Wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

แบบทดสอบภาษาไทย ม.261064

Total questions: 25

Worksheet time: 1hrs 15mins

Name
Class
Date
1.

บุคคลในข้อใดมีวิจารญาณในการฟังและการดู

a)

เอ ฟังและดูสื่อแล้วน าไปปฏิบัติตาม

b)

บี ฟังและดูสื่อแล้วศึกษาจุดมุ่งหมายของเรื่อง

c)

ซี ฟังและดูสื่อพูดวิพากษ์วิจารณ์ตามความพอใจ

d)

ดี ฟังและดูสื่อแล้ววิเคราะห์จุดมุ่งหมาย ความ น่าเชื่อถือแล้วประเมินค่า

2.

นายเดชฟังเรื่องราวแล้วน ามาแยกแยะออกเป็นส่วนๆ แสดงว่าเขาใช้วิธีใดในการฟัง

a)

วิจารณ์

b)

สรุปความ

c)

วิเคราะห์

d)

ประเมินค่า

3.

ข้อใดไม่ใช่ลักษณะของการพูดวิเคราะห์วิจารณ์

a)

พูดโต้ตอบ

b)

พูดอธิบาย

c)

พูดชี้แจงเหตุผล

d)

พูดแสดงความคิดเห็น

4.

การมีมารยาทในการพูดเป็นผลดีต่อผู้พูดอย่างไร

a)

ทำให้มีบุคลิกดี

b)

สร้างความศรัทธาให้แก่ผู้ฟัง

c)

ทำให้ไม่มีข้อขัดแย้งกับผู้อื่น

d)

เป็นที่เคารพนับถือของผู้ฟัง

5.

“ญัตติ” หมายความว่าอย่างไร

a)

วิธีการเสนอความคิดเห็น

b)

การนำเหตุผลมาคัดค้านฝ่ายตรงข้าม

c)

หัวข้อหรือเรื่องที่นำมาใช้ในการโต้วาที

d)

ข้อความที่เป็นประเด็นขัดแย้งในการโต้วา

6.

ข้อใดไม่ใช่ลักษณะของข้อความที่ใช้เป็นญัตติในการ โต้วาที ?

a)

เข้าใจง่าย

b)

สั้น กะทัดรัด

c)

มีความหมายชัดเจนสมบูรณ์

d)

เป็นเรื่องที่ทันต่อเหตุการณ์

7.

ผู้ดำเนินการโต้วาทีมีความสำคัญอย่างไร

a)

เป็นผู้กำหนดญัตติในการโต้วาที

b)

เป็นผู้กำหนดตัวบุคคลในคณะโต้วาที

c)

เป็นผู้กำหนดรายละเอียดต่างๆ ในการโต้วาที

d)

เป็น ผู้กำหนดให้การโต้วาทีดำเนินไปตามลำดับ ขั้นตอน

8.

ข้อใดเป็นลักษณะของการโต้วาทีที่ดี

a)

ให้ความรู้ความคิด

b)

ให้ความสนุกเพลิดเพลิน

c)

ให้ความรู้และความบันเทิง

d)

ใช้ความสามารถในการคิดวิเคราะห์

9.

หัวข้อการอภิปรายควรมีลักษณะอย่างไร

a)

เรื่องที่น่าสนใจ

b)

เรื่องที่ทันสมัยอยู่ในความสนใจของผู้ฟัง

c)

เรื่องที่สนุกเพลิดเพลินให้ความบันเทิงใจแก่ผู้ฟัง

d)

เรื่องที่ให้ความรู้ความคิดสามารถน าไปใช้แก้ปัญหา

10.

ข้อใดถูกต้อง เมื่อเป็นผู้โทรศัพท์ ไปติดต่อผู้อื่น

a)

สวัสดีครับ ผมต้องการพูดกับคุณสมปอง

b)

สวัสดีครับ ช่วยตามอรรถมาพูดหน่อยครับ

c)

สวัสดีครับ ผมวิทยา ขอพูดกับคุณวินัยหน่อยครับ

d)

สวัสดีครับ บอกให้สมชายมารับโทรศัพท์ผมด่วน

11.

