wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

แบบทดสอบกลางภาคเรียนที่ 2/64

Total questions: 50

Worksheet time: 2hrs 39mins

Name
Class
Date
1.

สมมุติฐานใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับเซลล์เริ่มแรกที่มีวิวัฒนาการมาจากโปรโทเซลล์(Protocell)

a)

การสังเคราะห์สารอินทรีย์ที่มีโมเลกุลขนาดเล็กจากสารอนินทรีย์

b)

การเชื่อมต่อกันของสารอินทรีย์โมเลกุลขนาดเล็กเป็นสารอินทรีย์โมเลกุลขนาดใหญ่

c)

การห่อหุ้มสารอินทรีย์โมเลกุลขนาดใหญ่กลายเป็นโปรโทเซลล์

d)

การกำเนิดโมเลกุลที่ไม่สามารถจำลองตัวเองได้

2.

John Sutherland และคณะ สามารถสังเคราะห์พอลิเมอร์ของRNA ที่ได้จากการหยดสารละลาย

กรดแอมิโน หรือนิวคลีโอไทด์ของRNA ลงบนทราย หิน หรือหินร้อน พบว่า จะได้พอลิเมอร์ของกรดแอมิโนและ RNA ที่เกิดขึ้นเองโดยไม่ต้องใช้เอนไซด์หรือไรโบโซมสอดคล้องกับสมมติฐานใด

a)

การสังเคราะห์สารอินทรีย์ที่มีโมเลกุลขนาดเล็กจากสารอนินทรีย์

b)

การเชื่อมต่อกันของสารอินทรีย์โมเลกุลขนาดเล็กเป็นสารอินทรีย์โมเลกุลขนาดใหญ่

c)

การห่อหุ้มสารอินทรีย์โมเลกุลขนาดใหญ่กลายเป็นโปรโทเซลล์

d)

การห่อหุ้มสารอินทรีย์โมเลกุลขนาดใหญ่กลายเป็นโปรโทเซลล์

3.

Aleksandr Oparin และ John Haldane  ได้ตั้งสมมุติฐานเกี่ยวกับการการสังเคราะห์สารอินทรีย์ คือ สิ่งมีชีวิตไม่สามารถเกิดขึ้นได้เองในช่วงเวลาสั้น ๆ เพียงขั้นตอนเดียว แต่ต้องใช้เวลานานมาก ระยะแรกโลกมีออกซิเจนน้อย นักวิทยาศาสตร์ใดที่ได้ทำการทดลองเพื่อพิสูจน์แนวคิดของโอพาริน

a)

Stanley Miller

b)

John Sutherland

c)

Louise Pasteur

d)

Aristotle

4.

จากสมมติฐานการกำเนิดโมเลกุลที่สามารถจำลองตัวเองได้นั้น มีนักวิทยาศาสตร์ท่านใดที่ทำการทดลองสามารถสร้างเวสสิเคิลซึ่งภายในมี RNA  แม่แบบที่สามารถจำลองตัวเองได้ ซึ่งการทดลองนี้แสดงให้เห็นว่า RNA สามารถจำลองตัวเองได้

a)

Stanley Miller และคณะ

b)

John Sutherland และคณะ

c)

Louise Pasteur และคณะ

d)

Jack Szostak และคณะ

5.

ข้อใดไม่เป็นการจัดหมวดหมู่ของสิ่งมีชีวิตของนักวิทยาศาสตร์โดยใช้ความคล้ายคลึงของสิ่งมีชีวิตเป็นเกณฑ์พิจารณา

a)

ลักษณะทางกายวิภาค

b)

ลักษณะทางสัณฐานวิทยา

c)

คุณสมบัติทางเคมี

d)

ที่อยู่อาศัย

6.

นักวิทยาศาสตร์ใดที่มีการเสนอให้มีการจัดจำแนกสิ่งมีชีวิตระบบใหม่ขึ้นมาเหนือกว่าระดับ อาณาจักร  หรือ ซูปเปอร์คิงดอม (Superkingdom)

a)

Ernst Haeckel

b)

Carl Woese

c)

Theophratus

d)

Whittaker

7.

