wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

ทบทวน

Total questions: 55

Worksheet time: 28mins

Name
Class
Date
1.

นิราศนรินทร์คำโคลงประกอบด้วยบทประพันธ์กี่ชนิด อะไรบ้าง

a)

1 ชนิด : โคลงสี่สุภาพ

b)

2 ชนิด : กาพย์ยานี 11 และโคลงสี่สุภาพ

c)

2 ชนิด : ร่ายสุภาพ และโคลงสี่สุภาพ

d)

2 ชนิด : กลอนสุภาพ และโคลงสี่สุภาพ

2.

ข้อใดอธิบายความหมายของคำว่า "นิราศ" ได้ถูกต้องที่สุด

a)

การเร่ร่อน

b)

การพลัดพราก

c)

ความโศกเศร้า เสียใจ

d)

ความรัก

3.

ผู้แต่งนิราศนรินทร์คำโคลงเป็นกวีในรัชกาลใด

a)

รัชกาลที่ 1

b)

รัชกาลที่ 2

c)

รัชกาลที่ 3

d)

รัชกาลที่ 4

4.

นิราศนรินทร์คำโคลงเริ่มบรรยายเรื่องในตอนต้นถึงสิ่งใด

a)

สดุดีพระมหากษัตริย์

b)

พรรณนาการจากนาง

c)

พรรณนาการเดินทาง

d)

ชมบ้านเมือง

5.

ธรรมเนียมนิยมในการแต่งคำประพันธ์ประเภทนิราศ มักจะพิถีพิถันที่จะแสดงรสใดเป็นสำคัญ

a)

รสรัก รสอาลัย

b)

รสคำ รสความ

c)

รสชมความงาม

d)

รสบรรยายสถานที่

6.

เหตุที่โคลงนิราศนรินทร์ เป็นนิราศที่ได้รับการยกย่อง มีผู้กล่าวถึงและลบรัศมีนิราศอื่นๆ เพราะเหตุใด

a)

เป็นต้นแบบของนิราศเรื่องอื่น

b)

บรรยายเนื้อหาและสภาพสังคมได้ดี

c)

มีความวิจิตรบรรจง แสดงความรู้สึกของผู้แต่ง

d)

นำนิราศที่มีอยู่แล้วมาปรับให้ทันสมัย

7.

บทประพันธ์ต่อไปนี้ แสดงแนวคิดเรื่องใด


รอยบุญเราร่วมพ้อง พบกัน

บาปแบ่งสองทำทัน เท่าสร้าง

เพรงพรากสัตว์จำผัน พลัดคู่ เขาฤๅ

บุญร่วมบาปจำร้าง นุชร้างแรมไกล

a)

สวรรค์ - นรก

b)

บุพเพสันนิวาส

c)

เวียนว่ายตายเกิด

d)

บาป – บุญ

8.

“จำใจจากแม่เปลื้อง ปลิดอก อรเอย”

มีความหมายตรงกับข้อใด

a)

ถ้าควักหัวใจออกมาได้จะฝากหัวใจไว้กับน้อง

b)

จำใจต้องจากน้องไปด้วยความอาลัย ราวกับต้องปลิดหัวใจของตนออกไปจากน้อง

c)

ถ้าปลิดหัวใจให้น้องได้ พี่จะทำทันทีด้วยความรักและอาลัย

d)

จำใจต้องจากน้องไปไกลด้วยความอาลัยอาวรณ์

9.

“อ้าโฉมแม่แบบเบญ- จลักษณ์ เรียมเอย”

ข้อใดไม่ใช่ลักษณะของหญิงงามในเบญจลักษณ์

a)

ตางาม

b)

วัยงาม

c)

ผมงาม

d)

ผิวงาม

10.

