wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

midterm NUR63-212 (sec1,3)

Total questions: 60

Worksheet time: 3600secs

Name
Class
Date
1.

1. การสร้างสัมพันธภาพเพื่อการสัมภาษณ์ประวัติผู้ใช้บริการ ข้อใดถูกต้อง

a)

1.ระยะก่อนการสัมภาษณ์ “วันนี้มาโรงพยาบาลกับใคร”

b)

2.ระยะเริ่มต้นการสัมภาษณ์ “ท่านเคยได้รับอุบัติเหตุหรือไม่”

c)

3.ระยะการสัมภาษณ์ “วันนี้อาการเป็นอย่างไรบ้าง”

d)

4.ระยะยุติการสัมภาษณ์ “คำถามสุดท้าย ในครอบครัวมีใครป่วยโรคเบาหวานบ้าง”

2.

2. ผู้ใช้บริการหญิงอายุ 25 ปี BMI = 30 กก./ม2 การสัมภาษณ์ประวัติเกี่ยวกับภาวะโภชนาการและการเผาผลาญ ข้อใดเหมาะสมที่สุด

a)

1.น้ำเสียงปกติ “คุณออกกำลังกายสม่ำเสมอ ยืนยันข้อมูลนะคะ”

b)

2.สีหน้ายิ้มแย้ม “จะเป็นไปได้หรือไม่ ถ้าให้คุณออกกำลังกายให้มากขึ้น”

c)

3.สัมผัสมือผู้ใช้บริการ “คุณชอบรับประทานอาหารประเภทแป้งใช่หรือไม่”

d)

4.สบตาผู้ใช้บริการ “พฤติกรรมการรับประทานอาหารของคุณเป็นอย่างไร”

3.

3. ข้อใดเหมาะสมที่สุด ในการแสดงถึงความเข้าใจความรู้สึกปวดของผู้ป่วย

a)

1.“คุณบอกดิฉันว่าคุณกำลังปวดมาก”

b)

2.“อาการปวดของคุณจะดีขึ้นหลังได้รับยา”

c)

3. “คุณคงเจ็บมาก ดูหน้าตาไม่ค่อยสบายเลย”

d)

4.“คุณอย่าพยายามยกขานะคะ อาจจะทำให้ปวดมากขึ้น”

4.

ผู้ใช้บริการ “อยู่ที่บ้านผมต้องตอบคำถามเรื่องการสูบบุหรี่หลายรอบมาก มาโรงพยาบาลคุณก็ยังมาถามผมซ้ำๆเรื่องนี้อีก”

พยาบาล “คุณรู้สึกไม่พอใจที่ถูกถามเรื่องการสูบบุหรี่บ่อยๆ”จงตอบคำถามข้อที่ 4

4. จากสถานการณ์ พยาบาลใช้เทคนิคการสื่อสารขณะสัมภาษณ์ประวัติสุขภาพ ข้อใดถูกต้อง

a)

1.การเน้นจุดสนใจ (focusing)

b)

2.การกล่าวย้ำ (restatement)

c)

3.ส่งเสริมให้เล่าต่อ (facilitation)

d)

4.การสะท้อนความรู้สึก (reflecting)

5.

สถานการณ์ ชายไทย อายุ 62 ปี มาตรวจที่โรงพยาบาลเวลา 09.00 น.บอกพยาบาลว่า “เมื่อก่อนสูบบุหรี่เยอะ พักหลังหายใจเหนื่อยไอมีเสมหะบ่อยขึ้น เมื่ออาทิตย์ที่แล้วก็เป็นแต่พ่นยาอาการดีขึ้น เมื่อเช้าตอน 6 โมง รู้สึกว่าเหนื่อยมาก ลุกเดินออกมาจากห้องก็เหนื่อย ไอมีเสมหะด้วย หายใจแทบไม่ทัน ให้ลูกพามาโรงพยาบาล”

5. ข้อใดระบุถึงอาการสำคัญได้ถูกต้อง

a)

1.หายใจเหนื่อย ไอมากขึ้น เวลา 6.00 น. ก่อนมาโรงพยาบาล

b)

2.ไอมีเสมหะ หายใจหอบเหนื่อย 3 ชั่วโมงก่อนมาโรงพยาบาล

c)

3.ไอมีเสมหะมาก หายใจไม่ทัน ตั้งแต่เวลา 9.00 น. จึงมาโรงพยาบาล

d)

4.มีประวัติสูบบุหรี่ หายใจหอบเหนื่อย 1 สัปดาห์ก่อนมาโรงพยาบาล

6.

