a)

1.  สังเกตสิ่งต่าง ๆ รอบตัว          

                     

b)

  2. ติดตามข่าวสารสม่ำเสมอ

c)

  3. ออกกำลังกายให้แข็งแรง  

d)

4. ถูกต้องทุกข้อ

84.

85. การกระทำในข้อใดช่วยลดแก๊สเรือนกระจก (ว 3.2 ป.6/7)

a)

1. เปิดพัดลมแทนเครื่องปรับอากาศ

     

     

b)

2.  ปั่นจักรยานแทนการใช้รถยนต์

c)

3.  ปลูกต้นไม้เพิ่มเติม

d)

4. ถูกต้องทุกข้อ

85.

ให้นักศึกษาอธิบายกระบวนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ 5E แต่ละขั้นมีกระบวนการจัดกิจกรรมอย่างไร

4 lines
86.

ให้นักศึกษาบอกความหมายของทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ และบอกทักษะขั้นพื้นฐาน 8 ทักษะ

4 lines
87.

เป้าหมายของวิทยาศาสตร์ และเรียนรู้อะไรในวิทยาศาสตร์

4 lines
88.

1.    ข้อความใดถูกต้อง

                ก.  อาหาร คือ สิ่งที่รับประทานแล้วมีประโยชน์ต่อร่างกาย

                ข.  อาหาร คือ สิ่งที่เรารับประทานเข้าไปทุกชนิด

                ค.  อาหารและสารอาหารคือสิ่งเดียวกัน

                ง.  สารอาหาร คือ สารเคมีที่อยู่ในอาหาร (ว 1.2 ป.6/1) 

a)

1. ข้อ ก และ ค

b)

2. ข้อ ก และ ง

c)

3. ข้อ ข และ ค

d)

4. ข้อ ข และ ง

89.

1.    ข้อความใดถูกต้อง

                ก.  อาหาร คือ สิ่งที่รับประทานแล้วมีประโยชน์ต่อร่างกาย

                ข.  อาหาร คือ สิ่งที่เรารับประทานเข้าไปทุกชนิด

                ค.  อาหารและสารอาหารคือสิ่งเดียวกัน

                ง.  สารอาหาร คือ สารเคมีที่อยู่ในอาหาร (ว 1.2 ป.6/1) 

a)

1. ข้อ ก และ ค

b)

2. ข้อ ก และ ง

c)

3. ข้อ ข และ ค

d)

4. ข้อ ข และ ง