wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

โลกและทรัพยากร เชื้อเพลิงดึกดำบรรพ์

Total questions: 137

Worksheet time: 1hrs 15mins

Name
Class
Date
1.

โครงสร้างโลกแบ่งตามลักษณะมวลสารได้ชั้นใหญ่ๆสามชั้นอะไรบ้าง?

a)

ชั้นเปลือกโลก ใต้เปลือกโลก แก่นโลก

b)

ชั้นเปลือกโลก เนื้อโลก ธรณีภาค

c)

ชั้นเปลือกโลก เนื้อโลก หินหนืด

d)

ชั้นเปลือกโลก เนื้อโลก แก่นโลก

2.

เปลือกโลกภาคพื้นทวีป ประกอบไปด้วยอะไรบ้าง?

a)

ซิลิคอนและซิลิกา

b)

ซิลิคอนและอะลูมินา

c)

เหล็กและทองแดง

d)

ซิลิคอนและแมกนีเซียม

3.

เปลือกโลกแบ่งออกเป็น 2 บริเวณคือ?

a)

เปลือกโลกภาคพื้นทวีปและเปลือกโลกภาคพื้นน้ำ

b)

เปลือกโลกภาคพื้นดินและเปลือกโลกภาคพื้นน้ำ

c)

เปลือกโลกชั้นนอกและเปลือกโลกชั้นใน

d)

เปลือกโลกภาคพื้นทวีปและเปลือกโลกใต้มหาสมุทร

4.

ชั้นเนื้อโลกส่วนบนกับชั้นเปลือกโลกรวมกันเรียกว่าอะไร?

a)

แมนเทิล

b)

ธรณีภาค

c)

ธรณีภาคพื้นทวีป

d)

ธรณีภาคพื้นเปลือกโลก

5.

ลักษณะในข้อใดพบมากในภูเขาหินปูน

a)

ถ้ำหินงอกหินย้อย

b)

น้ำตก

c)

การพังทลายบ่อยครั้ง

d)

การมีแร่ธาตุจำนวนมาก

6.

ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับโครงสร้างของโลก

a)

หินหนืดเป็นหินที่อยู่ในสภาพหลอมละลาย ซึ่งเป็นส่วนที่อยู่ในชั้นเนื้อโลก

b)

เปลือกโลกภาคพื้นทวีป มีองค์ประกอบส่วนใหญ่เป็นซิลิคอนและอะลูมิเนียม

c)

แนวแบ่งเขตกูเทนเบิร์กเป็นบริเวณรอยต่อระหว่างชั้นเนื้อโลกกับชั้นแก่นโลก

d)

แก่นโลกเป็นชั้นที่อยู่ภายในสุดของโลก ซึ่งมีความบางที่สุดเมื่อเทียบกับชั้นอื่นๆ

7.

ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับชั้นเนื้อโลก

a)

ประกอบไปด้วยชั้นธรณีภาคและชั้นฐานธรณีภาค

b)

องค์ประกอบส่วนใหญ่เป็นโลหะผสมระหว่างเหล็กและนิกเกิล

c)

ประกอบไปด้วยหิน ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในสภาพหลอมละลายบางส่วน

d)

ตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาชั้นเนื้อโลก คือ อุกกาบาตเหล็กที่พบบนโลก

8.

แนวไม่ต่อเนื่องโมโฮโรวิซิก หรือโมโฮ คือบริเวณใด

a)

บริเวณรอยต่อระหว่างชั้นเนื้อโลกกับชั้นแก่นโลก

b)

บริเวณรอยต่อระหว่างชั้นเปลือกโลกกับชั้นเนื้อโลก

c)

บริเวณรอยต่อระหว่างชั้นเนื้อโลกกับแนวแบ่งเขตกูเทนเบิร์ก

d)

บริเวณรอยต่อระหว่างชั้นเนื้อโลกส่วนบนกับชั้นเนื้อโลกส่วนล่าง

9.

ชั้นของโครงสร้างโลกชั้นใดที่มีหินหลอมละลาย

a)

เนื้อโลก

b)

ธรณีภาค

c)

เปลือกโลก

d)

แก่นโลกชั้นใน

10.

ชั้นใดของโลกที่มีองค์ประกอบเป็นเหล็กและนิกเกิล

a)

ชั้นเนื้อโลก

b)

ชั้นมัชฌิมภาค

c)

แก่นโลกส่วนนอก

d)

ชั้นเปลือกโลกทวีป

11.

แผ่นดินไหว เกิดขึ้นที่ส่วนใดของโครงสร้างโลก

a)

แก่นโลก

b)

ชั้นธรณีภาค

c)

ชั้นฐานธรณีภาค

d)

ชั้นที่มีหินหลอมละลาย

12.

เพราะเหตุใดจึงพบสารจำพวกเหล็กและนิกเกิลปริมาณมากในบริเวณชั้นแก่นโลก

a)

เหล็กและนิกเกิลมีสถานะเป็นของเหลว

b)

เหล็กและนิกเกิลมีความถ่วงจำเพาะสูง

c)

เหล็กและนิกเกิลมีความถ่วงจำเพาะต่ำ

d)

เหล็กและนิกเกิลมีสถานะเป็นของแข็ง

13.

แผ่นเปลือกโลกและเนื้อโลกชั้นบนรวมกันเรียกว่าอะไร

a)

พื้นโลก

b)

ธรณีภาค

c)

โลกชั้นบน

d)

ฐานธรณีภาค

14.

เพราะเหตุใดแก่นโลกส่วนในจึงอยู่ในสถานะของแข็ง

a)

บริเวณแก่นโลกส่วนในมีอุณหภูมิสูงมาก

b)

บริเวณแก่นโลกส่วนในมีความดันสูงมาก

c)

บริเวณแก่นโลกส่วนในประกอบด้วยธาตุเหล็กและนิกเกิล

d)

บริเวณแก่นโลกส่วนในประกอบด้วยธาตุแมกนีเซียมและนิกเกิล

15.

ส่วนที่เรียกว่า ไซอัล มีลักษณะอย่างไร

a)

องค์ประกอบส่วนใหญ่เป็นซิลิคอนและเหล็ก

b)

องค์ประกอบส่วนใหญ่เป็นแมกนีเซียมและเหล็ก

c)

องค์ประกอบส่วนใหญ่เป็นซิลิคอนและอะลูมิเนียม

d)

องค์ประกอบส่วนใหญ่เป็นซิลิคอนและแมกนีเซียม

16.

ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับโครงสร้างของโลก

a)

ชั้นฐานธรณีภาค คือ ส่วนของเนื้อโลกที่รองรับชั้นธรณีภาค

b)

เปลือกโลกภาคพื้นทวีป ประกอบไปด้วยหินบะซอลต์เป็นส่วนใหญ่

c)

แก่นโลก มีองค์ประกอบส่วนใหญ่เป็นโลหะผสมระหว่างเหล็กและนิกเกิล

d)

นักวิทยาศาสตร์สามารถแบ่งโครงสร้างของโลกได้จากการศึกษาคลื่นไหวสะเทือน

17.