สถานการณ์ ชายไทย อายุ 62 ปี มาตรวจที่โรงพยาบาลเวลา 09.00 น.บอกพยาบาลว่า “เมื่อก่อนสูบบุหรี่เยอะ พักหลังหายใจเหนื่อยไอมีเสมหะบ่อยขึ้น เมื่ออาทิตย์ที่แล้วก็เป็นแต่พ่นยาอาการดีขึ้น เมื่อเช้าตอน 6 โมง รู้สึกว่าเหนื่อยมาก ลุกเดินออกมาจากห้องก็เหนื่อย ไอมีเสมหะด้วย หายใจแทบไม่ทัน ให้ลูกพามาโรงพยาบาล”

6. พยาบาลควรสัมภาษณ์ประวัติการเจ็บป่วยปัจจุบันในข้อใด เพื่อให้ทราบถึง Duration of symptoms

a)

1.“อะไรทำให้คุณเหนื่อยมากขึ้น”

b)

2. “คุณเริ่มมีอาการเหนื่อยเมื่อไหร่”

c)

3.“อาการเหนื่อยนานแค่ไหนในแต่ละครั้ง”

d)

4.“คุณนั่งพักนานแค่ไหน กว่าอาการจะดีขึ้น”

7.

7. ผู้ป่วยมาด้วยอาการเจ็บเเน่นหน้าอก พยาบาลควรใช้คำถามเกี่ยวกับการซักประวัติการเจ็บป่วยปัจจุบัน ยกเว้น ข้อใด

a)

1.“นั่งพักแล้วดีขึ้นหรือไม่”

b)

2.“เจ็บหน้าอกร้าวไปที่หลัง หรือไหล่หรือไม่”

c)

3.“ขณะเจ็บเเน่นหน้าอกคุณกำลังทำกิจกรรมอะไร”

d)

4.“คนในครอบครัวมีอาการเจ็บเเน่นหน้าอกบ้างหรือไม่”

8.

8. ผู้ป่วยหญิง อายุ 55 ปี นอนติดเตียง มา 1 ปี วันนี้มาโรงพยาบาลด้วยมีไข้และไอ ควรใช้คำถามใดเพื่อให้ได้ข้อมูลเกี่ยวกับการเจ็บป่วยในอดีต

a)

1.“คุณมีอาการแบบนี้มานานเท่าไหร่”

b)

2.“คุณเคยมีอาการแบบนี้มาก่อนหรือไม่”

c)

3.“คุณเคยคลอดบุตรหรือไม่ คลอดอย่างไร”

d)

4.“อาการไข้และไอครั้งนี้ทำให้คุณต้องนอนโรงพยาบาลหรือไม่”

9.

9. การสัมภาษณ์เพื่อประเมินภาวะสุขภาพด้านจิตสังคม ข้อใดถูกต้อง

a)

1.“คุณจัดการความเครียดอย่างไร”

b)

2.“คุณให้ความหมายของชีวิตว่าอย่างไร”

c)

3.“คุณมีการบาดเจ็บของร่างกายบริเวณใดบ้าง”

d)

4.“คุณคิดว่าการเจ็บป่วยครั้งนี้เป็นผลจากการทำบาปใช่หรือไม่”

10.

10. ผู้ป่วยโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว รู้สึกตัวดีเข้ารับการดูแลระยะสุดท้ายของชีวิตที่โรงพยาบาล การสัมภาษณ์ประวัติด้านความต้องการด้านจิตวิญญาณ ข้อใดเหมาะสมที่สุด

a)

1.“คุณต้องการทำพินัยกรรมหรือไม่”

b)

2.“คุณคิดเห็นอย่างไรกับการบนบานสิ่งศักดิ์สิทธิ์”

c)

3.“ถ้าคุณต้องกลับบ้านญาติจะพร้อมดูแลหรือไม่”

d)

4.“คุณต้องการอะไรที่ทำให้จิตใจสงบบ้างหรือไม่”

11.

11. การประเมินสัญญาณชีพในข้อใดเหมาะสมที่สุด

a)

1.ประเมินการหายใจในผู้ป่วยหลังถอดสายระบายทางทรวงอก

b)

2.ประเมินชีพจรในผู้ป่วยที่มีแผนการรักษาให้ใส่สายสวนปัสสาวะ

c)

3.ประเมินความดันโลหิตในผู้ป่วยหลังเจาะเลือดส่งตรวจเพาะเชื้อ

d)

4. ประเมินอุณหภูมิกายหลังจากผู้ป่วยรับประทานยาลดไข้ 10-15 นาที

12.

12. พยาบาลประเมินอุณหภูมิกายผู้ป่วยได้ 39.6 °C ข้อใดเป็นปฏิกิริยาของร่างกายที่จะเกิดขึ้นในผู้ป่วยรายนี้

a)

1. Shivering, Vasodilation

b)

2. Shivering, Vasoconstriction

c)

3. Sweat secretion, Vasodilation

d)

4.Sweat secretion, Vasoconstriction

13.

