wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

IP378 (Final) - True or False

Total questions: 60

Worksheet time: 54mins

Name
Class
Date
1.

วิธีการในการดึงทรัพยากรจากภาคเกษตรมาใช้เพื่อการพัฒนาอุตสาหกรรมที่ประเทศกำลังพัฒนาหลายประเทศดำเนินการคือการทำให้ราคาสินค้าเกษตรอยู่ในระดับต่ำกว่าระดับราคาแข่งขัน (Competitive market price)

a)

True

b)

False

2.

ในช่วงทศวรรษที่ 1940-1950 เป้าหมายสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศกำลังพัฒนาทั้งหลายคือ การสร้างการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจพร้อมๆกับการทำให้เกิดการกระจายรายได้และสร้างความเป็นธรรมทางสังคมเพื่อลดความเหลื่อมล้ำในทุกมิติ

a)

True

b)

False

3.

ในช่วง 1960s-1970s แนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศกำลังพัฒนาคือ การสร้างความสมดุลทางการพัฒนา โดยเฉพาะอย่างยิ่งระหว่างภาคเกษตร(ชนบท) และอุตสาหกรรม(เมือง) โดยมีเป้าหมายสำคัญคือ การเจริญเติบโตอย่างสมดุล การกระจายรายได้ที่เป็นธรรม และการจ้างงานเต็มที่

a)

True

b)

False

4.

ช่วง 1980s-1990s ประเทศต่างๆเริ่มให้ความสำคัญกับปัญหาสิ่งแวดล้อมมากขึ้น และการพัฒนาที่ยั่งยืนถูกเสนอให้เป็นวาระแห่งการพัฒนาของโลก

a)

True

b)

False

5.

ปัญหาความไม่มีเสถียรภาพทางเศรษฐกิจมหภาคในช่วง 1980s-90s เริ่มขึ้นที่ละตินอเมริกาก่อน สาเหตุหลักเกิดการการเปิดเสรีภาคการเงินทั้งๆที่ระบบสถาบันในการบริหารจัดการสถาบันการเงินยังมีความอ่อนแอ ทำให้เกิดปัญหาธรรมาภิบาลในสถาบันการเงิน และนำไปสู่วิกฤติการณ์การทางเงิน

a)

True

b)

False

6.

ปัญหาอย่างหนึ่งของการใช้ GDP ในการวัดความก้าวหน้าในการพัฒนาคือ การที่ GDP นับเฉพาะมูลค่าของสินค้าและบริการ แต่ไม่ได้หักต้นทุนทางสังคมและสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นในกระบวนการผลิตสินค้าและบริการเหล่านั้น

a)

True

b)

False

7.

Amartya Sen เห็นว่ารายได้ (Income) ควรถูกมองว่าเป็น Instrumental good เนื่องจากเราต้องการรายได้เพื่อไปสร้างให้เกิดความกินดีอยู่ดี (Well-being) ในด้านอื่นๆ

a)

True

b)

False

8.

Human Development Index (HDI) เป็น Composite Index ที่วัดการพัฒนามนุษย์ใน 3 ด้าน คือ ด้านการศึกษา สุขภาพ และสิ่งแวดล้อม

a)

True

b)

False

9.

หนึ่งใน 8 เป้าหมายการพัฒนาแห่งสหัสวรรษ (Millennium Development Goals: MDGs) คือ การดำรงสันติภาพ ความยุติธรรม และหลักนิติรัฐ

a)

True

b)

False

10.

Sustainable Development Goals (SDGs) เป็นวาระการพัฒนาของโลก ที่ขยายต่อมาจาก MDGs โดยมีกรอบเป้าหมายและตัวชี้วัดการพัฒนาที่ต้องบรรลุภายในปี 2030

a)

True

b)

False

11.

ตัวแบบการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ (Economic Growth Model) มักจะให้ความสำคัญกับสองปัจจัยในการสร้างการเจริญเติบโตคือ 1. การสั่งสมปัจจัยการผลิต และ 2. การออมและการลงทุน

a)

True

b)

False

12.