ชั้นฐานธรณีภาค อยู่บริเวณส่วนใดของโครงสร้างโลก

a)

ชั้นเนื้อโลก

b)

ชั้นเปลือกโลก

c)

อยู่ส่วนในสุดของแก่นโลก

d)

รอยต่อระหว่างชั้นเปลือกโลกกับชั้นเนื้อโลก

18.

ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับเปลือกโลกภาคพื้นทวีปและเปลือกโลกภาคพื้นมหาสมุทร

a)

เปลือกโลกภาคพื้นทวีปประกอบด้วยหินบะซอลต์เป็นส่วนใหญ่

b)

เปลือกโลกภาคพื้นทวีปมีความหนาน้อยกว่าเปลือกโลกภาคพื้นมหาสมุทร

c)

เปลือกโลกภาคพื้นทวีปมีองค์ประกอบส่วนใหญ่เป็นซิลิคอนและแมกนีเซียม

d)

เปลือกโลกภาคพื้นมหาสมุทรมีองค์ประกอบส่วนใหญ่เป็นซิลิคอนและแมกนีเซียม

19.

ลักษณะภายในโลกแบ่งเป็นชั้นๆ จากชั้นนอกสู่ชั้นใน คือ ชั้นเปลือกโลก(crust) ชั้นเนื้อโลก(mantle) ชั้นแก่นโลกส่วนนอก(outer core) และชั้นแก่นโลกส่วนใน(inner core) นักเรียนคิดว่าชั้นใดมีสถานะเป็นของแข็ง

a)

crust

b)

mantle

c)

outer core

d)

crust and mantle

20.

ธรณีภาคคือบริเวณตามข้อใด

a)

ส่วนที่เป็นเปลือกโลกทั้งหมด

b)

เปลือกโลกรวมกับแก่นโลก

c)

เปลือกโลกรวมกับเนื้อโลก

d)

เนื้อโลกรวมกับแก่นโลก

21.

ข้อใดแบ่งโครงสร้างภายในของโลกตามองค์ประกอบทางเคมีได้ถูกต้อง

a)

เปลือกโลกทวีป เนื้อโลก และแก่นโลก

b)

เปลือกโลกทวีป เนื้อโลก และแก่นโลก

c)

เปลือกโลก เนื้อโลก และแก่นโลก

d)

เปลือกโลกทวีป เปลือกโลกมหาสมุทร และแก่นโลก

22.

เปลือกโลกรวมกับเนื้อโลกตอนบน เรียกว่าอะไร

a)

เปลือกโลก

b)

เนื้อโลก

c)

ธรณีภาค

d)

ฐานธรณีภาค

23.

หมายเลข 1 คือชั้นใดของโครงสร้างโลก

a)

เปลือกโลก

b)

เนื้อโลก

c)

แก่นโลก

d)

ขอบโลก

24.

หมายเลข 2 คือชั้นใดของโครงสร้างโลก

a)

เปลือกโลก

b)

แก่นโลก

c)

เนื้อโลก

d)

ขอบโลก

25.

หมายเลข 3 คือชั้นใดของโครงสร้างโลก

a)

เปลือกโลก

b)

ขอบโลก

c)

แก่นโลก

d)

เนือโลก

26.

แนวสีแดง เรียกว่าอะไร

a)

Ring of Fire

b)

Circle of Fire

c)

Zero of Fire

d)

Fire The valcano

27.

เปลือกโลกภาคพื้นทวีป ประกอบด้วยธาตุใดบ้าง

a)

ซิลิคอนและซิลิกา

b)

ซิลิคอนและอะลูมินา

c)

เหล็ก และ ทองแดง

d)

ซิลิคอนและแมกนีเซียม

28.

เปลือกโลกแบ่งออกเป็น 2 บริเวณ คือ

a)

เปลือกโลกภาคพื้นทวีป และ เปลือกโลกภาคพื้นน้ำ

b)

เปลือกโลกภาคพื้นดิน และ เปลือกโลกภาคพื้นน้ำ

c)

เปลือกโลกชั้นนอก และ เปลือกโลกชั้นใน

d)

เปลือกโลกภาคพื้นทวีป และ เปลือกโลกมหาสมุทร

29.

เปลือกโลกกใต้มหาสมุทร ประกอบด้วยธาตุอะไรบ้าง

a)

ซิลิคอนและแมกนีเซียม

b)

ซิลิคอนและซิลิกา

c)

ซิลิคอนและอะลูมินา

d)

ซิลิคอนและเหล็ก

30.

โครงสร้างภายในโลกชั้นใดมีอุณหภูมิสูงที่สุด

a)

แมนเทิล

b)

เปลือกโลกชั้นใน

c)

ระหว่างแก่นโลกกับแมนเทิล

d)

แก่นโลก

31.

โครงสร้างภายในโลกชั้นใดมีความหนาที่สุด

a)

เปลือกโลก

b)

เนื้อโลก

c)

แก่นโลกชั้นนอก

d)

แก่นโลกชั้นใน

32.

ข้อใดเรียงลำดับจากชั้นนอกไปชั้นในได้ถูกต้อง

a)

แก่นโลก เปลือกโลก เนื้อโลก

b)

เนื้อโลก แก่นโลก เปลือกโลก

c)

เปลือกโลก แก่นโลก เนื้อโลก

d)

เปลือกโลก เนื้อโลก แก่นโลก

33.

ชั้นใดของโลกที่มีอุณหภูมิสูงที่สุด

a)

แมนเทิล

b)

แก่นโลก

c)

เปลือกโลกชั้นใน

d)

ระหว่างแก่นโลกกับแมนเทิล

34.

ข้อใดเรียงลำดับจากชั้นนอกไปชั้นในได้ถูกต้อง

a)

แก่นโลก เปลือกโลก เนื้อโลก

b)

เนื้อโลก แก่นโลก เปลือกโลก

c)

เปลือกโลก แก่นโลก เนื้อโลก

d)

เปลือกโลก เนื้อโลก แก่นโลก

35.

ประเภทของการผุพังอยู่กับที่แบ่งได้เป็น 2 ประเภทคือ..

a)

การผุพังอยู่กับที่เชิงกล และการผุพังอยู่กับที่ทางกายภาพ

b)

การผุพังอยู่กับที่ทางกายภาพ และการผุพังอยู่กับที่ทางเคมี

c)

การผุพังอยู่กับที่ของหิน และการผุพังอยู่กับที่ของดิน

d)

การผุพังอยู่กับที่เชิงนามธรรม และการผุพังอยู่กับที่เชิงรูปธรรม

36.

