wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

กลางภาค วิทยาศาสตร์ 6

Total questions: 30

Worksheet time: 3hrs 30mins

Name
Class
Date
1.

ข้อใดต่อไปนี้เป็นการเกิดปฏิกิริยาเคมี

a)

การผสมสีผสมอาหาร                           

b)

การระเหิดของลูกเหม็น

c)

การตกผลึกของเกลือแกงในนาเกลือ               

d)

การเปลี่ยนสีของรูปปั้นทองแดง

2.

กรดซัลฟิวริกทำปฏิกิริยากับโซเดียมคาร์บอเนตที่ละลายอยู่ในน้ำ สังเกตเห็นฟองแก๊สเกิดขึ้น ข้อใดต่อไปนี้เป็นสารตั้งต้นและผลิตภัณฑ์จากปฏิกิริยาเคมีดังกล่าว

a)

กรดซัลฟิวริกและแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์

โซเดียมคาร์บอเนตและน้ำ

b)

กรดซัลฟิวริกและโซเดียมคาร์บอเนต

แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ น้ำ และเกลือโซเดียมซัลเฟต

c)

โซเดียมคาร์บอเนตและน้ำ

กรดซัลฟิวริกและแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์

d)

กรดซัลฟิวริก โซเดียมคาร์บอเนต และน้ำ

แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์และเกลือโซเดียมซัลเฟต

3.

ข้อความใดต่อไปนี้ไม่ถูกต้องเกี่ยวกับสารที่มีสมบัติเป็นกรด

a)

มีค่าพีเอชน้อยกว่า 7

b)

สามารถกัดกร่อนสังกะสีได้

c)

ทำปฏิกิริยากับเบสได้ผลิตภัณฑ์เป็นเกลือกับน้ำ

d)

ทำปฏิกิริยากับโซเดียมคาร์บอเนตได้แก๊สคาร์บอนมอนอกไซด์

4.

การเผาไหม้เชื้อเพลิงถ่านหินจะปล่อยแก๊สซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ซึ่งก่อให้เกิดฝนกรดจำนวนมาก

ตกลงสู่แหล่งน้ำ สารใดต่อไปนี้ไม่สามารถทำปฏิกิริยากับฝนกรดได้

a)

โซเดียมไฮดรอกไซด์หรือโซดาไฟ                  

b)

แคลเซียมคาร์บอเนตหรือหินปูน

c)

โซเดียมคลอไรด์หรือเกลือแกง                     

d)

โซเดียมไฮโดรเจนคาร์บอเนตหรือเบกกิ้งโซดา

5.

หนามของเม่นทะเลมีผลึกแคลเซียมคาร์บอเนตเป็นองค์ประกอบ เมื่อถูกหนามของเม่นทะเลตำ ควรปฐมพยาบาล โดยใช้สารละลายชนิดใดเพื่อช่วยให้ผลึกถูกกัดกร่อนเร็วขึ้น

a)

น้ำชา                                                 

b)

น้ำส้มสายชู

c)

น้ำเชื่อมเข้มข้น                                      

d)

แอลกอฮอล์ล้างแผล

6.

พิจารณาปฏิกิริยาต่อไปนี้

เหล็ก + สาร X + น้ำ → สนิมเหล็ก

กรดไฮโครคลอริก + โซเดียมไฮโดรเจนคาร์บอเนต → สาร Y + น้ำ + โซเดียมคลอไรด์

สาร X และ สาร Y ควรเป็นสารใดตามลำดับ

a)

แก๊สออกซิเจน

แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์

b)

แก๊สออกซิเจน

โซเดียมคาร์บอเนต

c)

แก๊สซัลเฟอร์ไดออกไซด์

แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์

d)

แก๊สซัลเฟอร์ไดออกไซด์

โซเดียมคาร์บอเนต

7.

ข้อใดเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดสนิมเหล็ก

a)

แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์และความชื้น                      

b)

แก๊สออกซิเจนและความชื้น

c)

แก๊สออกซิเจน                                                  

d)

น้ำ

8.

ถ้าชาวสวนต้องการป้องกันการเกิดสนิมของมีดตัดหญ้า วิธีใดเหมาะสมที่สุดในทางปฏิบัติ

a)

เก็บในกล่องทึบแสง                                           

b)

เก็บในถุงพลาสติก

c)

ทาน้ำมันหลังจากที่ใช้งานเสร็จแล้ว                         

d)

เช็ดให้แห้งแล้วห่อด้วยกระดาษ

9.

ผลิตภัณฑ์ในข้อใดเกิดจากปฏิกิริยาการเผาไหม้อย่างสมบูรณ์ของฟืน

a)

แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์                                     

b)

เขม่าและแก๊สคาร์บอนมอนอกไซด์

c)

เขม่าและแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์                          

d)

แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์และน้ำ

10.

ข้อใดต่อไปนี้เป็นแนวทางในการลดแก๊สซัลเฟอร์ไดออกไซด์ซึ่งเป็นสาเหตุให้เกิดฝนกรด

a)

ลดการใช้ปุ๋ยเคมี                                              

b)

ลดการเผาป่า

c)

ลดการเผาไหม้ถ่านหิน                                       

d)

ลดการทำปุ๋ยหมัก

11.