โครงสร้างข้อใดที่ใช้ในการแบ่งแยกสิ่งมีชีวิตเป็นยูแคริโอตหรือโพรแคริโอต

a)

มีเมมเบรนกำหนดขอบเขตสารพันธุกรรม  

b)

มีไรโบโซม

c)

มีเยื่อหุ้มเซลล์

d)

มีออร์แกเนลล์

8.

เกณฑ์ข้อใดต่อไปนี้ใช้ในการจำแนกแบคทีเรียและอาร์เคียได้

a)

การมีหรือไม่มี RNA

b)

ชนิดของสารในผนังเซลล์

c)

การมีหรือไม่มีเยื่อหุ้มนิวเคลียส

d)

การมีหรือไม่มีความสามารถในการสังเคราะห์ด้วยแสง

9.

ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับกลุ่มอาร์เคีย

a)

เป็นแบคทีเรียที่ผนังเซลล์ไม่มีสารเพปทิโดไกลแคน

b)

มีลักษณะร่วมคล้ายแบคทีเรีย เช่น โครโมโซมรูปวงกลม

c)

มีลักษณะร่วมคล้ายยูแคริโอต เช่น เอนไซม์ RNA polymerase หลายชนิด  

d)

อาร์เคียใช้ฟอร์มิลเมไทโอนีนในกระบวนการสังเคราะห์กรดอะมิโนตัวแรก

10.

ข้อใดเป็นแบคทีเรียแกรมบวก รูปร่างแท่ง ( bacillus) ดำรงชีวิตแบบไม่ใช้ออกซิเจน สร้างอาหารเองไม่ได้ บางชนิดสร้างสารพิษโบทูทินัม พบได้ในอาหารกระป๋อง และหน่อไม้ปี๊บ

a)

Lactobacillus

b)

E.coli

c)

Mycoplasma

d)

Clostridium

11.

แบคทีเรียกลุ่มใดเป็นสาเหตุของการเกิดโรคแอนแทรกซ์

a)

แบคทีเรียแกรมบวก

b)

กลุ่มสไปโรคีท

c)

กลุ่มคลาไมเดีย           

d)

แบคทีเรียแกรมลบ

12.

ข้อใดเป็นแบคทีเรียจีนัสใหญ่ที่สุดในกลุ่มแบคทีเรียที่ผลิตกรดแลกติก พบอยู่ทั่วไปในสภาพที่เป็นกรดในแหล่งอาหารพืช สัตว์ มนุษย์และในมนุษย์ทำหน้าที่ช่วยรักษาภาวะความเป็นกรดเพื่อป้องกันการติดชื้อจุลินทรีย์ชนิดอื่นในช่องคลอด

a)

Lactobacillus

b)

E.coli

c)

Mycoplasma

d)

Clostridium

 

13.

ไมโคพลาสมาเป็นกลุ่มแบคทีเรียที่ไม่มีผนังเซลล์ มีเยื่อหุ้มเซลล์ บางสปีชีส์ก่อให้เกิดโรคใด

a)

กลากเกลื้อน 

b)

แอนแทรกซ์   

c)

มาลาเรีย

d)

ปอดบวม 

14.

มีการดำรงชีวิตแบบใช้ออกซิเจนและไม่ใช้ออกซิเจน รูปร่างกลม ( Coccus ) เซลล์อยู่เป็นกลุ่มลักษณะคล้ายพวงองุ่น พบในช่องจมูกและผิวหนังของมนุษย์ เป็นสาเหตุของโรคติดเชื้อที่ผิวหนัง กระดูกและเลือดเป็นแบคทีเรียกลุ่มใด

a)

Spirochaete

b)

Staphylococcus aureus

c)

Mycoplasma

d)

Clostridium

15.