การผุพังอยู่กับที่ทางกายภาพหมายถึงข้อใด

a)

การเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบทางเคมี

b)

การเปลี่ยนแปลงเฉพาะขนาดและรูปร่างของหิน

c)

การเปลี่ยนแปลงของธาตุในหิน

d)

การทำปฏิกริยาเคมีกับแก๊สออกซิเจน

37.

ข้อใด ทำให้เกิดทะเลสาบรูปแอก

a)
b)
c)
d)
38.

แม่น้ำสายหนึ่งมีลักษณะการไหลดังภาพ ถ้านักเรียนจะปลูกบ้านริมแม่น้ำ นักเรียนควรเลือกปลูกบ้าน ณ ตำแหน่งใด

a)

ก. และ ข.

b)

ค. และ ง.

c)

ก. และ ง.

d)

ข. และ ค

39.

จากภาพเป็นกระบวนการเปลี่ยนแปลงทางธรณีวิทยาด้วยวิธีใด

a)

การสะสมตัวของตะกอน

b)

การผุพังอยู่กับที่

c)

การกร่อน

d)

การมุดตัว

40.

การที่กระแสน้ำไหลจากภูเขาสูงลงสู่ที่ราบที่มีร่องกว้าง จะทำให้เกิดภูมิลักษณ์แบบใด

a)

แหล่งตะกอนน้ำพารูปพัด

b)

ดินดอนสามเหลี่ยม

c)

แม่น้ำโค้งตวัด

d)

ทะเลสาป

41.

สภาพใดทำให้เกิดภูมิลักษณ์ดินดอนสามเหลี่ยม

a)

น้ำไหลลงมาจากภูเขาสูง

b)

การกัดเซาะหินโดยคลื่นทะเล

c)

น้ำจากปากแม่น้ำไหลลงสู่ทะเล

d)

การกัดเซาะของน้ำในแม่น้ำ

42.

เมื่อกรดทำปฏิกิริยากับหินปูนทำให้หินเว้าแหว่ง ภูมิลักษณ์นี้เรียกว่าอะไร

a)

ดินดอนสามเหลี่ยม

b)

คาสต์

c)

หุบเขา

d)

ตะกอนรูปพัด

43.

จากภาพ A B และ C คือส่วนประกอบใดของโลก ตามลำดับ

a)

A   =   เปลือกโลก,   B   =   เนื้อโลก,   C   =   แก่นโลก

b)

A   =   เนื้อโลก,   B   =   แก่นโลก,   C   =   เปลือกโลก

c)

A   =   แก่นโลก,   B   =   เนื้อโลก,   C   =   เปลือกโลก

d)

A + B   =   แก่นโลก,   C   =   เปลือกโลก

44.

จากความรู้เรื่อง โครงสร้างของโลก นักเรียนคิดว่าเราดำรงชีวิตอยู่บนส่วนใดของโลก

a)

บนเปลือกโลก

b)

บนเนื้อโลก

c)

ในแกนโลก

d)

อยู่ระหว่างเปลือกโลก กับเนื้อโลก

45.

ข้อใดหมายถึงแผ่นเปลือกโลก

a)

แผ่นหินแข็งที่ลอยพ้นน้ำทะเล เป็นที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตบนบก

b)

แผ่นหินแข็งต่อกัน ห่อหุ้มเนื้อโลกไว้ มีส่วนที่อยู่ใต้พื้นมหาสมุทร และใต้ทวีปต่างๆ

c)

เป็นหินหนืด อุณหภูมิสูง 2,250 – 4,500 องศา

d)

แผ่นดินที่เป็นภาคพื้นทวีปประกอบด้วย 7 ทวีป

46.

ถ้าเปรียบเทียบโครงสร้างของไข่ไก่กับโครงสร้างโลกส่วนที่เป็นไข่แดงเปรียบได้กับโครงสร้างใดของโลก

a)

เปลือกโลก

b)

แมนเทิล

c)

แก่นโลก

d)

แก่นโลกชั้นใน

47.

โครงสร้างโลกส่วนใดมีความหนามากที่สุด

a)

เนื้อโลก

b)

แก่นโลก

c)

เปลือกโลกชั้นใน

d)

เปลือกโลกชั้นนอก

48.

ปัจจัยข้อใดที่ทำให้เกิดกระบวนการผุพังทางกายภาพของหิน

a)

ไอน้ำในอากาศ

b)

ฝนกรด

c)

แก๊สในอากาศ

d)

คน สัตว์ และพืช

49.

ข้อใด หมายถึง แอ่งหินปูนที่ถูกกัดกร่อนด้วยฝนกรด

a)

คาสต์

b)

ถ้ำ

c)

ทะเลสาบรูปแอก

d)

หินงอก

50.

ข้อใด ไม่ใช่ กระบวนการกร่อน

a)

การเกิดเนินทราย

b)

การเกิดซุ้มหินถ้ำชายฝั่ง

c)

การเกิดหุบเขารูปตัวยู

d)

การเกิดดินดอนสามเหลี่ยม

51.

ข้อใดไม่ใช่ภูมิประเทศที่เกิดจากการกร่อนโดยน้ำ

a)

ลำธาร

b)

แก่ง

c)

โกรกธาร

d)

คันดินธรรมชาติ

52.

จากภาพเป็นลักษณะของภูมิประเทศที่เกิดจากอะไร

a)

การกรอ่นโดยน้ำ

b)

การทับถมโดยน้ำ

c)

การทับถมโดยน้ำใต้ดิน

d)

การกร่อนโดยน้ำใต้กิน

53.

ข้อใดเกิดจากภูมิประเทสที่เกิดจากการทับถมโดยธารน้ำแข็ง

a)

หุบเขาน้ำแข็งเซิร์ก

b)

ทะเลสาบธารน้ำแข็ง

c)

สันเขาอาเรต

d)

ยอดเขาพีระมิด

54.

ลักษณะของดินชั้นบนกับดินชั้นล่างต่างกันอย่างไร

a)

ดินชั้นบนมีฮิวมัสมากกว่า

b)

ดินชั้นบนมีความพรุนน้อยกว่า

c)

สีของดินชั้นบนจางกว่าดินชั้นล่าง

d)

ดินชั้นบนมีขนาดของเม็ดดินเล็กกว่า

55.

ชั้นที่ต้นไม้มาปกคลุม มีเศษใบไม้ ผิวดินมีฮิวมัสอยู่มาก ดินมีความอุดมสมบูรณ์คือดินชั้นอะไร

a)

ชั้น O

b)

ชั้น A

c)

ชั้น B

d)

ชั้น C

56.

ชั้นที่มีการสะสมตะกอนและแร่ มีองค์ประกอบของเหล็ก อะลูมิเนียม คาร์บอเนต และซิลิกา ถูกชะล้างลงมาจากดินชั้นบน ทำให้ดินมีเนื้อแน่น มีความชื้นสูงคือดินชั้นอะไร

a)

ชั้น O

b)

ชั้น A

c)

ชั้น B

d)

ชั้น C

57.

