NEW
Font size
Worksheetsแบบทดสอบ
Total questions: 20
Worksheet time: 20mins
1. ข้อใดถูกต้องที่สุด
ก. การทำลายเชื้อระดับสูง (High level disinfection) สามารถทำลายเชื้อก่อโรคได้ทุก
ชนิดรวมทั้งสปอร์ของเชื้อแบคทีเรีย
ข. การทำลายเชื้อระดับกลาง (Intermediate level disinfection) ได้แก่
glutaraldehyde, chorine dioxide, hydrogen peroxide และ peracetic acid
ค. การทำลายเชื้อระดับต่ำ (Low level disinfection) สามารถทำลายสปอร์ของเชื้อ
แบคทีเรีย เชื้อไวรัสและเชื้อราบางชนิดได้
ง. แอลกอฮอล์, chlorine compounds, phenolic และ iodophor เป็นน้ำยาทำลายเชื้อ
ระดับต่ำ (Low level disinfection)
2. ในกระบวนการจัดการเครื่องมือก่อนนำกลับมาใช้ซ้ำอย่างปลอดภัยขั้นตอนใดสำคัญมากที่สุด
ก. การคัดแยกเครื่องมือ
ข. การทำความสะอาด
ค. การทำลายเชื้อ
ง. การทำให้ปราศจากเชื้อ
3. ข้อใดกล่าวถูกต้องในกระบวนการล้างทำความสะอาด
ก. ควรแช่เครื่องมือในระยะเวลานานเพื่อการล้างทำความสะอาดได้ง่ายขึ้น
ข. ควรแช่เครื่องมือในสารขัดล้างที่เป็นกรดเพื่อประสิทธิภาพการขจัดสิ่งปนเปื้อน
ค. สารขัดล้างที่มีระยะเวลาการใช้งานเกิดกำหนดมีโอกาสเกิดการปนเปื้อนมากขึ้น
ง. ควรเลือกสารขัดล้างที่มีประสิทธิภาพสูงและราคาแพงเพื่อการทำความสะอาดที่มีประสิทธิภาพ
4. ข้อใดคือข้อควรปฏิบัติที่เหมาะสมในกระบวนการทำลายเชื้อ
ก. การล้างในขั้นตอนสุดท้ายควรใช้น้ำที่ผ่านการบำบัด
ข. ภายหลังการทำลายเชื้อสามารถนำเครื่องมือไปใช้งานได้ทันที
ค. ภายหลังการล้างในขั้นตอนสุดท้ายแล้วควรปล่อยเครื่องมือให้แห้งเอง
ง. การล้างในทุกขั้นตอนควรใช้น้ำกลั่นทางการแพทย์เท่านั้น
5. ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับกระบวนการทำให้ปราศจากเชื้อ
ก. สามารถทำลายหรือขจัดเชื้อจุลชีพทุกชนิดด้วยการใช้ความร้อน
ข. ทำลายหรือขจัดเชื้อจุลชีพได้ทุกชนิดรวมทั้งสปอร์ของเชื้อแบคทีเรีย
ค. ไม่สามารถทำให้ปราศจากเชื้อได้ด้วยการใช้น้ำยาฆ่าเชื้อ
ง. ใช้กับอุปกรณ์ทุกชนิดที่สัมผัสกับร่างกายและเนื้อเยื่อ
6. ข้อใดถูกต้องที่สุด
ก. เครื่องมือที่มีการปนเปื้อนทุกประเภทควรทำให้ปราศจากเชื้อ
ข. การทำลายเชื้อพื้นผิวและอุปกรณ์ที่มีประสิทธิภาพควรในน้ำยาทำลายเชื้อระดับสูง
ค. อุปกรณ์ที่มาความเสี่ยงต่อการปนเปื้อนระดับกลางที่ไม่ทนความร้อนสามารถทำลายเชื้อด้วยน้ำยาทำลายเชื้อระดับสูง
ง. น้ำยาทำลายเชื้อที่ดีสามารถทำลายเชื้อได้ทุกชนิด
7. ข้อใดถูกต้องที่สุดในการบวนการตรวจสอบภายหลังการล้างทำความสะอาด
ก. ถ้าพบว่ามีสิ่งสกปรกปนเปื้อนติดอยู่เพียงเล็กน้อยไม่ต้องนำกลับไปล้างใหม่
ข. การตรวจสอบความสะอาดทำได้ด้วยการมองด้วยตาเปล่าก็เพียงพอ
ค. เครื่องมีที่มีข้อหรือบานพับต้องมีการตรวจสอบการใช้งานร่วมด้วย
ง. การตรวจโปรตีนตกค้างภายหลังการล้างทำได้ด้วยการใช้แสงยูวีส่องบนเครื่องมือ
8. ข้อใดไม่ส่งผลต่อประสิทธิภาพของการทำความสะอาด
ก. อายุการใช้งานของเครื่องมือ
ข. ระยะเวลาในการใช้งาน
ค. วิธีการใช้งาน
ง. ชนิดของเครื่องมือและส่วนประกอบ
9. ข้อใดไม่ถูกต้อง
ก. เพื่อป้องกันการเกิดรอยจุดบนเครื่องมือในขั้นตอนการล้างควรใช้น้ำที่ผ่านการบำบัด
ข. น้ำที่ใช้ในขั้นตอนการล้างทำความสะอาดภายหลังการล้างด้วยมือควรเป็นน้ำสะอาด(เทียบเท่ากับน้ำดื่ม)