ข้อความใดต่อไปนี้ไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการสังเคราะห์ด้วยแสงของพืช

a)

มีส่วนช่วยลดปัญหาภาวะโลกร้อน

b)

ใช้พลังงานจากแสงช่วยในการเกิดปฏิกิริยา

c)

ได้ผลิตภัณฑ์เป็นน้ำตาลและแก๊สออกซิเจน

d)

เป็นปฏิกิริยาระหว่างแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์กับคลอโรฟิลล์

12.

ของใช้ในข้อใดที่ทำจากพอลิเมอร์ทั้งหมด

a)

ตะปู ถ้วยกาแฟ ด้าย

b)

ลูกโป่ง ฉนวนหุ้มสายไฟ คอนกรีต

c)

หลังคารถกระบะ กระถางต้นไม้ เชือก

d)

ยางรัดของ ถุงร้อนบรรจุอาหาร ที่นอนยางพารา

13.

วัสดุในข้อใดไม่ใช่วัสดุผสมหรือวัสดุคอมโพสิต

a)

ไม้อัด                                                        

b)

กระเบื้อง

c)

คอนกรีตเสริมเหล็ก                                        

d)

พลาสติกเสริมใยแก้ว

14.

วัสดุ A B และ C มีสมบัติดังนี้

A เปราะ ตกแล้วแตก ทนความร้อนได้ดี และไม่นำไฟฟ้า

B เหนียว ดึงเป็นเส้นได้ นำไฟฟ้าและนำความร้อนได้ดี

C เหนียว ทำเป็นรูปทรงต่าง ๆ ได้หลากหลาย ไม่นำไฟฟ้าและไม่นำความร้อน

A B และ C ควรเป็นวัสดุชนิดใด

a)

Aเซรามิก

Bพอลิเมอร์

Cโลหะ

b)

Aโลหะ

Bพอลิเมอร์

Cเซรามิก

c)

Aเซรามิก

Bโลหะ

Cพอลิเมอร์

d)

Aโลหะ

Bเซรามิก

Cพอลิเมอร์

15.

การใช้วัสดุผสมในงานวิศวกรรมส่วนใหญ่มีเหตุผลสำคัญคือข้อใด

a)

ลดต้นทุนการผลิต                                            

b)

เพิ่มความสะดวกในการก่อสร้าง

c)

ให้ได้วัสดุที่มีสมบัติตามต้องการ                            

d)

ลดปัญหาที่เกิดกับสิ่งแวดล้อม

16.

จากแผนภาพวงจรไฟฟ้ามีอุปกรณ์ไฟฟ้าอะไรบ้าง

a)

หลอดไฟฟ้า แอมมิเตอร์

สวิตช์

ตัวเก็บประจุ

b)

แอมมิเตอร์

แหล่งกำเนิดไฟฟ้า หลอดไฟฟ้า

ตัวเก็บประจุ

c)

แหล่งกำเนิดไฟฟ้า สวิตช์

หลอดไฟฟ้า

โวลต์มิเตอร์

d)

สวิตช์

แอมมิเตอร์

หลอดไฟฟ้า

แหล่งกำเนิดไฟฟ้า

17.

เมื่อต่อโวลต์มิเตอร์ระหว่างอุปกรณ์ไฟฟ้าโดยใช้ขั้วบวกที่รองรับความต่างศักย์ไฟฟ้าสูงสุดของโวลต์มิเตอร์เป็น30 โวลต์เข็มของโวลต์มิเตอร์ชี้ดังภาพ ค่าที่อ่านได้เป็นเท่าใด

a)

2.2 โวลต์                                      

b)

11 โวลต์

c)

22 โวลต์                                       

d)

220 โวลต์

18.

หลอดไฟฟ้า 2 หลอดต่อเข้ากับแหล่งกำเนิดไฟฟ้า 9 โวลต์

ดังภาพ ถ้าความต่างศักย์ไฟฟ้าคร่อมหลอดไฟฟ้า ก

เป็น 6 โวลต์ และกระแสไฟฟ้าที่ผ่านเป็น 0.2 แอมแปร์

ค่าความต้านทานไฟฟ้าของหลอดไฟฟ้า ข เป็นเท่าใด

a)

15 โอห์ม                                     

b)

30 โอห์ม

c)

45 โอห์ม                                     

d)

75 โอห์ม

19.

แผนภาพวงจรไฟฟ้าใด ที่เมื่อหลอดไฟฟ้าหลอดใดหลอดหนึ่งขาด หลอดที่เหลือยังคงสว่าง

a)

b)

c)

d)

20.

หลอดไฟฟ้า 3 หลอดเหมือนกันทุกประการต่อกับ

แหล่งกำเนิดไฟฟ้า ดังภาพ ถ้าความต่างศักย์ไฟฟ้า

ของหลอดไฟฟ้า ก เป็น 8 โวลต์ ความต่างศักย์ไฟฟ้า

ของหลอดไฟฟ้า ค จะเป็นเท่าใด

a)

2 โวลต์                                       

b)

4 โวลต์

c)

8 โวลต์                                       

d)

12 โวลต์

21.

