NEW
Font size
WorksheetsTTxการจำลอง DNA (DNA Replication)
Total questions: 10
Worksheet time: 20mins
ข้อใดถูกต้องเกี่ยวกับการสังเคราะห์ DNA
Lagging strand
ถูกสังเคราะห์อย่างต่อเนื่องในทิศทาง 5’ ไปยัง 3’
การสังเคราะห์ Leading strand จะเกิดขึ้นพร้อมกับการสังเคราะห์ Lagging strand
เอนไซม์ DNA polymerase มีหน้าที่สังเคราะห์ leading strand ในทิศทาง 3’ ไปยัง 5’
Polynucleotide 2 สายแยกออกจากกันโดยการสลายพันธะระหว่างน้ำตาลกับหมูฟอสเฟต
เอนไซม์ Ligase มีหน้าที่เชื่อมต่อ leading strand กับ lagging strand ให้เป็นสายเดียวกัน
ข้อใดถูกต้องเกี่ยวกับการจำลอง DNA (DNA replication)
โมเลกุล DNA ใหม่ประกอบด้วย polynucleotide
สายเดิม 1 สาย และสายใหม่ 1 สาย
ligase เป็นเอนไซม์ที่ใช้เชื่อม lagging strand ให้เป็นสายเดียวกัน เรียกว่า leading strand
DNA polymerase สังเคราะห์ leading strand เป็นสายยาว โดยมีทิศทางจากปลาย 3’ ไปยัง 5’
nucleotide อิสระที่อยู่ในเซลล์จะเขา้มาจับกับ DNA template โดยที่ A จับกับ U และ C จับกับ G
เมื่อ polynucleotide 2 สายแยกออกจากกัน
polynucleotide เพียงสายเดียวจะทำหน้าที่เป็น DNA template
ข้อใดถูกต้อง
A ลีดดิงสแตรนด์ถูกสังเคราะห์ในทิศทางเดียวกันกับทิศทางการคลายเกลียวของ DNA แม่พิมพ์แต่แลกกิงสแตรนด์ถูกสังเคราะห์ในทิศทางตรงกันข้าม
B ลีดดิงสแตรนด์ถูกสังเคราะห์โดยการเติมนิวคลีโอไทด์ที่ปลาย 3′ แต่แลกกิงสแตรนด์ถูกสังเคราะห์โดยการเติมนิวคลีโอไทด์ที่ปลาย 5′
C การสังเคราะห์ลีดดิงสแตรนด์เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง
แต่แลกกิงสแตรนด์ถูกสังเคราะห์เป็นสายสั้น ๆ
A B
A C
B C
A B C
ในกระบวนการ DNA replication การจับคู่ระหว่างเอนไซม์และเหตุการณ์ในข้อใดถูกต้องเอนไซม์
A = DNA ligase B = DNA polymerase III C = Helicase D = Primase
เหตุการณ์
a = การแยกออกจากกันของดีเอ็นเอสายคู่
b = สร้างตำแหน่งเริ่มต้นของการสังเคราะห์ DNA
c = เชื่อมแต่ละนิวคลีโอไทด์ให้ต่อกัน
d = เชื่อมต่อนิวคลีโอไทด์สายสั้น ๆ ใหเ้ป็นพอลินิวคลีโอไทด์สายยาว
A – a , B – b , C – c , D – d
A – b , B – c , C – d , D – a
A – c , B – d , C – a , D – b
A – d , B – c , C – a , D – b
จากภาพ
ข้อใดถูกต้องเกี่ยวกับการจำลองโมเลกุล DNA
A คือ Leading strand
B คือ DNA polymerase
C คือ Lagging strand
D คือ DNA Ligase
E คือ DNA template
ข้อใดถูกต้องเกี่ยวกับการจำลองโมเลกุล DNA
A คือ Helicase
B คือ DNA polymerase
C คือ SSB
D คือ Okazaki fragment
E คือ Polyribonucleotide
ในการจำลอง DNA
ปฏิกิริยาใดที่อาศัย DNA ligase
เชื่อมนิวคลีโอไทด์ตัวใหม่กับ Lagging strand
เชื่อมนวิคลีโอไทด์ตัวใหม่กับ Leading strand
จับคู่เบสระหว่าง DNA แม่แบบกับ DNA สายใหม่
สร้าง Phosphodiester bond ระหว่าง 3’ ของ Lagging strand สายหนึ่งกับ 5’ -ของ Lagging strand สายใหม่
สร้าง Phosphodiester bond ระหว่าง 5’ ของ Lagging strand สายหนึ่งกับ 3’ -ของ Lagging strand สายใหม่
ข้อใดกล่าวถึง DNA replication ไม่ถูกต้อง
เอนไซม์ DNA ligase
จะทำงานในสาย lagging strand เท่านั้น
ชิ้นส่วน Okazaki fragment
จะพบในสาย lagging strand เท่านั้น
ในสาย lagging strand จะสร้าง
สาย polynucleotide จากทิศทาง 5’ ไปยัง 3’
เอนไซม์ RNA primase จะทำหน้าที่สร้าง RNA primer เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นของกระบวนการ DNA Replication
ในสาย Leading strand จะมี RNA primer เพียง 1 สายสั้น ๆเท่านั้น ส่วน lagging strand จะมี RNA primer หลายสาย
ในการจำลอง DNA เอนไซม์ DNA polymerase ทำหน้าที่เชื่อมนิวคลีโอไทด์
ให้ต่อกันเป็นสายยาวในลักษณะใด
สังเคราะห์ Leading strand และ Lagging strand
ในทิศทาง 3’ → 5’
สังเคราะห์ Leading strand และ Lagging strand
ในทิศทาง 5’ → 3’
สังเคราะห์ Leading strand ในทิศทาง 5’ → 3’
และ Lagging strand ในทิศทาง 3’ → 5’
สังเคราะห์ Leading strand ในทิศทาง 5’ → 5’
และ Lagging strand ในทิศทาง 3’ → 3’
สังเคราะห์ Leading strand ในทิศทาง 3’ → 5’
และ Lagging strand ในทิศทาง 5’ → 3’
ข้อใดนำไปสู่ข้อสรุปว่า
“การจำลอง DNA เป็นแบบแบบกึ่งอนุรักษ์”
แต่ละสายของ DNA
ที่สร้างใหม่มีลำดับของเบสที่เป็นคู่สมกัน
DNA สายหนึ่งจำลองตัวก่อน
ต่อมา DNA อีกสายหนึ่งจึงจำลองตัว
DNA โมเลกุลใหม่ประกอบด้วยสายหนึ่งเป็นสายเก่า
และอีกสายหนึ่งสร้างขึ้นใหม่
การสร้าง leading strand เป็นแบบต่อเนื่อง
ส่วน lagging strand เป็นแบบไม่ต่อเนื่อง
แต่ละสายของ DNA โมเลกุลใหม่มีบางส่วนเป็นของสายเก่า
และบางส่วนเป็นสายที่สร้างขึ้นใหม่