“เห็นจากจากแจกก้าน แกมระกำ

ถนัดระกำกรรมจำ จากช้า

บาปใดที่โททำ แทนเท่า ราแม่

จากแต่คาบนี้หน้า พี่น้องคงถนอม”


จากโคลงข้างต้น บาทใดที่แสดงความหวัง

a)

เห็นจากจากแจกก้าน แกมระกำ

b)

ถนัดระกำกรรมจำ จากช้า

c)

บาปใดที่โททำ แทนเท่า ราแม่

d)

จากแต่คาบนี้หน้า พี่น้องคงถนอม

11.

พิจารณาโคลงด้านล่างว่าบาทใดสะท้อนคติทางพระพุทธศาสนา


“เห็นจากจากแจกก้าน แกมระกำ

ถนัดระกำกรรมจำ จากช้า

บาปใดที่โททำ แทนเท่า ราแม่

จากแต่คาบนี้หน้า พี่น้องคงถนอม”

a)

เห็นจากจากแจกก้าน แกมระกำ

b)

ถนัดระกำกรรมจำ จากช้า

c)

บาปใดที่โททำ แทนเท่า ราแม่

d)

จากแต่คาบนี้หน้า พี่น้องคงถนอม

12.

นักเรียนคิดว่าเนื้อหาของ "นิราศนรินทร์คำโคลง" มีคุณค่ายกเว้นข้อใด

a)

จรรโลงวัฒนธรรม

b)

การเกี้ยวพาราสีตามขนบธรรมเนียมไทย

c)

สะท้อนสภาพสังคมสมัยก่อน

d)

เหมาะแก่การเป็นต้นแบบในการประพันธ์โคลงสี่สุภาพ

13.

โคลงบทนี้ใช้โวหารภาพพจน์ใด

โฉมควรจักฟากฟ้า ฤๅดิน ดีฤๅ

เกรงเทพไท้ธรณินทร์ ลอบกล้ำ

ฝากลมเลื่อนโฉมบิน บนเล่านะแม่

ลมจะชายชักช้า ชอกเนื้อเรียมสงวน

a)

อุปมา

b)

อุปลักษณ์

c)

อธิพจน์

d)

บุคคลวัต

14.

ข้อใดไม่ได้กล่าวเกี่ยวกับความเชื่อด้านเทพเจ้า

a)

ฝากอุมาสมรแม่แล้ ลักษมีเล่านา

b)

พันเนตรภูวนาทตั้ง ตาระวัง ใดฮา

c)

ทราบสวยมภูวจักรี เกลือกใกล้

d)

เรียมคิดจนจบตรี โลกล่วง แล้วแม่

15.

"เห็นจากจากแจกก้าน แกมระกำ" จากบทประพันธ์ข้างต้นคำที่ขีดเส้นใต้เป็นการใช้คำประเภทใด

a)

การใช้คำซ้ำ

b)

การซ้ำคำ

c)

การเล่นคำ

d)

การกลากคำ

16.

การตามเสด็จในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ใดและเดินทางไปที่ใด

a)

ตรวจราชการแผ่นดินและเดินทางไปที่เมืองถลาง

b)

ยกทัพไปปราบพม่าที่เมืองตะนาวศรี

c)

ตามเสด็จเพื่อนมัสการสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เมืองเพชรบุรี

d)

ตามเสด็จเพื่อนมัสการสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เมืองเพชรบุรี

17.

คำประพันธ์ในข้อใด มีการกล่าวเปรียบเทียบเกินจริง

a)

เอียงอกเทออกอ้าง อวดองค์ อรเอย

เมรุชุบสมุทรดินลง เลขแต้ม

อากาศจักจานผจง จารึก พอฤๅ

โฉมแม่หยาดฟ้าแย้ม อยู่ร้อนฤๅเห็น

b)

ร่ำรักร่ำเรื่องร้าง แรมนวล นาฏฤๅ

เสนาะสนั่นดินครวญ ครุ่นฟ้า

สารสั่งพี่กำสรวล แสนเสน่ห์ นุชเอย

ควรแม่ไว้ต่างหน้า พี่พู้นภายหลัง

c)

ถับถึงปากร่วมน้ำ คะนึงนาง

ถามข่าวไปปากพราง พี่พร้อง

อรมาท่าหลงทาง ฉงนอยู่

ปากร่วมวานปากร้อง เรียกเจ้ามาจร

d)

จากมามาลิ่วล้ำ ลำบาง

บางยี่เรือราพลาง พี่พร้อง

เรือแผงช่วยพานาง เมียงม่าน มานา

บางบ่รับคำคล้อง คล่าวน้ำตาคลอ

18.