หากเราต้องการศึกษากลุ่มไซยาโนแบคทีเรียที่เป็นผู้ผลิตสำคัญในระบบนิเวศและมีบางชนิดสามารถตรึงไนโตรเจนในอากาศให้เป็นไนเตรทได้ เราสามารถพบแอนนาบีนา ได้ในพืชชนิดใด

a)

จอกหูหนู

b)

ผักแว่น

c)

แหนแดง

d)

สาหร่ายหางกระรอก

16.

ลักษณะในข้อใดที่โพรทิสตาเหมือนกับอาณาจักรอื่นๆ

a)

เซลล์ไม่มีการรวมกลุ่มกัน

b)

เซลล์ไม่มีการประสานงานกันเป็นเนื้อเยื่อ

c)

ไม่มีระยะตัวอ่อน

d)

มีเยื่อหุ้มนิวเคลียส

17.

สาหร่ายชนิดใด ที่ไม่จัดอยู่ในอาณาจักรโพรทิสตา

a)

จีฉ่าย

b)

สไปโรไจรา

c)

สาหร่ายเคลป์

d)

สาหร่ายสีน้ำเงินแกมเขียว

18.

สิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่งมีการสร้างสปอร์ sporangium มีรูปร่างคล้าย fruiting body แต่มีการเคลื่อนที่และกินอาหารคล้ายอะมีบา สิ่งมีชีวิตชนิดนี้น่าจะจัดอยู่ในกลุ่มใด

a)

Mold

b)

Slime mold

c)

Fungus

d)

ถูกทุกข้อ

19.

พบโพรทิสต์ชนิดหนึ่งมีปริมาณมากในแหล่งน้ำจืดที่ทำการศึกษา จึงนำโพรทิสต์ชนิดนั้นมาวิเคราะห์ พบว่าผนังเซลล์ของโพรทิสต์ประกอบด้วยซิลิกา และมีสารสีน้ำตาลที่เรียกว่า ฟิวโคแซนทินในปริมาณที่มาก รวมทั้งมีการสะสมอาหารในรูปน้ำมันในเซลล์ จากองค์ประกอบดังกล่าว น่าจะเป็นโพรทิสต์ในกลุ่มใดมากที่สุด

a)

สาหร่ายสีน้ำตาล

b)

ซิลิเอต

c)

ไดอะตอม

d)

สาหร่ายสีแดง

20.

โปรโทซัวชนิดใดที่ดำรงชีวิตอยู่ร่วมกับปลวก ในภาวะพึ่งพากันโดยสร้างเอนไซม์ย่อยเซลลูโลสในไม้ให้ปลวกได้

a)

ไตรโคโมแนส 

b)

ไตรโคนิมฟา

c)

ทริปพาโนโซมา    

d)

ไดโนแฟลเจลเล

21.

โพรโทซัวชนิดใดที่ทำให้น้ำทะเลมีสีแดงเรียกว่าปรากฎการณ์ ขี้ปลาวาฬ  (red tide ) ถ้าในน้ำทะเลมีสารอินทรีย์มาก

a)

Spirogyra sp.                

b)

Sargassum sp.

c)

Plasmodium spp.

d)

Dinoflagellate

22.

ข้อความใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับสาหร่าย

a)

กราซิลลาเรียนำมาใช้สกัดวุ้น

b)

ลามินาเรียและพาไดนา ใช้ทำปุ๋ยโพแทสเซียมได้ดี

c)

ลามินาเรีย เป็นสาหร่ายสีน้ำตาลที่ให้ไอโอดีนสูงและใช้เป็นอาหาร

d)

พอร์ไฟรา เป็นสาหร่ายสีแดงที่ใช้เป็นอาหาร

23.

โรคชนิดใดที่มีสาเหตุมาจากโพรโทซัว

a)

กาฬโรค คางทูม

b)

ปอดบวม ตับอักเสบ

c)

มาลาเรีย เท้าช้าง

d)

หัด อหิวตกโรค

24.

สิ่งมีชีวิตชนิดใดที่เหมาะสมจะนำมาเลี้ยงในอุตสาหกรรมเพื่อผลิตอาหารเสริมโปรตีน

a)

สไปรูไรนา - คลอเรลลา    

b)

คลอเรลลา –  สไปโรไจรา

c)

ไดอะตอม –   คลอเรลลา  

d)

สไปโรไจรา -  ไดอะตอม  

25.