ค. ภายหลังการล้างด้วยน้ำสะอาดควรทำเครื่องมือให้แห้งทันทีเพื่อป้องกันการปนเปื้อนซ้ำ
ง. การทำให้เครื่องมือแห้งควรทำด้วยการเช็ดด้วยผ้าที่มีขนนุ่มเพื่อกันรอยขีดข่วน
10. ข้อใดไม่ใช่สาเหตุที่ทำให้น้ำยาทำลายเชื้อมีประสิทธิภาพลดลง
ก. ไม่ทำความสะอาดอุปกรณ์หรือทำความสะอาดอุปกรณ์ไม่ดีพอ
ข. ใช้น้ำยาทำลายเชื้อระดับสูงในการทำลายเชื้อที่ต้องการเพียงระดับต่ำ
ค. บุคลากรไม่เช็ดอุปกรณ์ที่ทำความสะอาดแล้วให้แห้งก่อนนำไปแช่น้ำยาทำลายเชื้อ
ง. มีการใช้น้ำยาทำลายเชื้อมากเกินความจำเป็นทั้งชนิดและปริมาณ
11. ข้อใดไม่ใช่ปัจจัยหลักที่มีผลต่อประสิทธิภาพของน้ำยาทำลายเชื้อ
ก. ระยะเวลาการแช่
ข. ความเข้มข้นของสารออกฤทธิ์
ค. เครื่องล้างแบบอัลตร้าโซนิค
ง. การทำความสะอาดเครื่องมือเบื้องต้น
12. ช้อใดไม่ใช่คุณสมบัติของน้ำยาทำลายเชื้อที่ดี
ก. เกิดปฏิกิริยากับความร้อนได้ง่าย
ข. ย่อยสลายได้ในธรรมชาติ
ค. ปลอดภัยต่อผู้ใช้งาน
ง. ใช้ได้หลากหลายกับพื้นผิววัสดุ
13. น้ำยาทำลายเชื้อที่สามารถย่อยสลายทางธรรมชาติ ตามเกณฑ์ต้องมีเปอร์เซ็นการย่อยสลายเท่าไหร่
ก. >50%
ข. >60%
ค. >70%
ง. >80%
14. การติดเชื้อดื้อยาในโรงพยาบาล พบในจุลินทรีย์กลุ่มใดมากที่สุด
ก. ไวรัส
ข. แบคทีเรีย
ค. เชื้อรา
ง. ปรสิต
15. การทำลายเชื้อและการทำให้ปราศจากเชื้อแตกต่างกันอย่างไร
ก. การทำลายเชื้อเป็นการขจัดสิ่งปนปื้อนออกจากอุปกรณ์ การทำให้ปราศจากเชื้อเป็นการทำลายจุลินทรีย์ทุกกลุ่ม
ข. การทำลายเชื้อเป็นการทำลายจุลินทรีย์ทุกชนิดรวมทั้งสปอร์ของแบคทีเรีย การทำให้ปราศจากเชื้อเป็นการกำจัดเชื้อจุลินทรีย์ก่อโรค
ค. การทำลายเชื้อเป็นการกำจัดเชื้อจุลินทรีย์ ยกเว้นกลุ่มสปอร์ของแบคทีเรีย การทำให้ปราศจากเชื้อเป็นการกำจัดเชื้อจุลินทรีย์ทุกชนิด รวมทั้งสปอร์ของแบคทีเรีย
ง. การทำลายเชื้อเป็นการขจัดสิ่งปนปื้อนออกจากอุปกรณ์ การทำให้ปราศจากเชื้อเป็นการทำลายจุลินทรีย์ ยกเว้นสปอร์ของแบคทีเรีย
16. ข้อใดคือวิธีการทำให้ปราศจากเชื้อ
ก. เครื่องภายใต้แรงดันไอน้ำ
ข. Chemical sterilant
ค. การใช้รังสีอุลตร้าไวโอเลท
ง. ถูกทุกข้อ
17. การเลือกใช้น้ำยาทำลายเชื้อ ข้อใดไม่ถูกต้อง
ก. เลือกใช้ตามวัตถุประสงค์ของการใช้งาน
ข. ใช้น้ำยาที่ไม่เป็นพิษต่อผู้ใช้
ค. เลือกใช้น้ำยาที่มีราคาถูก โดยไม่คำนึงถึงประสิทธิภาพ
ง. ไม่มีผลกับอุปกรณ์ เครื่องมือต่างๆ
18. ข้อใดอาจส่งผลต่อประสิทธิภาพในการแช่ทำลายเชื้อของเครื่องมือลดลง
ก. แช่ทำลายเชื้อโดยไม่ผ่านกระบวนการทำความสะอาดเครื่องมือหลังจากใช้งาน
ข. การใช้น้ำยาทำลายเชื้อหลายยี่ห้อผสมกัน
ค. ผสมน้ำยาใช้งานในอัตราส่วนที่น้อยกว่าคำแนะนำจากผู้ผลิต
ง. ถูกทุกข้อ
19. น้ำยาทำลายเชื้อที่ดี ควรเลือกใช้ตามข้อใด
1. น้ำยาที่มีตะกอน
2. น้ำยาที่มีสีและกลิ่นเปลี่ยนไปจากเดิม
3. น้ำยาที่มีสารสำคัญในการทำลายเชื้อ
4. น้ำยาที่มีสารที่ทำให้เกิดการระคายเคือง
ก. ข้อ 2 ถูกต้อง
ข. ข้อ 1 และ 3 ถูกต้อง
ค. ข้อ 3 ถูกต้อง
ง. ข้อ 3 และ 4 ถูกต้อง
20. สารออกฤทธิ์หลักของเวชภัณฑ์ทำลายเชื้อเชื้อยูโมเนียมคือข้อใด
ก. Benzalkonium bromide
ข. Ammonium chloride
ค. Hydrogen peroxide
ง. Alkyl dimethyl benzyl ammonium chloride
