wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

ข้อสอบกลางภาคเรียนที่ 2/2564 วิชากรรมวิธีการผลิต 20102-2007

Total questions: 40

Worksheet time: 3hrs 20mins

Name
Class
Date
1.

ข้อใดคือความหมายของกรรมวิธีการผลิต (Manufacturing)

a)

กระบวนการเปลี่ยนแปลงผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ให้เป็นการบริการ

b)

กระบวนการเปลี่ยนแปลงวัตถุดิบหรือวัสดุให้เป็นผลิตภัณฑ์หรือสินค้า

c)

กระบวนการเปลี่ยนแปลงวัตถุดิบหรือวัสดุและผลิตภัณฑ์ให้เป็นการบริการ

d)

กระบวนการเปลี่ยนแปลงวัตถุดิบหรือวัสดุให้เป็นผลิตภัณฑ์หรือสินค้าและการบริการ

2.

ข้อใดไม่ใช่องค์ประกอบของกรรมวิธีการผลิต

โดยกระบวนการทางด้านเทคนิค (Technical Process)

a)

วัตถุดิบ

b)

ผลิตภัณฑ์

c)

การเพิ่มมูลค่า

d)

กระบวนการผลิต

3.

ข้อใดไม่ใช่องค์ประกอบของกรรมวิธีการผลิต

โดยกระบวนการทางด้านเศรษฐศาสตร์ (Economic)

a)

วัตถุดิบ

b)

ผลิตภัณฑ์

c)

การเพิ่มมูลค่า

d)

เศษวัสดุและของเสีย

4.

ข้อใดแบ่งกลุ่มของกรรมวิธีการผลิตได้อย่างถูกต้องที่สุด

a)

กระบวนการผลิตและกระบวนการประกอบ

b)

กระบวนการต่อแบบถาวรและกระบวนการประกอบ

c)

กระบวนการตกแต่งผิวและกระบวนการเปลี่ยนสมบัติวัสดุ

d)

กระบวนการขึ้นรูปวัสดุและกระบวนการเปลี่ยนสมบัติวัสดุ

5.

ข้อใดไม่ได้จัดอยู่ในกลุ่มของกระบวนการผลิต

a)

กระบวนการ

ตกแต่งผิว

b)

กระบวนการ

ขึ้นรูปวัสดุ

c)

กระบวนการ

ต่อแบบถาวร

d)

กระบวนการ

เปลี่ยนสมบัติวัสดุ

6.

ข้อใดไม่ได้จัดอยู่ในกลุ่มของกระบวนการจับยึดทางกล

a)

กระบวนการบัดกรี

b)

กระบวนการ

ต่อด้วยลวด

c)

กระบวนการ

ยึดด้วยเกลียว

d)

กระบวนการ

ยึดด้วยหมุดย้ำ

7.

ข้อใดไม่ได้จัดอยู่ในกลุ่มของกระบวนการประกอบแบบถาวร

a)

กระบวนการเชื่อม

b)

กระบวนการบัดกรี

c)

กระบวนการ

ต่อด้วยกาว

d)

กระบวนการ

ยึดด้วยเกลียว

8.

ข้อใดไม่ใช่องค์ประกอบของการเลือกกระบวนการผลิต

a)

วิธีการผลิต

b)

หน้าที่การใช้งาน

c)

วัสดุที่ใช้ในการผลิต

d)

รูปร่างของผลิตภัณฑ์

9.

กรรมวิธีการขึ้นรูปด้วยเครื่องมือกลพื้นฐานเป็นกรรมวิธีการผลิตแบบใด

a)

กรรมวิธีการผลิต

แบบพิเศษ

b)

กรรมวิธีการผลิต

แบบเสียเศษ

c)

กรรมวิธีการผลิต

แบบอัตโนมัติ

d)

กรรมวิธีการผลิต

แบบไม่เสียเศษ

10.

ข้อใดกล่าวถึงลักษณะของงานกลึงได้อย่างถูกต้อง

a)

การขัดสีด้วยคมตัดที่มากกว่าหนึ่งคมตัด

b)

ให้เครื่องมือตัดหมุนและเคลื่อนที่เข้าตัดเฉือนวัสดุ

c)

ให้เครื่องมือตัดเคลื่อนที่ในแนวเส้นตรงเข้าตัดเฉือน

d)

ให้ชิ้นงานหมุนและเครื่องมือตัดเคลื่อนที่

เข้าตัดเฉือนวัสดุ

11.

งานลักษณะใดไม่สามารถแปรรูปด้วยเครื่องกลึงได้

a)

เกลียว

b)

การเจาะรู

c)

ร่องหางเหยี่ยว

d)

เรียวทรงกระบอก

12.