ผู้ตรวจการวิเคราะห์ผู้ฟังมีความส าคัญต่อการพูดอย่างไร

a)

เพื่อให้ผู้ฟังมีส่วนร่วมในการพูดทุกครั้ง

b)

เพื่อจะได้ใช้ภาษาเหมาะแก่กลุ่มผู้ฟัง

c)

เพื่อจะให้ผู้ฟังสามารถตั้งค าถามได้

d)

เพื่อให้ผู้ฟังฟังอย่างมีสมาธิ

12.

การพูดแบบใดที่ต้องอาศัยความสามารถของผู้พูดมาก ที่สุด

a)

เพื่อจรรโลงใจ

b)

เพื่อโน้มน้าวใจ

c)

เพื่อสนุกสนาน

d)

เพื่อค้นหาคำอบ

13.

การอ่านตีความต้องพิจารณาสิ่งใดก่อน

a)

ชื่อของงานเขียน

b)

ประเภทของงานเขียน

c)

เนื้อหาของงานเขียน

d)

น้ าเสียงของผู้เขียน

14.

ข้อใดไม่ใช่การอ่านเพื่อความรู้

a)

นางสาวอรทัยอ่านฉลากยาแล้วปฏิบัติตาม

b)

นางสาวกัลยาณีอ่านต าราอาหารไทยไปท าขนมขาย

c)

นางสาวตั๊กแตนอ่านนวนิยายเก็บข้อมูลแล้วไปเขียนนิยาย ส่งเข้าประกวด

d)

นางสาวจินตรามีความทุกข์จึงไปอ่านหนังสือเกี่ยวกับ ศาสนาเพื่อผ่อนคลายความทุกข์

15.

“ผลจากการวิจัยปี 2548 จะพบว่า ประเทศไทยมีผู้ที่ไม่ อ่านหนังสือถึง 22.4 ล้านคนหรือเกือบ 40% ของประชากรทั้ง ประเทศ ด้วยเหตุผลว่าชอบดูโทรทัศน์ หรือฟังวิทยุมากกว่า ขณะที่เด็กที่มีอายุ 10-14 ปี กว่า 60% ให้เหตุผลในการไม่อ่าน หนังสือว่า เพราะไม่ชอบและไม่สนใจ ส่งผลให้สถิติการอ่าน ของคนไทยเฉลี่ยเพียงปีละ 2 เล่ม ซึ่งนับว่าต่่ามากๆ เมื่อ เปรียบเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างสิงคโปร์ ที่มีสถิติการ อ่านหนังสือปีละ 40-50 เล่ม ส่วนเวียดนาม มีสถิติการอ่าน หนังสือปีละ 60 เล่ม จากเหตุดังกล่าวบ่งบอกให้เห็นว่า การ อ่านหนังสือของคนไทยก่าลังก้าวสู่ภาวะวิกฤตอย่างแท้จริง”

ใจความส าคัญของข้อความนี้ตรงกับข้อใด

a)

คนเวียดนามอ่านหนังสือมากที่สุด

b)

คนไทยไม่มีนิสัยรักการอ่าน

c)

คนสิงคโปร์รักการอ่านรองจากเวียดนาม

d)

คนไทยอ่านหนังสือปีละ 2 เล่ม

16.

ข้อความจากข้อ 3 นี้มีประโยชน์สำหรับใครมากที่สุดใน การที่จะช่วยให้เด็กไทยอ่านมากขึ้น

a)

เด็กอายุ 10-14 ปี

b)

พ่อแม่ ผู้ปกครอง

c)

ครูและผู้บริหารสถานศึกษา

d)

รัฐบาล ผู้บริหารประเทศ

17.

ข้อใดคือการอ่านออกเสียงที่ถูกต้อง

a)

สามเณรสมคิดกำหนดท่าทางที่จะอ่าน

b)

สามเณรสมศักดิ์ทดลองเสียงก่อนที่จะอ่าน

c)

สามเณรสมเดชศึกษาเจตนาของผู้แต่งเรื่องที่จะอ่าน

d)

สามเณรสมพงษ์ท าความเข้าใจในเรื่องที่จะอ่านอย่างถี่ ถ้วน

18.

