wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

ดาวฤกษ์ - โลก ดาราศาสตร์และอวกาศ 5

Total questions: 45

Worksheet time: 45mins

Name
Class
Date
1.

จากหลักการจัดอันดับความสว่างด้วยตัวเลข ดาวในข้อใดต่อไปนี้มีความสว่างน้อยที่สุด

a)

ดาว A มีอันดับความสว่าง 6

b)

ดาว B มีอันดับความสว่าง 1

c)

ดาว C มีอันดับความสว่าง 0

d)

ดาว D มีอันดับความสว่าง -1

2.

ดาวฤกษ์ในข้อใดต่อไปนี้มีอุณหภูมิผิวของดาวต่ำที่สุด

a)

ดาวฤกษ์ที่มีสีส้ม

b)

ดาวฤกษ์ที่มีสีเหลือง

c)

ดาวฤกษ์ที่มีสีขาว

d)

ดาวฤกษ์ที่มีสีน้ำเงิน

3.

ดาวฤกษ์ที่มีสีน้ำเงิน ถูกจัดอยู่ในสเปกตรัมชนิดใด

a)

O

b)

B

c)

F

d)

G

4.

ค่าอันดับความส่องสว่างของดาวฤกษ์ เรียกว่าอะไร

a)

โชติมาตร

b)

ความส่องสว่าง

c)

กำลังส่องสว่าง

d)

สเปกตรัมของแสง

5.

ดาวไรเจล 0.12 ดาวศุกร์ -4.4 ดาวเวกา 0.04 ให้เรียงลำดับดาวจากสว่างน้อยไปหาสว่างมากตามลำดับ

a)

ดาวไรเจล ดาวศุกร์ ดาวเวกา

b)

ดาวไรเจล ดาวเวกา ดาวศุกร์

c)

ดาวศุกร์ ดาวไรเจล ดาวเวกา

d)

ดาวศุกร์ ดาวเวกา ดาวไรเจล

6.
ดาวฤกษ์ที่มีอันดับความสว่างต่างกัน 4 จะมีความสว่างต่างกันประมาณกี่เท่า
a)
100  เท่า
b)
80  เท่า
c)
60  เท่า 
d)
40  เท่า
7.
ชนิดของสเปกตรัมในข้อใดที่แสดงว่าเป็นดาวฤกษ์สีขาว และอุณหภูมิของดาวที่ 10,000  8,000 เคลวิน
a)
M
b)
G
c)
A
d)
O
8.
ดาวศุกร์เมื่อสว่างน้อยที่สุดมีความสว่าง -3.5 ดาวซีรีอุสมีอันดับความสว่าง -1.5 ดาวศุกร์มีความสว่างมากกว่าดาวซีรีอุสกี่เท่า
a)
2.5
b)
3.0
c)
6.25
d)
15.6
9.

ประเภทของดาวฤกษ์ในข้อใดมีการเรียงลำดับตามอุณหภูมิพื้นผิวจากต่ำไปสูง

a)

A O R G

b)

R G B A

c)

B A F M

d)

M G A O

10.

ข้อใดคือการสังเกตความส่องสว่างของดาวฤกษ์เมื่อระยะห่างของดาวฤกษ์กับผู้สังเกตเท่ากันที่ 10 พาร์เซก

a)

โชติมาตร

b)

โชติมาตรปรากฎ

c)

โชติมาตรสัมบูรณ์

d)

โชติมาตรสมบูรณ์

11.

ดวงอาทิตย์จัดอยู่ในสเปกตรัมชนิดใด และมีสีผิวเป็นสีอะไร

a)

F สีขาว

b)

F สีเหลือง

c)

G สีขาวแกมเหลือง

d)

G สีเหลือง

12.

6. ถ้าดาว A และดาว B มีกำลังส่องสว่างปรากฏ (apparent brightness) เท่ากัน ข้อสรุปใดต่อไปนี้ถูกต้องที่สุด

a)

ดาว A และดาว B ห่างจากผู้สังเกตเท่ากัน

b)

ดาว A และดาว B สว่างเท่ากัน ถ้าดาวทั้งสองอยู่ห่างจากผู้สังเกตเท่ากัน

c)

ดาว A และดาว B สว่างเท่ากันเมื่อมองจากโลก

d)

ดาว A และดาว B เป็นดาวที่มีสเปกตรัมเดียวกัน

13.