Giardia lamblia  เป็นปรสิตไม่มีไมโทคอนเดรียอยู่ในลำไส้ของคน จัดอยู่ในโพรทิสต์กลุ่มใด

a)

parabasalids

b)

diplomonads

c)

euglenozoa

d)

alveolata

26.

ช่วงชีวิตใดในวัฏจักรพลาสโมเดียมที่ทำให้คนได้รับเชื้อพลาสโมเดียมเกิดอาการจับไข้หนาวสั่น

a)

เชื้อมาลาเรียจะเจริญได้ดีเมื่ออยู่ในตับและเพิ่มจำนวนโดยการสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศ

b)

เมื่อเซลล์ของตับถูกทำลายจะปลดปล่อยเชื้อมาลาเรียเข้าสู่กระแสเลือดและเข้าสู่เซลล์เม็ด

เลือดแดงเพิ่มจำนวนโดยการสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศ

c)

เมื่อเซลล์เม็ดเลือดแดงแตกเชื้อมาลาเรียเข้าสู่กระแสเลือดและบางส่วนไปที่ตับ

d)

เมื่อยุงตัวเมียมากัดคนเชื้อมาลาเรียเข้าสู่ยุงและมีการสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศ

27.

ข้อใดเป็นสาหร่ายที่มีขนาดใหญ่ มีโครงสร้างซับซ้อนมากที่สุดอาศัยอยู่ในทะเลมักอยู่ในกระแสน้ำเย็น

มีความสำคัญต่อสิ่งมีชีวิตที่อยู่ในน้ำโดยเป็นแหล่งอาหาร

              

a)

สาหร่ายไฟ

b)

สาหร่ายผมนาง

c)

สไปโรไจรา

d)

สาหร่ายทุ่น

28.

รูปร่างไม่แน่นอน เคลื่อนที่โดยการไหลของไซโทพลาซึมที่เกิดจากลักษณะโครงสร้างคล้ายเท้าเทียม อาศัยอยู่ได้ทั้งในดิน แหล่งน้ำจืดและแหล่งน้ำเค็ม ส่วนใหญ่ดำรงชีวิตแบบอิสระ แต่บางสปีชีส์เป็นปรสิตได้แก่

โรคบิดในคน

a)

Entamaeba coli

b)

Entamaeba  ginjivalis

c)

Entamoeda histolytica

d)

Euglenozoa

29.

จงเรียงลำดับการเกิดโครงสร้างของฟังไจ ที่กำหนดให้ต่อไปนี้

                 = Hypha         ข = Spore       ค = Mycelium      ง = Fruiting body

a)

ก-ข-ค-ง

b)

ก-ง-ค-ข

c)

ข-ก-ค-ง 

d)

ข-ค-ก-ง 

30.

หากมีการค้นพบราชนิดหนึ่ง และต้องการจัดหมวดหมู่ให้เป็นราชั้นต่ำหรือราชั้นสูง เราสามารถสังเกตได้จากอะไร

a)

การจัดเรียงตัวของเส้นใย

b)

ผนังกั้นของเส้นใย

c)

เซลล์สืบพันธุ์

d)

ถูกทุกข้อ

31.

ฟังไจกลุ่มนี้ปกติสร้างสปอร์เพื่อสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศเช่น ราดำ (Rhizopus sp.)  แต่ถ้าอยู่ในสภาพที่ไม่เหมาะสมจะสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศโดยการสร้าง

a)

zygospore

b)

zoospore

c)

basidiospore

d)

ascospore

32.

ไคทริดเป็นฟังไจกลุ่มที่มีการสร้างเซลล์สืบพันธุ์และสปอร์ที่ใช้แฟลกเจลลาในการเคลื่อนที่และเป็นกลุ่มที่มีวิวัฒนาการมาจากโพรติสต์ เราเรียกการสร้างสปอร์ว่า

a)

zygospore

b)

zoospore

c)

basidiospore 

d)

ascospore

33.