การอ่านตีความผู้อ่านไม่จ าเป็นต้องมีความรู้เรื่องใด

a)

ประเภทของงานเขียน

b)

จุดประสงค์ของผู้เขียน

c)

น้ าเสียงของผู้เขียน

d)

ประวัติ ภูมิหลังของผู้เขียน

19.

การพิจารณาข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็น หรือพิจารณา อารมณ์ ความรู้สึกของผู้เขียนอยู่ในขั้นตอนใดของการอ่าน ตีความ

a)

การอ่านคร่าว ๆ

b)

การอ่านอย่างละเอียด

c)

การวิเคราะห์ถ้อยคำ

d)

การพิจารณาน้ำเสียง

20.

ข้อใดเป็นข้อคิดเห็น

a)

เขาจะให้เราเอารูปไปใส่ในแสตมป์ที่ระลึกของงาน อภิเษกได้ด้วย

b)

เราไปอยู่ที่สถานที่ที่เขาจัดให้สื่อจากทั่วโลกมายืนอยู่ ด้วยกัน

c)

ใครอยากได้มุมไหนก็ยืนตามอัธยาศัยเพียงแต่ให้อยู่ในเขต ที่บอกเท่านั้น

d)

เรามีของขวัญเป็นหุ่นกระบอกใส่ชุดไทยสวยงามวิจิตร บรรจงอยู่ในตู้กระจก

21.

. ถามว่า ปู่ย่าตายายเรา พ่อแม่เรา หรือหลักสูตรที่โรงเรียน เรา เคยสอนเราเกี่ยวกับการรับมือภัยธรรมชาติ อาทิ อุทกภัย วาตภัย หรือไม่ ค่าตอบคือ ไม่มี ไม่เคย ไม่ค่อยสอน วิชา สังคมศึกษาสอนเราว่า “เมืองไทยของเรานี้แสนดีหนักหนา โชคดีกว่าภัยธรรมชาติแบบประเทศอื่น ไม่มีแผ่นดินไหว แบบหมู่เกาะญี่ปุ่น ไม่มีน้่าท่วมใหญ่แบบแม่น้่าหวางเหอ ไม่ มีเฮอริเคน แบบอ่าวเม็กซิโก” ผู้เขียนข้อความนี้ต้องการ นำเสนอเรื่องราวใด

a)

หลักสูตร

b)

ภัยธรรมชาติ

c)

การเตรียมรับภัยธรรมชาติ

d)

การป้องกันภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้น

22.

ข้อใดเป็นการเขียนบรรยายประสบการณ์

a)

คำขวัญ

b)

ถ้อยคำสำนวน

c)

ประวัติของตนเอง

d)

การส่งข้อความทางแฟกซ์

23.

มาจะกล่าวบทไป ถึงนนทกน้ าใจกล้าหาญ ตั้งแต่สยมภูวญาณ ประทานให้ล้างเท้าเทวา คำที่ขีดเส้นใต้อ่านว่าอย่างไรจึงจะถูกต้องตามหลักภาษา

a)

สะ – หยม – พู –วะ –ยาน

b)

สะ –ยะ – มะ – พู –วะ –ยาน

c)

สะ –ยม – พู –วะ – หยาน

d)

สะ – หยม – มะ – พู –วะ –ยาน

24.

ข้อใดสามารถเปลี่ยนแปลงได้ในการเขียนย่อความ

a)

เนื้อความ

b)

คำราชาศัพท์

c)

คำสรรพนาม

d)

รูปแบบการเขียน

25.

ข้อใดเป็นการเขียนคำนำที่ดีในการเขียนเรียงความ

a)

นำด้วยนิทานต่าง ๆ

b)

นำด้วย ภาษิต คำพังเพย

c)

นำด้วยข่าวในชีวิตประจำวัน

d)

นำด้วยการยกตัวอย่างเหตุการณ์