ดินเกิดขึ้นจากกระบวนการใด

A การสลายของหิน

B การสลายของแร่ธาตุ

C การทับถมของจุลินทรีย์ในดิน

D การสลายตัวของซากพืชซากสัตว์

a)

ข้อ A และ B

b)

ข้อ A B และ C

c)

ข้อ A B และ D

d)

ถูกทุกข้อ

58.

คำว่า “ชั้นดินแร่” หมายถึงอะไร

a)

เป็นชั้นที่มีแร่ที่สลายตัวพร้อมที่จะเป็นธาตุอาหารของพืช

b)

ชั้นที่มีอินทรียวัตถุที่สลายตัวแล้วผสมคลุกเคล้ากับแร่ธาตุในดิน

c)

เป็นชั้นที่มีการสะสมตะกอนและแร่ที่เป็นองค์ประกอบหลักของดิน

d)

ชั้นที่มีแร่เป็นองค์ประกอบหลักสลายตัวออกมาจากหินที่เป็นต้นกำเนิดดิน

59.

การผุพังสลายตัวของ หิน แร่ และเศษซากพืชและสัตว์ วัสดุที่เกิดจากการแปรสภาพอยู่กับที่ หรือเป็นพวกตะกอนต่างๆ ที่ถูกเคลื่อนย้ายมาจากแหล่งอื่น แล้วมาทับถมอยู่ในบริเวณใดบริเวณหนึ่ง ที่กล่าวนั้นเป็นปัจจัยใด

a)

ภูมิประเทศ

b)

วัตถุต้นกำเนิด

c)

สิ่งมีชีวิต

d)

ภูมิอากาศ

60.

ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่ออัตราการไหลบ่าของน้ำ การชะล้างพังทลายของดิน การทับถมของอินทรียวัตถุในดินคือปัจจัยใด

a)

ภูมิประเทศ

b)

เวลา

c)

สิ่งมีชีวิต

d)

ภูมิอากาศ

61.

ข้อใดไม่ใช่ลักษณะของดินชั้นบน

a)

มีเนื้อละเอียดสีจาง

b)

มีปุ๋ยและฮิวมัสมาก

c)

มีเนื้อหยาบสีดำคล้ำ

d)

มีความพรุนมาก

62.

ฮิวมัสเกิดจากการสลายตัวของวัตถุใด

a)

วัตถุต้นกำเนิดดิน

b)

ดิน

c)

อินทรียวัตถุ

d)

หินและแร่

63.

ข้อใดไม่ใช่ปัจจัยที่มีผลต่อการกำเนิดดิน

a)

ภูมิอากาศ

b)

ภูมิประเทศ

c)

จุลินทรีย์ในดิน

d)

ชนิดของหิน

64.

ข้อใดเป็นดินที่เหมาะสมสำหรับการปลูกพืชมากที่สุด

a)

ดินเหนียว

b)

ดินร่วน

c)

ดินร่วนปนทราย

d)

ดินทราย

65.

เนื้อดินหยาบ น้ำซึมผ่านได้ดีไม่อุ้มน้ำ เป็นสมบัติของดินในข้อใด

a)

ดินร่วน

b)

ดินทราย

c)

ดินเหนียว

d)

ดินโคลน

66.

ดินแต่ละชนิด จะมีเส้นผ่านศูนย์กลางไม่เท่ากันข้อใดเรียงลำดับขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของเม็ดดินจากน้อยไปหามาก

a)

ดินทรายแป้ง ดินเหนียว ดินทราย

b)

ดินเหนียว ดินทรายแป้ง ดินทราย

c)

ดินทรายแป้ง ดินทราย ดินเหนียว

d)

ดินทราย ดินทรายแป้ง ดินเหนียว

67.

ดินชั้นใดที่มีลักษณะทางกายภาพคล้ายกับชั้นหินแข็งที่ยังไม่มีการผุพังอยู่กับที่มากที่สุด

a)

A

b)

B

c)

C

d)

E

68.

ลักษณะของดินที่เหมาะแก่การเพาะปลูกคือดินชนิดใด

a)

B

b)

C

c)

D

d)

E

69.

ถ้ามีปัญหาดินเปรี้ยวจะแก้ไขโดยใช้สารใดเติมลงไปในดิน

a)

ปูนขาว

b)

ปูนมาร์ล

c)

กำมะถันผง

d)

ถูกทั้งข้อ 1 และ 2

70.

ดินเปรี้ยวกับดินฝาดแตกต่างกันในเรื่องใด

a)

ดินเปรี้ยวมีสภาพความเป็นกลาง ส่วนดินฝาดมีสภาพความเป็นด่างมาก

b)

ดินเปรี้ยวมีสภาพความเป็นกรดมาก ส่วนดินฝาดมีสภาพความเป็นเบสมาก

c)

ดินเปรี้ยวมีสภาพความเป็นเบสมาก ส่วนดินฝาดมีสภาพความเป็นกรดมาก

d)

ดินเปรี้ยวมีค่า pH มากกว่า 6 ขึ้นไป ส่วนดินฝาดมีค่า pH น้อยกว่า 6 ลงมา

71.

น้ำที่ซึมอยู่ระหว่างชั้นหินเรียกว่าอะไร

a)

น้ำในหิน

b)

น้ำใต้ดิน

c)

น้ำบาดาล

d)

น้ำในดิน

72.

แหล่งน้ำผิวดินที่มีปริมาณมากที่สุดคืออะไร

a)

สระน้ำ

b)

ทะเลสาบ

c)

มหาสมุทร

d)

แม่น้ำลำคลอง

73.

ชั้นหินหรือชั้นตะกอนที่สามารถกักเก็บน้ำบาดาลไว้ได้ เรียกว่าอะไร

a)

ชั้นหินทราย

b)

ชั้นหินอุ้มน้ำ

c)

ชั้นหินที่มีเนื้อละเอียดแน่น

d)

ชั้นหินที่มีเนื้อหยาบ

74.

น้ำที่ไหลจากการไหลซึมของน้ำผิวดินลงไปสะสมตัวอยู่ใต้ผิวโลก การไหลซึมของน้ำลงไปใต้ผิวโลกส่วนแรกจะไหลซึมอยู่ตามช่องว่างระหว่างเม็ดดินร่วมกับอากาศเรียกว่าอะไร

a)

น้ำบาดาล

b)

น้ำในดิน

c)

น้ำผิวดิน

d)

น้ำใต้ดิน

75.

ข้อใดเป็นแหล่งน้ำผิวดิน

a)

น้ำใต้ดิน

b)

น้ำบาดาล

c)

แม่น้ำ

d)

ธารน้ำแข็ง

76.