เห็ดถอบหรือเห็ดเผาะพบได้บ้างทางภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยนิยมรับประทานกันมาก มีราคาแพง เพราะรสชาติอร่อย ไม่สามารถเพาะพันธุ์ได้ ต้องเก็บจากธรรมชาติเป็นฟังไจกลุ่มที่มีการสืบพันธุ์ด้วยการสร้าง

a)

zygospore

b)

zoospore

c)

basidiospore  

d)

ascospore  

34.

ยีสต์ อยู่ในอาณาจักรฟังไจ แต่มีลักษณะแตกต่างจากเห็ดราอื่นๆคือ

a)

ไม่มีเส้นใยมีลักษณะเป็นเซลล์เดียว

b)

มีประโยชน์กว่าเห็ดราอื่นๆ

c)

ไม่มีนิวเคลียส

d)

สืบพันธุ์โดยการแตกหน่อไม่สร้างสปอร์

35.

ข้อใดต่อไปนี้เป็นผลผลิตที่ได้จากกลุ่มฟังไจทั้งหมด ยกเว้น ข้อใด

a)

เบียร์และไวน์

b)

ขนมปังและซาลาเปา   

c)

ข้าวแดงและเต้าฮู้ยี้        

d)

กรดแลกติกในนมเปรี้ยวและกรดน้ำส้มสายชู

36.

สิ่งมีชีวิตที่จะจัดไว้ในอาณาจักรพืช (Kingdom Plantae) ต้องมีลักษณะสำคัญเด่นชัดในข้อใด

a)

มีหลายเซลล์ (multicelluar) และมีคลอโรพลาสต์

b)

มีผนังเซลล์ มีคลอโรพลาสต์ และมีหลายเซลล์

c)

มีระยะต้นอ่อน มีคลอโรพลาสต์ และวัฏจักรชีวิตแบบสลับ

d)

มีเนื้อเยื่อ ระยะตัวอ่อน การสืบพันธุ์แบบใช้เพศ

37.

พืชสีเขียวชั้นสูงที่เจริญบนบก แสดงการปรับตัวให้เหมาะสมเป็นพิเศษกับหน้าที่ของมันในแง่ผลิตอาหารให้แก่กลุ่มสิ่งมีชีวิตที่มันเจริญอยู่คือ

a)

มีผลและเมล็ดสะสมอาหาร

b)

มีลำต้นที่แข็งแรงและอายุยืน

c)

มีระบบรากที่แผ่ไปไกล

d)

  มีใบแบนบางสีเขียวดักรับแสง

38.

อาณาจักรพืชกลุ่มที่ไม่มีท่อลำเลียงเราพบลักษณะใดที่พบเฉพาะในกลุ่มไบรโอไฟต์

a)

แกมีโฟต์เป็นช่วงชีวิตที่เด่น

b)

มีไรซอยด์ทำหน้าที่คล้ายราก

c)

สร้างสปอร์ภายในอับสปอร์

d)

อาศัยน้ำเป็นตัวกลางในการปฏิสนธิ

39.

พืชที่พบเฉพาะในกลุ่มไบรโอไฟต์ได้แก่

a)

ลิเวอร์เวิร์ท   หญ้าถอดปล้อง  

b)

กระเทียมน้ำ  มอส

c)

ฮอร์นเวิร์ท    หวายทะนอย

d)

ลิเวอร์เวิร์ท   มอส

40.

พืชข้อใดจัดอยู่ในกลุ่มเทรคีโอไฟต์ (Tracheophyte) มีใบแบบไลโคฟิลล์ และมีการสร้างสปอร์ทั้งหมด

a)

ลิเวอร์เวิร์ท       หญ้าถอดปล้อง  

b)

ฮอร์นเวิร์ท        ตีนตุ๊กแก     

c)

มอส               กระเทียมน้ำ      

d)

ตีนตุ๊กแก       สามร้อยยอด     

41.