 เมื่อต่อแอมมิเตอร์เข้าในวงจรไฟฟ้าโดยใช้ขั้วบวกที่รองรับกระแสไฟฟ้าสูงสุดของแอมมิเตอร์

เป็น 5 แอมแปร์เข็มของแอมมิเตอร์ชี้ดังภาพ ค่าที่อ่านได้เป็นเท่าใด

a)

1.20

b)

0.120

c)

0.122

d)

120.0

22.

เมื่อต่อโวลต์มิเตอร์ระหว่างอุปกรณ์ไฟฟ้าโดยใช้ขั้วบวกที่รองรับความต่างศักย์ไฟฟ้าสูงสุดของ

โวลต์มิเตอร์เป็น15 โวลต์ เข็มของโวลต์มิเตอร์ชี้ดังภาพ ค่าที่อ่านได้เป็นเท่าใด

a)

4.5 A

b)

4.5 V

c)

4.5 ORM

d)

4.5 M

23.

วงจรไฟฟ้าหนึ่งต่อกับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีค่าความต้านทานไฟฟ้า 300 โอห์ม และมีกระแสไฟฟ้า

ผ่าน 0.04 แอมแปร์ ค่าความต่างศักย์ไฟฟ้าคร่อมอุปกรณ์ไฟฟ้านี้เป็นเท่าใด

a)

12. A

b)

12 V

c)

12 ORM

d)

12 mA

24.

วงจรไฟฟ้าอย่างง่ายประกอบด้วยหลอดไฟฟ้า 6 โวลต์ ถ่านไฟฉาย 3 โวลต์ และสวิตช์ ถ้าวัดค่ากระแสไฟฟ้าที่ผ่านหลอดไฟฟ้านี้ได้เท่ากับ 280 มิลลิแอมแปร์ และวัดความต่างศักย์ไฟฟ้าคร่อมหลอดไฟฟ้าได้เท่ากับ 2.1 โวลต์ ความต้านทานไฟฟ้าของหลอดไฟฟ้านี้เป็นเท่าใด

a)

7.5 A

b)

7.5 V

c)

7.5 ORM

d)

7.5 mA

25.

ลวดตัวนำเส้นหนึ่งวัดค่ากระแสไฟฟ้าและความต่างศักย์ไฟฟ้าได้ดังกราฟ ค่าความต้านทานไฟฟ้า

ของลวดตัวนำนี้มีค่าเป็นเท่าใด

a)

150 A

b)

150 V

c)

150 ORM

d)

150 mA

26.

จากภาพวงจรไฟฟ้า ถ้าความต่างศักย์ไฟฟ้าคร่อมหลอดไฟฟ้า A เป็น 2.2 โวลต์ ความต่างศักย์ไฟฟ้าคร่อมหลอดไฟฟ้า B เป็น 2.5 โวลต์ และความต่างศักย์ไฟฟ้าคร่อมหลอดไฟฟ้าทั้งสามหลอดเป็น 7.0 โวลต์ ความต่างศักย์ไฟฟ้าคร่อมหลอดไฟฟ้า C เป็นเท่าใด

a)

2.3 A

b)

2.3 V

c)

2.3 ORM

d)

2.3 mA

27.

จงพิจารณาข้อความต่อไปนี้ ข้อใดกล่าว ไม่ ถูกต้อง

a)

ถ่านไฟฉายให้ไฟฟ้ากระแสตรง    

b)

แบตเตอรี่รถยนต์ให้ไฟฟ้ากระแสสลับ

c)

การไหลของกระแสไฟฟ้าเกิดเมื่อมีความต่างศักย์ระหว่างจุด 2 จุด

d)

ในเซลล์ไฟฟ้าเคมีปฏิกิริยาเคมีเกิดขึ้นมากเท่าใด จะได้กระแสไฟฟ้ามากขึ้นเท่านั้น

28.

กระแสไฟฟ้าที่ใช้ตามบ้านเรือนเป็นกระแสไฟฟ้าชนิดใด

a)

ไฟฟ้ากระแสตรง

b)

ไฟฟ้ากระแสสลับ

c)

ไฟฟ้ากระแสตรงและกระแสสลับ

d)

กล่าวผิดทุกข้อ

29.

เครื่องมือที่ใช้วัดความต่างศักย์ไฟฟ้า คือข้อใด

a)

แอมมิเตอร์

b)

โวลต์มิเตอร์       

c)

โอห์มมิเตอร์      

d)

กัลวานอมิเตอร์

30.

เครื่องใช้ไฟฟ้าข้อใดที่ให้พลังงานความร้อนทั้งหมด

a)

เตาไมโครเวฟ     เตารีดไฟฟ้า

b)

เตารีดไอน้ำ        เครื่องทำอุ่น

c)

เครื่องปรับอากาศ เครื่องสูบน้ำ

d)

เครื่องเป่าผมไฟฟ้า หม้อต้มกาแฟ