wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

แบบทดสอบกลางภาค ม.3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2564

Total questions: 50

Worksheet time: 49mins

Name
Class
Date
1.

ข้อใด ไม่ใช่ การเกิดปฏิกิริยาเคมี

a)

มะม่วงสุก

b)

น้ำแข็งละลายในน้ำ

c)

การเกิดสนิมเหล็ก

d)

เผากระดาษ

2.

พิจารณาข้อความต่อไปนี้ แล้วตอบคำถาม

          1.  ผงโซเดียมคลอไรด์  +  น้ำอัดลม -----> ฟองแก๊ส

          2.  ด่างทับทิมเจือจาง  +  กรดไฮโดรคลอริก -----> สีเปลี่ยน

          3.  เกลือของกรดซิตริก  +  โซเดียมไฮโดรเจนคาร์บอเนต -----> อุณหภูมิเปลี่ยน

          4.  สารละลายเลด (II) ไนเตรต  +  สารละลายโพแทสเซียมไอโอไดด์ -----> ตะกอนมีสี

     ข้อใดเกิดปฏิกิริยาเคมี

a)

1  2  และ 3

b)

3  และ  4

c)

3  4  และ  1

d)

1  2  และ  4

3.

A  +  B ------> C  +  D  จากสมการเคมีดังกล่าว  ข้อใดเป็นผลิตภัณฑ์

a)

A เท่านั้น

b)

A และ B

c)

C และ D

d)

A B C และ D

4.

โลหะแมกนีเซียม (Mg) ทำปฏิกิริยากับสารละลายกรดไฮโดรคลอริก (HCl) ได้ผลิตภัณฑ์เป็นสารละลายแมกนีเซียมคลอไรด์ และแก๊สไฮโดรเจน ข้อใดเขียนสมการเคมี ได้ถูกต้อง

a)

Mg(s) + HCl(l) ----> MgCl(s) + H2(g)

b)

Mg(s) + 2HCl(aq) ---> MgCl(aq)  + H2(g)

c)

Mg(s) + 2HCl(aq) ---> MgCl2(aq) + H2(g)

d)

Mg(s)  +  HCl(l) ----> MgCl2(s)  + H2(g)

5.

จากสมการเคมี

CH4(g)  +  O2(g)  ------>  CO2(g)  +  aH2O(g)

เมื่อดุลสมการเคมี  a  ควรมีค่าเป็นเท่าไร

a)

2

b)

4

c)

6

d)

8

6.

จากปฏิกิริยาระหว่างโลหะกับน้ำ ดังสมการ

aK(s)  +  bH2O(l) ------>  cKOH(aq)  +  dH2(g)

เมื่อดุลสมการเคมี  จงหาค่า a + b + c + d

a)

5

b)

6

c)

7

d)

8

7.

ในระบบปิด สารก่อนทำปฏิกิริยาและหลังทำปฏิกิริยาจะต้องมีสิ่งใดเท่ากัน

a)

มวล

b)

อุณหภูมิ

c)

น้ำหนัก

d)

มวลและอุณหภูมิ

8.

จากภาพ ข้อใดต่อไปนี้ถูกต้อง

a)

ปฏิกิริยา A คายความร้อน  ปฏิกิริยา B ดูดความร้อน

b)

ปฏิกิริยา A ดูดความร้อน  ปฏิกิริยา B คายความร้อน

c)

ปฏิกิริยา A และปฏิกิริยา B เป็นดูดความร้อน

d)

ปฏิกิริยา A และปฏิกิริยา B เป็นคายความร้อน

9.

จากการนำสาร 2 ชนิด มาผสมกัน ดังตารางที่กำหนดให้ ข้อใดเป็นปฏิกิริยาดูดความร้อน

a)
b)
c)
d)
10.

เมื่อกรดและเบสทำปฏิกิริยากันจะได้ผลิตภัณฑ์ตามข้อใด

a)

เกลือเท่านั้น

b)

น้ำและสบู่

c)

สบู่และเกลือ

d)

เกลือและน้ำ

11.

โซเดียมคาร์บอเนต + กรดไฮโดรคลอริก ------> โซเดียมคลอไรด์ + X + น้ำ 

จากปฏิกิริยาข้างบน  สาร X คือข้อใด

a)

โซเดียม

b)

คาร์บอนไดออกไซด์

c)

ออกซิเจน

d)

ไฮโดรเจน

12.

ถ้าใส่แมกนีเซียมลงในกรดซัลฟิวริกจะได้แก๊สชนิดใด

a)

แก๊สออกซิเจน

b)

แก๊สไนโตรเจน

c)

แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์

d)

แก๊สไฮโดรเจน

13.

ข้อใดเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดสนิมเหล็ก

a)

แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์

b)

แก๊สออกซิเจนและความชื้น

c)

แก๊สออกซิเจน

d)

น้ำ

14.

