NEW
Font size
Worksheetsภาษาไทย ม.3 ปลายภาคเรียนที่ 2/2564
Total questions: 50
Worksheet time: 51mins
กลอนเพลงยาวขึ้นต้นด้วยวรรคใด
ก. วรรคสดับ
ข. วรรครับ
ค. วรรครอง
ง. วรรคส่ง
จุดมุ่งหมายสำคัญของอิศรญาณภาษิต คือข้อใด
ก. เสียดสีประชดประชันผู้อื่น
ข. ตำหนิพฤติกรรมของผู้ที่กระทำผิดต่อผู้อื่น
ค. บันทึกประวัติศาสตร์ความขัดแย้งของบุคคลในสมัยหนึ่ง
ง. สั่งสอนเตือนใจให้ฉุกคิดก่อนทำสิ่งใด และการปฏิบัติต่อผู้อื่น
อิศรญาณภาษิต เรียกอีกอย่างหนึ่งว่าอะไร
ก.อิศรญาณคำสอน
ข.อิศรญาณคำกลอน
ค.ภาษิตอิสสรญาโณ
ง.เพลงยาวอิศรญาณ
”สำหรับคนเจือจิตจริตเขลา ด้วยมัวเมาโมห์มากในซากผี” คำว่า โมห์ มีความหมายตรงกับข้อใด
ก.ความโลภ
ข.ความโกรธ
ค.ความลุ่มหลง
ง.ถูกทุกข้อ
”ชายข้าวเปลือกหญิงข้าวสารโบราณว่า น้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่าอัชฌาสัย เราก็จิตคิดดูเล่าเขาก็ใจ รักกันไว้ดีกว่าชังระวังการ” คำประพันธ์ข้างต้นไม่ได้ให้ข้อคิดในเรื่องใด
ก.คนเรารักกันไว้
ข.คนเราต่างต้องพึ่งพาอาศัยกัน
ค.คนเราควรมีน้ำใจไมตรีต่อกัน
ง.คนเราควรมีความขยันและอดทน
”มิใช่ตายแต่เขาเราก็ตาย แหงนดูฟ้าอย่าให้อายแก่เทวดา” ผู้ประพันธ์ต้องการจะบอกแก่ผู้อ่านให้ปฏิบัติตามข้อใด
ก.จงอย่ากลัวตาย
ข.จงอย่าประมาท
ค.จงอย่าดูถูกเทวดา
ง.จงทำความดีละเว้นความชั่ว
”ค่อยดำเนินตามไต่ผู้ไปหน้า ความว่าผู้มีคุณอย่าหุนหัน” คำว่าผู้ไปหน้า หมายถึงบุคคลตามข้อใด
ก.ผู้มีบุญคุณ
ข.ผู้เกิดก่อน
ค.ผู้ไปข้างหน้า
ง.ผู้เดินนำหน้า
.”เอาหลังตากแดดเป็นนิจคิดคำนวณ” คำว่า เอาหลังตากแดดเป็นนิจ มีความหมายตรงกับข้อใด
ก.ทนแดดได้นานไม่ร้อน
ข.ขยันทำงานหนักตลอดเวลา
ค.ไม่ทำงานทำการเอาแต่เล่น
ง.ทนร้อนทนหนาวอยู่ได้ตลอด
“อย่านอนเปล่าเอากระจกยกออกมา ส่องดูหน้าเสียทีหนึ่งแล้วจึงนอน”คำกลอนข้างต้นมีความหมายอย่างไร
ก. สอนให้ดูแลหน้าตาตนเองให้สะอาดสะอ้านงดงามตลอดเวลา
ข. สอนให้รู้จักใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์แม้เวลาจะนอนก็สามารถดูแลตนเองได้
ค. เปรียบเทียบว่าเราควรสำรวจจิตใจตนเองอยู่เป็นนิจว่าคิดดี ใฝ่ดีอยู่หรือเปล่า
ง. เปรียบเทียบว่าให้สำนึกตนเองอยู่เสมอว่าเกิดในตระกูลสูงหรือต่ำ