7. จากข้อมูลโชติมาตรปรากฏ (apparent magnitude) เราจะเห็นดาวดวงใดต่อไปนี้สว่างน้อยที่สุด

a)

ดาวปาริชาต (Antares) มีค่าประมาณ 1.0

b)

ดาวเสาร์เมื่อริบหรี่ที่สุด มีค่าประมาณ 1.2

c)

ดาวดวงแก้ว (Areturus) มีค่าประมาณ 0.0

d)

ดาวพฤหัสเมื่อริบหรี่สุด มีค่าประมาณ -1.4

14.

ดาวดวงใดเมื่อมองจากโลก จะเห็นสว่างที่สุด

a)

ดาว ก

b)

ดาว ข

c)

ดาว ค

d)

ดาว ง

15.

นักวิทยาศาสตร์แบ่งดาวฤกษ์เป็น 7 ชนิด โดยเรียงตามลำดับอักษรในข้อใดจากอุณหภูมิสูงไปอุณหภูมิต่ำ

a)

O, A, B, F, G, K, M

b)

A, B, F, G, K, M, O

c)

O, B , A, F, G, K, M

d)

M, K, G, F, A, B, O

16.

ข้อใดบ้างต่อไปนี้ถูกต้อง

a)

ดาวฤกษ์สีแดงมีอายุมากกว่าดาวฤกษ์สีน้ำเงิน

b)

ดาวฤกษ์สีแดงอยู่ไกลกว่าดาวฤกษ์สีน้ำเงิน

c)

ดาวฤกษ์สีแดงเคลื่อนที่เร็วกว่าดาวฤกษ์สีน้ำเงิน

d)

ดาวฤกษ์สีแดงมีขนาดเล็กกว่าดาวฤกษ์สีน้ำเงิน

17.

ปัจจัยใดบ้างที่ส่งผลต่อความส่องสว่างของดาวฤกษ์

a)

กำลังส่องสว่าง

b)

ระยะห่างจากผู้สังเกตและดาวฤกษ์

c)

อายุของดาวฤกษ์

d)

กำลังส่องสว่างและระยะห่างจากผู้สังเกตและดาวฤกษ์

18.

สเปกตรัมของดาว ก คือสเปกตรัมชนิดใด

a)

ชนิด F

b)

ชนิด B

c)

ชนิด K

d)

ชนิด M

19.

หลักการของแพรัลแลกซ์ คือข้อใด

a)

การเห็นดาวฤกษ์มีตำแหน่งคงที่เมื่อสังเกตจากโลกในเวลาที่ห่างกัน 6 เดือน

b)

การเห็นดาวฤกษ์มีการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งเมื่อสังเกตจากโลกในเวลาที่ห่างกัน 6 เดือน

c)

การเห็นโลกมีตำแหน่งคงที่เมื่อสังเกตจากตำแหน่งดาวฤกษ์ในเวลาที่ห่างกัน 6 เดือน

d)

การเห็นโลกมีการเปลี่ยนตำแหน่งเมื่อสังเกตจากตำแหน่งดาวฤกษ์ในเวลาที่ห่างกัน 6 เดือน

20.

ดาวสไปกาเป็นดาวที่มีสีน้ำเงินและดาวแอนแทเรสมีสีแดง ส่วนดวงอาทิตย์มีสีเหลือง จากข้อมูลที่กล่าวไป ข้อใดสรุปได้ถูกต้อง

a)

ดาวแอนแทเรสมีอุณหภูมิสูงที่สุด

b)

ดวงอาทิตย์มีอุณหภูมิสูงที่สุด

c)

ดาวสไปกามีอุณหภูมิสูงกว่าดวงอาทิตย์ และดวงอาทิตย์มีอุณหภูมิต่ำกว่าดาวแอนแทเรส

d)

ดาวสไปกามีอุณหภูมิสูงกว่าดวงอาทิตย์ และดวงอาทิตย์มีอุณหภูมิสูงกว่าดาวแอนแทเรส

21.

จากแผนภาพเฮิร์ตซปรุง-รัสเซลล์ ดวงอาทิตย์จะอยู่ในกลุ่มใด

a)

ดาวในแถบลำดับหลัก

b)

ดาวยักษ์

c)

ดาวยักษ์ใหญ่

d)

ดาวแคระขาว

22.