พืชชนิดใดมีการสร้างสปอร์ได้ 2 ขนาด

a)

Lycopodium

b)

Selaginella

c)

Isoetes

d)

Lycopodium และ Selaginella

42.

พืชกลุ่มไลโคไฟต์พบบ่อยในประเทศไทย พืชกลุ่มนี้มีการแตกกิ่งแบบแยกสองแฉกที่ปลายกิ่งมีโครงสร้างที่เกิดจากกลุ่มของใบสร้างอับสปอร์เรียกสตอบิลัส ได้แก่พืชชนิดใด                          

a)

หวายทะนอย   

b)

สามร้อยยอด          

c)

กระเทียมน้ำ

d)

หญ้าถอดปล้อง 

43.

พืชชนิดใดต่อไปนี้ไม่ได้มีใบแบบไลโคฟิลล์

a)

พ่อค้าตีเมีย

b)

สามร้อยยอด          

c)

กระเทียมน้ำ

d)

หวายทะนอย 

44.

พืชในข้อใดที่อยู่ในกลุ่มโมนิโลไฟต์ทั้งหมด

a)

ปรงป่า     ข้าหลวงหลังลาย

b)

แปะก๊วย    พวงชมพู    

c)

เฟิร์น หญ้าถอดปล้อง   

d)

สนทะเล     สนสองใบ    

45.

พืชชนิดใดต่อไปนี้ไม่ได้มีใบแบบยูฟิลล์

a)

ข้าหลวงหลังลาย ผักกูด

b)

ชายผ้าสีดา จอกหูหนู          

c)

สน ปรง      

d)

กระเทียมน้ำ ช้องนางคลี่

46.

พืชในข้อใดที่เมล็ดไม่มีผนังรังไข่หุ้ม

a)

   มะม่วงหิมพานต์    

b)

ตะขบ

c)

  เหลียง    

d)

ขนุน

47.

พืชกลุ่มสเปอร์มาโทไฟต์เป็นกลุ่มที่มีออวุลและแกมีโทไฟล์ลดรูปอยู่บนสปอร์โรไฟต์ พืชกลุ่มนี้ยังแบ่งเป็นกลุ่มย่อยคือ พืชเมล็ดเปลือย(gymnosperm) ข้อใดคือพืชกลุ่มดังกล่าว

a)

ต้นสามพันปี  ชายผ้าสีดา

b)

ต้นพญาไม้ ผักเหนียง

c)

สนสองใบ เฟิร์นข้าหลวงหลังลาย

d)

สนสองใบ เฟิร์นข้าหลวงหลังลาย

48.

ลำดับของพืชที่เรียงตามความเด่นของสปอร์โรไฟต์จากน้อยไปมากคือ

a)

มอส เฟิร์น มะม่วง

b)

มะม่วง เฟิร์น มอส

c)

มะม่วง มอส   เฟิร์น

d)

เฟิร์น มะม่วง มอส

49.

สิ่งมีชีวิตกลุ่มใดที่จัดอยู่ในอาณาจักรพืชและเรียงตามสายวิวัฒนาการ

a)

เฟิร์น หวายทะนอย จำปี 

b)

ลิเวอร์เวิร์ท  ย่านลิเภา หญ้าถอดปล้อง

c)

มอส แหนแดง ย่านลิเภา

d)

  มอส หวายทะนอย ผักแว่น

50.

จากไดโคโทมัสคีย์พืช ที่กำหนดให้  ใช้ตอบคำถาม

        1 ก. มีเนื้อเยื่อลำเลียง........................ดูข้อ 2

         1 ข. ไม่มีเนื้อเยื่อลำเลียง .................. พืช  A

        2  ก. มีเมล็ด ..................................... ดูข้อ 3

        2  ข. ไม่มีเมล็ด สร้างสปอร์................ พืช  B

        3  ก. มีดอก ......................................  พืช C

         3  ข. ไม่มีดอก ................................... พืช D

ข้อใดเป็นพืชกลุ่ม  C

a)

กล้วย

b)

อ้อย

c)

ข้าว

d)

กุหลาบ