wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

ความสัมพันธ์ของระบบเศรษฐกิจ

Total questions: 20

Worksheet time: 10mins

Name
Class
Date
1.

1.  หลักการพึ่งพาทางเศรษฐกิจที่สำคัญ ได้แก่อะไรบ้าง

a)

ก. การพึ่งพาทางการค้า การลงทุน การพึ่งพาอาศัย

เทคโนโลยี

b)

ข. การพึ่งพาทางการผลิต กระบวนการผลิต

ปัจจัยการผลิต

c)

ค. การพึ่งพาทางด้านปัจจัยการผลิต ทรัพยากรธรรมชาติ และการบริการ

d)

ง.  การพึ่งพาทางด้านสินค้า การพึ่งพาทางด้านบริการและด้านเทคโนโลยี

2.

2.  ระบบเศรษฐกิจแบบสังคมนิยม มีลักษณะสำคัญอย่างไร

a)

ก. รัฐเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สิน เป็นเจ้าของปัจจัยการผลิต

b)

ข. รัฐเป็นเจ้าของปัจจัยการผลิตในส่วนที่เกี่ยวข้องกับ

 ประชาชนส่วนใหญ่

c)

ค. เอกชนเป็นเจ้าของทรัพย์สิน และเป็นเจ้าของปัจจัย

 การผลิตในบางส่วนที่กฎหมายกำหนด

d)

ง. มีการแข่งขันการผลิตในธุรกิจขนาดใหญ่บางอย่าง

 ทำให้เกิดการผันแปรทางเศรษฐกิจอย่างมาก

3.

3.  ผู้ผลิตภายในประเทศไทยมีลักษณะเป็นธุรกิจประเภทใดเป็นส่วนใหญ่

a)

ก.  ธุรกิจขนาดเล็ก

b)

ข.  ธุรกิจขนาดใหญ่

c)

ค.  ธุรกิจขนาดกลาง

d)

ง.   ธุรกิจขนาดใหญ่พิเศษ

4.

  4.   ระบบเศรษฐกิจแบบสังคมนิยม มีข้อเสียอย่างไร

a)

            ก. ใช้ทรัพยากรธรรมชาติเปลือง เพราะต้องนำมาใช้ในการแข่งขันการผลิต

b)

ข.  ประชาชนไม่มีเสรีภาพในการทำธุรกิจตามความรู้ ความสามารถของตน

c)

ค.  เกิดการแข่งขันการโฆษณาทำให้ต้องเสียค่าใช้จ่าย และสูญเสียทรัพยากรในการโฆษณา

d)

ง. รัฐบาลเป็นผู้วางแผนดำเนินการผลิตและการบริหารจัดการทรัพยากรร่วมกับเอกชน

5.

5.  การที่ประเทศต่าง ๆ ในเอเชียพยายามส่งสินค้าออกไปแข่งขันในตลาดโลกนั้น มีจุดมุ่งหมายสำคัญอย่างไร

a)

            ก.  เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ประเทศในเอเชีย

b)

   ข.  เพื่อให้สินค้าของเอเชียเป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย

c)

ค.  เพื่อให้ผู้บริโภคนิยมหรือเลือกซื้อสินค้าส่งออกของตน

d)

ง. เพื่อให้เป็นที่เชื่อถือของนักลงทุน และนักลงทุนจะได้นำ

            เงินไปลงทุนในภูมิภาคเอเชีย

6.

6.  ข้อดีของระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยม คืออะไร

a)

   ก.  เอกชนสามารถแข่งขันกันผลิตสินค้าได้อย่างเสรี

b)

ข. ประชาชนได้รับการดูแลด้านสวัสดิการจากรัฐอย่างทั่วถึง

c)

ค. รัฐบาลสามารถควบคุมดูแลการผลิตทุกประเภทให้มีคุณภาพ

d)

ง. ผู้ที่มีความสามารถสูงสามารถผลิตสินค้าได้มาก

ขายสินค้าได้มาก มีกำไรมาก เกิดแรงจูงใจในการ

ทำงาน

7.