น้ำในดินจัดอยู่กลุ่มเดียวกับแหล่งน้ำข้อใด

a)

แม่น้ำ

b)

น้ำบาดาล

c)

มหาสมุทร

d)

คลอง

77.

ข้อใดจัดเป็นแหล่งน้ำใต้ดินทั้งหมด

a)

แม่น้ำ ลำคลอง

b)

ทะเล มหาสมุทร

c)

น้ำบาดาล น้ำตก

d)

น้ำบาดาล น้ำใต้ดิน

78.

แหล่งน้ำบาดาลอยู่ที่บริเวณใด

a)

ในช่องว่างระหว่างชั้นหิน

b)

ในช่องว่างที่เป็นโพรงของถ้ำใต้ดิน

c)

ในช่องว่างของชั้นดิน

d)

ในช่องว่างระหว่างเม็ดดิน

79.

ถ้าน้ำฝนไหลซึมลงไปในดินและไปกักเก็บอยู่ในช่องว่างของชั้นหินซึ่งน้ำซึมผ่านได้ยาก เรียกว่าอะไร

a)

น้ำใต้ดิน

b)

น้ำในดิน

c)

น้ำใต้หิน

d)

น้ำบาดาล

80.

ระดับน้ำตอนบนสุดของน้ำบาดาลเรียกว่าอะไร

a)

ระดับน้ำใต้ดิน

b)

ระดับน้ำในดิน

c)

ระดับน้ำใต้หิน

d)

ระดับน้ำบาดาล

81.

เมื่อกระแสน้ำไหลออกสู่ทะเล บริเวณปากแม่น้ำ กระแสน้ำจะไหลช้าลง ทำให้มีตะกอนทับถมอยู่ตลอดเวลา การทับถมของตะกอนที่เกิดขึ้น คือภาพในข้อใด

a)
b)
c)
d)
82.

ข้อใด กล่าวถึงระดับน้ำบาดาลได้ถูกต้องที่สุด

a)

ระดับน้ำตอนบนสุดของชั้นหินที่มีน้ำขังอยู่ในช่องว่าง

b)

ระดับตอนบนสุดของน้ำที่ขังอยู่ในช่องว่างในชั้นหิน

c)

ระดับน้ำที่ขังอยู่ในช่องว่างในชั้นหินทราย

d)

ระดับน้ำที่ขังอยู่ในช่องว่างในชั้นหินดินดาน

83.

ข้อใด ไม่ใช่ที่มาของไอน้ำในบรรยากาศ

a)

มนุษย์และสัตว์

b)

การสังเคราะห์แสงของพืช

c)

การแข็งตัวของน้ำในมหาสมุทร

d)

การระเหยของน้ำในทะเล

84.

4. ถ้าเคอโรเจนมาก จะมีผลอย่างไร

a)

ให้มันน้ำมันหินมาก

b)

ให้ควันมาก

c)

ให้ความร้อนมาก

d)

ติดไฟมาก

85.

5. ความแตกต่างของ "น้ำมันหิน" กับ "ถ่านหิน" คือ

a)

น้ำมันหิน เผาไหม้แล้วให้เถ้ามากกว่า

b)

ถ่านหิน เผาไหม้แล้วให้เถ้ามากกว่า

c)

น้ำมันหินรับความร้อนดีกว่า

d)

ไม่ต่างกัน

86.

10. แหล่งหินน้ำมันที่พบมากที่สุดในประเทศไทย คือ

a)

อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน

b)

อ.ศรีเทพ จ.เพชรบูรณ์

c)

อ.แม่สอด จ.ตาก

d)

อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง

87.

ถ่านหินและหินน้ำมันที่มีปริมาณสำรองมากที่สุดอยู่ที่ใดตามลำดับ

a)

กระบี่ แม่สอด จังหวัดตาก

b)

แม่เมาะจังหวัดลำปางและเคียนซา

สุราษฎร์ธานี

c)

แม่ทานจังหวัดลำปาง และแม่สอด

จังหวัดตาก

d)

แม่เมาะจังหวัดลำปาง และแม่สอดจังหวัดตาก

88.

พิจารณาข้อความต่อไปนี้

ก. น้ำมันดิบ

ข. แก๊สธรรมชาติ

ค. ถ่านหิน

ง. หินน้ำมัน

เชื้อเพลิงใดจัดเป็นเชื้อเพลิงซากดึกดำบรรพ์

a)

ก. และ ข.

b)

ก. ค.และ ง.

c)

ค เท่านั้น

d)

ถูกต้องทุกข้อ

89.

สารประกอบอินทรีย์ที่แทรกอยู่ระหว่างชั้นตะกอนของหินน้ำมันคืออะไร

a)

เคอโรเจน

b)

ควอตซ์

c)

เคลย์

d)

แคลไซต์

90.

การแยกเคอโรเจนออกจากหินน้ำมันสามารถทำได้โดยวิธีใด

a)

ขูดออก

b)

ใช้น้ำล้าง

c)

เผาด้วยความร้อนสูง

d)

เผารวมกับถ่านหิน

91.

เชื้อเพลิงประเภทถ่านหิน และหินน้ำมัน เรียกชื่ออีกอย่างว่าอะไร

a)

เชื้อเพลิงซากพืช

b)

เชื้อเพลิงฟอสซิล

c)

เชื้อเพลิงทับถม

d)

เชื้อเพลิงทดแทน

92.

หินน้ำมันคืออะไร

a)

เป็นหินตะกอนเนื้อหยาบ ที่เรียงตัวกันเป็นชั้น ซึ่งมีสารประกอบอินทรีย์ที่สำคัญคือ เคอโรเจนแทรกอยู่ระหว่างชั้นหินตะกอน

b)

เป็นหินตะกอนเนื้อละเอียด ที่เรียงตัวกันเป็นชั้นบางๆ ซึ่งมีสารประกอบอินทรีย์ที่สำคัญคือ เคอโรเจนแทรกอยู่ระหว่างชั้นหินตะกอน

c)

เป็นหินพรุเนื้อหยาบ ที่เรียงตัวกันเป็นชั้นบางๆ ซึ่งมีสารประกอบอินทรีย์ที่สำคัญคือ เคอโรเจนแทรกอยู่ระหว่างชั้นหินตะกอน

d)

เป็นหินอัคนีเนื้อละเอียด ที่เรียงตัวกันเป็นชั้นบางๆ ซึ่งมีสารประกอบอินทรีย์ที่สำคัญคือ เคอโรเจนแทรกอยู่ระหว่างชั้นหินตะกอน

93.

ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่ชนิดของแก๊สโซฮอล์ในประเทศไทย

a)

น้ำมันแก๊สโซฮอล์ E10

b)

น้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20

c)

น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95

d)

น้ำมันแก๊สโซฮอล์ E85

94.

