WorksheetsMODULE 3 EXAM
Total questions: 122
Worksheet time: 5hrs 51mins
แผ่นเหล็กรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสสองแผ่น P และ Q ถูกให้ความร้อนจนมีอุณหภูมิเท่ากัน
หากแผ่นเหล็ก Q แผ่รังสีออกมามากกว่าแผ่นเหล็ก P
ข้อใดคือคำอธิบายที่สนับสนุนข้อความข้างต้นได้ดีที่สุด
พื้นผิวสีดำเป็นตัวนำความร้อนที่ดี
พื้นที่ของแผ่นเหล็ก Q มากกว่าแผ่นเหล็ก P
จากรูปเมื่อเราให้ความร้อนที่ปลายแท่งเหล็กด้าน X
เพราะเหตุใดปลายด้าน Y ถึงร้อน
ข้อใดกล่าวถึงการเดือด (boiling) และการระเหย (evaporation) ได้ถูกต้อง
เมื่อน้ำในภาชนะระเหย อุณหภูมิของน้ำที่เหลือในภาชนะจะเพิ่มขึ้น
เพื่อไว้ให้เหล็กขยายตัวในวันที่อากาศร้อน
เพื่อไว้ให้เหล็กหดตัวในวันที่อากาศร้อน
เพื่อไว้ให้เหล็กขยายตัวในวันที่อากาศเย็น
เพื่อไว้ให้เหล็กหดตัวในวันที่อากาศเย็น
กระป๋องเหมือนกันทั้งหมด 4 ใบภายในบรรจุด้วยน้ำอุณหภูมิ 90°C ที่มีมวลเท่ากันทุกกระป๋อง
ถ้ากระป๋องแต่ละอันมีผิวด้านนอกแตกต่างกัน
อุณหภูมิของน้ำในกระป๋องใดจะลดลงเร็วที่สุด
ใบที่ผิวด้านนอกดำด้าน
ใบที่ผิวด้านนอกขาวด้าน
ใบที่ผิวด้านนอกดำมันเงา
ใบที่ผิวด้านนอกขาวมันเงา
สามารถวัดได้ตั้งแต่อุณหภูมิต่ำมาก ๆ จนถึงสูงมาก ๆ
ความยาวของช่วงสเกลแต่ละองศาเท่ากัน
ความยาวของช่วงสเกลแต่ละองศามีค่ามาก
โลหะรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสแผ่นหนึ่งถูกเจาะรูตรงกลาง
เมื่ออุณหภูมิลดลง ความยาวของแผ่นเหล็กและเส้นผ่านศูนย์กลางของรูวงกลมจะเป็นเช่นใด (เลือกสองคำตอบ)
ความยาวของด้านลดลง
ความยาวของด้านเพิ่มขึ้น
เส้นผ่านศูนย์กลางลดลง
เส้นผ่านศูนย์กลางเพิ่มขึ้น
ข้อใดอธิบาย แรงระหว่างโมเลกุลและการเคลื่อนที่ของโมเลกุลในสถานะแก๊สได้ถูกต้อง (เลือกสองคำตอบ)
แรงกระทำระหว่างโมเลกุลมีค่ามาก
แรงกระทำระหว่างโมเลกุลมีค่าน้อยมาก
โมเลกุลสั่นรอบ ๆ สมดุล
โมเลกุลเคลื่อนที่อย่าง
อิสระ
ของเหลวชนิดหนึ่งถูกวางอยู่บนแผ่นโลหะที่อุณหภูมิห้อง
เมื่อนักศึกษาทำการเป่าลมเหนือของเหลวเบา ๆ ทำให้อุณหภูมิของของเหลวลดลง (นึกถึงเวลาเราเป่าซุปร้อน ๆ ก่อนซดเข้าปาก)
เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น
อนุภาคที่มีพลังงานสูงในของเหลวหลุดลอยสู่อากาศ
เพราะเหตุใดระดับของของเหลวในเทอร์โมมิเตอร์จึงสูงขึ้น เมื่อจุ่มในสสารที่ร้อน
นักศึกษาสามคน ออกแบบการทดลองการนำความร้อนของวัสดุต่าง ๆ โดยแต่ละคนเสนอสมมติฐาน ดังนี้
คนที่ 1 แท่งทองแดงนำความร้อนได้ดีเพราะเป็นธาตุโลหะ
คนที่ 2 แท่งแก้วนำความร้อนได้ดีเพราะมีอิเล็กตรอนอิสระซึ่งสามารถสั่นและถ่ายเทพลังงานได้ไว
คนที่ 3 แท่งไม้เป็นตัวนำความร้อนที่ไม่ดีเพราะสามารถถ่ายเทพลังงานได้โดยการสั่นอนุภาคเท่านั้น
สมมติฐานของใครถูกต้อง
แผ่นทองแดง ด้านหนึ่งเป็นมันเงา (shiny) ในขณะที่อีกด้านหนึ่งถูกทาด้วยสีดำด้าน (dull black) แผ่นทองแดงถูกให้ความร้อนจนมีอุณหภูมิสูง ถ้านำฝ่ามือมาวางห่างจากแผ่นทองแดงเป็นระยะเท่ากันทั้งสองฝั่ง ดังรูป
เพราะเหตุใดมือที่วางไว้ฝั่งที่ทาสีดำด้าน (dull black) จึงรู้สึกร้อนกว่าฝั่งที่เป็นมันเงา (shiny)
พื้นผิวสีดำสามารถนำความร้อนได้ดีกว่าฝั่งที่เป็นมันเงา
กระบวนการดังรูปสามารถทำให้เก็บรักษาอุณหภูมิของนมโดยไม่ต้องใช้ตู้เย็นได้อย่างไร
แท่งทองแดง A และ C มีเส้นผ่านศูนย์กลางภายนอกเท่ากันหลอดทองแดง B และ D มีเส้นผ่านศูนย์กลางภายนอกเท่ากัน
(แท่งทองแดงทั้งสี่มีเส้นผ่านศูนย์กลางภายนอกเท่ากัน)
แท่งทองแดงใดมีความจุความร้อนมากที่สุด
ในค่ำคืนที่หนาวเหน็บ เด็กสองคนเอามืออังกองไฟ
ถ้ามือของเด็กทั้งสองคนห่างจากกองไฟเท่ากัน
เด็กคนแรกอังมือด้านบนกองไฟ
คนที่สองอังมือด้านข้างกองไฟ
ความร้อนถูกส่งผ่านไปยังมือได้ด้วยกระบวนการใดบ้าง
ก
ข
ค
ง
กาต้มน้ำไฟฟ้ามีโลหะทำความร้อนดังรูป
ข้อใดบอกกระบวนการถ่ายเทพลังงานความร้อนได้ถูกต้อง
ก
ข
ค
ง
ก
ข
ค
ง
เปิดน้ำเย็นผ่านเป็นเวลาสั้น ๆ ในรูป A
เปิดน้ำร้อนผ่านเป็นเวลาสั้น ๆ ในรูป B
นำขวดไปวางในที่อุ่นเป็นเวลานาน ๆ ในรูป C
นำขวดไปวางในตู้เย็นเป็นเวลานาน ๆ ในรูป D
การทดลองหนึ่งถูกออกแบบเพื่อหาโลหะที่สามารถนำความร้อนได้ดีที่สุด