คำประพันธ์ข้อใด ที่ใช้การเล่นคำมากที่สุด

a)

ถึงชรอ่ำชรอุ่มห้อง เวหา หนเอย

คิดอรแมกเมฆมา กลัดไว้

b)

แม่กลองกลองบ่ได้ ยินดัง

รัวแต่กรประนัง หนึ่งค้อน

c)

เห็นจากจากแจกก้าน แกมระกำ

ถนัดระกำกรรมจำ จากช้า

d)

ลับยักษ์ลับเยาวให้ เรียมหา แม่แฮ

ฤๅอสุรพาลพา แวะเว้น

19.

ข้อความใดเป็นบทชมเมือง

a)

เรืองเรืองไตรรัตน์พ้น พันแสง

b)

โบสถ์ระเบียงมณฑปพื้น ไพหาร

c)

อยุธยายศล่มแล้ว ลอยสวรรค์ ลงฤๅ

d)

พระยศไท้เทิดฟ้า เฟื่องฟุ้งคุณธรรม

20.

คำว่า “ คล่าว” หมายความว่าอย่างไร

a)

แม่น้ำ

b)

มากมาย

c)

ก้มหัว

d)

หลั่งไหล

21.

“เอียงอกเทออกอ้าง อวดองค์ อรเอย” จากคำประพันธ์ข้างต้น กวีมีการใช้วรรณศิลป์ด้านใดที่เด่นชัดที่สุด

a)

การเล่นเสียงสัมผัสพยัญชนะ

b)

การเล่นเสียงสัมผัสสระ

c)

การเล่นเสียงสัมผัสคำ

d)

การเล่นเสียงสัมผัสพยางค์

22.

"ลมพัดคือพิษต้อง ตากทรวง " จากคำประพันธ์ข้างต้น กวีมีการใช้ภาพพจน์ใด

a)

อุปมา

b)

อุปลักษณ์

c)

อติพจน์

d)

บุคลาวัต

23.

นิราศนริทร์ฯ มีการใช้รสวรรณคดีประเภทใดที่เด่นชัดมากที่สุด

a)

เสาวรจนี นารีปราโมทย์

b)

พิโรธวาทัง สัลลาปังคพิสัย

c)

สัลลาปังคพิสัย เสาวรจนี

d)

เสาวรจนี พิโรธวาทัง

24.

"ศรีอยุธเยนทร์แย้มฟ้า แจกแสงจ้าเจิดจันทร์ เพียงรพิพรรณผ่องด้าว ขุนหาญห้าวแหนบาท" คำว่า "รพิพรรณ" มีความหมายว่าอย่างไร

a)

แสงจันทร์

b)

แสงดาว

c)

แสงอาทิตย์

d)

แสงพระธรรม

25.

"พักตร์สี่แปดโสตฟัง อื่นอื้อ"

หมายถึงใคร

a)

พระพรหม

b)

พระศิวะ

c)

พระนารายณ์

d)

พระอินทร์

26.

ชื่อประเพณีการเทศน์มหาชาติในข้อใดที่ไม่ถูกต้อง

a)

ภาคเหนือ - ตั้งธรรมหลวง

b)

ภาคกลาง - ฟังเทศน์มหาชาติ

c)

ภาคอีสาน - งานบุญพระเวส

d)

ภาคใต้ - งานสารทเดือนสิบ

27.

ข้อใดไม่ได้ปรากฏในทศพรของนางผุสดี

a)

ผิวพรรณผุดผ่อง

b)

ชื่อดังเดิม

c)

ผมมีกลิ่นหอม

d)

เป็นพระอัครมเหสีของพระราชาแห่งกรุงสีพี

28.