ถ้าชาวสวนต้องการป้องกันการเกิดสนิมของมีดตัดหญ้า วิธีใดเหมาะสมที่สุดในทางปฏิบัติ

a)

เก็บใส่กล่องทึบแสง

b)

เก็บในถุงพลาสติก

c)

ทาน้ำมันหลังจากที่ใช้งานเสร็จแล้ว

d)

เช็ดให้แห้งแล้วห่อด้วยกระดาษ

15.

เมื่อนำสาร A มาเผาในบรรยากาศออกซิเจน O2(g) จะได้ไอน้ำ H2O(g) และแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ CO2(g) สาร A ในปฏิกิริยาข้างต้นไม่ใช่ สารใดในข้อต่อไปนี้

a)

แก๊สไฮโดรเจน

b)

แก๊สโซฮอล์

c)

แก๊สบิวเทน

d)

แก๊สธรรมชาติ

16.

การเผาไหม้เชื้อเพลิงถ่านหินจะปล่อยแก๊สซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ซึ่งก่อให้เกิดฝนกรดจำนวนมากตกลงสู่แหล่งน้ำ สารใดต่อไปนี้ไม่สามารถทำปฏิกิริยากับฝนกรดได้

a)

โซเดียมไฮดรอกไซด์หรือโซดาไฟ

b)

แคลเซียมคาร์บอเนตหรือหินปูน

c)

โซเดียมคลไรด์หรือเกลือแกง

d)

โซเดียมไฮโดรเจนคาร์บอเนตหรือเบกกิ้งโซดา

17.

สารใดที่ไม่เกิดจากกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงของพืช

a)

น้ำตาลกลูโคส

b)

แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์

c)

แก๊สออกซิเจน

d)

น้ำ

18.

จากข้อความที่กำหนดให้ต่อไปนี้

          1.  ฝนกรด          

2.  การเกิดหินงอกหินย้อย          

3.  ปรากฏการณ์เรือนกระจก          

4.  น้ำเน่าเสียจากการทิ้งสารอินทรีย์

ข้อใดเป็นผลกระทบของปฏิกิริยาเคมีที่เป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม

a)

1 และ 2

b)

2 และ 3

c)

1, 2 และ 3

d)

1, 3 และ 4

19.

สารในข้อใดจัดเป็นพอลิเมอร์

      a. น้ำตาลทราย        b. ยางลบ        c. ขวดน้ำ        d. ถุงมือยาง        e.ผ้าฝ้าย        f. อิฐ

a)

b c d e

b)

a c d f

c)

a b f d

d)

c d f b

20.

ปฏิกิริยาที่มอนอเมอร์รวมกันเป็นพอลิเมอร์เรียกว่าอะไร

a)

วัลคาไนเซชัน

b)

พอลิเมอไรเซชัน

c)

ไฮเดรชัน

d)

ออกซิเดชัน

21.

พอลิเมอร์ที่มีโครงสร้างแบบใดที่มีความแข็งมาก แต่ไม่ยืดหยุ่น เมื่อได้รับความร้อนสูงจะแตก

a)

โครงสร้างแบบกิ่ง

b)

โครงสร้างแบบเส้น

c)

โครสร้างแบบร่างแห

d)

โครงสร้างแบบกิ่งและร่างแห

22.

สารจากธรรมชาติใดจัดเป็นโคพอลิเมอร์

a)

โปรตีน

b)

เซลลูโลส

c)

ไกลโคเจน

d)

ยางธรรมชาติ

23.

ข้อใดคือสมบัติของเทอร์โมพลาสติก

a)

มีโครงสร้างเป็นร่างแห

b)

สามารถนำกลับไปรีไซเคิลได้

c)

อุณหภูมิสูงจะแตกและเป็นขี้เถ้า

d)

เมื่อได้รับความร้อนจะไม่อ่อนตัว

24.

ข้อใด ไม่ใช่ สมบัติพิเศษของพลาสติก

a)

มีความเหนียว ยืดหยุ่นได้

b)

อ่อนตัวได้เมื่อได้รับความร้อน

c)

แข็งแรง น้ำหนักเบา

d)

ผุกร่อนและย่อยสลายได้ง่าย

25.

พลาสติดชนิดใดสามารถนำมารีไซเคิลใหม่ได้

a)

พอลิเอสเตอร์

b)

พอลิยูริเทน

c)

พอลิโพรพิลีน

d)

ซิลิโคน

26.

ข้อใดเป็นมอนอเมอร์ของยางธรรมชาติ

a)

สไตรีน

b)

โพรพิลีน

c)

ไอโซพรีน

d)

บิวเทอีน

27.