ลูกเหล็กถูกติดกับแท่งโลหะต่างชนิดกันด้วยแวกซ์ (wax) ดังรูป X
หลังจากที่ให้ความร้อนที่ปลายด้านหนึ่งของแท่งโลหะ ผลที่ได้เป็นดังรูป Y
โลหะชนิดใดสามารถนำความร้อนได้ดีที่สุด
น้ำมวล m มีอุณหภูมิ 290 K ความจุความร้อนจำเพาะของน้ำเท่ากับ c
ถ้าทำการเติมน้ำแข็งที่มีอุณหภูมิ ณ จุดหลอมเหลวลงไปในน้ำ
ต้องใช้น้ำแข็งที่มีมวลอย่างน้อยเท่าใด เพื่อลดอุณหภูมิของน้ำให้ถึงจุดเยือกแข็ง
โดยน้ำแข็งมีความร้อนแฝงจำเพาะของการหลอมเหลวเท่ากับ L
หลอดฉนวนกันความร้อนบรรจุด้วยลูกตะกั่วจำนวน n ลูก แต่ละลูกมีมวล m ถ้าทำการพลิกหลอดกลับขึ้นลง s ครั้ง
แต่ละรอบลูกตะกั่วเคลื่อนที่เป็นระยะ L
อุณหภูมิของลูกตะกั่วก่อนและหลังจากการพลิกหลอดเปลี่ยนไป ΔT
ความจุความร้อนจำเพาะของลูกตะกั่วเป็นเท่าใด
nmΔTsgL
ΔTsgL
nΔTsgL
mΔTgL
พลังงานภายในของสสารเพิ่มขึ้น
พลังงานภายในของสสารคงที่
พลังงานศักย์เนื่องจากแรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุลมีค่าเพิ่มขึ้น
พลังงานศักย์เนื่องจากแรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุลมีค่าเท่าเดิม
ของเหลวมวล m มีค่าความจุความร้อนจำเพาะ c เมื่อได้รับความร้อนจะทำให้อุณหภูมิเปลี่ยนแปลงโดยอัตราการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิของของเหลวเท่ากับ k
จงหาว่าอัตราการถ่ายเทพลังงานความร้อนของของเหลวเป็นเท่าใด
mc/k
k/(mc)
1/(kmc)
kmc
กราฟแสดงความสัมพันธ์ระหว่างอุณหภูมิของของเหลวกับเวลาดังรูป
ถ้าของเหลวได้รับพลังงานด้วยอัตราคงที่ P
ความชันของกราฟ คือ K และของเหลวมีความจุความร้อนจำเพาะ c
มวลของของเหลวเป็นเท่าใด
P/(Kc)
Kc/P
PK/c
Pc/K
หน่วย SI ของอัตราส่วนระหว่างค่าความจุความร้อนจำเพาะของทองแดงกับค่าความจุความร้อนแฝงของการกลายเป็นไอของทองแดงเป็นเท่าใด
K
K–1
K–2
ของแข็งชนิดหนึ่งมีอุณหภูมิเริ่มต้นเท่ากับจุดหลอมเหลว ถ้าให้พลังงานความร้อนแก่ของแข็งด้วยอัตราคงที่
กราฟในข้อใดแสดงความสัมพันธ์ระหว่างอุณหภูมิของของแข็ง T กับ พลังงานความร้อน E ได้ถูกต้อง
เครื่องทำความร้อนกำลัง 1.0 kW ให้พลังงานแก่ของเหลวมวล 0.50 kg อุณหภูมิของของเหลวเปลี่ยนไป 80 K ในเวลา 200 วินาที
ค่าความจุความร้อนจำเพาะของของเหลวเท่ากับ 4.0 kJ kg–1 K–1
กำลังเฉลี่ยที่สูญเสียไปกับสิ่งแวดล้อมมีค่าเป็นเท่าใด
ภาชนะขนาด 1.0 แกลลอนถูกเติมให้เต็มด้วยน้ำมันเบนซิน ถ้าอุณหภูมิเพิ่มขึ้น 25°F น้ำมันเบนซินจะล้นออกมากี่แกลลอน เมื่อสัมประสิทธิ์การขยายตัวเชิงปริมาตรของเบนซินเท่ากับ 9.6×10–4 °C–1
(สมมติให้ภาชนะไม่ขยายตัว)
2.4×10–2 gallon
1.3×10–2 gallon
3.6×10–2 gallon
4.8×10–2 gallon
9.6×10–2 gallon
บีกเกอร์บรรจุแอลกอฮอล์ 500 mL
ถ้าอุณหภูมิเปลี่ยนจาก 5°C เป็น 30°C
ปริมาตรของแอลกอฮอล์จะเปลี่ยนไปเท่าใด
กำหนดให้สัมประสิทธิ์การขยานตัวเชิงปริมาตรของแอลกอฮอล์เท่ากับ 1.12×10–4 °C–1
แผ่นเหล็กรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส มีพื้นที่ 29.00 cm2 ที่อุณหภูมิ 20.0 องศาเซลเซียส
จะต้องตัดพื้นที่ออกเท่าใดในขณะที่แผ่นเหล็กมีอุณหภูมิ 20.0 องศาเซลเซียสเพื่อให้แผ่นเหล็กนี้มีพื้นที่ 28.00 cm2 ที่อุณหภูมิ 10.0 K
กำหนดให้สัมประสิทธิ์การขยายตัวเชิงเส้นเท่ากับ 10×10–6 °C–1
0.0793 cm2
0.159 cm2
0.238 cm2
0.841 cm2
0.921 cm2
คอนกรีตมีค่าความนำความร้อนเป็น 0.80 W m–1 °C–1 และ
ไม้มีค่าความนำความร้อนเป็น 0.10 W m–1 °C–1
กำแพงคอนกรีตต้องมีความหนาเท่าใดจึงจะมีอัตราการนำความร้อนเท่ากับกำแพงไม้หนา 8.0 cm กำหนดให้กำแพงทั้งสองมีพื้นที่หน้าตัดและผลต่างอุณหภูมิเท่ากัน
นำแท่งอลูมิเนียมมาต่อกับแท่งทองเหลือง
แท่งโลหะทั้งสองมีรัศมีและความยาวเท่ากัน
ปลายของแท่งทองเหลืองมีอุณหภูมิ 0°C และ
ปลายแท่งอลูมิเนียมถูกทำให้มีอุณหภูมิ 200°C
ถ้าค่าความนำความร้อนของอลูมิเนียมมีค่าเป็นสองเท่าของทองเหลือง
อุณหภูมิตรงรอยต่อระหว่างโลหะทั้งสองแท่งเป็นเท่าใด
76°C
133°C
148°C
155°C
กระจกหน้าต่างมีความหนา 0.50 cm กว้าง 1.5 m และ ยาว 3.0 m
ถ้าอุณหภูมิภายนอกและภายในเท่ากับ –10°C และ 20°C ตามลำดับ