13. ข้อใดกล่าว ไม่ถูกต้อง เกี่ยวกับการประเมินอุณหภูมิกาย

a)

1.การประเมินอุณหภูมิกายทางหูในเด็กควรดึงหูเด็กลงและเอียงไปด้านหลัง

b)

2.การประเมินอุณหภูมิกายทุกทางควรประเมินหลังจากผู้ป่วยอาบน้ำ 30 นาที

c)

3.การประเมินอุณหภูมิทางทวารหนักในผู้ป่วยโรคหัวใจอาจทำให้เกิด Bradycardia

d)

4.การประเมินอุณหภูมิทางปากไม่ควรทำในเด็กอายุ 3 ปี ที่ได้รับการผ่าตัดรักษาภาวะปากแหว่ง

14.

14. ผู้ป่วยหลังไข้ลดมา 10 วัน วันนี้มาโรงพยาบาลประเมินอุณหภูมิกายทางรักแร้ได้ 39.1 °Cข้อใดแปลผลระยะและระดับของไข้ได้ถูกต้อง

a)

1.Acute fever, High Pyrexia

b)

2.Acute fever, Hyper Pyrexia

c)

3.Sub-acute fever, High Pyrexia

d)

4.Sub-acute fever, Hyper Pyrexia

15.

15.ในผู้ป่วยที่ไม่รู้สึกตัว หายใจเฮือก จะทำการประเมินชีพจรในข้อใดเหมาะสมที่สุด

a)

1.คลำ Brachial artery เพื่อหาตำแหน่งเตรียมวัดความดันโลหิต

b)

2.คลำ Carotid artery โดยเลือกคลำเพียงข้างเดียว เพื่อป้องกันภาวะ Bradycardia

c)

3.คลำ Femoral artery เบา ๆ เพียงข้างเดียว เพื่อให้เลือดไปเลี้ยงอวัยวะส่วนปลายได้

d)

4.ไม่ใช้วิธีการคลำชีพจร แต่ฟังอัตราการเต้นของหัวใจบริเวณ Apex แทน เพื่อให้ได้ค่าที่แม่นยำ

16.

16. ปัจจัยและการแปลผลชีพจรของบุคคลใด มีความสัมพันธ์กันตามกลไกการควบคุมชีพจร

a)

1.นาย ก ดื่มกาแฟ พบ Heart rate = 56 bpm, Regularis, 2+

b)

2.นาย ข ปวดศีรษะและมีไข้ พบ Heart rate = 90 bpm, Arrythmia, 3+

c)

3.นาย ค หลังว่ายน้ำ 10 นาที พบ Heart rate = 64 bpm, Arrythmia, 2+

d)

4.นาย ง ถ่ายเหลว 10 ครั้ง ใน 3 ชั่วโมง พบ Heart rate = 124 bpm, Regularis, 1+

17.

17. ผู้ป่วยประสบอุบัติเหตุศีรษะได้รับบาดเจ็บ แรกรับ RR = 16 bpm มีช่วงจังหวะหยุดหายใจ และตามด้วยการหายใจที่ค่อย ๆ เพิ่มขึ้น และลึกจนระดับสูงสุด จากสถานการณ์ลักษณะการหายใจของผู้ป่วยตรงตามข้อใด

a)

1.Ataxic respiration

b)

2.Biots respiration

c)

3.Cheyne-Stokes respiration

d)

4.Slow shallow breathing

18.

18. การประเมินความดันโลหิตเพื่อให้ได้ค่าที่แม่นยำ การปฏิบัติตามข้อใดเหมาะสมที่สุด

a)

1.เลือกขนาด cuff ที่เหมาะสมและพันเหนือข้อพับ 2-3 นิ้ว

b)

2.จัดท่านั่งหลังตรง หงายแขนข้างที่จะวัดให้อยู่ระดับเดียวกับหัวใจ

c)

3.หากพบว่าค่าความดันโลหิตสูง ควรวัดซ้ำทันทีอย่างน้อย 2 ครั้ง ห่างกัน 5 นาที

d)

4. บีบ cuff มากกว่า 20 mmHg จากค่า Diastolic blood pressure ที่วัดได้ครั้งสุดท้าย

19.

19. ผู้ป่วยหญิงอายุ 58 ปี โรคประจำตัวเป็นไขมันในเลือดสูง ประเมินความดันโลหิตที่โรงพยาบาลได้ 144/110 mmHg ข้อใดกล่าว ไม่ถูกต้อง

a)

1.ผู้ป่วยมีภาวะ Grade 2 Hypertension

b)

2.ผู้ป่วยมีภาวะ Hypertension จากการที่ผนังหลอดเลือดมีความยืดหยุ่นลดลง

c)

3.ผู้ป่วยมีไขมันในเลือดสูง ทำให้แรงต้านทานในหลอดเลือดต่ำ จึงมีภาวะ Hypertension

d)

4.ผู้ป่วยมีค่า Pulse pressure = 34 และมีค่า Mean arterial pressure = 121.33 mmHg

20.