ยางชนิดใดเหมาะสำหรับทำอวัยวะเทียมและใช้ในการทำศัลยกรรมตกแต่ง

a)

ซิลิโคน

b)

ซิลิกอน

c)

ยาง IR

d)

ยาง SBR

28.

เส้นใยชนิดใดมีความทนทานต่อเชื้อรา แบคทีเรีย สารเคมี ซักง่าย แห้งเร็ว

a)

ฝ้าย

b)

ไหม

c)

ลินิน

d)

ไนลอน

29.

ข้อใด ไม่ใช่ สมบัติของเส้นใยจากธรรมชาติ

a)

ระบายความร้อนได้รวดเร็ว

b)

ดูดซับความชื้นได้ดี

c)

ทนความร้อนได้น้อย ติดไฟง่าย

d)

ถ้าอากาศแห้งจะมีการสะสมประจุไฟฟ้าสถิตไว้ในเนื้อผ้า

30.

ข้อใดเรียงลำดับขั้นตอนการผลิตเซรามิกได้ถูกต้อง

a. การตากแห้ง           b.  การขึ้นรูป              c.  การเตรียมวัตถุดิบ        d.  การเผา

a)

b a d c

b)

c b a d

c)

c b d a

d)

b c d a

31.

ข้อใด ไม่ใช่ ผลิตภัณฑ์เซรามิก

a)

ปูนซีเมนต์

b)

แก้ว

c)

เรยอน

d)

วัสดุทนไฟ

32.

วัสดุ A B และ C มีสมบัติดังนี้

A  เปราะ ตกแล้วแตก ทนความร้อนได้ดี และไม่นำไฟฟ้า

B  เหนียว ดึงเป็นเส้นได้ นำไฟฟ้าและนำความร้อนได้ดี

C  เหนียว ทำเป็นรูปทรงต่างๆ ได้หลากหลาย ไม่นำไฟฟ้า และไม่นำความร้อน

 A B และ C ควรเป็นวัสดุชนิดใด ตามลำดับ

a)

เซรามิก, พอลิเมอร์, โลหะ

b)

โลหะ, พอลิเมอร์, เซรามิก

c)

เซรามิก, โลหะ, พอลิเมอร์

d)

โลหะ, เซรามิก, พอลิเมอร์

33.

การผลิตเหล็กกล้าไร้สนิมที่มีสมบัติทนต่อการกัดกร่อนได้ดี ต้องเติมสารใดลงในเหล็ก

a)

อะลูมิเนียม

b)

โครเมียม

c)

กำมะถัน

d)

พลาสติก

34.

วัสดุในข้อใด ไม่ใช่ วัสดุผสมหรือวัสดุคอมโพสิต

a)

ไม้อัด

b)

กระเบื้อง

c)

คอนกรีตเสริมเหล็ก

d)

พลาสติกเสริมใยแก้ว

35.

การใช้วัสดุผสมในงานวิศวกรรมส่วนใหญ่มีเหตุผลสำคัญคือข้อใด

a)

ลดต้นทุนการผลิต

b)

เพิ่มความสะดวกในการก่อสร้าง

c)

ให้ได้วัสดุที่มีสมบัติตามต้องการ

d)

ลดปัญหาที่เกิดกับสิ่งแวดล้อม

36.

เพราะเหตุใดต้องเสริมเหล็กเข้าไปในคอนกรีตที่ใช้ในงานก่อสร้างขนาดใหญ่

a)

เพื่อลดต้นทุนการผลิต    

b)

เพื่อลดการใช้ปูนซีเมนต์ที่ใช้เป็นส่วนผสมในคอนกรีต

c)

เพราะเหล็กรับแรงดึงได้สูง ทำให้งานก่อสร้างทนต่อแรงอัดและแรงดึงได้มากขึ้น

d)

ถูกทุกข้อ

37.

ยางเรเดียลที่ใช้ในรถยนต์ทั่วไปมีวัสดุใดเป็นวัสดุหลักและวัสดุเสริมแรงตามลำดับ

a)

ยางและเหล็ก

b)

ยางและพอลิยูรีเทน

c)

ยางและพลาสติก

d)

ยางและผ้าใบ

38.

สัญลักษณ์ทางไฟฟ้าดังภาพแทนอุปกรณ์ไฟฟ้าใดตามลำดับ

a)

หลอดไฟฟ้า เซลล์ไฟฟ้า สวิตซ์

b)

เซลล์ไฟฟ้า สวิตซ์ หลอดไฟฟ้า

c)

เซลล์ไฟฟ้า หลอดไฟฟ้า สวิตซ์

d)

สวิตซ์ เซลล์ไฟฟ้า หลอดไฟฟ้า

39.