“ล้องูเห่าก็ได้ใจกล้ากล้า แต่ว่าอย่ายักเยื้องเข้าเบื้องหาง ต้องว่องไวในทำนองคล่องท่าทาง ตบหัวผางเดียวม้วนจึงควรล้อ” คำกลอนข้างต้นเตือนใจเกี่ยวกับเรื่องใด
ก.การล้อเลียนกับสิ่งที่เป็นอันตราย เช่น
งูเห่า
ข.ประเมินกำลังของศัตรูโดยเฉพาะผู้ที่มี
อำนาจก่อนที่เราคิดจะต่อสู้ด้วย
ค. การวางตัวของผู้น้อยต่อผู้ใหญ่
ง. การประกอบอาชีพที่เป็นอันตราย
“แต่ไม้ไผ่อันหนึ่งตันอันหนึ่งแขวะ สีเหยาะแหยะตอกตะบันเป็นควันฉิว
ช้างถีบอย่าว่าเล่นกระเด็นปลิว แรงหรือหิวชั่งใจดูจงสู้ช้าง” คำกลอนข้างต้นสอนแง่คิดเรื่องใด
ก. อย่าเย่อหยิ่ง
ข. อย่าประมาท
ค. อย่าอวดดี
ง. อย่าเกียจคร้าน
“สำหรับคนเจือจิตจริตเขลา ด้วยมัวเมาโมห์มากในซากผี ต้องหาม้ามโนมัยใหญ่ยาวรี สำหรับขี่เป็นม้าอาชาไชย” คำว่าม้าอาชาไชยเปรียบเทียบแทนสิ่งใด
ก. ข้ารับใช้ที่มีความสามารถ
ข. สัตว์พาหนะที่รู้ใจของเจ้าของ
ค. สามีที่มีความรับผิดชอบครอบครัว
ง. ใจที่รู้เท่าทันกิเลส
“เห็นตอหลักปักขวางหนทางอยู่ พิเคราะห์ดูควรทึ้งแล้วจึงถอน เห็นเต็มตาแล้วอย่าอยากทำปากบอนตรองเสียก่อนจึงค่อยทำกรรมทั้งมวล” คำกลอนข้างต้นสอนเกี่ยวกับเรื่องใด
ก. ให้รู้จักทำความสะอาดหนทางสัญจรให้เรียบร้อย
ข. ให้กล้าหาญที่จะต่อสู้กับผู้ที่ขัดขวางการทำงาน
ค. ให้พิจารณาว่าควรจะกล่าวหาผู้อื่นโดยไม่มีความผิดหรือไม่
ง. ให้รู้จักคิดใคร่ครวญ ไตร่ตรองก่อนที่จะพูดหรือทำสิ่งใด
“เพชรอย่างดีมีค่าราคายิ่ง ส่งให้ลิงจะรู้ค่าราคาหรือ
ต่อผู้ดีมีปัญญาจึงหารือ ให้เขาลือเสียว่าชายนี้ขายเพชร” คำกลอนข้างต้นสอนเกี่ยวกับเรื่องใด
ก. การค้าขายเพชรควรขายให้กับผู้มีฐานะพอจะซื้อได้
ข. คนที่มีปัญญาเท่านั้นจึงจะไม่ถูกหลอกลวงนำเพชรราคาต่ำมาขาย
ค. ควรปรึกษา หรือให้ความเห็นที่มีประโยชน์แก่ผู้มีปัญญาเท่านั้น
ง. ควรขายสินค้าที่มีคุณภาพให้กับคนที่มีปัญญา
คำกลอนในข้อใดไม่มีน้ำเสียงประชดประชันผู้มีอำนาจในสังคม
ก. ของสิ่งใดเจ้าว่างามต้องตามเจ้า
ข. เดินตามรอยผู้ใหญ่หมาไม่กัด
ค. ค่อยดำเนินตามไต่ผู้ไปหน้า
ง. พ่อแม่เลี้ยงปิดปกเป็นกกกอ
คำในข้อใดมีความหมายว่า ผู้เฒ่าผู้แก่ที่ถือไม้เท้า
ก. ผีเรือน
ข. คนสามขา
ค. ชายข้าวเปลือก