มหาชาติมีทั้งสิ้นกี่กัณฑ์

a)

10 กัณฑ์

b)

12 กัณฑ์

c)

13 กัณฑ์

d)

15 กัณฑ์

29.

ข้อใดเรียงลำดับกัณฑ์จากน้อยไปมากไม่ถูกต้อง

a)

ทศพร➨หิมพานต์➨ทานกัณฑ์

b)

ชูชก➨จุลพน➨มหาพน

c)

ฉกษัตริย์➨มหาราช➨นครกัณฑ์

d)

กุมาร➨มัทรี➨สักรบรรพ

30.

เหตุใดพระเวสสันดรจึงเสด็จออกจากเมือง

a)

บริจาคพระโอรส

b)

บริจาคมเหสี

c)

บริจาคราชรถ

d)

บริจาคช้างคู่บ้านคู่เมือง

31.

ข้อใดไม่ใช่ลักษณะของฝกโบกขรพรรษ

a)

มีสีแดง

b)

ใครอยากเปียกก็จะเปียก ใครไม่อยากเปียกก็จะไม่่เปียก

c)

เหมือนน้ำกลิ้งบนในบัว

d)

เกิดครั้งแรกเมื่อพระพุทธเจ้าไปโปรดพุทธบิดาและพระประยูรญาติ

32.

“สัตตสดกมหาทาน” ได้แก่

a)

ช้าง ม้า รถ พลรบ ทาสหญิง ทาสชาย นางสนม

b)

ช้าง ม้า โคนม กระบือ สตรี แพะ แกะ ลา

c)

ช้าง ม้า รถ โคนม สตรี ทาสหญิง ทาสชาย

d)

ช้าง ม้า รถ กระบือ ข้าทาส เสื้อผ้า อาหาร

33.

บุตรทารทาน หมายถึงข้อใด

a)

การทำทานโดยบริจาคภรรยา

b)

การทำทานแก่บุตรและภรรยา

c)

การทำทานโดยสละบุตรและภรรยา

d)

การยกทรัพย์สินให้แก่บุตรและภรรยา

34.

พระมหาเวสสันดรชาดก เป็นชาดกที่กล่าวถึงการบำเพ็ญบารมีใด

a)

ทานบารมี

b)

เมตตาบารมี

c)

ปัญญาบารมี

d)

ขันติบารมี

35.

เชื่อกันว่า การฟังเทศน์มหาชาติจะได้อานิสงส์อย่างไร

a)

จะมีชีวิตยืนยาว

b)

จะได้ไปเกิดบนสวรรค์

c)

จะได้เกิดในสมัยพระศรีอริยเมตไตรย

d)

จะรอดพ้นจากภัยอันตรายต่างๆ ตลอดไป

36.

ฝนโบกขรพรรษเกิดขึ้นในกัณฑ์ใด

a)

กัณฑ์กุมาร

b)

กัณฑ์มหาราช

c)

กัณฑ์นครกัณฑ์

d)

กัณฑ์ฉกษัตริย์

37.

พระอินทร์แปลงกายมาขอพระนางมัทรีจากพระเวสสันดรในกัณฑ์ใด

a)

กัณฑ์สักกบรรพ

b)

กัณฑ์นครกัณฑ์

c)

กัณฑ์ฉกษัตริย์

d)

กัณฑ์หิมพานต์

38.

จุดมุ่งหมายในการแต่งมหาเวสสันดรชาดก คืออะไร

a)

เพื่อใช้สั่งสอนประชาชนให้เลื่อมใสในพระพุทธศาสนา

b)

เพื่อใช้เป็นตำราให้ภิกษุสามเณรในสมัยนั้นใช้ฝึกเทศน์

c)

เพื่อใช้เป็นบทเทศน์

39.