การสั่งสมทุน (Capital Accumulation) ในความหมายกว้างนั้น หมายถึงการสั่งทุนที่เป็นตัวเงิน (Monetary Capital) ทั้งหมดในระบบเศรษฐกิจกิจ ซึ่งตามตัวแบบการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ (Economic Growth Model) นั้น การสั่งสมทุนในลักษณะดังกล่าวจะมีผลทำให้นักลงทุนสามารถเข้าถึงแหล่งทุนได้โดยง่าย เป็นการกระตุ้นการลงทุน ทำให้ระบบเศรษฐกิจเจริญเติบโต

a)

True

b)

False

13.

ตามแนวคิดตัวแบบการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ (Economic Growth Model) การจะสร้างการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจได้นั้น องค์ประกอบที่สำคัญอย่างหนึ่งคือ การทำให้เกิดผลิตภาพรวมในระบบเศรษฐกิจ ซึ่งมาได้จาก 2 ทางคือ 1. การทำให้กระบวนการผลิตมีประสิทธิภาพมากขึ้น และ 2. การลงทุนในการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม

a)

True

b)

False

14.

W.W. Rostow ได้วิเคราะห์ขั้นการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ จากประสบการณ์การพัฒนาของประเทศที่พัฒนาแล้วและด้อยพัฒนาในยุโรป เอเชีย อาฟริกา และอเมริกา และเสนอปัจจัยที่จะทำให้เกิดความก้าวหน้าของการพัฒนาจากอีกขั้นไปอีกขั้น เป็นจำนวน 5 ขั้น

a)

True

b)

False

15.

Arther Lewis เสนอตัวแบบ The Two-Sector Model จากประสบการณ์การพัฒนาของประเทศด้อยพัฒนา ในตัวแบบนี้ Lewis มีสมมติฐานข้อหนึ่งว่าอัตราการเคลื่อนย้ายแรงงานจากชนบทสู่เมืองและการจ้างแรงงานในภาคอุตสาหกรรมเมือง จะเป็นสัดเป็นส่วนกับอัตราเพิ่มของการสั่งสมทุน (Capital accumulation) ของภาคอุตสาหกรรมเมือง ซึ่งจะทำให้ภาคเมืองสามารถดูดซับแรงงานจากภาคชนบทได้อย่างเต็มที่

a)

True

b)

False

16.

ตัวแบบ Domar-Harrod Growth Model เสนอว่า เศรษฐกิจจะเจริญเติบโตเมื่อมีอัตราการออมเพิ่มขึ้น มีการลงทุนที่มีประสิทธิภาพ และมีการกระตุ้นอุปสงค์ทำให้เกิดการบริโภคภาคครัวเรือนมากขึ้น

a)

True

b)

False

17.

การศึกษาประเด็นความยากจนในช่วงประมาณทศวรรษ 1940s-1960s หรือที่เรียกว่าแนวการศึกษาความยากจนแบบดั้งเดิม (Conventional Economics) ได้กำหนดนิยามความยากจนว่าเป็นการขาดแคลนปัจจัยในเชิงกายภาพ/เชิงวัตถุ (Material deprivation) และเสนอว่าแนวทางการแก้ปัญหาความยากจนคือการเพิ่มการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและเพิ่มรายได้

a)

True

b)

False

18.

อมาตยา เซ็น (Amartya Sen) เสนอว่าความยากจนคือ การที่คนไม่มีศักยภาพ (Capability deprivation) ที่จะเลือกและใช้ชีวิตในทางที่เขา/เธออยากจะเป็นได้ และเสนอว่าวิธีการในการแก้ปัญหาความยากจนคือ ต้องขจัดเสียซึ่งสิ่งที่เป็นข้อจำกัดในการขยายศักยภาพที่ว่า ซึ่งข้อจำกัดนั้นมีทั้ง่แบบที่เป็นวัตถุ (Material deprivation) และไม่ใช่วัตถุ (Non-material deprivation)

a)

True

b)

False

19.