ง. งูเห่า
“ค่อยดำเนินตามไต่ผู้ไปหน้า ใจความว่าผู้มีคุณอย่าหุนหวน เอาหลังตากแดดเป็นนิจคิดคำนวณ รู้ถี่ถ้วนจึงสบายเมื่อปลายมือ” ข้อความเอาหลังตากแดดเป็นนิจ หมายความว่าอย่างไร
ก. เอาแต่นอนไม่ทำงาน
ข. ก้มหน้าทำงานหนัก
ค. ทรมานตนเองต่อไป
ง. ยอมให้ผู้อื่นดูถูก
สำนวนไทยในข้อใดไม่ปรากฏในอิศรญาณภาษิต
ก. ฆ่าควายเสียดายพริก
ข. น้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่า
ค. เดินตามหลังผู้ใหญ่หมาไม่กัด
ง. วัวสันหลังหวะ
สำนวนไทยในข้อใดไม่ตรงกับคำกลอนในอิศรญาณภาษิต
ก. อย่าเพลิดเพลินคนชังนักคนรักน้อย - คนรักเท่าผืนหนัง คนชังเท่าผืนเสื่อ
ข. ผีเรือนตัวไม่ดีผีอื่นพลอย - ผีซ้ำด้ำพลอย
ค. ถึงมีปากมีเสียเปล่าเหมือนเต่าหอย - ปากหอยปากปู
ง. จะเรียนคมเรียนเถิดอย่าเปิดฝัก - คมในฝัก
คำกล่าวใด สอนให้อ่อนน้อมถ่อมตนเมื่อต้องขอความช่วยเหลือจากผู้อื่น
ก. ถึงเพื่อนฝูงที่ชอบพอขอกันได้
ข. น้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่าอัชฌาสัย
ค. หญิงเรียกแม่ชายเรียกพ่อยอไว้ใช้
ง. เดินตามรอยผู้ใหญ่หมาไม่กัด
คำประพันธ์ข้อใดไม่มีน้ำเสียงเสียดสีประชดประชัน
ก. ชายข้าวเปลือกหญิงข้าวสารโบราณว่า น้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่าอัชฌาสัย
ข. ของสิ่งใดเจ้าว่างามต้องตามเจ้า ใครเลยเล่าจะไม่งามตามเสด็จ
ค. เดินตามรอยผู้ใหญ่หมาไม่กัด ไปพูดขัดเขาทำไมขัดใจเขา
ง. วาสนาไม่คู่เคียงเถียงเขายาก ถึงมีปากมีเสียเปล่าเหมือนเต่าหอย
คำประพันธ์ข้อใดสอนให้รู้จักประมาณตน
ก. ใจของเราไม่สอนใจใครจะสอน
ข. อย่าให้สูงกว่าฐานนานไปล้ม
ค. อันยศศักดิ์มิใช่เหล้าเมาแต่พอ
ง. ตรองเสียก่อนจึงค่อยทำกรรมทั้งมวล
“เอาเสาหินแปดศอกตอกเป็นหลัก ไปมาผลักบ่อยเข้าเสายังไหว” คำประพันธ์ข้างต้นเปรียบเทียบกับสิ่งใด
ก. ชื่อเสียงเกียรติยศของคนไม่จีรังยั่งยืน
ข. ผู้ที่มีกำลังอำนาจมากย่อมมีโอกาสอ่อนกำลังลงได้
ค. สุขภาพร่างกายของมนุษย์มีวันทรุดโทรม
ง. ใจคนย่อมอ่อนไหวไปตามคำพูดของผู้อื่น
“อันเพชรดีมีค่าราคายิ่ง ส่งให้ลิงจะรู้ค่าราคาหรือ”
สำนวนไทยในข้อใดไม่เกี่ยวข้องกับคำประพันธ์ข้างต้น
ก. วานรได้แก้ว
ข. ไก่ได้พลอย
ค. กิ้งก่าได้ทอง
ง. ใกล้เกลือกินด่าง