  7.  การแข่งขันทางการค้ายังต่างประเทศ มีผลสำคัญอย่างไร

a)

ก.  ผู้ผลิตสินค้าได้กำไรมากว่าขายในประเทศ

b)

ข.  ราคาสินค้าถูกมากกว่าปกติ เพราะมีการแข่งขันกัน      

c)

ค. อัตราค่าจ้างขั้นต่ำของแรงงานได้รับการปรับปรุง

ให้สูงขึ้น

d)

   ง.  ผู้ผลิตสินค้าต้องปรับปรุงคุณภาพสินค้า เพื่อให้ได้มาตรฐานสากล 

8.

  8.  การที่กลุ่มผู้ผลิตน้ำมันสามารถกำหนดราคาน้ำมันในตลาดโลกได้นั้น แสดงให้เห็นความสำคัญของสิ่งใด

a)

ก.  ที่ดิน                   

b)

ข.  แรงงาน

c)

            ค.  ผู้ประกอบการ

d)

ง.  ทรัพยากรธรรมชาติ

9.

  9.   การรวมกลุ่มของอาเซียน ส่งผลดีต่อข้อใดมากที่สุด

a)

ก.  สร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศ

b)

ข. สร้างความเข้มแข็งทางด้านเศรษฐกิจในภูมิภาค

c)

ค.  มีการคิดต่อค้าขายระหว่างประเทศในกลุ่มอาเซียน

d)

ง.  สร้างความมั่นคงทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม

10.

10.   ลักษณะสำคัญของระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยม คืออะไร

a)

ก. รัฐเป็นเจ้าของปัจจัยการผลิต หรือทรัพยากรต่าง ๆ ของสังคม

b)

ข. ให้เสรีภาพแก่เอกชนในการดำเนินกิจกรรมด้านเศรษฐกิจ

c)

ค. รัฐและเอกชนร่วมกันดำเนินการผลิตเพื่อประโยชน์ของส่วนรวม

d)

ง. เอกชนเป็นเจ้าของทรัพย์สินและปัจจัยการผลิตบางประเภท

11.

11.  ปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อเศรษฐกิจโลก ได้แก่อะไร

a)

ก.         ที่ดิน  แรงงาน

b)

ข.   ทุน  ผู้ประกอบการ

c)

ค. ทรัพยากรธรรมชาติ  ผู้ประกอบการ

d)

ง.   ทรัพยากรธรรมชาติ  แรงงาน และทุน

12.

12.   ตลาดที่มีการแข่งขันระดับสูงมาก มีผู้ผลิตและผู้ซื้อจำนวนมาก จัดเป็นตลาดประเภทใด

a)

    ก.  ตลาดผูกขาด

b)

ข.  ตลาดกึ่งแข่งขัน

c)

ค.  ตลาดแข่งขันสมบูรณ์

d)

ง.  ตลาดกึ่งแข่งขัน กึ่งผูกขาด

13.

13.  ระบบเศรษฐกิจแบบสังคมนิยม มีลักษณะสำคัญอย่างไร

a)

ก. รัฐเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สิน เป็นเจ้าของปัจจัยการผลิต

b)

ข. รัฐเป็นเจ้าของปัจจัยการผลิตในส่วนที่เกี่ยวข้องกับ

 ประชาชนส่วนใหญ่

c)

ค. เอกชนเป็นเจ้าของทรัพย์สิน และเป็นเจ้าของปัจจัย

 การผลิตในบางส่วนที่กฎหมายกำหนด

d)

ง. มีการแข่งขันการผลิตในธุรกิจขนาดใหญ่บางอย่าง

 ทำให้เกิดการผันแปรทางเศรษฐกิจอย่างมาก

14.

14.  ข้อเสียของระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยม คืออะไร

a)

ก. การดำเนินงานไม่คล่องตัวเพราะส่วนมากเป็นธุรกิจ

 ขนาดใหญ่

b)

ข. ประชาชนไม่มีเสรีภาพในการผลิตจึงขาดแรงจูงใจ

 ในการทำงาน

c)

ค. การวางแผนการผลิตโดยรัฐและเอกชนร่วมกัน

 อาจเกิดข้อขัดแย้งกันได้

d)

ง. หากมีผู้ผลิตสินค้าน้อยราย ผู้ผลิตมีโอกาสรวมตัว

            กันผูกขาดการผลิต เพราะรัฐไม่ได้เข้าไปควบคุม         

15.

