wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

ทุกข์ของชาวนาในบทกวี

Total questions: 15

Worksheet time: 28mins

Name
Class
Date
1.

เนื้อความในเรื่องนี้แสดงให้เห็นถึง

พระราชอัธยาศัยของผู้พระราชนิพนธ์อย่างไร

a)

ชอบเป็นกวี

b)

เข้าใจปัญหาของชาวนาจีน

c)

แสดงบทกวีซึ่งเป็นทัศนะของชาวนา

d)

เข้าใจปัญหาและความทุกข์ยากของชาวนา

2.

ลักษณะคำประพันธ์ของเรื่องทุกข์ของชาวนา

ในบทกวี คือข้อใด

a)

กาพย์ยานี 11

b)

เรียงความ

c)

บทความเชิงวิเคราะห์

d)

กลอนเปล่า

3.

ข้อใดเล่นคำได้ไพเราะทำให้เห็นภาพมากที่สุด

a)

เปิบข้าวทุกคราวคำ จงสูจำเป็นอาจิณ

b)

ข้าวนี้นะมีรส ให้ชนชิมทุกชั้นชน

c)

เหงื่อหยดสักกี่หยาด ทุกหยดหยาดล้วนยากเย็น

d)

สายเลือดกูทั้งสิ้น ที่สูซดกำซาบฟัน

4.

ผู้พระราชนิพนธ์แสดงทัศนะต่อชาวนาอย่างไร

a)

เป็นอาชีพที่ทำงานหนัก

b)

เป็นกระดูกสันหลังของชาติ

c)

ชาวนาลำเลิกผู้บริโภคข้าว

d)

สังคมช่วยเหลือชาวนาในด้านรายได้น้อยมาก

5.

ข้อใดมีความหมายตรงกับ

“เหงื่อหยดบนดินภายใต้ต้นข้าว”

a)

เหงื่อกูที่สูกิน จึงก่อเกิดมาเป็นคน

b)

เหงื่อหยดสักกี่หยาด ทุกหยดหยาดล้วนยากเย็น

c)

น้ำเหงื่อที่เรื่อแดง และน้ำแรงอันหลั่งริน

d)

จากแรงมาเป็นรวง ระยะทางนั้นเหยียดยาว

6.

“ข้าวแต่ละเม็ด คือความยากแค้นแสนสาหัส”

มีความหมายตรงกับข้อใด

a)

สายเลือดกูทั้งสิ้น ที่สูซดกำซาบฟัน

b)

เบื้องหลัวสิทุกข์ทน และขมขื่นจนเขียวคาว

c)

เหงื่อกูที่สูกิน จึงก่อเกิดมาเป็นคน

d)

จากรวงเป็นเม็ดพราว ล้วนทุกข์ยากลำบากเข็ญ

7.

เทคนิคในการเขียนของหลี่เชินกับของ

จิตร ภูมิศักดิ์ ต่างกันอย่างไร

a)

หลี่เชินเสนอเป็นร้อยแก้ว จิตรเสนอเป็นร้อยกรอง

b)

หลี่เชินเล่าความลำบากของชาวนา แต่จิตรนั้นชาวนาเล่าเอง

c)

หลี่เชินบอกว่ารัฐไม่ช่วยชาวนา จิตรบอกว่าชาวนาไม่ได้รับความยุติธรรม

d)

หลี่เชินบรรยายภาพที่เห็นเหมือนจิตกรวาดภาพให้คนชม ส่วนจิตรใช้วิธีเสมือนกับชาวนาบรรยายเรื่องของตนให้ผู้อื่นฟัง

8.

ผู้ทรงพระราชนิพนธ์แสดงทรรศนะเกี่ยวกับ

สภาพของชาวนาสมัยก่อนกับสมัยปัจจุบันว่าอย่างไร

a)

ความทุกข์ยากของชาวนายังไม่เปลี่ยนแปลง

b)

ฐานะของชาวนาดีขึ้นกว่าสมัยก่อนเล็กน้อย

c)

ฐานะของชาวนาดีขึ้นกว่าสมัยก่อนมาก

d)

ในอนาคตทุกคนจะกินอาหารเม็ดเหมือนมนุษย์อวกาศ ชาวนาก็จะหมดอาชีพ

9.