ข้อใดสอนให้อย่าแสดงอำนาจท้าทายบทลงโทษ
ก. ช้างถีบอย่าว่าเล่นกระเด็นปลิว
ข. ทำอวดเก่งกับขื่อคาว่ากระไร
ค. พริกไทยเม็ดนิดเดียวเคี้ยวยังร้อน
ง. คนสามขามีปัญญาหาไว้ทัก
การพูดเป็น ศาสตร์ คำกล่าวนี้หมายความว่าอย่างไร
ก. เป็นศิลปะเฉพาะตัว
ข. มีหลักเกณฑ์ในการสอนและฝึกได้
ค. เป็นความสามารถพิเศษ
ง. เป็นศาสตร์เฉพาะตัว
ความสำคัญของการพูดในข้อใดสำคัญมากที่สุด
ก. เป็นเครื่องมือสื่อสารในการดำเนินชีวิต
ข. เป็นเครื่องมือในการแสวงหาความรู้
ค. เป็นเครื่องมือสื่อสารในงานอาชีพ
ง. เป็นเครื่องมือในการสร้างความบันเทิง
การพูดในข้อใดถือว่าเป็นภัยร้ายแรงที่สุด
ก. พูดหยาบคาย
ข. พูดมาก
ค. พูดส่อเสียด
ง. พูดฟั่นเฟือน
ถ้อยคำประกอบการทักทายในข้อใดที่ถูกต้องที่สุด
ก. จะไปไหนเนี่ย ทำไมเดินจ้ำราวกับควายหายอย่างนั้นละครับ
ข. แต่งตัวทะมัดทะแมง จะไปวิ่งออกกำลังกายหรือครับ
ค. ไม่ได้เจอกันตั้งนาน โอ้โห! คุณอ้วนท้วนสมบูรณ์ขึ้นมากเลยนะครับ
ง. เดินเล่นตอนเช้าหรือครับ คนว่างงานก็ดีอย่างนี้แหละ มีโอกาสรักษาสุขภาพ
คำพูดในข้อใดบกพร่องเรื่องระดับของภาษา
ก. เมียดีย่อมเป็นที่รักของสามี
ข. ผู้ชายกับผู้หญิงเป็นสิ่งคู่กัน
ค. บุตรย่อมเป็นที่รักของบิดามารดา
ง. อาจารย์ครับผมของอนุญาตไปปัสสาวะครับ
คำพูดในข้อใดใช้คำเปรียบเทียบ ไม่เหมาะสม
ก. เขาโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ
ข. เขาเกลียดฉันเข้ากระดูกดำ
ค. เขาเสียใจอย่างแรงกล้า
ง. เธอสวยเหมือนนางงาม
การพูดจะมีประสิทธิภาพมากที่สุดเมื่อปฏิบัติตามข้อใด
ก. จงสบสายตากับผู้ฟัง
ข. จงพูดเรื่องที่รู้ดีที่สุด
ค. จงเตรียมตัวให้พร้อม
ง. จงสร้างความเชื่อมั่น
พฤติกรรมของบุคคลในข้อใดที่จัดได้ว่าเป็นคู่สนทนาที่ดีและมีมารยาท
ก. ณเดชจ้องมองแอนตลอดเวลา แสดงความใส่ใจในทุกคำพูดอย่างจริงจัง
ข. ครูทีเด็ดแสดงสีหน้าเมื่อสงสัยและถามขึ้นมาทันทีโดยไม่รอให้ผู้อำนวยการพูดจบ
ค. ขณะที่ก้อยพูด ตูนสบตาเธอเป็นระยะ ๆ และเสริมหรือโต้แย้งบ้างตามโอกาสอันควร
ง. นิชคุณกวาดสายตาไปมาพร้อมกับจ้องหน้าและทักท้วงขึ้นมาทันทีเมื่อไม่เห็นด้วยกับโอปอ
ถ้าคุณได้รับเชิญให้ไปเป็นวิทยากรบรรยาย เรื่องวัยรุ่นกับยาเสพติด ควรใช้วิธีการพูดแบบใด