สภาพสมดุลอุทกสถิตของดาวฤกษ์ คือสภาพสมดุลระหว่างแรงใดกับแรงใด

a)

แรงโน้มถ่วงและแรงดันจากปฏิกิริยาเทอร์มอนิวเคลียร์

b)

แรงโน้มถ่วงและแรงผลักของแก๊ส

c)

แรงดันจากปฏิกิริยาเทอร์มอนิวเคลียร์และแรงเหวี่ยงของดาวฤกษ์

d)

แรงโน้มถ่วงและแรงดันจากปฏิกิริยาเทอร์มอนิวเคลียร์ และแรงเหวี่ยงของดาวฤกษ์

23.

ดาวไรเจลมีแพรัลแลกซ์ 0.25 ฟิลิปดา ดาวไรเจลจะอยู่ห่างจากโลกกี่พาร์เซก

a)

0.25 พาร์เซก

b)

0.4 พาร์เซก

c)

2.5 พาร์เซก

d)

4 พาร์เซก

24.

จากหลักการจัดอันดับความสว่างด้วยตัวเลขดาวในข้อใดต่อไปนี้มีความสว่างน้อยที่สุด

จากหลักการจัดอันดับความสว่างด้วยตัวเลขดาวในข้อใดต่อไปนี้มีความสว่างน้อยที่สุด

a)

ดาว a มีอันดับความสว่าง 6

b)

ดาว b มีอันดับความสว่าง 1

c)

ดาว c มีอันดับความสว่าง 0

d)

ดาว d มีอันดับความสว่าง -1

25.

From this picture, what number is the lowest temperature star. (พิมพ์มาเฉพาะตัวเลขเท่านั้น)

(a)  

26.

จากภาพ ดาวฤกษ์สีใดที่มีอุณหภูมิมากที่สุด

a)

สีน้ำเงิน

b)

สีแดง

c)

สีเหลือง

d)

สีขาว

27.

จากตารางถ้า ""ดาวฤกษ์ทุกดวงอยู่ที่ตำแหน่งเดียวกัน"" (ไกลจากโลกเท่าๆกัน) ดาวฤกษ์ดวงใดมีความส่องสว่าง น้อยที่สุด

a)

ดาวหัวใจสิงห์

b)

ดวงอาทิตย์

c)

ดาวไรเจล

d)

ดาวซิรีอัส

28.

ดาวฤกษ์เกิดขึ้นจากสสารใดภายในเอกภพ

a)

กลุ่มสสารภายในเนบิวลา

b)

อนุภาคนิวดริโนจำนวนมาก

c)

ธาตุหนักภายในซูเปอร์โนวา

d)

อนุภาคควาร์กและอิเล็กตรอน

e)

อนุภาคควาร์กและแอนตินิวดริโน

29.

ดาวฤกษ์ในข้อใดมีอุณหภูมิพื้นผิวดาวเรียงจากน้อยไปหามาก

a)

A5 M2 B2 G4

b)

G2 F5 B1 O3

c)

O1 B3 A5 F2

d)

K4 M2 F4 A4

e)

M5 A2 F3 O6

30.

ปฏิกิริยาเทอร้โมนิวเคลียร์ที่เป็นปฏิกิริยาหลักของการสร้างพลังงานของดาวฤกษ์ ทำให้เกิด กระบวนการใด

a)

การสังเคราะห์ธาตุหนัก

b)

การสร้างอนุภาคควาร์กและนิวตริโน

c)

การสังเคราะห์โปรตอนและอิเล็กตรอน

d)

การหลอมนิวเคลียสของไฮโดรเจนเป็นนิวเคลียสฮีเลียม

e)

การหลอมนิวเคลียสของคาร์บอนเป็นนิวเคลียสออกซิเจน

31.

ดาวฤกษ์ดวงใดเป็นดาวฤกษ์ที่มีกำลังส่องสว่างมากที่สุด ถ้าดาวแด่ละดวงมีขนาดเท่ากัน

a)

ดาวฤกษ์สีส้ม

b)

ดาวฤกษ์สีแดง

c)

ดาวฤกษ์สีขาว

d)

ดาวฤกษ์สีน้ำเงิน

e)

ดาวฤกษ์สีเหลือง

32.