ปัจจุบันประเทศไทยอนุญาตให้มีการผลิตแก๊สโซฮอล์กี่ชนิด

a)

3 ชนิด

b)

4 ชนิด

c)

5 ชนิด

d)

6 ชนิด

95.

เอทิลแอลกอฮอล์หรือเอทานอล คืออะไร

a)

เป็นแอลกอฮอล์ที่มีความบริสุทธิ์ 99.5% และสามารถรับประทานได้

b)

เป็นแอลกอฮอล์ที่มีความบริสุทธิ์ 100% และสามารถรับประทานได้

c)

เป็นแอลกอฮอล์ที่มีความบริสุทธิ์ 99.5% และไม่สามารถรับประทานได้

d)

เป็นแอลกอฮอล์ที่มีความบริสุทธิ์ 100% และไม่สามารถรับประทานได้

96.

ถ่านหินเกิดขึ้นได้อย่างไร

a)

เกิดจากการรวมตัวและสลายตัวของชั้นหินใต้ผิวโลก

b)

เกิดจากการรวมตัวของน้ำกับน้ำมันที่อยู่ใต้ดินและแก๊สบางชนิด

c)

เกิดจากการทับถมของซากพืชใต้ในแอ่งน้ำภายใต้ความร้อนและความดัน

d)

เกิดจากการทับถมของซากพืชและสัตว์ใต้พื้นดินภายใต้ความร้อนและความดัน

97.

แก๊สธรรมชาติมักพบในช่องว่างของหินชนิดใดและมีการจัดเรียงตัวอย่างไรในแหล่งกักเก็บ

a)

หินที่มีรูพรุน อยู่ระหว่างน้ำมันดิบกับน้ำ

b)

หินที่มีเนื้อแน่น อยู่ระหว่างน้ำมันดิบกับน้ำ

c)

หินที่มีรูพรุน อยู่ชั้นบนเหนือน้ำมันดิบและน้ำ

d)

หินที่มีเนื้อแน่น อยู่ชั้นบนเหนือน้ำและน้ำมันดิบ

98.

น้ำมันดิบสามารถแยกได้ด้วยวิธีใดและเนื่องด้วยเหตุใด

a)

กลั่นลำดับส่วน จุดเดือดต่างกันน้อย

b)

กลั่นลำดับส่วน จุดเดือดต่างกันมาก

c)

กลั่นแบบธรรมดา จุดเดือดต่างกันน้อย

d)

กลั่นแบบธรรมดา จุดเดือดต่างกันมาก

99.

ข้อใดกล่าวถึง พีต (peat) ได้ถูกต้อง

a)

มีปริมาณคาร์บอน 60 - 70 %

b)

มีปริมาณคาร์บอน 71 - 77 %

c)

มีปริมาณคาร์บอน 77 - 87 %

d)

มีปริมาณคาร์บอนน้อยกว่า 60 %

100.

ข้อใดเรียงลำดับถ่านหินจากปริมาณคาร์บอนที่เป็นองค์ประกอบจากน้อยไปมากได้ถูกต้อง

a)

ลิกไนต์ ซับบิทูมินัส บิทูมินัส แอนทราไซต์

b)

ลิกไนต์ บิทูมินัส ซับบิทูมินัส แอนทราไซต์

c)

ซับบิทูมินัส บิทูมินัส แอนทราไซต์ ลิกไนต์

d)

แอนทราไซต์ ซับบิทูมินัส บิทูมินัส ลิกไนต์

101.

เมื่อนำน้ำมันดิบมากลั่นลำดับส่วนข้อใดเรียงลำดับจุดเดือดของสารจากต่ำไปสูงได้ถูกต้อง

a)

แก๊สธรรมชาติ น้ำมันเตา และน้ำมันก๊าด

b)

น้ำมันดีเซล น้ำมันหล่อลื่น และน้ำมันเตา

c)

น้ำมันดีเซล น้ำมันก๊าด และน้ำมันเบนซิน

d)

น้ำมันก๊าด น้ำมันเบนซิน และน้ำมันดีเซล

102.

แก็สปิโตรเลียมเหลวหรือ แก๊ส LPG เป็นของผสมระหว่างแก๊สชนิดใด

a)

มีเทนกับโพรเพน

b)

อีเทนกับโพรเทน

c)

บิวเทนกับโพรเทน

d)

มีเทนเทนกับบิวเทน

103.

ข้อใดนำแก๊สธรรมชาติไปใช้ประโยชน์ไม่ถูกต้อง

a)

โพรเพน นำไปใช้เป็นสารตั้งต้นในอุตสาหกรรมผลิตเม็ดพลาสติก

b)

มีเทน นำไปใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับรถยนต์ และโรงงานผลิตกระแสไฟฟ้า

c)

อีเทน นำไปใช้เป็นสารตั้งต้นในอุตสาหกรรมผลิตเม็ดพลาสติกและเส้นใย

d)

บิวเทน นำใช้ในการผลิตเม็ดพลาสติก เช่น ยางสังเคราะห์ แบตเตอรี่ กาว

104.

ประเทศไทยใช้แหล่งพลังงานใดมากที่สุด

a)

ถ่านหิน

b)

น้ำมันดิบ

c)

พลังงานน้ำ

d)

แก๊สธรรมชาติ

105.

ข้อใดไม่ใช่แหล่งพลังงานสิ้นเปลือง

a)

พลังงานถ่านหิน

b)

พลังงานนิวเคลียร์

c)

พลังงานปิโตรเลียม

d)

พลังงานความร้อนใต้พิภพ

106.

ปัจจุบันประเทศไทยมีการรับซื้อแก๊สธรรมชาติจากประเทศใดมาเป็นเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้า

a)

ลาว

b)

กัมพูชา

c)

เมียนมาร์

d)

อินโดนีเซีย

107.

พลังงานทดแทนหมายถึงข้อใด

a)

พลังงานที่ใช้แล้วหมดไป

b)

พลังงานที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ

c)

พลังงานที่นำมาใช้แทนน้ำมันเชื้อเพลิง

d)

แหล่งพลังงานที่ได้จากธรรมชาติรอบตัว ใช้ได้ไม่มีวันหมด

108.

ข้อใดเป็นข้อจำกัดของพลังงานความร้อนใต้พิภพ

a)

เกิดมลภาวะทางเสียง

b)

การรวบรวมเชื้อเพลิงทำได้ยาก

c)

ผลิตไฟฟ้าได้เฉพาะตอนกลางวัน

d)

ใช้ได้เฉพาะในพื้นที่ที่มีศักยภาพพลังงานความร้อนใต้พิภพอยู่เท่านั้น

109.

ข้อใดไม่ใช่แหล่งพลังงานชีวมวล

a)

มูลสัตว์

b)

ฟางข้าว

c)

หินน้ำมัน

d)

กากมันสำปะหลัง

110.