การจับยึดชิ้นงานบนเครื่องกลึงข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง

a)

หัวจับ 3 ฟันจับอิสระ เหมาะสำหรับงานพื้นที่หน้าตัดเป็นสี่เหลี่ยม และแปดเหลี่ยม

b)

หัวจับ 4 ฟันจับอิสระ เหมาะสำหรับงานพื้นที่หน้าตัดเป็นวงกลม สี่เหลี่ยม

และแปดเหลี่ยม

c)

การจับยึดงานบนหน้าจาน เป็นงานที่ไม่สามารถจับด้วยหัวจับได้ เพราะงานมีลักษณะซับซ้อน

d)

การยึดงานระหว่างศูนย์ เป็นการยึดในลักษณะยันศูนย์หัวท้าย ด้วยจานพา ห่วงพาและยันศูนย์

13.

ข้อใดกล่าวถึงลักษณาการทำงานของการกัดได้อย่างถูกต้อง

a)

ให้เครื่องมือตัด

มีลักษณะเป็นเครื่องมือตัดหลายคม หมุนและเคลื่อนที่ผ่านชิ้นงาน

b)

ให้เครื่องมือตัด

มีลักษณะเป็นเครื่องมือตัดคมตัดเดียว หมุนและเคลื่อนที่ผ่านชิ้นงาน

c)

ให้ชิ้นงานเคลื่อนที่ผ่านเครื่องมือตัดที่มีลักษณะเป็นเครื่องมือตัดคมตัดเดียวที่กำลังหมุน

d)

ให้ชิ้นงานเคลื่อนที่ผ่านเครื่องมือตัดที่มีลักษณะเป็นเครื่องมือตัดหลายคมตัดที่กำลังหมุน

14.

ข้อใดไม่ใช่ลักษณะการทำงานของการไส

a)

แปรรูปในแนวเส้นรอบวงเพื่อลดขนาดผิวของชิ้นงาน

b)

เครื่องมือตัดอยู่กับที่ ส่วนชิ้นงานเคลื่อนที่เข้าตัดเฉือน

c)

เครื่องมือตัดเคลื่อนที่เข้าตัดเฉือน ส่วนชิ้นงานอยู่กับที่

d)

แปรรูปในแนวเส้นตรงเพื่อลดขนาดผิวหน้าของชิ้นงาน

15.

การไสแบบ Shaping หมายถึงข้อใด

a)

เครื่องมือตัดอยู่กับที่ ส่วนชิ้นงานเคลื่อนที่เข้าตัดเฉือน

b)

เครื่องมือตัดเคลื่อนที่เข้าตัดเฉือน

ส่วนชิ้นงานอยู่กับที่

c)

เครื่องมือตัดอยู่กับที่ ส่วนชิ้นงานหมุนและเคลื่อนที่เข้าตัดเฉือน

d)

เครื่องมือตัดหมุน

และเคลื่อนที่

เข้าตัดเฉือน

ส่วนชิ้นงานอยู่กับที่

16.

การเจาะงานด้วยเครื่องเจาะ งานแบบใดไม่สามารถเจาะได้

a)

การผายปากรู

b)

การเจาะรูเรียว

c)

การตาปเกลียว

d)

การเจาะฝังหัวสกรู

17.

ข้อใดไม่ใช่ลักษณะของการคว้าน

a)

ชิ้นงานยึดอยู่กับที่ และมีดคว้านหมุนเคลื่อนที่เข้าตัดเฉือน

b)

ชิ้นงานยึดอยู่กับที่ มีดคว้านเป็นตัวเคลื่อนที่เข้าไปตัดเฉือน

c)

ชิ้นงานหมุนอยู่กับที่ มีดคว้านเป็นตัวเคลื่อนที่เข้าไปตัดเฉือน

d)

ชิ้นงานยึดอยู่กับที่ และมีดคว้านยึดติดอยู่กับเพลาแล้วหมุนเคลื่อนที่เข้าตัดเฉือน

18.

วัสดุที่มีความแข็งมากควรใช้กับฟันเลื่อยที่มีจำนวนเท่าไร

a)

ฟันเลื่อยจำนวน

32 ฟัน/นิ้ว

b)

ฟันเลื่อยจำนวน 22,24 ฟัน/นิ้ว

c)

ฟันเลื่อยจำนวน 14,16,18 ฟัน/นิ้ว

d)

ฟันเลื่อยจำนวนมากกว่า 32 ฟัน/นิ้ว

19.