เหตุการณ์สำคัญใดที่เกิดขึ้นใน "กัณฑ์หิมพานต์"

a)

พระเวสสันดรลาผนวช

b)

พราหมณ์มาขอช้างปัจจัยนาค

c)

นางอมิตตดาขอให้ชูชกไปขอสองกุมาร

d)

พระเวสสันดรทำสัตตสดกมหาทาน

40.

มหาชาติสำนวนภาคใดที่ใช้คำพรรณนา เรียบง่าย ศัพท์ไม่ยาก

a)

ภาคเหนือ-ใต้

b)

ภาคกลาง-เหนือ

c)

ภาคอีสาน-เหนือ

d)

ภาคใต้-อีสาน

41.

มหาชาติภาคใดที่ใช้สำนวนพรรณนาใช้คำอลังการ ศัพท์ยาก

a)

ภาคเหนือ

b)

ภาคใต้

c)

ภาคกลาง

d)

ภาคอีสาน

42.

ชูชกกินอาหารไม่ยั้งจนถึงแก่ความตาย เป็นเนื้อหาในกัณฑ์ใด

a)

กัณฑ์ชูชก

b)

กัณฑ์กุมาร

c)

กัณฑ์มหาราช

d)

ทานกัณฑ์

43.

เหตุใดการเทศน์มหาชาติ จึงเรียกว่า เทศน์คาถาพัน

a)

เพราะมีทำนองสวด วกวนไปมา

b)

ในแต่ละกัณฑ์มีจำนวน ๑,๐๐๐ คาถา

c)

มีคาถารวมทั้ง ๑๓ กัณฑ์ ได้ ๑,๐๐๐ คาถา

d)

ในแต่ละกัณฑ์มีการพรรณนาความมาก

44.

ฝนโบกขรพรรษเกิดขึ้นในกัณฑ์ใด

a)

กัณฑ์กุมาร

b)

กัณฑ์มหาราช

c)

กัณฑ์นครกัณฑ์

d)

กัณฑ์ฉกษัตริย์

45.

เพราะเหตุใดชูชกเมื่อเดินทางไปถึงอาศรมของพระเวสสันดรแล้วจึงไม่ เข้าไปขอชาลี และกัณหาทันที

a)

เพราะเป็นธรรมเนียมปฏิบัติของพราหมณ์ว่าไม่ให้ขอทานในเวลาย่ำเย็นต้องรอให้รุ่งสางเสียก่อน

b)

เพราะพระนางมัทรียังคงอยู่ในอาศรม กลัวว่าพระนางมัทรีจะไม่ยอมยกให้

c)

เพราะชูชกเดินทางเหนื่อยล้ามากจึงนอนพักเหนื่อยก่อน

d)

เพราะเป็นช่วงเวลาที่เย็นมากแล้ว กลัวว่าถ้านำาตัวชาลีกัณหากลับทันทีคงไม่ได้จึงนอนพักก่อน

46.

การฟัง หมายถึงข้อใดต่อไปนี้

a)

การรับรู้ผ่านเสียง

b)

การรับรู้ความหมายจากเสียงที่ได้ยิน

c)

การรู้ความหมาย

d)

การทำความเข้าใจซึ่งกันและกัน

47.

ข้อใดเป็นการฟังอย่างขาดประสิทธิภาพ

a)

รุ้งฟังวิธีการทำปุ๋ยหมักแล้วนำไปใช้

b)

กวางตุ้งฟังเพลงแล้วนำไปสนทนากับเพื่อน

c)

ผักบุ้งจดบันทึกคำบรรยายเป็นผังความคิด

d)

กุ้งนางตั้งใจฟังการอภิปรายเพียง ๑๕ นาทีแรก

48.

เมื่อผู้อื่นพูดถึงความไม่ดีของบุคคลที่ ๓ นักเรียนควรทำอย่างไร

a)

ไม่แสดงความคิดเห็น และพยายามเปลี่ยนหัวข้อสนทนา

b)

พิจารณาว่าถ้าเป็นความจริงตามที่ได้ฟังก็ควรบอกให้ผู้นั้นแก้ไข

c)

ห้ามปรามว่าไม่ควรพูดให้ผู้อื่นเสียหาย

d)

พยายามซักไซ้ให้ผู้พูดขยายความมากขึ้น

49.