20. การเลือกใช้เครื่องมือประเมินความปวดข้อใดเหมาะสมที่สุด

a)

1.ใช้ Face Rating Scales ในผู้ป่วยไม่รู้สึกตัว

b)

2.ใช้ Numeric Rating Scales ในผู้ป่วยหลงลืม

c)

3.ใช้ Neonatal Infant Pain Scale ในเด็กอายุ 11 เดือน

d)

4.ใช้ Children’s Hospital of Eastern Ontario Pain Scale ในเด็กอายุ 7 ปี

21.

21.หญิงไทย หลังผ่าตัดคลอด มีแผลเป็นบริเวณหน้าท้อง ลักษณะเป็นก้อนนูนสูง เป็นความผิดปกติของผิวหนังลักษณะใด

a)

1. Keloid

b)

2. Measles

c)

3. Wart

d)

4. Herpes zoster

22.

22.ข้อใด ไม่ใช่ กลุ่มอาการที่มีลักษณะผื่นเป็นแบบ Papules rash

a)

1.Chicken pox

b)

2.Insect bite reaction

c)

3.Flea allergy dermatitis

d)

4.Dengue hemorrhagic fever

23.

23.การประเมิน skin turgor ผิวหนังคืนสู่ภาวะปกติช้า 2-10 วินาที แปลผลภาวะขาดน้ำในระดับใด

a)

1. Mild dehydration

b)

2. Moderate dehydration

c)

3. High dehydration

d)

4. Severe dehydration

24.

24. ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับการประเมิน Pitting Edema

a)

1. เป็นวิธีที่ใช้ประเมินอาการบวมของผิวหนังที่มีอาการอักเสบบวมตึง

b)

2. ถ้าปล่อยมือแล้วผิวหนังเป็นรอยกดบุ๋มค้างอยู่ 2 – 3 วินาที แสดงว่าไม่มีอาการบวม

c)

3.การบวมระดับ 4+ จะสังเกตเห็นรอยกดบุ๋มลงไป 8 มิลลิเมตร และอยู่นาน 2 – 5 นาที

d)

4. คลำอาการบวม บริเวณที่ตรวจ ได้แก่ ข้างแก้ม หน้าผาก หน้าอกบริเวณ Sternum

25.

25.ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับการประเมินและแปลผล Capillary refill

a)

1. เป็นการทดสอบความแน่นของแผ่นเล็บและฐานเล็บ

b)

2. วิธีการตรวจทำโดยใช้นิ้วหัวแม่มือกดที่เล็บแล้วปล่อยทันที

c)

3. ผลการตรวจที่ผิดปกติ มักพบในผู้ป่วยที่มีปัญหาขาดออกซิเจน

d)

4. สีของเล็บกลับมาเป็นสีปกติภายใน 2 วินาทีแสดงว่าไม่มีความผิดปกติ

26.

26.ข้อใดกล่าว ไม่ถูกต้อง เกี่ยวกับ Clubbing finger

a)

1. เล็บมีลักษณะโค้งนูนกว่าปกติ

b)

2. ผิวหนังบริเวณโคนเล็บนิ่มหยุ่น

c)

3. พบในผู้ใช้บริการโรคถุงลมโป่งพอง โรคหัวใจแต่กำเนิด

d)

4. โคนเล็บกับเนื้อเยื่อที่ติดกับโคนเล็บทำมุมน้อยกว่า 160 องศา

27.

27. ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับการประเมิน hair pull test

a)

1. เป็นการทดสอบความผิดปกติของโครงสร้างเส้นผม

b)

2. การแปลผล ผมหลุดร่วง 3-10 เส้น แสดงว่าเป็นภาวะปกติ

c)

3. การตรวจจะหยิบผมประมาณ 60 เส้น และควรทำ 3-4 จุดเพื่อเปรียบเทียบ

d)

4. วิธีการตรวจจะใช้นิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้ ดึงผมแรงๆ เพื่อดูความแข็งแรงของเส้นผม

28.

28.ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับผลการตรวจลักษณะใบหน้าที่สัมพันธ์กับโรค

a)

1. Swelling face พบในโรค Pituitary tumor

b)

2. Moon face พบในโรค Thalassemia

c)

3. Acromegaly พบในโรค Nephrotic syndrome

d)

4. Butterfly rash พบในโรค Systemic lupus erythematosus

29.

29. ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับการคลำต่อมไทรอยด์

a)

1. ผู้ตรวจยืนตรวจด้านหลัง จึงจะคลำพบต่อมไทรอยด์

b)

2. คลำต่อมไทรอยด์ ผิวเรียบ อาจมีขรุขระบางตำแหน่ง เป็นภาวะปกติ

c)

3. ให้ผู้ใช้บริการเอียงหน้าและศีรษะไปด้านตรงข้ามที่จะตรวจ และก้มหน้าเล็กน้อย

d)

4. ตรวจกลีบขวา โดยมือซ้าย ดัน Thyroid cartilage ไปทางด้านขวา และใช้มือขวาคลำ

30.