ก. พูดโดยฉับพลัน
ข. การพูดโดยวิธีท่องจำ
ค. การพูดโดยอาศัยต้นร่าง
ง. การพูดโดยวิธีอ่านจากหนังสือ
ข้อความใดเป็นคำพูดที่กระชับและได้ใจความชัดเจนที่สุด
ก. ต่อไปนี้ ขอเชิญฟังคำบรรยายเรื่อง เศรษฐกิจก้าวไกลในปี ๒๐๑๒ ของคณะเศรษฐศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ข. ต่อไปนี้จะเป็นการบรรยาย เรื่องเรื่อง เศรษฐกิจก้าวไกลในปี ๒๐๑๒ ของคณะเศรษฐศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ขอเชิญรับฟังได้
ค. ลำดับต่อไปนี้ ขอเชิญฟังคำบรรยายของคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เรื่อง เศรษฐกิจก้าวไกลในปี ๒๐๑๒
ง. ลำดับต่อไปนี้ เป็นการบรรยายของคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เรื่อง เศรษฐกิจก้าวไกลในปี ๒๐๑๒ ขอเชิญรับฟังได้
ข้อใดสำคัญที่สุดในการทำหน้าที่พิธีกร
ก. มีลีลาการพูดดี ออกเสียงได้ถูกต้องชัดเจน
ข. มีปฏิภาณไหวพริบดี
ค. มีบุคลิกภาพดี แต่งกายสุภาพเรียบร้อย
ง. มีอารมณ์ขัน ขยันสร้างเสียงหัวเราะ
ถ้าพิธีกรเชิญท่าน ซึ่งเป็นเจ้าบ่าวหรือเจ้าสาวพูดท่านควรพูดถึงเรื่องใด
ก. ความดีในที่ได้แต่งงาน
ข. ความรู้สึกในขณะนั้น
ค. กล่าวขอบคุณผู้มาร่วมงาน
ง. แผนการดำเนินชีวิตหลังแต่งงาน
การโฆษณาขาย กางเกงยีนส์ ให้แก่นักศึกษา ควรใช้คำพูดในข้อใดจึงจะเหมาะสมที่สุด
ก. ใส่สบาย ไปได้ทุกที่ มีรสนิยม
ข. เท่ ทนทาน มีสไตล์ จริงใจ วัยโจ๋
ค. สวมกระชับ จับใจ ไร้กังวล
ง. ราคาเยา คุณภาพเยี่ยม ไม่ยับง่าย
โอกาสใดควรพูดโดยใช้วิธีอ่านจากร่าง
ก. การรายงานหน้าชั้นเรียน
ข. การกล่าวเปิดงานกีฬาสี
ค. การพูดในโอกาสที่เป็นพิธีกร
ง. การกล่าวอวยพรวันเกิดเพื่อน
การพูดโต้แย้งระหว่างกลุ่มบุคคลสองฝ่ายและมีผู้ตัดสินแพ้ชนะเป็นวิธีการพูดแบบใด
ก. การโต้วาที
ข. การปาฐกถา
ค. การอภิปราย
ง. การสนทนา
ข้อใดไม่ควรกระทำอย่างยิ่งในการโต้วาที
ก. พูดเสียงดังเกินความจำเป็น
ข. เอ่ยชื่อผู้โต้วาทีฝ่ายตรงกันข้าม
ค. หัวเราะเมื่อฝ่ายตรงข้ามพูดผิด
ง. หมดเวลาแล้วยังพูดต่อไม่หยุดทันที
ผู้พูดคนสุดท้ายในการโต้วาทีคือใคร
ก. หัวหน้าฝ่ายเสนอ
ข. หัวหน้าฝ่ายค้าน
ค. ผู้สนับสนุนฝ่ายเสนอ คนที่ 2