สาระสำคัญของบทกวีของจิตรและหลี่เชิน

มีลักษณะอย่างไร

a)

แสดงความทุกข์ยากของชาวนาเช่นเดียวกัน

b)

ชาวนาจีนสบายกว่าชาวนาไทย

c)

หลี่เชินแสดงประเพณีดั้งเดิม แต่จิตรไม่ได้กล่าวถึง

d)

ชาวนาจีนทำนาตามฤดูกาลและภูมิอากาศ แต่ชาวนาไทยใช้วิธีปลูกธัญพืชทดแทน

10.

“ตั้งแต่สมัยหลี่เชิน เมื่อพันปีกว่า

สมัยจิตร ภูมิศักดิ์ เมื่อ 30 กว่าปีที่แล้ว

สมัยที่ข้าพเจ้าได้เห็นเอง ก็ไม่มีอะไรแตกต่างกันนัก” สิ่งที่ไม่แตกต่างกันนั้นคืออะไร

a)

ชาวนายังลำบากและทำงานหนัก

b)

คนยังบริโภคข้าวเป็นหลัก

c)

การเกษตรกรรมยังล้าหลังเหมือนเดิม

d)

ชาวนายังไม่ได้รับการช่วยเหลือหรือสงเคราะห์ในด้านต่าง ๆ จากรัฐและสังคมดีพอ

11.

ข้อใดที่สนับสนุนคำกล่าวที่ว่า

“บทกวีของหลี่เชินเรียบ ๆ ง่าย ๆ

แต่ก็แสดงความขัดแย้งชัดเจน”

a)

รอบข้างไม่มีนาที่ไหนว่าง แต่ชาวนาก็ยังอดตาย

b)

หว่านข้าวในฤดูใบไม้ผลิ ข้าวเมล็ดหนึ่งจะกลายเป็นหมื่นเมล็ดในฤดูใบไม้ร่วง

c)

ตอนอาทิตย์เที่ยงวันชาวนายังพรวนดิน

เหงื่อหยดบนดินภายใต้ต้นข้าว

d)

ใครจะรู้บ้างว่าในจานใบนั้นข้าวแต่ละเม็ด

คือความยากแค้นแสนสาหัส

12.

ข้อใดสะท้อนวัฒนธรรมท้องถิ่นได้ชัดเจนที่สุด

a)

ข้าวนี้นะมีรส ให้ชนชิมทุกชั้นชน

b)

เปิบข้าวทุกคราวคำ จงสูจำเป็นอาจิณ

c)

เบื้องหลังสิทุกข์ทน และขมขื่นจนเขียวคาว

d)

เหงื่อหยดสักกี่หยาด ทุกหยดหยาดล้วนยากเย็น

13.

คำที่ขีดเส้นใต้หมายถึงใคร

“น้ำเหงื่อที่เรื่อแดง และน้ำแรงอันหลั่งริน

สายเลือดกูทั้งสิ้น ที่สูซดกำซาบฟัน”

a)

ผู้ประพันธ์ ชาวนา

b)

คนกินข้าว ชาวนา

c)

ชาวนา คนกินข้าว

d)

คนกินข้าว ผู้ประพันธ์

14.

“เหงื่อกูที่สูกิน จึงก่อเกิดมาเป็นคน”

คำประพันธ์นี้มีความหมายตรงกับข้อใด

a)

ความทุกข์ยากของชาวนา ทำให้เราเป็นคนได้

b)

ทุกคนเติบโตได้ เพราะความทุกข์ของชาวนา

c)

เหงื่อของชาวนา ทำให้ร่างกายของเราแข็งแรง

d)

ข้าวทุกคำที่กินมาจากหยาดเหงื่อของชาวนา ทำให้เรามีชีวิตอยู่ได้

15.

ข้าวแต่ละเมล็ดคือความยากแค้นแสนสาหัส”

คำประพันธ์นี้ใช้โวหารภาพพจน์แบบใด

a)

อุปมา

b)

อุปลักษณ์

c)

อติพจน์

d)

สัญลักษณ์