อัตราการถ่ายเทความร้อนของหน้าต่างเป็นเท่าใด
ค่าความนำความร้อนของแก้วเท่ากับ 0.85 W m–1 °C–1
230 W
15 kW
150 W
กระจกหน้าต่างมีความหนา 0.50 cm กว้าง 1.5 m และยาว 3.0 m ถ้าอุณหภูมิภายนอกและภายใน เท่ากับ –10°C และ 20°C ตามลำดับ
พลังงานความร้อนที่ถ่ายเทผ่านหน้าต่างภายใน 1 ชั่วโมงเป็นเท่าใด
ค่าความนำความร้อนของแก้วเท่ากับ 0.85 W m–1 °C–1
5.5×105 J
5.5×107 J
8.3×105 J
8.3×107 J
คอนกรีตขนาด 2.0 m × 2.0 m มีความหนา 10 cm
(ค่าความนำความร้อน k = 2.0×10–4 kcal s–1 m–1 °C–1)
พลังงานความร้อนที่ผ่านคอนกรีตนี้ใน 1.0 ชั่วโมงมีค่าเท่าใด
เมื่ออุณหภูมิภายในและภายนอก เท่ากับ 21°C และ 4°C ตามลำดับ
จงหาว่าต้องใช้เวลาเท่าใดในการถ่ายเทพลังงานความร้อน 1,000,000 cal
ผ่านแผ่นกระจก 2.0 m2 หนา 0.30 cm ถ้าอุณหภูมิต่างกัน 10°C
(ค่าความนำความร้อน k = 2.0×10–4 kcal s–1 m–1 °C–1)
จงหาว่าอุณหภูมิภายนอกเป็นเท่าใด
เมื่อสูญเสียพลังงานความร้อน 4,000 kcal ผ่านแผ่นกระจก 4.0 m2 หนา 0.30 cm
ในเวลา 1 ชั่วโมง และอุณหภูมิภายในเท่ากับ 20°C
(ค่าความนำความร้อน k = 2.0×10–4 kcal s–1 m–1 °C–1)
0°C
4°C
16°C
24°C
ถ้าความดันบรรยากาศเท่ากับ 1.0x105 N/m2 ตลอดเวลา
เมื่อสูบอากาศเข้าไปในยางรถยนต์คันหนึ่ง พบว่ามิเตอร์วัดความดันเกจอ่านค่าได้ 2.0x105 N/m2 อุณหภูมิของยางขณะนั้นเท่ากับ 27℃
ถ้าอุณหภูมิของอากาศในยางเปลี่ยนเป็น 87℃ อยากทราบว่ามิเตอร์วัดความดันเกจจะอ่านค่าได้เท่าไร ถ้าถือว่าปริมาตรของยางรถเปลี่ยนน้อยมาก
3.6 x 105 N/m2
3.4 x 105 N/m2
2.6 x 105 N/m2
2.4 x 105 N/m2
ยางรถยนต์มีความดันเกจ 2.0 kg/cm2 ที่อุณหภูมิ 27℃ ถ้าขณะที่รถวิ่งทางไกลยางรถมีอุณหภูมิ 57℃
ความดันเกจของยางจะเป็นเท่าใด
กำหนดให้ความดันบรรยากาศ 1.0 kg/cm2
2.1 kg/cm2
1.3 kg/cm2
2.3 kg/cm2
3.3 kg/cm2
ยางรถยนต์มีความดันลมที่วัดได้มีค่า 29.4 psi ที่อุณหภูมิ 27℃
เมื่อนำรถยนต์ไปวิ่งทำให้ยางรถยนต์มีอุณหภูมิสูงเป็น 77℃
จงหาความดันเกจที่วัดได้ที่อุณหภูมินี้ถ้าหากปริมาตรของยางไม่เปลี่ยนแปลง
กำหนดความดันบรรยากาศ = 14.7 psi
83.8 psi
60.5 psi
40.5 psi
36.8 psi
ถังรูปทรงกระบอกสูง 0.9 m ตอนเริ่มต้นถังนี้มีแต่อากาศที่อุณหภูมิ 27℃ ความดันสัมบูรณ์ 2.0 บรรยากาศ ต่อมาสูบน้ำอุณหภูมิ 27℃ เข้าไปช้า ๆ (ทำให้อุณหภูมิไม่เปลี่ยนแปลง) จนกระทั่งความดันสัมบูรณ์ของอากาศในถังมีค่า 6.0 บรรยากาศ
ระดับความสูงของน้ำในถังขณะนั้นมีค่าเท่าไร
ฟองอากาศปริมาตร 1.0 x 10–2 L ลอยขึ้นจากพื้นผิวดินใต้ท้องทะเลซึ่งมีอุณหภูมิ 7℃ เมื่อลอยถึงผิวน้ำซึ่งมีอุณหภูมิ 27℃ ปรากฎว่ามีปริมาตร 3.0 x 10–2 L
ถ้าน้ำทะเลมีความหนาแน่น 1030 kg/cm3 และความดันบรรยากาศ 1.0 x 105 Pa
จงหาความลึกของน้ำทะเล
28 m
18 m
15 m
10 m
แก๊สอุดมคติบรรจุในภาชนะปิดโดยมีอุณหภูมิเริ่มต้นเท่ากับ 27℃ นำภาชนะนี้ไปใส่เตาอบ
จนกระทั่งอุณหภูมิของแก๊สมีค่าเท่ากับ 77℃ โดยที่ปริมาตรของภาชนะไม่เปลี่ยนแปลง
จงหาอัตราส่วนของพลังงานจลน์เฉลี่ยของแก๊สภายหลังการอบต่อพลังงานจลน์เฉลี่ยของแก๊สก่อนการอบ
7727
2777
2777
67
76
มีโมเลกุลของก๊าซจำนวน 1.0 x 1023 โมเลกุล อยู่ในห้องปิดที่มีปริมาตร 1.0 ลูกบาศก์เมตรที่อุณหภูมิ 27℃
ถ้าเราเพิ่มโมเลกุลของก๊าซชนิดเดียวกันเข้าไปในห้องนี้อีก 5.0 x 1022 โมเลกุล โดยบังคับไม่ให้อุณหภูมิเปลี่ยนแปลง
พลังงานจลน์เฉลี่ยของโมเลกุลของก๊าซจะเปลี่ยนแปลงอย่างไร
เพิ่มขึ้น 2.0 เท่า
เพิ่มขึ้น 1.5 เท่า
เพิ่มขึ้น 1.2 เท่า
ไม่เปลี่ยนแปลง
ก๊าซชนิดหนึ่งบรรจุไว้ในถังขนาด 1.0 ลูกบาศก์เมตร มีความดัน 1.0 x 105 บรรยากาศ
จงหาพลังงานจลน์เฉลี่ยของแต่ละโมเลกุลของก๊าซนี้ในหน่วยจูล
ถ้าก๊าซนี้ 1.0 ลูกบาศก์เมตร มีจำนวนโมเลกุลเท่ากับ 2.5 x 1025 โมเลกุล
1.2 x 10–20
4.0 x 10–21
6.0 x 10–21
2.7 x 10–21
ก๊าซฮีเลียม 2.0 โมล มีปริมาตร 30 L ที่ความดัน 16.6 บรรยากาศ
ถ้าก๊าซฮีเลียมมีมวลโมเลกุลเท่ากับ 4 g/mol
อยากทราบว่า แต่ละโมเลกุลของก๊าซจะมีพลังงานจลน์เฉลี่ยกี่จูล
3.7 x 10–20
3.7 x 10–17
6.3 x 10–17
6.3 x 10–20
ก๊าซจำนวนหนึ่งบรรจุอยู่ในกระบอกสูบซึ่งมีสถานะเริ่มต้นอยู่ที่ A