ง. ผู้สนับสนุนฝ่ายค้าน คนที่ 2
ข้อความในข้อใดที่ผู้โต้วาทีไม่ควรใช้
ก. “ผมว่าเลี้ยงหมาดีกว่าปลูกต้นไม้แน่นอน”
ข. “การปลูกต้นไม้ ช่วยในเรื่องนิเวศน์วิทยาได้มากกว่า”
ค. “จะอยู่ขนำหรือคอนโดก็ดีพอ ๆ กัน แต่อยู่คอนโดย่อมดีกว่า”
ง. “ควรสร้างเขื่อนเพราะให้ประโยชน์ในเรื่องพลังงานไฟฟ้า”
ข้อใดเหมาะสมที่จะเป็นญัตติในการโต้วาทีมากที่สุด
ก. ไก่เกิดก่อนไข่
ข. แข็งดีกว่าอ่อน
ค. เกิดเป็นหมาดีกว่าคน
ง. แต่งงานดีกว่าขึ้นคานทอง
ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการโต้วาที
ก. หัวข้อในการโต้วาทีเรียกว่า”ญัตติ”
ข. หัวหน้าฝ่ายเสนอจะเป็นผู้สรุปก่อน
ค. ผู้เสนอความคิดเห็นเป็นคนแรกคือหัวหน้าฝ่ายเสนอ
ง. การตัดสินโต้วาทีกรรมการจะพิจารณาจากเหตุผล ข้อเท็จจริง
ข้อใดเป็นคุณสมบัติที่สำคัญที่สุดของผู้โต้วาที
ก. มีลีลาอารมณ์ขัน
ข. มีความรอบรู้อย่างกว้างขวาง
ค. มีบุคลิกภาพที่น่าเกรงขาม
ง. มีไหวพริบปฏิภาณโต้ตอบได้อย่าง
ฉับไว
การโต้วาทีแตกต่างจากการอภิปรายในข้อใด
ก. การโต้วาทีมุ่งแสดงคารมและเอาชนะฝ่ายตรงข้าม
ข. การโต้วาทีเป็นการมุ่งให้ข้อมูลและข้อเท็จจริง
ค. การโต้วาทีต้องมีฝ่ายที่ขอทราบความคิดเห็น
ง. การโต้วาทมุ่งที่จะแสดงข้อเท็จจริงเท่านั้น
ผู้กล่าวสรุปเป็นคนแรกคือใคร
ก. หัวหน้าฝ่ายเสนอ
ข. หัวหน้าฝ่ายค้าน
ค. ผู้สนับสนุนฝ่ายเสนอ คนที่ ๑
ง. ผู้สนับสนุนฝ่ายค้าน คนที่ ๑
ข้อใดเป็นการแสดงมารยาทที่ดีในการพูดโต้วาที
ก. พูดกระทบกระเทียบฝ่ายตรงข้าม
ข. นำเรื่องส่วนตัวของฝ่ายตรงข้ามมาแฉ
ค. ทุบโต๊ะเพื่อแสดงอารมณ์ในการพูด
ง. ไม่เอ่ยนามฝ่ายตรงข้ามแต่จะเรียกตำแหน่งในการโต้แทน
พุทธศาสนาจะสอนให้ขยันศึกษาหาความรู้ แต่ไม่สอนให้เชื่อในสิ่งที่ได้รู้มาทันทีจนกว่าจะได้ทดลองหรือพิสูจน์ นี่คือหลักสำคัญของวิทยาศาสตร์ แต่เรามักจะไม่ค่อยเชื่อตนเอง เพราะเชื่อกันว่ามีผู้วิเศษที่เขารู้ดีกว่าเรา ดังนั้นเราจึงมักจะเชื่อเขาโดยไม่รู้ตัวว่าจะถูกหลอก
จากข้อความนี้สรุปความได้อย่างไร
ก. ไม่มีใครรู้ดีไปกว่าตัวเราเอง
ข. เราควรจะใช้วิจารณญาณก่อนที่จะเชื่อในสิ่งต่างๆ
ค. การสอนพุทธศาสนาและวิทยาศาสตร์สัมพันธ์กัน
ง. ถ้าไม่อยากถูกผู้อื่นหลอกลวงควรที่จะคิดก่อนทำ