ข้อใดเป็นผลิดภัณฑ์ที่ได้จากปฏิกิริยาสายโซ่โปรดอน-โปรดอน

a)

โปรตอนและนิวตรอน

b)

นิวดรอนและอะตอมไฮโดรเจน

c)

ฮีเลียม นิวดริโน และรังสีแกมมา

d)

ไฮโดรเจน นิวดริโน และโพชิตรอน

e)

ฮีเลียม ไฮโดรเจน นิวตรอน และรังสีแกมมา

33.

ธาตุที่เป็นผลิตภัณฑ์สุดท้ายของวัฏจักรคาร์บอน-ไนโตรเจน-ออกชิเจน คือธาตุใดบ้าง

a)

ฮีเลียมและคาร์บอน

b)

คาร์บอนและไนโตรเจน

c)

ไนโตรเจนและออกซิเจน

d)

ไฮโดรเจนและไนโตรเจน

e)

ไฮโดรเจนและออกซิเจน

34.

ดาวฤกษ์ 5 ดวง มีอัตราการเผาผลาญพลังงานเท่ากัน คือ 8.56 X 1032 วัตต์ ผู้ลังเกด บนโลกจะมองเห็นดาวฤกษ์ดวงใดมีความส่องสว่างมากที่สุด

a)

ดาวฤกษ์ A อยู่ห่างจากโลก 10 พาร์เซก

b)

ดาวฤกษ์ B อยู่ห่างจากโลก 15 พาร์เซก

c)

ดาวฤกษ์ C อยู่ห่างจากโลก 40 พาร์เซก

d)

ดาวฤกษ์ D อยู่ห่างจากโลก 70 พาร์เซก

e)

ดาวฤกษ์ E อยู่ห่างจากโลก 100 พาร์เชก

35.

ดาวฤกษ์ดวงหนึ่งมีโชติมาตรปรากฏ 1.98 และโชติมาตรสัมบูรณ์ -3.6 ดาวฤกษ์ดวงนี้ จะอยู่ห่างจากโลกเป็นระยะทางกี่พาร์เซก

a)

15 พาร์เซก

b)

30 พาร์เซก

c)

130 พาร์เซก

d)

145 พาร์เซก

e)

5.     200 พาร์เซก

36.

ดาวฤกษ์ก่อนเกิดจะกลายเป็นดาวฤกษ์เมื่อเกิดกระบวนการใด

a)

กระบวนการประลัย

b)

ปฏิกิริยาเทอร์โมนิวเคลียร์

c)

การระเบิดของซุเปอร์โนวา

d)

การยุบตัวของกลุ่มแก๊สด้วยแรงโน้มถ่วง

e)

การรวมตัวของโปรดอนและนิวดรอนเป็นนิวเคลียส

37.

สภาพสมดุลที่เกิดขึ้นภายในดาวฤกษ์ เป็นสมดุลระหว่างแรงใด

a)

แรงแม่เหล็กไฟฟ้ากับแรงโน้มถ่วง

b)

แรงแม่เหล็กไฟฟ้ากับแรงนิวเคลียร์อย่างเข้ม

c)

แรงนิวเคลียร์อย่างอ่อนกับแรงนิวเคลียร์อย่างเข้ม

d)

แรงดันจากปฏิกิริยาเทอร์โมนิวเคลียร์กับแรงโน้มถ่วง

e)

แรงดันจากปฏิกิริยาเทอร์ไมนิวเคลียร์กับแรงนิวเคลียร์อย่างอ่อน

38.

ดาวฤกษ์ที่มีสีส้มและมีอุณหภูมิพื้นผิวดาวประมาณ 4,000 เคลวิน จะมีสเปกตรัมชนิดใด

a)

O

b)

B

c)

A

d)

F

e)

K

39.

ดาวฤกษ์ในข้อใดมีระยะห่างจากโลกมากที่สุด

a)

ดาวฤกษ์ A มีมุมแพรัลแลกซ์ 0.22 พิลิปดา

b)

ดาวฤกษ์ B มีมุมแพรัลแลกซ์ 0.35 พิลิปดา

c)

ดาวฤกษ์ C มีมุมแพรัลแลกซ์ 0.44 พิลิปดา

d)

ดาวฤกษ์ D มีมุมแพรัลแลกซ์ 0.76 พิลิปดา

e)

ดาวฤกษ์ E มีมุมแพรัลแลกซ์ 0.82 พิลิปดา

40.