เมื่อเวลาผ่านไป ก๊าซในกระบอกสูบมีปริมาตรและความดันเปลี่ยนไปดังแสดงในรูป
อยากทราบว่างานที่ทำโดยก๊าซจาก A ไป B และสิ้นสุดที่ C มีค่ากี่จูล
อากาศบรรจุอยู่ในกระบอกสูบที่มีฝากเป็นลูกสูบซึ่งเคลื่อนที่ได้อิสระ
ถ้ามีการให้ความร้อนแก่ระบบแล้ว ความดันและปริมาตรของระบบจะมีการเปลี่ยนแปลง ซึ่งสามารถเขียนความสัมพันธ์ได้ดังนี้ P = 20V + 100 โดยที่ P คือ ความดันมีหน่วยเป็น kPa และ V คือ ปริมาตรมีหน่วยเป็น m3
ถ้าที่สภาวะเริ่มต้นระบบมีปริมาตรเป็น 0.1 m3 และที่สภาวะสุดท้ายระบบจะมีปริมาตรเป็น 2 m3 แล้ว จงหางานของระบบ
230 kJ
145 kJ
127 kJ
ถ้าแก๊สในอุดมคติมีปริมาตรคงที่ในภาชนะปิด ข้อความใดต่อไปนี้เป็นจริง
ก. โมเลกุลของแก๊สทุกโมเลกุลมีอัตราเร็วเท่ากันที่อุณหภูมิค่าหนึ่ง
ข. พลังงานจลน์ทั้งหมดของโมเลกุลแปรผันโดยตรงกับความดันคูณปริมาตรของแก๊สนั้น
ค. พลังงานภายในของแก๊สเพิ่มขึ้นเมื่ออุณหภูมิเพิ่มขึ้น
ง. ความดันของแก๊สแปรผันโดยตรงกับอุณหภูมิสัมบูรณ์
คำตอบที่ถูกต้องคือข้อใด (เลือกมากกว่า 1 คำตอบ)
ก
ข
ค
ง
ก๊าซออกซิเจน (O2) และ ก๊าซไฮโดรเจน (H2) จำนวนโมเลกุลเท่ากัน
ก๊าซแต่ละชนิดถูกบรรจุอยู่ในลูกสูบที่มีปริมาตรเท่ากัน
ถ้าขณะนั้นลูกสูบทั้งสองมีอุณหภูมิเท่ากัน
ก๊าซทั้งสองมีปริมาณใดต่างกัน
ออกแรงกดลูกสูบของกระบอกสูบซึ่งบรรจุแก๊สชนิดหนึ่ง
ทำให้ปริมาตรของแก๊สลดลงโดยอุณหภูมิคงที่และแก๊สไม่รั่วออกมา
จงพิจารณาว่าข้อใดถูกต้อง
ก. ความดันเพิ่มขึ้น
ข. อัตราเร็วรากที่สองของกำลังสองเฉลี่ยของโมเลกุลของแก๊สลดลง
ค. พลังงานภายในเพิ่มขึ้น
ง. พลังงานภายในคงที่
เมื่ออุณหภูมิของก๊าซอุดมคติแบบอะตอมเดี่ยวในภาชนะปิด ลดลงจากอุณหภูมิ 273℃ เป็น 0℃
ข้อความใดบ้างถูกต้อง
ก. อัตราเร็วรากที่สองของกำลังสองเฉลี่ยลดลงเหลือครึ่งหนึ่ง
ข. ค่าพลังงานจลน์เฉลี่ยของโมเลกุลก๊าซลดลงเหลือครึ่งหนึ่ง
ค. ค่าพลังงานภายในของก๊าซในระบบลดลงเหลือครึ่งหนึ่ง
บรรจุก๊าซจำนวนหนึ่งไว้ในภาชนะปิดที่มีปริมาตรคงที่และอยู่ในสมดุลความร้อนที่อุณหภูมิสัมบูรณ์ T เมื่อให้ความร้อนแก่ระบบจนอยู่ในสมดุลความร้อนอีกครั้งที่อุณหภูมิสัมบูรณ์ 3T ณ อุณหภูมิสมดุลใหม่นี้
ปริมาณใดของระบบไม่ได้เพิ่มเป็น 3 เท่าของค่าเดิม
ในการบีบอัดแก๊สในภาชนะปิดด้วยลูกสูบอย่างช้า ๆ ณ อุณหภูมิคงที่ จะพบว่าความดันภายในยางจะเพิ่มขึ้นเพราะเหตุใด
การทำนายความดัน ปริมาตร อุณหภูมิของแก๊สเป็นไปตามกฎของแก๊สในทุกสภาวะ
การชนของโมเลกุลของแก๊สอุดมคติเป็นการชนแบบยืดหยุ่น
พลังงานจลน์เฉลี่ยของโมเลกุลแก๊สอุดมคติขึ้นอยู่กับอุณหภูมิสัมบูรณ์ของแก๊สอย่างเดียว
สำหรับก๊าซชนิดหนึ่งที่ความดันคงตัว ปริมาตรของก๊าซจะแปรผันตรงกับอุณหภูมิเสมอ
สำหรับก๊าซอุดมคติอะตอมเดี่ยวต่างชนิดกันถ้ามีอุณหภูมิเท่ากัน พลังงานจลน์เฉลี่ยของโมเลกุลจะเท่ากัน
จงพิจารณาข้อความต่อไปนี้
ก. ความดันของแก๊สอุดมคติในภาชนะปิดรูปร่างคงที่จะแปรผกผันกับปริมาตรที่อุณหภูมิคงตัว
ข. ถ้าปริมาตรคงตัว ความดันของแก๊สอุดมคติจะแปรตรงกับอุณหภูมิสัมบูรณ์ เมื่อจำนวนโมเลกุลแก๊สคงที่
ค. ปริมาตรของแก๊สของอุดมคติแปรผกผันกับอุณหภูมิสัมบูรณ์ ที่ความดันคงตัว
ง. แก๊ส 1 โมล มีจำนวนโมเลกุลเท่ากับ 6.20x1023 โมเลกุล
จ. พลังงานจลน์เฉลี่ยของโมเลกุลแก๊สของอุดมคติ ขึ้นกับอุณหภูมิสัมบูรณ์ของแก๊ส
ฉ. พลังงานภายในของแก๊สของอุดมคติแปรผันตรงกับจำนวนโมเลกุลและอุณหภูมิสัมบูรณ์ของแก๊ส
ช. พลังงานภายในระบบของแก๊สของอุดมคติจะไม่เปลี่ยน ถ้าจำนวนโมเลกุลและอุณหภูมิของแก๊สคงตัวแม้ความดันและปริมาตรจะถูกทำให้เปลี่ยนไป
ญ. พลังงานความร้อนทั้งหมดที่ให้กับระบบ จะต้องมีค่าเท่ากับผลรวมของพลังงานภายในระบบที่เพิ่มขึ้นกับงานที่ทำโดยระบบ
ข้อใดไม่ถูกต้องสำหรับแก๊สอุดมคติ
การลดความดันก๊าซอุดมคติในระบบปิดตามกระบวนการปริมาตรคงที่นั้น ก๊าซจะทำงานให้สิ่งแวดล้อม
ความร้อนที่ถ่ายเทให้กับระบบมีค่าเท่ากับการเปลี่ยนแปลงพลังงานภายในของระบบ
งานที่ระบบทำสามารถหาได้จากพื้นที่ใต้กราฟของแผนภาพความดันกับอุณหภูมิ
เมื่อน้ำแข็งตัวเป็นน้ำแข็งจะคายความร้อนออกมามากกว่าเมื่อไอน้ำควบแน่นเป็นหยดน้ำ (คิดที่มวลเท่ากัน)