ข้อใดไม่ใช่ข้อจำกัดของพลังงานแสงอาทิตย์

a)

เกิดมลภาวะทางอากาศ

b)

ราคาค่าไฟฟ้าต่อหน่วยสูง

c)

ใช้พื้นที่ในการก่อสร้างมาก

d)

ผลิตไฟฟ้าได้ในช่วงเวลาที่มีแสงอาทิตย์เท่านั้น

111.

ถ่านหินเกิดจากหินชนิดใดในธรรมชาติ

a)

หินแกรนิต

b)

หินอัคนี

c)

หินตะกอน

d)

หินพัมมิช

112.

ถ่านหินชนิดใดให้ความร้อนจากการเผาไหม้มากที่สุดเมื่อใช้มวลเท่ากัน

a)

ลิกไนต์

b)

แอนทราไซต์

c)

บิทูมินัส

d)

พีต

113.

ข้อใดเป็นถ่านหินที่พบในประเทศไทย

a)

มีกำเนิดในขั้นต้น พบซากสิ่งมีชีวิตบางส่วน ความชื้นสูง คุณภาพต่ำ

b)

เกิดในขั้นที่ 2 มีเนื้อแน่นแข็ง มีความชื้นต่ำ

c)

เกิดขึ้นต่อจากพีตมีเนื้อแน่นแข็ง มีความชื้นต่ำ ขณะติดไฟมีควัน

d)

เกิดขึ้นต่อจากบิทูมินัส เนื้อแน่นแข็งเป็นมัน ติดไฟยากให้ความร้อนสูง

114.

ข้อใดหมายถึงการเกิดถ่านหิน

a)

ซากพืชทับถมกันเป็นเวลานานลักษณะแข็งและเปราะ

b)

ซากสัตว์ขนาดเล็กทับถมกันเป็นเวลานาน เป็นของเหลวข้น

c)

ซากพืชซากสัตว์เน่าเปื่อยทับถมกันเป็นเวลานานทั้งของเหลวและแก๊ส

d)

ซากพืชซากสัตว์เน่าเปื่อยทับถมกันเป็นเวลานานลักษณะเป็นของเหลวข้น

115.

การใช้ถ่านหินเป็นเชื้อเพลิงทำให้เกิดแก๊ส SO2 ซึ่งเป็นปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม มีวิธีกำจัดแก๊ส SO2 อย่างไร

a)

ใช้ CaO พ่นในเตาถ่านหิน

b)

ใช้ CaCO3 พ่นในเตาถ่านหิน

c)

ใช้ Na2CO3 พ่นในเตาถ่านหิน

d)

ใช้ HNO3 พ่นในเตาถ่านหิน

116.

ข้อใดหมายถึงการเกิดปิโตรเลียม

a)

ซากพืชทับถมกันเป็นเวลานานลักษณะแข็งและเปราะ

b)

ซากสัตว์ขนาดเล็กทับถมกันเป็นเวลานาน เป็นของเหลวข้น

c)

ซากพืชซากสัตว์เน่าเปื่อยทับถมกันเป็นเวลานานทั้งของเหลวและแก๊ส

d)

ซากพืชซากสัตว์เน่าเปื่อยทับถมกันเป็นเวลานานลักษณะเป็นของเหลวข้น

117.

ในการกลั่นลำดับส่วนของน้ำมันปิโตรเลียม ส่วนต่าง ๆ ที่ออกมาจะมีจุดเดือดเรียงลำดับจากน้อยไปมากได้ดังข้อใด

a)

แก๊สหุงต้ม น้ำมันก๊าด น้ำมันดีเซล เบนซิน

b)

น้ำมันดีเซล น้ำมันก๊าด เบนซิน แก๊สหุงตุ้ม

c)

แก๊สหุงต้ม เบนซิน น้ำมันก๊าด น้ำมันดีเซล

d)

แก๊สหุงต้ม เบนซิน น้ำมันดีเซล น้ำมันก๊าด

118.

กำหนดให้ A = หน่วยแยกแก๊สเหลว

B = หน่วยกำจัดน้ำ

C = หน่วยกำจัดแก๊ส CO2

D = หน่วยกำจัดปรอท

E = หน่วยเพิ่มความดัน ลดอุณหภูมิ

F = หอกลั่น

ข้อใดเรียงลำดับขั้นตอนในการแยกแก๊สธรรมชาติจากขั้นเริ่มต้นไปถึงขั้นสุดท้ายได้ถูกต้อง

a)

A B C D E F

b)

A C D B E F

c)

A D C B E F

d)

A E D C B F

119.

เหตุใดในการแยกแก๊สธรรมชาติต้องกำจัดแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์

a)

CO2 จะทำให้ท่อนำแก๊สสึกกร่อน

b)

CO2 เมื่อลดความดัน เพิ่มอุณหภูมิ จะอุดตันท่อแก๊ส

c)

CO2 เมื่อลดอุณหภูมิ เพิ่มความดัน จะอุดตันท่อแก๊ส

d)

CO2 จะทำให้จุดเดือดของแก๊สสูงขึ้นกลายเป็นของเหลวได้ยาก

120.

ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์จากอุตสาหกรรมปิโตรเคมีทั้งหมด

a)

ยางสังเคราะห์ สีทาบ้าน สบู่

b)

พีวีซี แก๊สหุงต้ม โฟม

c)

ปุ๋ยเคมี โพลีเอทิลีน เส้นใยสังเคราะห์

d)

เม็ดพลาสติก ผงซักฟอก ยาฆ่าแมลง

121.

ปิโตรเลียมส่วนใหญ่เป็นสารประกอบประเภทใด

a)

สารประกอบอินทรีย์

b)

น้ำมันและหินน้ำมัน

c)

แอลกอฮอล์และกรดอินทรีย์

d)

สารประกอบไฮโดรคาร์บอนผสมกันหลายชนิด

122.

ข้อใดคือวัตถุต้นกำเนิดของหินน้ำมัน

a)

ซากพืชจำพวกสาหร่าย

b)

เห็ด

c)

ซากสัตว์

123.

ไฮโดรคาร์บอนชนิดใดต่อไปนี้มีมวลโมเลกุลสูงที่สุด

a)

น้ำมันเตา

b)

น้ำมันดีเซล

c)

น้ำมันเบนซิน

d)

ยางมะตอย

124.

ในกระบวนการแยกแก๊สธรรมชาติ เพราะเหตุใดจึงต้องแยกแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ออกก่อน

a)

ป้องกันการอุดตันของท่อ

b)

เพื่อแยกคาร์บอนไดออกไซด์ไปทำน้ำแข็งแห้ง

c)

แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์มีจุดเดือดต่ำกว่าไฮโดรคาร์บอนอื่น

125.