วัสดุที่มีความแข็งปานกลางควรใช้กับฟันเลื่อยที่มีจำนวนเท่าไร

a)

ฟันเลื่อยจำนวน

32 ฟัน/นิ้ว

b)

ฟันเลื่อยจำนวน 22,24 ฟัน/นิ้ว

c)

ฟันเลื่อยจำนวน 14,16,18 ฟัน/นิ้ว

d)

ฟันเลื่อยจำนวนมากกว่า 32 ฟัน/นิ้ว

20.

วัสดุอ่อนควรใช้กับฟันเลื่อยที่มีจำนวนเท่าไร

a)

ฟันเลื่อยจำนวน

32 ฟัน/นิ้ว

b)

ฟันเลื่อยจำนวน 22,24 ฟัน/นิ้ว

c)

ฟันเลื่อยจำนวน 14,16,18 ฟัน/นิ้ว

d)

ฟันเลื่อยจำนวนมากกว่า 32 ฟัน/นิ้ว

21.

ข้อใดไม่ใช่ลักษณะของการเจียระไน

a)

การเจียระไนราบ

b)

การเจียระไนกลม

c)

การเจียระไนคมตัด

d)

การเจียระไนไร้ศูนย์

22.

ข้อใดไม่ใช่ลักษณะการทำงานของการแทงขึ้นรูป

a)

การตัดเฉือนจะหมุนไปในทิศทางเดียวกัน

b)

มีทิศทางการตัดเฉือนไปในทิศทางเดียวกัน

c)

แปรรูปวัสดุด้วยเครื่องมือตัดที่มีฟันหลายฟัน

d)

ฟันของเหล็กแทงขึ้นรูปแต่ละฟันอยู่ในแนวเส้นตรงเดียวกัน

23.

กระบวนการขึ้นรูปร้อนจะกระทำในขณะที่โลหะมีอุณหภูมิเท่าไร

a)

ต่ำกว่าอุณหภูมิห้อง

b)

สูงกว่าอุณหภูมิห้อง

c)

ต่ำกว่าอุณหภูมิ

การตกผลึกใหม่

d)

สูงกว่าอุณหภูมิ

การตกผลึกใหม่

24.

การรีดขึ้นรูปร้อน โลหะที่นำมาใช้ในการรีดเรียกว่าอะไร

a)

โลหะหล่อ

b)

โลหะผสม

c)

โลหะแท่งหล่อ

d)

โลหะกึ่งสำเร็จรูป

25.

แท่งโลหะพื้นที่หน้าตัดรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส (Bloom)

นำไปรีดงานลักษณะใด

a)

รีดเป็นแผ่น

b)

รีดเป็นเกลียว

c)

รีดเป็นเพลากลม

d)

รีดเหล็กโครงสร้าง

26.

แท่งโลหะพื้นที่หน้าตัดรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาดเล็ก (Billet)

นำไปรีดงานลักษณะใด

a)

รีดเป็นแผ่น

b)

รีดเป็นเกลียว

c)

รีดเป็นเพลากลม

d)

รีดเหล็กโครงสร้าง

27.

แท่งโลหะพื้นที่หน้าตัดเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า (Slab)

นำไปรีดงานลักษณะใด

a)

รีดเป็นแผ่น

b)

รีดเป็นเกลียว

c)

รีดเป็นเพลากลม

d)

รีดเหล็กโครงสร้าง

28.

การตีบีบ (Upset Forging)

เป็นการตีเพื่อให้ได้ชิ้นงานที่มีลักษณะแบบใด

a)

ชิ้นงานที่มีรูปร่าง

เป็นเฟือง

b)

ชิ้นงานที่มีรูปร่าง

เป็นเกลียว

c)

ชิ้นงานที่มีรูปร่างเป็นกระป๋อง

d)

ชิ้นงานที่มีรูปร่าง

เป็นบ่าหรือขอ

29.

การหมุนขึ้นรูปร้อน เป็นการขึ้นรูปโลหะแผ่นให้มีลักษณะแบบใด

a)

เป็นเกลียว

b)

เป็นทรงกลม

c)

เป็นแผ่นเรียบ

d)

มีรูปร่างสมมาตร

30.

กระบวนการขึ้นรูปเย็นจะกระทำในขณะที่โลหะมีอุณหภูมิเท่าไร

a)

ต่ำกว่าอุณหภูมิห้อง

b)

สูงกว่าอุณหภูมิห้อง

c)

ต่ำกว่าอุณหภูมิ

การตกผลึกใหม่

d)

สูงกว่าอุณหภูมิ

การตกผลึกใหม่

31.