ความจุความร้อนจำเพาะเชิงโมลของก๊าซ C = 3R/2 ใช้ได้กับก๊าซทั่ว ๆ ไปทุกชนิด
จะต้องให้ความร้อนเท่าใดแก่ก๊าซฮีเลียมจำนวน 1.0 โมล ที่บรรจุอยู่ในกระบอกสูบแล้วทำให้ก๊าซนั้นดันให้ลูกสูบทำงาน 20 J และอุณหภูมิเพิ่มขึ้นเป็น 10 K
73 J
125 J
145 J
250 J
เมื่อให้ความร้อน 70 J แก่ก๊าซออกซิเจน 1.0 โมล ที่บรรจุในกระบอกสูบ ก๊าซจะทำงาน 20 J ดันลูกสูบให้เคลื่อนที่ อุณหภูมิของก๊าซจะเพิ่มขึ้นกี่เคลวิน
4.0
7.0
กระบอกสูบอันหนึ่งบรรจุก๊าซฮีเลียม 2.0 กิโลโมล และความดันก๊าซเท่ากับ 1.05 x 105 N/m2
ปรากฎว่าเมื่อให้ความร้อนกับก๊าซ 1.0 x 105 J โดยที่ความดันก๊าซคงที่
อยากทราบว่าอุณหภูมิก๊าซจะเพิ่มขึ้นกี่เคลวิน
2.4
4.0
ก๊าซฮีเลียม 1.0 โมล บรรจุอยู่ในคนโทแก้วที่ปิดผนึกไว้อย่างดีและถือว่าปริมาตรคงที่ตลอดเวลา เมื่ออุณหภูมิเปลี่ยนไป ถ้าต้องการทำให้อุณหภูมิของก๊าซเปลี่ยนจาก 27℃ ไปเป็น 67℃ จะต้องให้ความร้อนเข้าไปเท่าไร
500 J
330 J
280 J
ก๊าซฮีเลียมจำนวนหนึ่งมี N โมเลกุลในปริมาตรคงที่ค่าหนึ่งที่อุณหภูมิ T เคลวิน ถ้าต้องการลดอุณหภูมิของก๊าซให้เหลือครึ่งหนึ่ง จะต้องเอาพลังงานความร้อนออกจากก๊าซนี้เป็นปริมาณเท่าไร
(k เป็นค่าคงที่ของโบลตซ์มานน์)
NkT/2
3NkT/4
3NkT/2
2NkT
ต้องการให้ความร้อนเท่าใดแก่แก๊สฮีเลียมในภาชนะปิด ซึ่งมีปริมาตร 1.0 ลูกบาศ์กเมตร
ความดันของแก๊สจะเพิ่มขึ้น 4.0 x 104 Pa ให้ถือว่าปริมาตรของภาชนะไม่เปลี่ยนแปลง
6.0x104 J
6.0x105 J
8.0x104 J
8.0x105 J
ก๊าซฮีเลียมจำนวน 1.0 โมล บรรจุอยู่ในภาชนะปิดที่แข็งแรงมาก อยากทราบว่าเมื่อให้ความร้อนเข้าไป 600 J ความดันของก๊าซในภาชนะจะเพิ่มขึ้นจากเดิมเท่าใด ถ้ามีปริมาตร 0.50 ลูกบาศก์เมตร
600 Pa
800 Pa
1000 Pa
1200 Pa
ถังทำจากโลหะใบหนึ่งมีปริมาตร 1.0 ลูกบาศก์เมตร ภายในบรรจุเก็บแก๊สไว้
ถ้าเก็บแก๊สดูดกลืนปริมาณความร้อนเข้าไป 40 J และทำให้ความดันเพิ่มขึ้น 16 Pa
พลังงานภายในของก๊าซเปลี่ยนแปลงไปเท่าไร
ขดลวดความร้อนขนาด 10 W อันหนึ่งให้ความร้อนกับก๊าซอะตอมเดี่ยวจำนวน 1.0 โมล ซึ่งบรรจุอยู่ในถังที่ปิดสนิท อยากทราบว่าต้องใช้เวลากี่วินาที อุณหภูมิของก๊าซจึงจะเปลี่ยนจาก 27℃ ไปเป็น 67℃
เมื่ออัดลูกสูบลงในกระบอกสูบอย่างรวดเร็ว ปริมาตรก๊าซในกระบอกสูบลดลง
ข้อใดคือผลที่เกิดขึ้น
ก. ความดันก๊าซสูงขึ้น
ข. จำนวนครั้งของโมเลกุลก๊าซชนผนังเท่าเดิม
ค. อุณหภูมิของก๊าซสูงขึ้น
เมื่อสูบลมยางรถจักรยาน โดยการชักลูกสูบอย่างรวดเร็ว 10 ครั้ง ช่วงเลื่อนของลูกสูบในการชักแต่ละครั้งยาว 0.2 m สัมผัสดูพบว่ากระบอกสูบร้อนขึ้น
ในสถานการณ์ดังกล่าวนี้สามารถอ่านค่าความร้อนที่ให้แก่ระบบ (ΔQ) พลังงานภายในระบบ (ΔU) และงานที่ระบบกระทำ (ΔQW จากกฎข้อที่ 1 ของเทอร์โมไดนามิกเป็นอย่างไร
ในกระบอกสูบเครื่องรถจักรยานยนต์ เมื่อหัวเทียนจุดระเบิดโดยที่ความดันคงที่
กำหนดให้ ΔQ คือความร้อนที่ถ่ายเทให้กับแก๊ส และ ΔW คืองานที่แก๊สกระทำให้สิ่งแวดล้อม
เงื่อนไขใดต่อไปนี้ของความดันและความหนาแน่นที่ทำให้แก๊สจริงมีความใกล้เคียงกับแก๊ซอุดมคติแก๊ซในอุดมคติ (มีสองคำตอบ)
ความดันสูง
ความดันต่ำ
ความหนาแน่นสูง
ความหนาแน่นต่ำ
ภาชนะแก้ว P และ Q บรรจุแก๊สในอุดมคติชนิดเดียวกันโดยมีท่อเชื่อมติดกันและท่อมีปริมาตรน้อยมากเมื่อเทียบกับปริมาตรของแก้วทั้งสอง
หากปริมาตรของ P มีค่าเป็นสองเท่าของ Q และ
P มีอุณหภูมิเท่ากับ 200 K ในขณะที่ Q มีอุณหภูมิเท่ากับ 400 K
สัดส่วนของมวลแก๊สของ P ต่อมวลแก๊สของ Q มีค่าเป็นเท่าไร
1 : 8
1 : 4
4 : 1
8 : 1
ห้องที่สามารถเก็บความร้อนได้ห้องหนึ่ง (ความร้อนไม่สามารถถ่ายเทเข้าหรือออกจากห้องได้)
มีตู้เย็นที่เปิดทิ้งไว้
เอนโทรปีและอุณหภูมิภายในห้องจะเปลี่ยนไปเช่นใด (เลือกสองคำตอบ)
เอนโทรปีภายในห้องเพิ่มขึ้น
เอนโทรปีภายในห้องลดลง
อุณหภูมิภายในห้องเพิ่มขึ้น
อุณหภูมิภายในห้องลดลง
ข้อใดที่ทำให้เอนโทรปีของสิ่งแวดล้อมเพิ่มขึ้น
น้ำแข็งก้อนหนึ่งละลายที่อุณหภูมิคงที่ ข้อใดกล่าวถูกเกี่ยวกับเอนโทรปีของน้ำกับสิ่งแวดล้อม (เลือกสองคำตอบ)
เอนโทรปีของน้ำเพิ่มขึ้น
เอนโทรปีของน้ำลดลง