15.   ประเทศใดใช้ระบบเศรษฐกิจแบบผสม

a)

ก.         ไทย สิงคโปร์ ญี่ปุ่น

b)

ข.   จีน อินเดีย เวียดนาม

c)

ค. เมียนมา ลาว ฟิลิปปินส์

d)

            ง. กัมพูชา เมียนมา สิงคโปร์

16.

16.  ระบบเศรษฐกิจแบบผสม มีข้อเสียอย่างไร

a)

ก. เอกชนมีเสรีภาพในการประกอบอาชีพทำให้มีการ

ผูกขาดการผลิตและบริการ

b)

ข. รัฐบาลไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงกิจการด้านการ

ผลิตของเอกชนได้อย่างเต็มที่

c)

ค. ทรัพยากรธรรมชาติถูกนำมาใช้ในการผลิตเป็น

จำนวนมาก เนื่องจากเอกชนมีเสรีภาพในการผลิต

d)

ง. การวางแผนจากส่วนกลาง เพื่อประสานประโยชน์

ของรัฐกับเอกชนให้เกิดผลดีต่อส่วนรวมอย่าง

แท้จริงทำได้ยาก

17.

17.  การจัดอันดับความสามารถในการแข่งขันทางการค้าของประเทศไทย ของสถาบันเพื่อการพัฒนาการจัดการ (IMD) ประเทศไทย มีประสิทธิภาพในการแข่งขันในระดับใด

a)

ก.  ต่ำ

b)

ข.  ปานกลาง       

c)

     ค. สูง                  

d)

ง.  ค่อนข้างสูง

18.

18.   ระบบเศรษฐกิจแบบผสม มีลักษณะสำคัญอย่างไร

a)

ก.  การแข่งขันการผลิตเป็นไปอย่างเสรี รัฐจะไม่เข้าไปแทรกแซง

b)

ข. กิจการด้านการผลิตเป็นของเอกชนเฉพาะส่วนที่เกี่ยวกับด้านอุตสาหกรรม

c)

ค.  รัฐและเอกชนร่วมกันวางแผนการผลิตสินค้า และบริการทุกประเภท เพื่อให้สินค้าและบริการมีคุณภาพ

d)

ง.  เอกชนทำการผลิต แต่รัฐเข้าไปแทรกแซง หรือมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางเศรษฐกิจด้วย เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมทางเศรษฐกิจ

19.

19.    ระบบเศรษฐกิจแบบผสม มีข้อดีอย่างไร

a)

ก. เอกชนมีแรงจูงใจในการผลิตและบริการทำให้มีการแข่งขันกันสูง

b)

ข. การดำเนินการผลิตโดยรัฐส่งผลดีต่อคุณภาพของ

สินค้าและบริการ

c)

ค. เอกชนมีบทบาททางเศรษฐกิจ มีการแข่งขันกัน

ผลิตสินค้า มีคุณภาพ

d)

ง. การบริหารงานโดยรัฐและเอกชนร่วมกัน ทำให้

            สินค้าและบริการมีคุณภาพ

20.

20.  เมื่อประเทศไทยมีความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจสูง ผลที่ตามมาคือข้อใด

a)

ก. ค่าครองชีพของประชาชนสูงขึ้น ความต้องการซื้อ สินค้าน้อยลง

b)

ข. ประชาชนมีกำลังซื้อ และต้องการสินค้านำเข้าจาก

 ประเทศอื่นมากขึ้น

c)

ค. ประชาชนมีกำลังซื้อน้อยลง เพราะราคาสินค้าแพง

 มีการเก็บออมมากขึ้น

d)

    ง. ประชาชนมีรายได้ดี สามารถเก็บเงินได้มาก 

            ไม่ต้องการซื้อสินค้านำเข้าจากต่างประเทศ