wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

ระบบภูมิคุ้มกัน

Total questions: 20

Worksheet time: 11mins

Name
Class
Date
1.

ข้อใดจับคู่ระหว่างอวัยวะในระบบภูมิคุ้มกันและหน้าที่ได้อย่างถูกต้อง (O-net)

a)

ไขกระดูก ทำหน้าที่สร้างเกล็ดเลือด

b)

ม้าม ทำหน้าที่ทำลายเซลล์เม็ดเลือดขาว

c)

ต่อมไทมัส ทำหน้าที่ทำลายเซลล์เม็ดเลือดแดง

d)

ต่อมน้ำเหลือง ทำหน้าที่ผลิตเซลล์เม็ดเลือดแดง

2.

กระเพาะอาหารทำลายเชื้อโรคที่เข้าสู่ร่างกายได้อย่างไร

a)

หลั่งสารที่มีฤทธิ์เป็นกรด

b)

มีเอนไซม์ไลโซไซม์ช่วยทำลายเชื้อโรค

c)

มีเซลล์เม็ดเลือดขาวช่วยทำลายเชื้อโรค

d)

ผลักให้เชื้อโรคเข้าสู่ท่อลมและขับออกด้วยการไอ

3.

เมื่อเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายคน ร่างกายจะมีปฏิกิริยาตอบสนองโดยสร้างสารใดมาต่อสู้ (O-net)

a)

ซีรัม

b)

แอนติบอดี

c)

ทอกซอยด์

d)

แอนติเจน

4.

ข้อใด อธิบายกลไกการต่อต้านหรือทำลายสิ่งแปลกปลอมแบบไม่จำเพาะไม่ถูกต้อง

a)

เป็นด่านแรกในการต่อสู้และป้องกันเชื้อโรคที่เข้ามาในร่างกาย เช่น ผิวหนัง เยื่อเมือก ซิเลีย

b)

อาศัยปฏิกิริยาทางเคมีระดับเซลล์ ซึ่งตอบสนองทันทีที่เชื้อโรคผ่านการป้องกันด่านแรกบุกรุกเข้าสู่ร่างกายได้

c)

มีการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันที่อาศัยสารน้ำ (humor) คือ แอนติบอดี (antibody) ของเซลล์เม็ดเลือดขาว lymphocytes ซึ่งสามารถจดจำเชื้อโรคได้

d)

เป็นกลไกการป้องกันโรคที่อาศัยสารเคมีที่ร่างกายสร้างขึ้นมาทำลายเชื้อโรคก่อนที่จะเข้าสู่ร่างกาย เช่น กรดในกระเพาะอาหาร น้ำลาย น้ำตา เหงื่อ

5.

เมื่อร่างกายได้รับเชื้อแอนแทรกซ์ทางผิวหนัง ร่างกายใช้เซลล์ใดและกระบวนการใดในการกำจัดเชื้อโรคดังกล่าว

a)

ลิมโฟไซต์ชนิดบี กระบวนการฟาโกไซโทซิส

b)

ลิมโฟไซต์ชนิดที กระบวนการแอคทีฟทรานสปอร์ต

c)

ฟาโกไซต์ กระบวนการฟาโกไซโทซิส

d)

เซลล์เมมเมอรี กระบวนการพิโนไซโทซิส

6.

เซลล์เม็ดเลือดขาวลิมโฟไซต์ lymphocyte) ทำลายเชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอมด้วยวิธีใด

a)

กินแบบฟาโกไซโกซีส

b)

กินแบบพิโนไซโทซีส

c)

สร้างแอนติบอดีต่อต้านเชื้อโรค

d)

สร้างเอนไซม์ออกมาย่อยเชื้อโรค

7.

เซลล์ลิมโฟไซต์ชนิดบีกำจัดเชื้อโรคหรือสิ่งแปลกปลอมด้วยวิธีใด (O-net)

a)

สร้างแอนติเจนจำเพาะ

b)

สร้างแอนติบอดีจำเพาะ

c)

สร้างเซลล์พลาสมาเพื่อกลืนกินเชื้อโรค

d)

กระตุ้นให้เซลล์ทีแบ่งตัวอย่างรวดเร็วเพื่อกำจัดเชื้อโรค

8.

การทำงานของเซลล์ในข้อใดเกี่ยวข้องกับเซลล์ทีผู้ช่วย (Helper T-Cell)

a)

B-lymphocyte และ memmory cell

b)

memmory cell และ Cytotoxic T-cell

c)

B-lymphocyte และ Cytotoxic T-cell

d)

B-lymphocyte , memmory cell และ Cytotoxic T-cell

9.

สารชนิดใดถูกใช้เป็นภูมิคุ้มกันรับมา

a)

ซีรัม

b)

วัคซีน

c)

แอนติเจน

d)

ทอกซอยด์

10.