เอนโทรปีของสิ่งแวดล้อมเพิ่มขึ้น
เอนโทรปีของสิ่งแวดล้อมลดลง
เครื่องจักรความร้อนคาร์โนต์สัมผัสกับแหล่งเก็บความร้อน X ที่มีอุณหภูมิ 2T เคลวิน และแหล่งเก็บความร้อนที่มีอุณหภูมิ T เคลวิน
ถ้าอุณหภูมิของ X เพิ่มขึ้นเป็น 4T เคลวิน ประสิทธิภาพของเครื่องจักรจะเป็นเช่นใด
ภาชนะหุ้มด้วยฉนวนความร้อนอันหนึ่ง ถูกแบ่งเป็นสองส่วนเท่า ๆ กันด้วยตัวแบ่ง (partition) ดังรูป ส่วนที่หนึ่งถูกบรรจุด้วยแก๊สอุดมคติ ส่วนที่สองเป็นสุญญากาศ เมื่อนำตัวแบ่งออกไป
ข้อใดกล่าวถูกเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของพลังงานภายในและเอนโทรปีของแก๊ส (เลือกสองคำตอบ)
พลังงานภายในของแก๊สเท่าเดิม
พลังงานภายในของแก๊สสูงขึ้น
เอนโทรปีของแก๊สเท่าเดิม
เอนโทรปีของแก๊สเพิ่มขึ้น
เมื่อสถานะ (state) ของระบบเปลี่ยนไป เอนโทรปีจะเพิ่มขึ้น
เมื่อสถานะ (state) ของระบบเปลี่ยนไป เอนโทรปีจะลดลง
เอนโทรปีโดยรวมของจักรวาล (ระบบและสิ่งแวดล้อม) จะเพิ่มขึ้นตลอดเวลา
เอนโทรปีโดยรวมของจักรวาล (ระบบและสิ่งแวดล้อม) จะลดลงตลอดเวลา
เครื่องจักรพลังงานความร้อนที่มีประสิทธิภาพ 35.0% และได้รับความร้อน 150 J ในหนึ่งวัฏจักร พลังงานความร้อนที่สูญเสียไปในหนึ่งวัฎจักรเป็นเท่าใด
ในทางทฤษฎีแล้ว ประสิทธิภาพสูงสุดของเครื่องจักรความร้อนที่ทำงานในช่วงอุณหภูมิ 100°C ถึง 400°C เป็นเท่าใด
จงหาว่าเอนโทรปีของน้ำแข็งปลี่ยนไปเท่าใด เมื่อน้ำแข็ง 50 กรัม ละลายที่อุณหภูมิ 0°C
ค่าความร้อนแฝงจำเพาะของการหลอมเหลวมีค่า 80 cal/g
–4.0 kcal/K
–14.7 cal/K
ภาชนะใบหนึ่งบรรจุแก๊สอุดมคติที่ STP เกิดการเปลี่ยนแปลงแบบไอโซเทอร์มอล ทำให้เอนโทรปีเปลี่ยนแปลงไป +3.7 J/K แก๊สทำงานได้เท่าใด
(ดูนิยามของ STP ในรูป)
1.0×103 J
–1.0×103 J
เมื่อเปิดเครื่องทำความร้อนในวันที่อากาศหนาว ทำให้ตัวฮีทเตอร์ดูดอากาศเย็นจากภายนอกที่อุณหภูมิ 14°F และเพิ่มอุณหภูมิเป็น 86°F ก่อนปล่อยเข้ามาภายในบ้าน
จงหาค่า COP สูงสุดของเครื่องทำความร้อน (Heat pump)
เพราะเหตุใดกระบวนการเปลี่ยนแปลงที่แก๊สขยายตัวอย่างอิสระแบบอะเดียแบติก (แก๊ซขยายตัวสู่สุญญากาศภายใต้ภาชนะที่หุ้มด้วยฉนวน ดังที่แสดงในรูป) จึงไม่สามารถเกิดย้อนกลับได้ในภาชนะฉนวนความร้อน
แก๊สต้องได้รับงานจึงจะทำให้แก๊สกลับไปมีปริมาตรเท่ากับตอนเริ่มต้น
ต้องมีการแลกเปลี่ยนความร้อนกับสิ่งแวดล้อมเพื่อทำให้แก๊สกลับไปมีอุณหภูมิเริ่มต้น
น้ำมวล m มีความจุความร้อนจำเพาะ c เมื่อทำการเพิ่มอุณหภูมิของน้ำจากอุณหภูมิ T1 ไปยัง T2 เอนโทรปีของน้ำจะเปลี่ยนไปเท่าใด
mcln(T1T2)
mcT1T2
mc(T1T2−T1)
mc(T2T2−T1)
mc(T2+T1T2−T1)
แก๊สอุดมคติเกิดการขยายตัวแบบอิสระ (ขยายตัวสู่สุญญากาศ) จากปริมาตร V1 ไป V2 เอนโทรปีจะเปลี่ยนไปเท่าใด
nRln(V1V2)
nRTln(V1V2)
nkln(V1V2)
0
nR(V1V2)
0
nRln(V1V2)
nkln(V1V2)
nRln(T1T2)
nkln(T1T2)
แก๊สอุดมคติอะตอมเดี่ยว 5 mol เกิดการขยายตัวแบบไอโซบาร์ จากปริมาตร 20 cm3 ไป 100 cm3
เอนโทรปีของแก๊สจะเปลี่ยนไปเท่าใดในหน่วย J/K
เครื่องจักรความร้อนที่สามารถทำงานได้และถ่ายเทความร้อนออกจากตัวเครื่องจักรในแต่ละวัฎจักร โดยไม่มีการถ่ายเทความร้อนเข้าสู่เครื่องจักรเป็นการฝ่าฝืนกฏข้อใด
ส่วนของสะพานที่ทำจากคอนกรีตมีความยาวทั้งหมด 50 m
ถ้าสัมประสิทธิ์การขยายตัวเชิงเส้นมีค่า 12x10–6 °C–1
จะต้องเว้นช่องว่างหรือระยะห่างสำหรับรองรับการขยายตัวที่อุณหภูมิสูงสุด 150°F เท่าใด
10 cm
2.5 cm
7.5 cm
5.0 cm
9.5 cm
ในการวัดอุณหภูมิของเตาไฟฟ้าใช้สำหรับหลอมเหล็กกล้า
เราทำการยิงปืนวัดอุณหภูมิไปที่รูเปิดเล็กพื้นที่หน้าตัด 0.5 ตารางเซนติเมตร
เตาอบมีลักษณะเป็นวัตถุดำ
ถ้าอุณหภูมิถูกรักษาไว้ที่ 1650°C
จงหากำลังที่ผ่านรูเปิดนี้ (ตอบละเอียดที่ 1 นัยสำคัญ)
จงหาอัตราการแผ่รังสีความร้อนจากร่างกายมนุษย์ที่อุณหภูมิ 33°C
ถ้าร่างกายมีพื้นที่ผิว 1.4 ตารางเมตร โดยให้พิจารณาเสมือนว่าร่างกายเป็นวัตถุดำ
โลกได้รับพลังงานรังสีจากดวงอาทิตย์ในอัตรา 1.27⨉1017 W
สมมติว่าน้ำบนผิวโลกมีปริมาตร 1.08⨉1021 m3
อยากทราบว่าจะใช้กี่ปีจึงจะทำให้น้ำบนโลกเปลี่ยนอุณหภูมิจาก 0°C ไปเป็น 100°C หากไม่มีพลังงานใดถูกเปล่งออกมาหรือสะท้อนกลับออกไปในอวกาศ