ข้อใดต่อไปนี้ เป็นการฟังอย่างมีวิจารณญาณ

a)

หมูแดงฟังเพื่อนๆ คุยกันก่อนเข้าห้องเรียน

b)

หมูหวานฟังครูอธิบายวรรณคดีเรื่องอิเหนา

c)

หมูหย็องฟังการหาเสียงของผู้สมัครประธานนักเรียน

d)

หมูฟังพระบรมราโชวาทในวันขึ้นปีใหม่

50.

"อันความคิดวิทยาเหมือนอาวุธ

ประเสริฐสุดซ่อนใส่เสียในฝัก

สงวนคมสมนึกใครฮึกฮัก

จึงค่อยชักเชือดฟันให้บรรลัย"

จากคำประพันธ์แสดงแนวคิดตามข้อใด

a)

การคิดในทางสร้างสรรค์จะได้รับการชื่นชม

b)

ความรู้มีทั้งคุณและโทษ

c)

การปิดบังความรู้ทำให้ผู้นั้นมีคุณค่า

d)

การใช้ความรู้ในทางที่ถูกต้อง

51.

ข้อใดมีความสำคัญในการเลือกฟังและดูสำหรับนักเรียน

a)

รู้จักเลือกสื่อที่ใช้ฟัง

b)

รู้จักเลือกรายการที่เหมาะสมกับวัยของนักเรียน

c)

รู้จักแบ่งเวลามาฟังและดูสื่อให้เหมาะสมกับสภาพ ของนักเรียน

d)

รู้จักเลือกใช้โปรแกรมต่างๆ ในการฟังและดูสื่อจากสื่อคอมพิวเตอร์

52.

“ฟังแล้วสามารถวินิจฉัยได้ว่าสิ่งที่ฟังนั้นควรเชื่อหรือไม่ มีประโยชน์หรือไม่ อย่างไร” ข้อความนี้กล่าวถึงการฟังและดูสื่อประเภทใด

a)

การฟังและดูข่าวและเหตุการณ์ต่างๆ

b)

การฟังและดูกิจกรรมการแสดง

c)

การฟังและดูการบรรยายวิชาต่างๆ

d)

การฟังและดูคำอธิบายต่างๆ

53.

พฤติกรรมใดที่ถือว่าเสียมารยาทในการฟังและดูสื่อ

a)

กฤษฎามาถึงที่โรงภาพยนตร์ก่อนเวลาฉาย 10 นาที

b)

กัลยรัตน์ปิดเสียงโทรศัพท์ทุกครั้งก่อนเข้าโรงภาพยนตร์

c)

ขวัญจิราเล่นเกมในโทรศัพท์ ขณะดูหนังอยู่ในโรงภาพยนตร์

d)

ธันวาพยายามไม่ส่งเสียงโวยวาย ขณะอยู่ในโรงภาพยนตร์ แม้จะถูกขวัญชัยเหยียบเท้า

54.

บุคคลใดฟังอย่างมีจุดมุ่งหมาย เพื่อให้เกิดความรู้ความคิด

a)

จารวีนั่งฟังพระเทศน์ในวันมาฆบูชา

b)

ชลธิชานั่งฟังข่าวทางวิทยุ

c)

ชาลิสานั่งฟังปาฐกถาถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์

d)

ณัชชาภรณ์ฟังเพื่อนบอกคำตอบของการบ้านทางโทรศัพท์

55.

ข้อใดเป็นสำนวนเกี่ยวกับ

การฟังที่ไม่ได้ตั้งใจฟัง

a)

ฟังหูไว้หู

b)

ฟังความข้างเดียว

c)

สีซอให้ควายฟัง

d)

ฟังไม่ได้ศัพท์จับไปกระเดียด