การวัดความยากจนอาจแบ่งอย่างกว้างได้เป็น 3 แบบ คือ การวัดความยากจนแบบสัมบูรณ์ (Absolute poverty) การวัดความยากจนแบบสัมพัทธ์ (Relative poverty) และการวัดแบบเส้นความยากจน (Poverty line) ตามเกณฑ์ที่แต่ละประเทศสร้างขึ้นเอง

a)

True

b)

False

20.

Human Poverty Index เป็นดัชนีบ่งชี้ความยากจนในระดับประเทศ ซึ่งเป็นดัชนีรวม (Composite index) ที่มีองค์ประกอบของการขาดแคลน (Deprivation) ใน 3 มิติ คือ มิติสุขภาพ มิติการศึกษา และมิติรายได้

a)

True

b)

False

21.

Headcount Index เป็นการวัดความลึกของความยากจน (Depth of Poverty) ของแต่ละประเทศ โดยวัดค่าเป็นผลรวมของรายได้ในส่วนที่ต่ำกว่าเส้นความยากจนของคนจนทั้งหมดในประเทศ และสามารถใช้เปรียบเทียบกับศักยภาพของประเทศ (เช่น GDP) เพื่อดูว่าระบบเศรษฐกิจต้องใช้ทรัพยากรในสัดส่วนมากเท่าใดเพื่อแก้ปัญหาความยากจนของประเทศ

a)

True

b)

False

22.

Gini Coefficient เป็นเครื่องมือในการวัดความไม่เท่าเทียมกันในการกระจายรายได้ โดยมีค่าอยู่ระหว่าง 0 และ 1 หากมีค่าไปทาง 1 แสดงว่าระบบเศรษฐกิจมีการกระจายรายได้ที่เท่าเทียมมากขึ้น ในขณะที่หากมีค่าไปทาง 0 แสดงว่าระบบเศรษฐกิจมีการกระจายรายได้ที่เท่าเทียมน้อยลง

a)

True

b)

False

23.

Kuznets curve เป็นเส้นวัดความสัมพันธ์ระหว่างการเจริญเติบโตของรายได้ กับความไม่เท่าเทียมของการกระจายรายได้ โดยมีสมมติฐานว่าเมื่อรายได้สูงขึ้น ความไม่เท่าเทียมจะมีแนวโน้มน้อยลง จนถึงระดับหนึ่ง และเมื่อรายได้ยังเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ ความไม่เท่าเทียมจะเพิ่มมากขึ้น ซึ่งเป็นความสัมพันธ์แบบ U-Curve ทั้งนี้ Kuznets Curve มีนัยยะว่า ประเทศร่ำรวย (High-income countries) มักจะมีการกระจายรายได้ที่ไม่เป็นธรรม มากกว่าประเทศที่มีรายได้ระดับน้อยและปานกลาง (Low- and Middle-income countries)

a)

True

b)

False

24.

ในปัจจุบัน ปัญหาการพัฒนาในมิติเชิงประชากรที่สำคัญคือ ในประเทศกำลังพัฒนามีอัตราการเกิดสูง ปัญหาที่สำคัญคือ ความไม่สามารถของระบบเศรษฐกิจของประเทศกำลังพัฒนาที่จะตอบสนองต่อความต้องการพื้นฐานของประชากรจำนวนมาก ส่วนในประเทศพัฒนาแล้ว ปัญหาคือการเข้าสู่สังคมสูงวัย ทำให้อัตราการออมต่ำลง และการใช้จ่ายเพื่อสวัสดิการเพิ่มขึ้น

a)

True

b)

False

25.