30. คลำพบก้อนขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1 cm 2 ก้อน บริเวณ Sternocleidomastoid กดเจ็บเล็กน้อย การบันทึกข้อใดถูกต้อง

a)

1. Tonsillar lymph node enlargement

b)

2. Submandibular lymph node enlargement

c)

3. Deep Cervical Lymph Node enlargement

d)

4. Posterior cervical chain lymph node enlargement

31.

31. ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับวิธีการตรวจตา

a)

1. การตรวจต่อมน้ำตา ผู้ตรวจใช้นิ้วหัวแม่มือหรือนิ้วชี้ กดเบาๆ ที่หัวตา

b)

2. การตรวจกระจกตา ผู้ตรวจใช้ไฟฉายส่องด้านข้าง แล้วมองกระจกตาทางด้านหน้า

c)

3. การคลำลูกตา ให้ผู้รับบริการกลอกตาไปมา แล้วใช้ปลายนิ้วชี้และนิ้วกลางคลำเปลือกตา

d)

4. การตรวจเยื่อบุตาล่าง ผู้ตรวจวางนิ้วหัวแม่มือบนขอบกระดูกตาล่าง แล้วดึงลงพร้อมให้ผู้รับบริการมองลงด้านล่าง

32.

32. ผู้ป่วยมาพบแพทย์ด้วยอาการปวดตา ตามัว ร่วมกับอาการปวดศีรษะ แพทย์วินิจฉัยเป็นโรคต้อหิน (glaucoma) ควรตรวจตาส่วนใดเพิ่มเติม

a)

1. Iris

b)

2. Sclera

c)

3. Eyelids

d)

4. Eyeballs

33.

33. ผู้ป่วยชาย 50 ปี มีประวัติมะเร็งตับมา 10 ปี ตรวจพบลักษณะท้องโต อุจจาระมีสีซีด ปัสสาวะมีสีเข้ม แพทย์วินิจฉัยมีภาวะดีซ่าน (jaundice) การตรวจร่างกายข้อใดเหมาะสม

a)

1. ตรวจ sclera เพื่อประเมินภาวะ icteric sclera

b)

2. ตรวจ eyeball เพื่อประเมิน exophthalmos

c)

3. ตรวจ cornea เพื่อประเมินภาวะ arcus senilis

d)

4. ตรวจ conjunctiva เพื่อประเมินภาวะ conjunctivitis

34.

34. ข้อใดคือผลการตรวจหูที่มีความสัมพันธ์กับโรคที่ถูกต้อง

a)

1. low set ears พบในโรค Cushing syndrome

b)

2. skull fracture พบสิ่งคัดหลั่งเป็นน้ำสีใสหรือเลือด

c)

3. กดเจ็บใบหู พบในกรณีติดเชื้อหูชั้นกลาง (otitis media)

d)

4. ปวดบริเวณกกหู พบในกรณีการติดเชื้อหูชั้นนอก (otitis externa)

35.

35. ข้อใดแสดงวิธีการตรวจและการใช้อุปกรณ์ได้ถูกต้อง

a)

1. ตรวจ nasal septum ใช้ ophthalmoscope โดยให้ผู้รับบริการเงยหน้าเล็กน้อย

b)

2. ตรวจ ear canal ในผู้ใหญ่ใช้ otoscope โดยเลือก speculum ขนาด 0.5 มิลลิเมตร

c)

3. ตรวจ nasal polyp ด้านขวา ใช้ nasal speculum โดยให้ผู้รับบริการเอียงหน้าทางด้านซ้าย

d)

4. ตรวจ tympanic membranes ในผู้ใหญ่ ใช้ otoscope โดยดึงใบหูไปทางด้านหลังและเฉียงขึ้น

36.

36. ผู้ป่วยมาด้วยอาการเจ็บแน่นโหนกแก้ม หายใจมีกลิ่นเหม็น เงยหน้าแล้วมีเสมหะไหลลงคอ วิธีการตรวจและผลการตรวจ ข้อใดสัมพันธ์กับอาการของผู้ป่วยข้อใดมากที่สุด

a)

1. กดเจ็บบริเวณ frontal sinus

b)

2. กดเจ็บ บริเวณ ethmoidal sinus

c)

3. ใช้ nasal speculum ส่องดูพบ nasal turbinate สีแดงคล้ำ

d)

4. ตรวจ Transillumination test บริเวณโหนกแก้ม ไม่พบ red glow

37.

37. ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับการตรวจจมูก

a)

1. เยื่อจมูกมีสีชมพูเข้มในผู้ป่วยภูมิแพ้

b)

2. Nasal septum เอียงเล็กน้อยในผู้ป่วยอุบัติเหตุ

c)

3. มองเห็นหลอดเลือดฝอยในผู้ป่วย sinus อักเสบ

d)

4. มองไม่เห็น turbinate ในผู้ป่วย โพรงจมูกอักเสบเรื้อรัง

38.

38. ผลการตรวจปากและคอข้อใดผิดปกติ

a)

1. ผู้ป่วยอ้าปากร้อง “อา” เห็น uvula สั่นอยู่ตรงกลาง

b)

2. ขณะผู้ป่วยอ้าปาก เห็นต่อมทอลซิลสีชมพูผิวไม่เรียบ

c)

3. ผู้ป่วยสามารถแลบลิ้นได้และลิ้นเอียงไปข้างใดข้างหนึ่ง

d)

4. ผู้ป่วยมีอาการคล้ายจะสำรอกหลังจากที่พยาบาลใช้ไม้กดลิ้นกดบริเวณโคนลิ้น

39.

39. Angular stomatitis สามารถตรวจประเมินได้ด้วยวิธีการในข้อใด

a)

1. Palpation

b)

2. Inspection

c)

3. Percussion

d)

4. Inspection and palpation

40.

40. ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับการตรวจและการแปลผลการตรวจของช่องปากและช่องคอ

a)

1. ใช้ไม้กดลิ้นกดตรงกลางโคนลิ้น พบ tongue tie

b)

2. ตรวจพบต่อม tonsil โต touching uvula แปลผลว่า grade 3+

c)

3. ตรวจ buccal mucosa พบ koplik’s spot ในผู้ป่วยโรคหัดเยอรมัน

d)

4. Posterior pharyngeal แดง และมีตุ่มหนอง เรียกว่า exudate tonsillitis

41.

41.การตรวจร่างกายระบบกล้ามเนื้อและกระดูกเมื่อผู้ป่วยเดินเข้ามาในห้องตรวจ การสังเกตลักษณะในข้อใดสำคัญที่สุด

a)

1. Mood

b)

2.Gait and Posture

c)

3. Muscle tone

d)

4. Manner

42.

42. ผู้ป่วยชาย อายุ 35 ปี มีอาการปวดบริเวณข้อเข่าด้านขวา เป็นๆหายๆ ประมาณ 2 เดือนก่อนมาโรงพยาบาล ประกอบอาชีพทำงานก่อสร้าง สูบบุหรี่วันละ 2 ซอง ดื่มแอลกอฮอล์วันเว้นวัน หลังจากทำงานเสร็จจะไปเตะบอลกับเพื่อนด้วยกัน จากการซักประวัติดังกล่าว ปัจจัยที่มีผลต่อระบบกระดูกที่พยาบาลต้องเฝ้าระวัง คือปัจจัยใด

a)

1. อาชีพ

b)

2. อายุ

c)

3. การสูบบุหรี่

d)

4. การเล่นกีฬา

43.

43.ผู้ป่วยหญิง อายุ 45 ปี เดินกะเผลกๆ มาพบแพทย์ พยาบาลจึงวัดความยาวของขา จาก Anterior superior iliac spine ถึง Medial malleolus พบว่าความยาวของขาทั้งสองข้างไม่เท่ากัน พยาบาลต้องการประเมินผู้ป่วยตามข้อใด

a)

1. Hypertrophy

b)

2. Muscle atrophy

c)

3. Symmetry

d)

4. Movement

44.

44. ผู้ป่วยหญิง อายุ 54 ปี มีอาการหดเกร็ง กดเจ็บ และมีเสียงกรอบแกรบบริเวณข้อต่อขากรรไกร อ้าปากได้น้อย ควรตรวจร่างกายผู้ป่วยรายนี้อย่างไร

a)

1. สังเกตการยื่นของขากรรไกรขณะผู้ป่วยปิดปาก

b)

2. ตรวจความผิดปกติของฟัน เช่น ฟันผุ ฟันหัก ฟันหลวม

c)

3. สังเกตลักษณะการเคลื่อนไหวของขากรรไกรขณะที่ผู้ป่วยเคี้ยวอาหาร

d)

4. คลำรอยต่อของกระดูกTemporalและMandibular ประเมิน Tenderness และ Crepitus

45.

45. ผู้ป่วยอายุ 85 ปี มีอาการปวดหลัง พบว่ากระดูกสันหลังส่วนอกมีความโค้งมากเกินปกติ มองเห็นโหนกปรากฎอยู่บริเวณหลัง มองทางด้านข้างส่วนหลังจะมีลักษณะโค้งนูนยื่นออกมา จากการตรวจร่างกายมีภาวะผิดปกติตรงกับข้อใด

a)

1. Lordosis

b)

2. Torticollis

c)

3. Kyphosis

d)

4. Scoliosis

46.