กำหนดให้ค่าความจุความร้อนจำเพาะของน้ำเท่ากับ 4.2 kJ kg–1 K–1 และความหนาแน่นของน้ำเท่ากับ 1.0 g cm–3
26 y
2.69⨉104 y
1.13⨉105 y
2.69⨉107 y
นายเอกกล่าวว่า "วิธีการทำให้บ้านอบอุ่นในฤดูหนาวคือการใช้ฉนวนกันความร้อนที่มีค่าการนำความร้อน (conductivity K) น้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้"
นายโทกล่าวว่า "วิธีการทำให้บ้านเย็นสบายในฤดูร้อนคือการใช้ฉนวนกันความร้อนที่มีค่าการนำความร้อน (conductivity K) น้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้"
นางสาวตรีกล่าวว่า "วิธีการทำให้บ้านอบอุ่นในฤดูหนาวคือการใช้ฉนวนกันความร้อนที่มีค่าการนำความร้อน (conductivity K) มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้"
นางสาวจัตวากล่าวว่า "วิธีการทำให้บ้านเย็นสบายในฤดูร้อนคือการใช้ฉนวนกันความร้อนที่มีค่าการนำความร้อน (conductivity K) มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้"
ใครกล่าวถูกต้อง (กำหนดให้ในหน้าหนาวอุณหภูมิภายนอกจะต่ากว่าอุณหภูมิในบ้านและในหน้าร้อนอุณหภูมิภายนอกจะสูงกว่าอุณหภูมิในบ้าน)
นายโทและนางสาวตรี
นายเอกและนางสาวตรี
นายเอกและนางสาวจัตวา
นายเอกและนายโท
นางสาวตรีและนางสาวจัตวา
แท่งอลูมิเนียมเบอร์ 1 ยาว 1.0 ม. พื้นที่หน้าตัด 2.0 ตร.ซม.
แท่งอลูมิเนียมเบอร์ 2 ยาว 2.0 ม. พื้นที่หน้าตัด 4.0 ตร.ซม.
แท่งอลูมิเนียมเบอร์ 3 ยาว 3.0 ม. พื้นที่หน้าตัด 9.0 ตร.ซม.
ถ้าแท่งแต่ละอันมีผลต่างของอุณหภูมิที่ปลายทั้งสองเท่ากัน
ข้อใดสรุปถูกต้อง
แท่งอลูมิเนียมเบอร์ 1 มีอัตราการถ่ายเทมากสุด
แท่งอลูมิเนียมเบอร์ 2 มีอัตราการถ่ายเทมากสุด
แท่งอลูมิเนียมเบอร์ 3 มีอัตราการถ่ายเทมากสุด
แท่งอลูมิเนียมเบอร์ 2 และเบอร์ 3 มีอัตราการถ่ายเทความร้อนเท่ากันและมากกว่าแท่งอลูมิเนียมเบอร์ 1
แท่งอลูมิเนียมทั้งสามมีอัตราการถ่ายเทเท่ากันทั้งหมด
ให้ความร้อนกับของเหลวสองชนิดที่มีมวลเท่ากันในอัตราที่เท่ากัน
จากกราฟข้อใดกล่าวถูกต้อง
ท่อส่งน้ําสองท่อ A และ B มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางในท่อเป็น dA = 0.10 m และ dB = 0.25 m
อัตราเร็วเฉลี่ยของการไหลในท่อเป็น vA = 2.0 m/s และ vB = 1.0 m/s ตามลําดับ
ถ้าอุณหภูมิของน้ําในท่อเป็น tA = 30 ° C และ tB = 80 ° C ตามลําดับ
จงหาอุณหภูมิของน้ําที่ผสมกันในท่อรวม
59°C
68°C
48°C
70°C
ความร้อน 4000 kcal ถ่ายเทผ่านหน้าต่างจากในบ้านออกสู่นอกบ้านภายในหนึ่งชั่วโมง
เมื่อบ้านถูกรักษาไว้ที่อุณหภูมิ 20°C หน้าต่างเป็นบานกระจกหนา 0.30 cm และมีพื้นที่ 4.0 m2
อุณหภูมิภายนอกเท่าไหร่
(กำหนดให้ค่าความนำความร้อน K = 2.0⨉10–4 kcal m s–1 °C–1)
4°C
8°C
13°C
16°C
18°C
พลังงานภายในของระบบสามารถเป็นเพิ่มขึ้นแม้ว่าไม่มีการถ่ายเทความร้อนเข้าสู่ระบบ
เมื่อสองระบบมีพลังงานภายในเท่ากัน ระบบทั้งสองต้องมีอุณหภูมิเท่ากัน
จำนวนงานสูงสุดที่ระบบสามารถทำได้
ผลรวมของพลังงานจลน์และพลังงานศักย์อันเนื่องมาจากการเคลื่อนที่แบบสุ่มของอนุภาคในระบบ
ปริมาณงานทั้งหมดที่ทำให้กับระบบ
ปริมาณความร้อนที่ทำให้อุณหภูมิของระบบเพิ่มขึ้นหนึ่งเคลวิน
เทอร์โมคัปเปิลถูกนำไปวัดอุณหภูมิโดยใช้อุณหภูมิอ้างอิงที่แตกต่างกันดังรูป
ในการทดลองที่ 1 โวลต์มิเตอร์อ่านค่า +5.0 mV
ในการทดลองที่ 2 โวลต์มิเตอร์อ่านค่า –1.5 mV
สมมติว่าเทอร์โมคัปเปิลมีการตอบสนองเชิงเส้นกับผลต่างอุณหภูมิ
อุณหภูมิ θ ในรูปมีค่าเท่าไหร่
ช่างต้องการที่จะเอา steel rod สอดเข้าไปใน steel washer ปัญหาคือ steel rod มีเส้นผ่านศูนย์กลางใหญ่เกินกว่าจะสอดเข้าไปในรู ช่างจะทำอย่างไรเพื่อที่จะเอา steel rod สอดเข้าไปในรูได้
ลดอุณหภูมิของ steel washer
ลดอุณหภูมิของ steel washer และ steel rod ลงเท่า ๆ กัน
เพิ่มอุณหภูมิของ steel rod
เพิ่มอุณหภูมิของ steel washer
จากตารางแจกแจงอัตราเร็วของโมเลกุลของก๊าซ (Ni เป็นจำนวนโมเลกุลที่มีอัตราเร็ว vi) จงคำนวณหาอัตราเร็วรากที่สองของกำลังสองเฉลี่ยของโมเลกุลของก๊าซจำนวนนี้
400 เมตรต่อวินาที
450 เมตรต่อวินาที