อัตราการเจริญพันธุ์รวม (Total fertility rate) เป็นผลรวมของอัตราการเกิดที่มีชีวิตของทารกต่อผู้หญิงวัยเจริญพันธ์ในแต่ละช่วงอายุทุก 5 ปี ตั้งแต่อายุ 15-45 ปีของผู้หญิง

a)

True

b)

False

26.

แนวการศึกษา Human Capital Approach ให้ความสำคัญกับการลงทุนในการศึกษา โดยมีข้อสมมติฐานว่า หากลงทุนด้านการศึกษาในระดับที่สูงขึ้น จะทำให้รายได้ในอนาคตตลอดช่วงอายุการทำงาน (Future stream of income) มีอัตราการเจริญเติบโตที่เพิ่มขึ้น

a)

True

b)

False

27.

ปัญหาสำคัญอย่างหนึ่งของนโยบายการศึกษาของประเทศกำลังพัฒนาคือ การจัดสรรการลงทุนให้กับการศึกษาขั้นพื้นฐาน (Basic education) ในสัดส่วนมากเกินไป ทั้งๆที่การศึกษาระดับนี้ให้ผลตอบแทนส่วนบุคคล (Private return on education) มากกว่าผลตอบแทนต่อสังคม (Social return on education) และประเทศเหล่านี้มักลงทุนในการศึกษาระดับสูง (Higher education) น้อยเกินไป ทำให้เสียโอกาสในพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม เนื่องจากมหาวิทยาลัยและสถาบันการศึกษาขั้นสูง ไม่มีงบประมาณเพียงพอในการวิจัยและพัฒนา

a)

True

b)

False

28.

ปัญหาสำคัญอย่างหนึ่งของการพัฒนาด้านการศึกษาและสุขภาพของโลกคือ การมีความเหลื่อมล้ำระหว่างเพศค่อนข้างสูง โดยที่เพศหญิงมักจะมีความก้าวหน้าด้านการศึกษาและสุขภาพน้อยกว่าเพศชาย ซึ่งปัญหาความเหลื่อมล้ำทางเพศนี้ มีความรุนแรงมากในประเทศด้อยพัฒนา

a)

True

b)

False

29.

ในระบบเศรษฐกิจแบบปิด (Closed economy) (อยู่บนสมมติฐานว่า ไม่มีการค้า/การลงทุน/การโอนเงินระหว่างประเทศ) การออมรวม (Aggregate saving) จะเท่ากับการลงทุนรวม (Aggregate investment)

a)

True

b)

False

30.

หากรัฐบาลจัดทำงบประมาณแบบเกินดุลติดต่อกันหลายปี หนี้สาธารณะมักมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้น

a)

True

b)

False

31.

การจะพิจารณาว่าหนี้สาธารณะในสัดส่วนที่เท่าใด (20% 50% 100% 200% …) อาจจะทำให้เกิดปัญหาเสถียรภาพเศรษฐกิจมหภาคนั้น ต้องพิจารณาปัจจัยประกอบอย่างน้อย 3 ประการคือ 1. แหล่งที่มาของหนี้ (เช่นหนี้ในประเทศหรือหนี้ต่างประทศ) 2. ดุลการค้าต่างประเทศ และ 3. สำรองเงินคงคลังของรัฐบาล

a)

True

b)

False

32.

ในปัจจุบัน สหรัฐอเมริกาเป็นประเทศที่มีหนี้สาธารณะต่อ GDP สูงที่สุดในโลก สาเหตุสำคัญเนื่องมาจากการใช้จ่ายงบประมาณจำนวนมหาศาลในกิจการต่างๆทั้งภายในและภายนอกประเทศ (โดยเฉพาะการต่อสู้กับคอมมิวนิสต์) นับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่สองเป็นต้นมา และรัฐบาลสหรัฐฯก็จัดทำงบประมาณแบบขาดดุลติดต่อกันมาต่อเนื่องหลายทศวรรษ ทำให้ต้องก่อหนี้สาธารณะเพื่อนำไปใช้จ่ายดังกล่าว

a)

True

b)

False

33.