สารในข้อใดต่อไปนี้ที่ช่วยให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันโรคได้รวดเร็วที่สุด

a)

ซีรัม

b)

ทอกซิน

c)

วัคซีน

d)

ทอกซอยด์

11.

ซีรัม และพลาสมามีองค์ประกอบที่เหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร

a)

แตกต่างกันคือ ซีรั่มจะมีไฟบริโนเจนแต่พลาสมาจะไม่มีไฟบริโนเจน

b)

เหมือนกันคือ ซีรั่มและพลาสมาจะมีทรอมบินเป็นองค์ประกอบ

c)

แตกต่างกันคือ พลาสมาจะมีทรอมบินแต่ซีรั่มจะมีไฟบริโนเจน

d)

เหมือนกันแต่ซีรั่มจะไม่มีไฟบริโนเจน

12.

ข้อใดไม่ใช่คุณสมบัติของภูมิคุ้มกันที่รับมาแต่กำเนิด

a)

ไม่มีการจดจำแอนติเจน

b)

ไม่มีความจำเพาะเจาะจง

c)

มีการตอบสนองทันที รวดเร็ว และรุนแรง

d)

กลไกการป้องกันสิ่งแปลกปลอมด้วยวิธีการจับกิน และย่อยทำลาย

13.

เด็กคนหนึ่งถูกสุนัขกัด ผู้ปกครองไม่แน่ใจว่าเป็นสุนัขบ้าหรือไม่ เพื่อความปลอดภัย จึงพาไปรับการฉีดเซรุ่มพิษสุนัขบ้าที่โรงพยาบาล เซรุ่มที่เด็กได้รับคือข้อใด (O-net)

a)

แอนติเจนซึ่งเป็นภูมิคุ้มกันแบบรับมา

b)

แอนติบอดีซึ่งเป็นภูมิคุ้มกันแบบก่อเอง

c)

แอนติบอดีซึ่งเป็นภูมิคุ้มกันแบบรับมา

d)

วัคซีนพิษสุนัขบ้าซึ่งเป็นภูมิคุ้มกันแบบก่อเอง

14.

ถ้าตรวจเลือดแล้วพบว่าเม็ดเลือดขาวเพิ่มมากขึ้นผิดปกติแสดงว่าเป็นโรคใด (O-NET)

a)

เอดส์

b)

ติดเชื้อ

c)

โลหิตจาง

d)

ธาลัสซีเมีย

15.

ข้อใดไม่ใช่ลักษณะเฉพาะของไวรัส HIV

a)

กลายพันธุ์ได้ง่าย

b)

ทำลายเซลล์เม็ดเลือดแดงทุกชนิด

c)

เพิ่มจำนวนโดยใช้วัตถุดิบจากเซลล์ที่ถูกทำลาย

d)

ถ่ายทอดทางเพศสัมพันธ์ หรือรับเลือดจากผู้ติดเชื้อ

16.

ข้อความใดกล่าวผิด

a)

ภูมิคุ้มกันรับมาและภูมิคุ้มกันก่อเองจะกระตุ้นให้ร่างกายสร้างแอนติบอดีต่อต้านเชื้อโรค

b)

เด็กที่ติดโรคอีสุกอีใสจากเพื่อนที่โรงเรียน จัดเป็นภูมิคุ้มกันก่อเอง

c)

การฉีดแอนติบอดีพิษสุนัขบ้าจัดเป็นภูมิคุ้มกันแบบรับมา

d)

การฉีดวัคซีนบาดทะยักจัดเป็นภูมิคุ้มกันก่อเอง

17.

อวัยวะใดต่อไปนี้ไม่เกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกัน

a)

ม้าม

b)

ตับ

c)

ต่อมไทมัส

d)

ต่อมน้ำเหลือง

18.

วัคซีนในข้อใดช่วยลดอาการป่วยจากโรคโควิท-19 และกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ดีที่สุด

a)

ซิโนแวค

b)

แอสตร้าเซนิกา

c)

ไฟเซอร์

d)

โมเดอร์นา

19.

ข้อใดไม่ใช่ยาที่ใช้รักษาโรคโควิท-19

a)

ยาฟ้าทะลายโจร

b)

ยาฟาวิพิราเวียร์

c)

ยาเรมเดซิเวียร์

d)

กระชายขาว

20.

โรคแพ้ภูมิคุ้มกันตัวเอง (SLE) เกิดจากสาเหตุใด

a)

เซลล์เม็ดเลือดขาวถูกทำลายอย่างรุนแรง

b)

เซลล์เม็ดเลือดขาวสร้างสารพิษแทนแอนติบอดี

c)

เซลล์ของร่างกายต่อต้านแอนติบอดีที่ร่างกายสร้างขึ้น

d)

เซลล์ของร่างกายถูกทำลายโดยแอนติบอดีที่ร่างกายสร้างขึ้น