46. ผู้ป่วยชายไทย อายุ 50 ปี มีอาการปวดบริเวณข้อศอก และปวดมากขึ้นขณะกำมือ เมื่อพยาบาลตรวจด้วยวิธี Tennis elbow test พบว่ากระดกข้อมือขวาได้น้อย และกดเจ็บบริเวณข้อศอกด้านนอก อาการผิดปกติที่พบคือข้อใด

a)

1. Torticollis

b)

2. Crepitation

c)

3. Subluxation

d)

4. Epicondylitis

47.

47.ผู้ป่วย อายุ 45 ปี มีอาการปวดหลังร้าวลงขา พยาบาลตรวจร่างกายโดยการทำ Straight – leg raising test ข้อใดคือวิธีการประเมินที่ถูกต้อง

a)

1. จัดท่านอนหงาย ยกขาผู้ป่วยในท่าเหยียดตรงทำมุม 30 – 70 องศา

b)

2.จัดท่านั่งบนขอบเตียงและยกขาขึ้น 70-90 องศา

c)

3.จัดท่านอนคว่ำบนเตียงและยกขาขึ้น 30-45 องศา

d)

4.จัดท่านอนหงายเกร็งหน้าท้องและยกขาขึ้น 45-60 องศา

48.

48.ผู้ป่วยอายุ 36 ปี ปวด ชาบริเวณนิ้วหัวแม่มือถึงนิ้วนาง พยาบาลให้ผู้ป่วยหงายข้อมือแล้วเคาะตรงกลางข้อมือ ผู้ป่วยมีอาการเหมือนไฟช็อต สอดคล้องกับการตรวจพิเศษในข้อใด

a)

1. Neer impingement test

b)

2. Hawkins impingement test

c)

3. Phalen’s test

d)

4. Tinel tests

49.

49. ผู้ป่วยอายุ 50 ปี มีอาการปวดเข่าขวา เดินลงน้ำหนักได้น้อย พยาบาลตรวจร่างกายด้วยวิธี Ballottement ผลเป็น Positive การแปลผลในข้อใดถูกต้อง

a)

1. มีน้ำในข้อเข่าข้างขวามากกว่าเข่าซ้าย

b)

2. หมอนรองกระดูกหัวเข่าขวาฉีกขาด

c)

3. มีการเคลื่อนที่ของเข่าขวามากกว่าเข่าซ้าย

d)

4 . เอ็นข้อเข่าขวามีการฉีกขาด

50.

50. นักกีฬาฟุตบอล อายุ 18 ปี ล้มเข่าซ้ายกระแทกพื้น มีอาการปวดข้อเข่าซ้าย พยาบาลตรวจข้อเข่าซ้ายโดยใช้วิธีการตรวจ Lachman test พบว่าข้อเข่าเคลื่อนที่มากกว่าข้างขวา ผู้ป่วยรายนี้มีการบาดเจ็บของ ligament ในข้อใด

a)

1. Anterior cruciate ligament

b)

2. Lateral collateral ligament

c)

3. Median collateral ligament

d)

4. Posterior cruciate ligament

51.

51. สตรี 35 ปี มีอาการคัดตึงเต้านม เจ็บเป็นบางครั้ง พบเต้านมข้างขวาโตกว่าด้านซ้ายเล็กน้อย ถนัดมือขวา มีต่อม Montgomery กระจายทั่วลานนม หัวนมยาว 0.5 cms ยกแขนขึ้นเหนือศีรษะพบหัวนมอยู่ในระดับเดียวกัน ที่หางนมทั้ง 2 ข้างพบก้อน ขนาด 0.5 cms ลักษะเหมือนกัน จากข้อมูลการซักประวัติหรือการตรวจข้อใดจำเป็นน้อยที่สุด

a)

1. การตั้งครรภ์

b)

2. การคุมกำเนิด

c)

3. การตรวจ Pinch test

d)

4. การตรวจ Mammogram

52.

สตรี 35 ปี มีอาการคัดตึงเต้านม เจ็บเป็นบางครั้ง พบเต้านมข้างขวาโตกว่าด้านซ้ายเล็กน้อย ถนัดมือขวา มีต่อม Montgomery กระจายทั่วลานนม หัวนมยาว 0.5 cms ยกแขนขึ้นเหนือศีรษะพบหัวนมอยู่ในระดับเดียวกัน ที่หางนมทั้ง 2 ข้างพบก้อน ขนาด 0.5 cms ลักษะเหมือนกัน จากข้อมูลการซักประวัติหรือการตรวจข้อใดจำเป็นน้อยที่สุด

52. จากข้อมูลข้อใดแสดงถึงภาวะผิดปกติ

a)

1. มีต่อม Montgomery กระจายทั่วลานนม

b)

2. ขณะยกแขนขึ้นราวนมอยู่ในระดับเดียวกัน

c)

3. ขนาดเต้านมข้างขวาโตกว่าด้านซ้ายเล็กน้อย

d)

4. พบก้อนลักษะเหมือนกัน บริเวณหางนมทั้ง 2 ข้าง

53.