ปัญหาสำคัญของการลงทุนภาครัฐของไทยในปัจจุบันคือ การมีสัดส่วนงบฯลงทุนต่องบประมาณรวมค่อนข้างมาก (กว่า 70% ของงบประมาณรวม) แต่การเบิกจ่ายเพื่อการลงทุนกลับเป็นไปอย่างไม่มีประสิทธิภาพ คือมักจะมีการเบิกจ่ายได้ต่ำกว่าเป้าการลงทุนภาครัฐเป็นอย่างมาก

a)

True

b)

False

34.

ในทางเศรษฐศาสตร์ “นโยบายการคลัง” ถูกมองว่าเป็นนโยบายด้านอุปทาน (Supply-side policy) เพราะเป็นการใช้การใช้จ่ายและการจัดหารายได้ (เก็บภาษี) ในการเพิ่ม/ลดอุปทานเม็ดเงินในระบบเศรษฐกิจ

a)

True

b)

False

35.

“ภาษีมูลค่าเพิ่ม” จัดอยู่ในกลุ่ม “ภาษีทางอ้อม” เช่นเดียวกับ “ภาษีสรรพสามิต”

a)

True

b)

False

36.

รายได้จากการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ ถือเป็นภาษีทางตรงในระบบงบประมาณภาครัฐ

a)

True

b)

False

37.

รายจ่ายภาครัฐในการลงทุนสร้างโครงสร้างพื้นฐาน (เช่น ท่าเรือน้ำลึก ทางด่วน รถไฟความเร็วสูง ฯลฯ) ถือเป็นรายจ่ายประจำในระบบงบประมาณภาครัฐ

a)

True

b)

False

38.

การทำงบประมาณแบบเกินดุลของรัฐบางส่งผลบวกคือ ทำให้หนี้สาธารณะลดลง แต่ก็อาจมีผลด้านลบต่ออุปสงค์รวมในระบบเศรษฐกิจ เพราะทำให้อุปสงค์รวมลดลง

a)

True

b)

False

39.

แนวคิดเศรษฐกิจแบบเคนส์ มีรากฐานมาจากอุดมการณ์ทางเศรษฐกิจแบบเสรีนิยม แต่เคนส์เชื่อว่าในช่วงที่เศรษฐกิจซบเซาหรือมีวิกฤติเศรษฐกิจ รัฐควรกระตุ้นเศรษฐกิจโดย “การสร้างอุปสงค์โดยใช้อุปทาน” ผ่าน 1. นโยบายการเงิน 2. นโยบายการคลัง และ 3. การปรับเปลี่ยนอัตราภาษีศุลกากร

a)

True

b)

False

40.

การเพิ่มอัตราดอกเบี้ยพันธบัตรรัฐบาลเพื่อระดมเงินออมมาปิดการขาดดุลงบประมาณ อาจนำไปสู่ปรากฎการณ์ “Crowding-out effect” ซึ่งเกิดขึ้นเมื่ออัตราดอกเบี้ยโดยทั่วไปสูงขึ้น นำไปสู่การลงทุนของภาคเอกชนที่ลดลง ส่งผลให้การจ้างงานลดลง และการบริโภคที่ลดลงตามไปด้วย

a)

True

b)

False

41.

ความช่วยเหลือเพื่อการพัฒนาอย่างเป็นทางการ (Official Development Assistance: ODA) เป็นความช่วยเหลือที่ให้โดยองค์กรของรัฐหรือองค์การระหว่างประเทศ ส่วนการช่วยเหลือระหว่างประเทศ (Foreign Aid) หมายรวมถึง ODA และความช่วยเหลือจากองค์กรอื่นๆที่ไม่ใช่รัฐและองค์การระหว่างประเทศ

a)

True

b)

False

42.