โมเลกุลของก๊าซออกซิเจนที่ 27 องศาเซลเซียส จะมีค่าเฉลี่ยกำลังสองของอัตราเร็วเท่าใด
ถ้ามวลอะตอมของออกซิเจนเท่ากัน 16
6.3×104 m2 s–2
250 m2 s–2
480 m2 s–2
2.3×105 m2 s–2
ก๊าซชนิดหนึ่งบรรจุภายในภาชนะปิดที่มีความดัน 1.0 บรรยากาศ อุณหภูมิ 15 องศาเซลเซียส มีความหนาแน่น 1.225 กิโลกรัม/ลูกบาศก์เมตร เมื่ออัดก๊าซนี้ให้มีปริมาตรน้อยลงและมีความดัน 3.0 บรรยากาศ อุณหภูมิ 100 องศาเซลเซียส จงหาอัตราเร็วรากที่สองของกำลังสองเฉลี่ยของโมเลกุลของก๊าซนั้นในหน่วยเมตร/วินาที
4.98×102
5.39×102
5.67×102
8.63×102
21
21
23
2
แก๊สอุดมคติที่มีมวลและปริมาตรคงที่ ความสัมพันธ์ระหว่าง R และ S แสดงดังรูป ตัวแปร R และ S คือปริมาณใด
R คือความดัน
S คืออุณหภูมิในหน่วยเคลวิน
R คือความดัน
S คืออุณหภูมิในหน่วยองศาเซลเซียส
R คืออุณหภูมิในหน่วยเคลวิน
S คือความดัน
R คืออุณหภูมิในหน่วยองศาเซลเซียส
S คือความดัน
แก๊สอุดมคติมวลคงที่ผ่านกระบวนเปลี่ยนแปลงแบบไอโซโคริก (Isochoric) ทำให้ความดันของแก๊สเพิ่มขึ้น ข้อใดอธิบายพลังงานภายในระบบและทิศทางการถ่ายเทพลังงานความร้อนได้ถูกต้อง (เลือกสองคำตอบ)
พลังงานภายในเพิ่มขึ้น
พลังงานภายในลดลง
ความร้อนถ่ายเทเข้าสู่แก๊ซ
ความร้อนถ่ายเทออกจากแก๊ซ
กราฟแสดงความสัมพันธ์ระหว่างความดัน P และปริมาตร V ของแก๊สอุดมคติภายใต้กระบวนเทอร์โมไดนามิก ช่วงใดที่เกิดงานที่ทำให้กับแก๊สและช่วงใดที่เกิดงานที่แก๊สทำ (เลือกสองคำตอบ)
งานที่ทำให้กับแก๊สเกิดในช่วง X ไป Y
งานที่ทำให้กับแก๊สเกิดในช่วง Y ไป Z
งานที่แก๊สทำเกิดในช่วง X ไป Y
งานที่แก๊สทำเกิดในช่วง Y ไป Z
แก๊ซเกิดการเปลี่ยนแปลงแบบอะเดียแบติก (Adiabatic) ทำให้แก๊สทำงานได้ 50 J จากนั้นถูกลดอุณหภูมิที่ปริมาตรคงที่ โดยแก๊สสูญเสียความร้อน 20 J
พลังงานภายในแก๊สเปลี่ยนไปเท่าใด
เราสามารถที่จะเปลี่ยนความร้อนทั้งหมดให้เป็นงานอย่างต่อเนื่อง
ในกระบวนการทางธรรมชาติ เอนโทรปีของระบบจะต้องเพิ่มขึ้น
พลังงานความร้อนจะไม่ถ่ายเทด้วยตัวเองจากวัตถุเย็นไปวัตถุร้อน
เอนโทรปีในระบบปิดมีแนวโน้มที่จะลดลง (ระบบปิดคือระบบที่ปริมาณสารไม่เปลี่ยนแปลง)
ปั๊มความร้อนมี COP เท่ากับ 4 หากปั๊มความร้อนดูดซับความร้อน 20 cal จากอากาศเย็นภายนอก ในแต่ละรอบความร้อนจะถูกถ่ายเท (ในหน่วย cal) ไปยังในบ้านที่อุ่นกว่าเท่าไร
กระบวนการใดที่มีการเปลี่ยนแปลงของเอนโทรปีมากที่สุด เมื่อมีอุณหภูมิเริ่มต้นและอุณหภูมิปลายค่าเดียวกัน
กระบวนการไอโซเทอร์มอล
เครื่องยนต์ความร้อนทํางานระหว่างแหล่งเก็บความร้อนอุณหภูมิสูงที่ TH และแหล่งเก็บความร้อนอุณหภูมิต่ำที่ TL ในกรณีใดที่ประสิทธิภาพหาได้จาก 1 – (TL/TH)
เฉพาะในกรณีที่ใช้แก๊สอุดมคติเป็น working substance
เฉพาะในกรณีที่เครื่องยนต์สามารถผันกลับได้
เฉพาะในกรณีที่เครื่องยนต์ทํางานด้วยวัฏจักรสเตอร์ลิง
ใช้ได้ในทุกกรณีไม่เกี่ยวว่าเครื่องยนต์จะมีลักษณะอย่างไร
เครื่องยนต์ความร้อน Carnot ทํางานระหว่างแหล่งเก็บความร้อนอุณหภูมิต่ำที่ TL และแหล่งเก็บความร้อนอุณหภูมิสูง TH คุณต้องการเพิ่มประสิทธิภาพของเครื่องยนต์
ข้อใดต่อไปนี้ให้การเปลี่ยนแปลงที่ส่งผลให้ประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นมากที่สุด
(ค่าของ ∆T เท่ากันสําหรับการเปลี่ยนแปลงของทุกตัวเลือก)
เพิ่มอุณหภูมิของแหล่งเก็บความร้อนอุณหภูมิสูง ∆T
เพิ่มอุณหภูมิของแหล่งเก็บความร้อนอุณหภูมิต่ำ ∆T
ลดอุณหภูมิของแหล่งเก็บความร้อนอุณหภูมิสูง ∆T
ลดอุณหภูมิของแหล่งเก็บความร้อนอุณหภูมิต่ำ ∆T
แผนภาพแสดงการเปลี่ยนแปลงความดัน-ปริมาตร PQRS ของเครื่องจักรคาร์โนต์ ในช่วงใดของ cycle ที่พลังงานความร้อนถ่ายเทไปยังสิ่งแวดล้อม
กราฟความดัน-ปริมาตรใดที่เป็นของวัฏจักรคาร์โนต์ได้ดีที่สุด
อุณหภูมิ TL ของ cold reservoirs และอุณหภูมิ TH ของ hot reservoirs สำหรับ 4 เครื่องจักรคาร์โนต์คือ
1. TL = 400 K, TH = 500 K
2. TL = 500 K, TH = 600 K
3. TL = 400 K, TH = 600 K
4. TL = 600 K, TH = 800 K
จงจัดลำดับประสิทธิภาพของเครื่องจักรจากน้อยไปมาก
3 < 4 < 1 < 2
1 = 2 < 3 = 4
2 < 1 < 3 < 4
1 < 2 < 4 < 3
2 < 1 < 4 < 3