ปิโตรเลียมเมื่อผ่านกระบวนการกลั่น ได้ผลผลิตเรียงตามลำดับก่อนหลังได้ถูกต้องตามข้อใด

ก. น้ำมันดีเซล ข. น้ำมันเบนซิน

ค. น้ำมันก๊าด ง.สารเคมี

จ.ยางมะตอย ช. ใช้ในการหุงต้ม

a)

ช-ข-ค-ก-ง-จ

b)

ช-ค-ง-ข-ก-จ

c)

จ-ก-ข-ง-ค-ช

d)

ช-ง-ข-ค-ก-จ

126.

ส่วนใดของปีโตรเลียมที่ใช้เป็นเชื้อเพลิงของเครื่องบินไอพ่น

a)

น้ำมันดีเซล

b)

น้ำมันก๊าด

c)

น้ำมันเตา

d)

บิทูเมน

127.

ไฮโดรคาร์บอนที่ได้จากการกลั่นลำดับส่วนน้ำมันดิบ และมีช่วงจุดเดือดระหว่าง 170 – 250 °C สถานะเป็นของเหลว มีคาร์บอน 10 -14 อะตอม คือสารใด

a)

น้ำมันดีเซล

b)

น้ำมันเบนซิน

c)

น้ำมันหล่อลื่น

d)

น้ำมันก๊าด

128.

พิจารณาข้อความต่อไปนี้

1. แก๊สโซฮอล์เป็นสารผสมระหว่างเอทานอลและน้ำมันเบนซิน

2. แก๊สหุงต้ม หรือ LPG เป็นแก๊สผสมระหว่างโพรเพนและบิวเทน

3. แก๊สธรรมชาติจัดเป็นพลังงานสะอาดเพราะสามารถเกิดการเผาไหม้ได้สมบูรณ์

ข้อใดถูก

a)

1 และ 2 เท่านั้น

b)

1 และ 3 เท่านั้น

c)

2 และ 3 เท่านั้น

d)

ทั้ง 1 , 2 และ 3

129.

พิจารณาข้อความต่อไปนี้

1. LPG เป็นแก๊สหุงต้มและสามารถปรับใช้แทนน้ำมันเบนซินได้

2. เลขออกเทนใช้บอกคุณภาพของน้ำมันเบนซิน ส่วนเลขซีเทนใช้บอกคุณภาพของน้ำมันดีเซล

3. แก๊สโซฮอล์เป็นเชื้อเพลิงที่ได้จากการผสมเมทานอล(แอลกอฮอล์ชนิดหนึ่ง) กับน้ำมันเบนซินในอัตราส่วน 1: 9

4. MTBE เป็นสารที่เติมลงในน้ำมันเบนซินเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเผาไหม้และเรียกว่าน้ำมันไร้สารตะกั่ว

ข้อใดถูก

a)

1 และ 2 เท่านั้น

b)

1 และ 4

c)

1 , 2 และ 3

d)

1 , 2 และ 4

130.

ในการกลั่นน้ำมันดิบ ผู้ประกอบการจะใช้การกลั่นลำดับส่วนแทนที่จะใช้การกลั่นแบบธรรมดา ข้อใดคือเหตุผลหลัก

a)

ในน้ำมันดิบมีสารที่มีจุดเดือดใกล้เคียงกันจึงแยกด้วยการกลั่นแบบธรรมดาไม่ได้

b)

การกลั่นแบบธรรมดาต้องใช้เชื้อเพลิงมากกว่าการกลั่นลำดับส่วน

c)

การกลั่นแบบธรรมดาจะได้สารปรอทและโลหะหนักออกมาด้วย

d)

การกลั่นลำดับส่วนจะไม่มีเขม่าที่เกิดจากการเผาไหม้ไม่สมบูรณ์

131.

ข้อใดถูกต้องเกี่ยวกับสมบัติของตัวทำละลายในอุตสาหกรรมเคมีที่ได้จากการกลั่นปิโตรเลียม

a)

มีจุดเดือดสูงกว่าน้ำมันดีเซล

b)

เป็นสารไฮโดรคาร์บอนที่ละลายน้ำได้

c)

มีสถานะเป็นของเหลวที่อุณหภูมิและความดันปกติ

d)

ประกอบด้วยสารไฮโดรคาร์บอนที่มีจำนวนคาร์บอนน้อยกว่า 5 อะตอม

132.

สำหรับผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการกลั่นลำดับส่วนน้ำมันปิโตรเลียม เมื่อเรียงลำดับจุดเดือดจากต่ำไปสูงข้อใดถูก

a)

แก๊สหุงต้ม น้ำมันเบนซิน น้ำมันดีเซล น้ำมันก๊าด

b)

แก๊สหุงต้ม น้ำมันเบนซิน น้ำมันก๊าด น้ำมันดีเซล

c)

แก๊สหุงต้ม น้ำมันก๊าด น้ำมันดีเซล น้ำมันเบนซิน

d)

น้ำมันดีเซล น้ำมันก๊าด น้ำมันเบนซิน แก๊สหุงต้ม

133.

องค์ประกอบที่มีมากที่สุดในก๊าซปิโตรเลียมคือ

a)

ก๊าซมีเทน

b)

ก๊าซอีเทน

c)

ก๊าซโพรเพน

d)

ก๊าซบิวเทน

134.

ในการกลั่นลำดับส่วนน้ำมันดิบ ผลิตภัณฑ์ที่มีจุดเดือดสูงสุดที่ได้คือ

a)

บิทูเมน

b)

น้ำมันดีเซล

c)

น้ำมันหล่อลื่น

d)

น้ำมันเบนซิน

135.

สารใดที่เติมในน้ำมันเบนซินแล้วช่วยเพิ่มออกเทนได้

a)

เฮปเทนบริสุทธิ์ , เตตระเอทิลเลด

b)

MTBE , เตตระเอทิลเลด

c)

เอทิลแอลกอฮอล์ , เตตระเอทิลเลด

d)

ไอโซออกเทน , เมทิลแอลกอฮอล์

136.

น้ำมันที่ใช้กับเครื่องยนต์ตามโรงงานที่เรียกกันว่า “น้ำมันขี้โล้” ความจริงคือ

a)

น้ำมันดีเซล

b)

น้ำมันเตา

c)

น้ำมันเบนซิน

d)

น้ำมันก๊าด

137.

ปิโตรเลียมเมื่อผ่านกระบวนการกลั่น ได้ผลผลิตเรียงตามลำดับก่อนหลังได้ถูกต้องตามข้อใด

ก. น้ำมันดีเซล ข. น้ำมันเบนซิน

ค. น้ำมันก๊าด ง.สารเคมี

จ.ยางมะตอย ช. ใช้ในการหุงต้ม

a)

ช-ข-ค-ก-ง-จ

b)

ช-ค-ง-ข-ก-จ

c)

จ-ก-ข-ง-ค-ช

d)

ช-ง-ก-ค-ข-จ