ประเทศที่พัฒนาแล้วส่วนมากมักจะให้เงินช่วยเหลือระหว่างประเทศในแบบพหุภาคี (Multilateral aid) ผ่านองค์การระหว่างประเทศ (เช่นหน่วยงานของ UN) เนื่องจากการระดมทุนขนาดใหญ่ในการให้ความช่วยเหลือ จะก่อให้เกิดการประหยัดต่อขนาดความช่วยเหลือ และทำให้สามารถจัดการเม็ดเงินความช่วยเหลือได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากขึ้น

a)

True

b)

False

43.

หากคิดเป็นงบประมาณความช่วยเหลือโดยรวมแล้ว กลุ่มประเทศสมาชิกองค์การว่าด้วยความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (Organization for Economic Cooperation and Development) ถือเป็นกลุ่มที่มีการให้ความช่วยเหลือเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศมากที่สุดในโลกในปัจจุบัน

a)

True

b)

False

44.

แนวคิด Harrod-Domar มองว่าการให้ความช่วยเหลือเพื่อการพัฒนาจะก่อให้เกิดการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจต่อประเทศผู้รับความช่วยเหลือได้ เนื่องจากเป็นการถ่ายเทเงินออมอย่างเหมาะสมจากจุดที่มีการออมส่วนเกิน (ประเทศที่พัฒนาแล้ว) สู่จุดที่มีการขาดแคลนการออม (ประเทศกำลังพัฒนา)

a)

True

b)

False

45.

ตามปฏิญญาปารีสว่าด้วยประสิทธิผลของความช่วยเหลือระหว่างประเทศ (Paris Declaration on Aid Effectiveness) สิ่งสำคัญประการหนึ่งที่จะทำให้ความช่วยเหลือมีประสิทธิผลคือ การให้ประเทศผู้รับความช่วยเหลือมีความเป็นเจ้าของในโครงการ แผนงาน และทรัพยากรบางส่วนของความช่วยเหลือ

a)

True

b)

False

46.

ในประเทศกำลังพัฒนาโดยทั่วไป GDP ภาคเกษตรต่อ GDP รวมของประเทศมีแนวโน้มลดลง แต่แรงงานภาคเกษตรยังเป็นแรงงานส่วนใหญ่ของประเทศ ทำให้ผลิตภาพแรงงานภาคเกษตรมีแนวโน้มลดลง

a)

True

b)

False

47.

ปัจจุบัน อัตราการเจริญเติบโตของผลผลิตอาหารของโลกมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ซี่งการเจริญเติบโตนั้นมาจากการเจริญเติบโตของผลผลิตภาคเกษตรของประเทศที่พัฒนาแล้ว อันเป็นผลมาจากการพัฒนาเทคโนโลยีการเกษตรอย่างก้าวกระโดด

a)

True

b)

False

48.

Engle’s rule อธิบายการลดลงของ GDP ภาคเกษตรว่า เป็นเพราะอุปสงค์ต่อสินค้าหมวดอาหารมักเป็นอุปสงค์ที่มีความยืดหยุ่นต่ำ (0 < Elasticity < 1) ดังนั้น เมื่อ GDP ต่อหัวเพิ่มขึ้นหนึ่งหน่วย อุปสงค์ต่ออาหารจะเพิ่มขึ้นน้อยกว่าหนึ่งหน่วย

a)

True

b)

False

49.

แนวคิดเรื่องความเชื่อมโยงระหว่างภาคเศรษฐกิจ (Intersectoral linkages) อธิบายว่าทุกๆหนึ่งหน่วยของการเจริญเติบโตของผลผลิตภาคเกษตรจะทำให้เกิดการเจริญเติบโตของ GDP ที่มากกว่าหนึ่งหน่วย อันเป็นผลจากการเชื่อมโยงระหว่างภาคเกษตรและภาคนอกเกษตรในด้านอุปสงค์และอุปทาน

a)

True

b)

False

50.