ข้อใดกล่าว ไม่ ถูกต้อง

a)

ทิศทางการไหลของกระแสไฟฟ้าไฟจากศักย์สูงไปยังศักย์ต่ำ

b)

ทิศทางการไหลของอิเล็กตรอนไหลออกจากขั้วลบไปยังขั้วบวก

c)

กระแสไฟฟ้าจะไหลผ่านได้ดีในเส้นลวดตัวนำที่มีความต้านทานมาก

d)

กระแสไฟฟ้าแปรผันตรงกับความต่างศักย์ไฟฟ้า

40.

อุปกรณ์ที่ใช้วัดกระแสไฟฟ้าในวงจรไฟฟ้าคือข้อใด

a)

โอห์มมิเตอร์

b)

แอมมิเตอร์

c)

โวลต์มิเตอร์

d)

บารอมิเตอร์

41.

เมื่อต่อโวลต์มิเตอร์ระหว่างอุปกรณ์ไฟฟ้าโดยใช้ขั้วบวกที่รองรับความต่างศักย์ไฟฟ้าสูงสุดของโวลต์มิเตอร์เป็น 300 โวลต์ เข็มของโวลต์มิเตอร์ชี้ดังภาพ ค่าที่อ่านได้เป็นเท่าใด

a)

2.2 โวลต์

b)

11 โวลต์

c)

22 โวลต์

d)

220 โวลต์

42.

ข้อใดเป็นการต่อเครื่องวัดไฟฟ้าที่ ไม่ ถูกต้อง

a)
b)
c)
d)
43.

อัตราส่วนระหว่างความต่างศักย์ไฟฟ้าและกระแสไฟฟ้าที่ไหลผ่านตัวนำไฟฟ้าใดๆ คือข้อใด

a)

พลังงานไฟฟ้า

b)

ปริมาณประจุไฟฟ้า

c)

แรงเคลื่อนไฟฟ้า

d)

ความต้านทานไฟฟ้า

44.

จากข้อมูลต่อไปนี้

1.  แปรผันตรง

2.  แปรผกผัน

                   3.  ค่าความต่างศักย์ไฟฟ้ามาก  ค่ากระแสไฟฟ้าจะมาก     

4.  ค่าความต่างศักย์ไฟฟ้ามาก  ค่ากระแสไฟฟ้าจะน้อย

     ความสัมพันธ์ระหว่างความต่างศักย์ไฟฟ้าและกระแสไฟฟ้าเป็นไปตามข้อใด

a)

ข้อ 1 และ 3

b)

1 และ 4

c)

ข้อ 2 และ 3    

d)

ข้อ 2 และ 4

45.

ความสัมพันธ์ระหว่างความต่างศักย์ไฟฟ้าและกระแสไฟฟ้าไปตามข้อใด

a)
b)
c)
d)
46.

ภาพความสัมพันธ์ของกระแสไฟฟ้า (I) และความต่างศักย์ไฟฟ้า (V) ของลวด A,B, และ C จากข้อมูล มีนักเรียน 5 คน ดังตาราง นักเรียนคนใดสรุปข้อมูลความต้านทานของกระแสไฟฟ้าของขดลวดได้ถูกต้อง

a)

1 และ 4

b)

2 และ 3

c)

2 และ 5

d)

3 และ 5

47.

วิทยุเครื่องหนึ่งใช้กับความต่างศักย์ไฟฟ้า 220 โวลต์ มีความต้านทาน 100 โอห์ม ขณะใช้งานจะมีกระแสไฟฟ้าไหลผ่านวิทยุนี้กี่แอมแปร์

a)

0.45

b)

1

c)

2.2

d)

120

48.

หม้อหุงข้าวไฟฟ้าใบหนึ่งใช้กับไฟฟ้าในบ้านมีความต่างศักย์ 220 โวลต์ ปรากฏว่ามีกระแสไฟฟ้าไหลผ่าน 4 แอมแปร์  ลวดตัวนำในหม้อหุงข้าวใบนี้มีความต้านทานไฟฟ้ากี่โอห์ม

a)

22 โอห์ม

b)

55 โอห์ม

c)

220 โอห์ม

d)

880 โอห์ม

49.

หลอดไฟฟ้าหลอดหนึ่งต่อเข้ากับความต่างศักย์ไฟฟ้า 110 โวลต์ จะมีกระแสไฟฟ้าไหลผ่านกี่แอมแปร์ เมื่อไส้หลอดไฟฟ้ามีความต้านทาน 50 โอห์ม

a)

2.0 แอมแปร์

b)

2.2 แอมแปร์

c)

22.0 แอมแปร์

d)

22.2 แอมแปร์

50.

บ้านหลังหนึ่งใช้ไฟฟ้า 220 โวลต์ และฟิวส์ขนาด 10 แอมแปร์ การใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านทุกเครื่องรวมกันสูงสุดไม่ควรเกินเท่าใด

a)

22 วัตต์

b)

220 วัตต์

c)

2,200 วัตต์

d)

22 กิโลวัตต์