53. หลักการตรวจเต้านมและต่อมน้ำเหลืองบริเวณรักแร้ ข้อใดกล่าวถูกต้อง

a)

1. การคลำเต้านมวิธี Circular ไม่จำเป็นต้องตรวจ Tail of spence

b)

2. การประเมินการดึงรั้งของเต้านม ทำโดยใช้มือเท้าสะเอวพร้อมโน้มตัวไปด้านหน้า

c)

3. การคลำบริเวณใต้ท้องแขนชิดกับรักแร้เพื่อประเมินต่อมน้ำเหลือง Anterior nodes

d)

4. การตรวจเต้านมในท่านอน หากผู้รับบริการหนุนหมอนไม่จำเป็นต้องรองหมอนใบเล็กใต้ไหล่

54.

54. จากการตรวจเต้านมด้านขวา พบก้อนขนาด 2 เซนติเมตร ในตำแหน่ง 10 นาฬิกา การระบุตำแหน่งก้อน ข้อใดถูกต้อง

a)

1. Right midclavicular line

b)

2. Right anterior axillary line

c)

3. Right Upper Inner Quadrant

d)

4. Right Upper Outer Quadrant

55.

55. ข้อใดกล่าว ไม่ถูกต้อง เกี่ยวกับการตรวจและการแปลผลในระบบสืบพันธุ์เพศหญิง

a)

1. ขณะใส่ Speculum ควรสอดในแนว 45 องศาเพื่อลดอาการปวด

b)

2. การทำ Cervical motion tenderness เพื่อประเมินพยาธิสภาพที่ปีกมดลูก

c)

3. NIUB เป็นตัวย่อในการบันทึกผลการตรวจอวัยวะสืบพันธุ์เพศหญิง ที่ไม่เคยผ่านการคลอดบุตร

d)

4. PV โดยใช้มือแหวก Labia แล้วค่อยๆ สอดนิ้วชี้และนิ้วกลางเข้าช่องคลอดพร้อมกันอย่างเบามือ**

56.

56. จากภาพเป็นการตรวจระบบสืบพันธุ์เพศหญิงในข้อใด

a)

1. Vaginal wall

b)

2. Perineum body

c)

3. Bartholin's gland

d)

4. PV Bimanual examination

57.

57. ในการตรวจ PAP smear การปฏิบัติในข้อใดถูกต้อง

a)

1. แนะนำให้ผู้รับบริการสวนล้างช่องคลอดก่อนตรวจ

b)

2. ตรวจ Endocervical specimen โดยใช้ไม้พันสำลี

c)

3. ตรวจต่อเนื่องหลังจากทำ PV Bimanual examination

d)

4. จัดให้ผู้รับบริการอยู่ในจัดท่า Lithotomy วางมือบริเวณเหนือศีรษะ

58.

58. นายสมชาย อายุ 60 ปี มาโรงพยาบาลเนื่องจากสงสัยว่าเป็นต่อมลูกหมากโต การซักประวัติข้อใดไม่เกี่ยวข้อง

a)

1. ปัสสาวะพุ่งหรือไม่

b)

2. เคยตรวจ PSA หรือไม่

c)

3. คุณต้องออกแรงเบ่งขณะถ่ายปัสสาวะหรือไม่

d)

4. เคยตรวจ Transillumination scrotal contents หรือไม่

59.

59. การตรวจร่างกายในระบบสืบพันธุ์เพศชายและการตรวจต่อมลูกหมาก ข้อใดกล่าวถูกต้อง

a)

1. ประเมินภาวะอัณฑะว่าลงถุงหรือไม่ ทำโดยให้ผู้รับบริการออกแรงเบ่ง

b)

2.ตรวจ PR โดยสอดนิ้วกลางและกดลงทาง perineum แล้วค่อยๆ สอดนิ้วชี้ตาม

c)

3. ประเมินระดับความรุนแรงของภาวะต่อมลูกหมากโต ให้ผู้รับบริการไอ 1-2 ครั้ง

d)

4.การคลำต่อมลูกหมากในท่านอนหงาย ให้ใช้นิ้วสอดเข้าทางทวารหนักและกดขึ้นไปทางสะดือ

60.

60. ภาวะใดต่อไปนี้ ไม่พบ จากการตรวจร่างกายในระบบสืบพันธุ์เพศชาย

a)

1. Hydrocele

b)

2. Hypospadias

c)

3. Cysto-rectocele

d)

4. Premature Ejaculation