Robert Fogel (นักเศรษฐศาสตร์รางวัลโนเบล) อธิบายว่าการโตขึ้นของผลผลิตภาคเกษตรจะทำให้พฤติกรรมการออมอย่างตื่นตระหนก (Precautionary saving) และการเก็งกำไรราคาสินค้าเกษตรลดลง

a)

True

b)

False

51.

Pseudo-urbanization เป็นสภาวะของเมืองที่มีการเพิ่มขึ้นของประชากรในอัตราที่สูงเกินกว่าศักยภาพของโครงสร้างพื้นฐานหรือสิ่งอำนวยความสะดวกจะรองรับได้

a)

True

b)

False

52.

หากวัดสัดส่วนคนจนต่อประชากรแล้ว สัดส่วนคนจนต่อประชากรในเมือง (สัดส่วนคนจนเมือง) มีแนวโน้มที่จะสูงกว่าสัดส่วนคนจนต่อประชากรในชนบท (สัดส่วนคนจนชนบท)

a)

True

b)

False

53.

การประหยัดจากการกระจุกตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจและผู้คน (Economies of Agglomeration) ที่เรียกว่า Urbanization economies นั้น ทำให้เกิดผลดีในแง่ของการถ่ายทอดความรู้ระหว่างกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่แตกต่างกัน (หรือระหว่างอุตสาหกรรมที่แตกต่างกัน)

a)

True

b)

False

54.

ลักษณะอย่างหนึ่งที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนระหว่างธุรกิจที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการคือ ธุรกิจที่ไม่เป็นทางการมักจะใช้เงินออมส่วนตัวของผู้ประกอบการในการลงทุน ต่างจากธุรกิจที่เป็นทางการที่มักจะระดมทุนจากแหล่งทุนที่หลากหลายกว่า

a)

True

b)

False

55.

การพัฒนาที่ยั่งยืนเป็นแนวคิดการพัฒนาที่เน้นสร้างความสมดุลของการพัฒนาในมิติเศรษฐกิจ สังคม และการมีส่วนร่วมของประชาชน

a)

True

b)

False

56.

หนึ่งในเป้าหมายของการพัฒนาที่ยั่งยืนคือ การขจัดสภาวะความอดอยากหิวโหยและภาวะทุโภชนาการให้ได้ภายในปี 2030

a)

True

b)

False

57.

หลัก 5Ps อันเป็นฐานคิดของการสร้างเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนประกอบไปด้วย: (1) P – People; (2) P – Prosperity; (3) P – Planet; (4) P – Peace; และ (5) P – Political Participation

a)

True

b)

False

58.

ตามแนวคิดเรื่องความได้เปรียบเชิงเปรียบเทียบ (Comparative Advantage) ของ David Ricardo นั้น เขาเชื่อว่าหากสองประเทศ(หรือมากกว่านั้น)ผลิตในสิ่งที่ตนเองได้เปรียบเชิงเปรียบเทียบมากกว่า (หรือเสียเปรียบเชิงเปรียบเทียบน้อยกว่า) และค้าขายกันอย่างเสรี ผลลัพธ์โดยรวมต่อทุกประเทศ จะดีกว่าที่แต่ละประเทศต่างผลิตเองทุกอย่างและไม่ค้าขายกัน

a)

True

b)

False

59.

นักเศรษฐศาสตร์รางวัลโนเบล James Tobin เสนอว่าทุกประเทศควรยกเลิกการจำกัดการไหลเวียนของทุนและเงินลงทุนในตลาดหุ้นทั้งหมด และให้ทุนไหลเวียนได้อย่างเสรี ทั้งนี้เพื่อกระตุ้นให้เกิดการเจริญเติบโตของทุนและการระดมทุนผ่านตลาดเงินตลาดทุน

a)

True

b)

False

60.

ปัจจุบัน ปริมาณเงินทุนที่ไหลเวียนในตลาดหุ้นทั่วโลกเพื่อเก็งกำไร (Speculative monetary flows) มีสัดส่วนประมาณครึ่งหนึ่งของ GDP โลก

a)

True

b)

False

Similar Resources on Wayground