ข้อเสียของกระบวนการขึ้นรูปเย็นคือข้อใด

a)

เกิดความเค้นตกค้าง

b)

เนื้อโลหะมีความหนาแน่นเพิ่มขึ้น

c)

ทำให้เกรนของโลหะมีขนาดเล็กลง

d)

เนื้อหาโลหะจะมีลักษณะเป็นเนื้อเดียวกัน

32.

ข้อใดไม่ใช่ข้อดีของการขึ้นรูปเย็น

a)

มีผิวเรียบ

b)

โลหะมีความ

แข็งแรงดีขึ้น

c)

ได้ขนาดที่มีความเที่ยงตรงสูง

d)

ลดความพรุน

ของเนื้อโลหะลง

33.

การกำจัดความเค้นตกค้างภายในเนื้อของโลหะ

ที่ผ่านการขึ้นรูปเย็นมีกระบวนการอย่างไร

a)

นำชิ้นงานไปผ่านการปรับปรุงคุณภาพด้วยความร้อนที่อุณหภูมิต่ำกว่าอุณหภูมิห้องเล็กน้อย

b)

นำชิ้นงานไปผ่านการปรับปรุงคุณภาพด้วยความร้อนที่อุณหภูมิสูงกว่าอุณหภูมิห้องเล็กน้อย

c)

นำชิ้นงานไปผ่านการปรับปรุงคุณภาพด้วยความร้อนที่อุณหภูมิต่ำกว่าอุณหภูมิการตกผลึกใหม่เล็กน้อย

d)

นำชิ้นงานไปผ่านการปรับปรุงคุณภาพด้วยความร้อนที่อุณหภูมิสูงกว่าอุณหภูมิการตกผลึกใหม่เล็กน้อย

34.

การรีดขึ้นรูปเย็นเป็นการผลิตที่มีความหมายตรงกับข้อใด

a)

การรีดขึ้นรูป ณ อุณหภูมิของห้อง

b)

การรีดขึ้นรูปโดยใช้ความเย็นช่วย

c)

การรีดขึ้นรูปโดยใช้อุณหภูมิระหว่าง

30-40 องศา

d)

การรีดขึ้นรูปโดยใช้อุณหภูมิระหว่าง

35-40 องศา

35.

กรรมวิธีการขึ้นรูปเย็น

โดยการดึงชิ้นงานผ่านแม่พิมพ์ที่ต้องการเป็นกรรมวิธีการผลิต แบบใด

a)

การรีดเย็น

b)

การดึงขึ้นรูปเย็น

c)

การลากขึ้นรูปเย็น

d)

การหมุนรีด

ขึ้นรูปโลหะ

36.

กรรมวิธีการขึ้นรูปเย็น โดยเป็นกรรมวิธีการผลิตที่ชิ้นงานถูกตีอัดหรือกระแทกด้วยเครื่องจักรเข้าไปในแม่พิมพ์เป็นกรรมวิธีการผลิต แบบใด

a)

การดึงขึ้นรูปเย็น

b)

การลากขึ้นรูปเย็น

c)

การหมุนรีด

ขึ้นรูปโลหะ

d)

การบีบอัดหรือ

การตีขึ้นรูปเย็น

37.

กรรมวิธีการผลิตท่อ (Mandrel) มีไว้เพื่ออะไร

a)

เพื่อบังคับขนาดภายนอก

b)

เพื่อบังคับขนาด

รูในของท่อ

c)

เพื่อบังคับขนาดความยาวของท่อ

d)

เพื่อบังคับผิวภายนอกให้เรียบ

38.

การกดรีดโลหะแผ่นให้แนบกับแบบงาน

โดยการหมุนแล้วมีตัวกดรีดขึ้นรูปเป็นกรรมวิธีการผลิต แบบใด

a)

การลากขึ้นรูปเย็น

b)

การหมุนรีด

ขึ้นรูปโลหะ

c)

การบีบอัดหรือ

การตีขึ้นรูปเย็น

d)

การดึงขึ้นรูปเย็น

39.

จากรูป เป็นกรรมวิธีการผลิตแบบใด

a)

การรีดเย็น

b)

การดึงขึ้นรูปเย็น

c)

การลากขึ้นรูปเย็น

d)

การหมุนรีด

ขึ้นรูปโลหะ

40.

จากรูป เป็นกรรมวิธีการผลิตแบบใด

a)

การดึงขึ้นรูปเย็น

b)

การดัดขึ้นรูปเย็น

c)

การลากขึ้นรูปเย็น

d)

การบีบอัดหรือ

การตีขึ้นรูปเย็น