ข้อใดกล่าวถูกด้องเกี่ยวกับการหาระยะทางของดาวฤกษ์ด้วยหลักการแพรัลแลกซ์

a)

ระยะห่างของดาวฤกษ์นั้นจะแปรผันดรงกับมุมแพรัลแลกซ์ที่วัดไ

b)

ระยะห่างของดาวฤกษ์นั้นจะแปรผกผันกันกับมุมแพรัลแลกช์ที่วัดได้

c)

ดาวฤกษ์อยู่ไกลระบบสุริยะมากเท่าใดก็จะมีมุมที่เปลี่ยนไปมากขึ้นเท่านั้น

d)

ดาวฤกษ์ที่อยู่ใกล้ดวงอาทิดย์มากกว่าจะมีมุมแพรัลแลกซ์น้อยกว่าดาวฤกษ์ที่อยู่ไกล

e)

เราสามารถวัดมุมแพรัลแลกซ์ที่ได้จากจุดสังเกตสองจุดที่ใกล้กันมากที่สุดที่สามารถ ลังเกดได้จากบนโลก

41.

นักดาราศาสตร์วัดมุมแพรัลแลกซ์ของดาวฤกษ์ดวงหนึ่งได้ 0.54 พิลิปดา ดาวฤกษ์ดวงนี้ จะอยู่ห่างจากโลกกี่ปีแสง

a)

3.26 ปีแสง

b)

4.54 ปีแสง

c)

6.04 ปีแสง

d)

7.34 ปีแสง

e)

8.46 ปีแส

42.

ดาวฤกษ์ที่มีมวลมาก (มากกว่า 18 เท่าของมวลดวงอาทิดย์) จะมีวิวัฒนาการขั้นสุดท้าย กลายเป็นสิ่งใด

a)

ดาวนิวตรอน

b)

ดาวยักษ์แดง

c)

ดาวแคระขาว

d)

ดาวแคระน้ำตาล

e)

เนบิวลาดาวเคราะห์

43.

ดาวฤกษ์ที่มีมวลน้อยจะมีลำดับวิวัฒนาการเป็นอย่างไร

a)

ดาวฤกษ์ก่อนเกิด —► ดาวแคระน้ำดาล

b)

ดาวฤกษ์ก่อนเกิด —► ดาวยักษ์แดง —► ดาวแคระขาว

c)

ดาวฤกษ์ก่อนเกิด —► ดาวยักษ์ใหญ่น้ำเงิน —► ซูเปอร์โนวา —► หลุมดำ

d)

ดาวฤกษ์ก่อนเกิด —► ดาวยักษ์น้ำเงิน —► ซูเปอร์โนวา —► ดาวนิวตรอน

e)

ดาวฤกษ์ก่อนเกิด —► ดาวยักษ์แดง —► เนบิวลาดาวเคราะห์ —► ดาวแคระขาว

44.

การที่ดาวฤกษ์มีวิวัฒนาการจากดาวยักษ์แดงกลายเป็นดาวแคระขาว เกิดจากกระบวนการใด

a)

แรงโน้มถ่วงทำให้ดาวยุบตัวลงและระเบิดออกเป็นซูเปอร์โนวา

b)

ความไม่สมดุลระหว่างแรงดันกับแรงโน้มถ่วงทำให้ดาวเกิดการพองตัว

c)

การสังเคราะห์ธาตุหนักจากปฏิกิริยาฟิวชันและเกิดการสะสมมวลของดาว

d)

ปฏิกิริยาฟิวชันมาถึงจุดสิ้นสุดและระเบิดเอาผิวนอกของดาวออกไปจนเหลือแต่แก่นกลาง

e)

แรงโน้มถ่วงมีไม่เพียงพอที่จะทำให้เกิดปฏิกิริยาฟิวชันจนทำให้ดาวดับลงไปอย่างช้า ๆ

45.

ดาวฤกษ์มวลน้อยที่อยู่ในลำดับสุดท้ายของวิวัฒนาการจะอยู่ในบริเวณใดของแผนภาพ เฮิร์ตชปรุง-รัสเซลล์

a)

มุมบนซ้าย

b)

มุมล่างซ้าย

c)

มุมบนขวา

d)

มุมล่างขวา

e)

ตามแนวเส้นทแยงมุม