wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

แบบทดสอบเศรษฐศาสตร์

Total questions: 50

Worksheet time: 23mins

Name
Class
Date
1.

ข้อความใดให้ความหมายของวิชาเศรษฐศาสตร์ถูกต้องที่สุด

a)

วิชาที่เกี่ยวกับการซื้อขายสินค้าและบริการ

b)

วิชาที่เกี่ยวกับการสนองตอบต่อความต้องการของสมาชิกในสังคม

c)

วิชาที่เกี่ยวกับการจัดทรัพยากรและการผลิตสินค้าและบริการ

d)

วิชาที่เกี่ยวกับการเลือกใช้สรรทรัพยากรเพื่อตอบสนองความต้องการของมนุษย์ให้เกิดประโยชน์อย่างคุ้มค่า

2.

นางฟ้า ได้ที่ดินมรดกมาจากย่าจึงนำที่ดินมาทำสวนมะม่วง โดนจ้างนาย แดง มาช่วยทำสวน นางฟ้าทำให้เกิดผลตอบแทนปัจจัยการผลิตอะไรบ้าง

a)

ค่าเช่า ดอกเบี้ย ค่าจ้าง

b)

ค่าเช่า ดอกเบี้ย กำไร

c)

กำไร ค่าเช่า ค่าจ้าง

d)

ดอกเบี้ย กำไร ค่าจ้าง

3.

ปัญหาพื้นฐานทางเศรษฐกิจอันดับแรกของการดำเนินชีวิตทางเศรษฐกิจของประชาชนทุกสังคม คือข้อใด

a)

1. ผลิตเมื่อใด

b)

2. ผลิตอย่างไร

c)

3. ผลิตอะไร

d)

4. ผลิตเป็นจำนวนเท่าใด

4.

เศรษฐศาสตร์จุลภาคเป็นการศึกษาเกี่ยวกับเรื่องใด

a)

รายได้และรายจ่ายประชาชาติ

b)

การศึกษาปัญหาต่างๆ ที่กระทบต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ

c)

การจ้างงาน การออม การลงทุน การเงิน การค้า

d)

การผลิตสินค้าและบริการ การกำหนดราคาสินค้า การกระจายสินค้าจากผู้ผลิตไปยังผู้บริโภค

5.

ภาวะที่ราคาสินค้าเปลี่ยนแปลงขึ้นหรือลง ตามความต้องการของผู้บริโภคเรียกว่า

a)

ดุลยภาพ

b)

กลไกราคา

c)

ระบบตลาด

d)

ระบบเศรษฐกิจ

6.

ข้อใดคือสินค้าในตลาดผูกขาด

a)

ไฟฟ้า ประปา

b)

น้ำอัดลม ปูนซีเมนต์

c)

ข้าวโพด ยางพารา

d)

เครื่องปรับอากาศ โทรทัศน์

7.
ระบบเศรษฐกิจ หมายถึงข้อใด
a)
สังคมที่รัฐควบคุมการผลิต
b)
สังคมที่รัฐเป็นเจ้าของปัจจัยการผลิต
c)
สังคมที่รัฐใช้กลไกราคาจัดสรรการผลิต
d)
สังคมที่รัฐกำหนดแบบแผนปฏิบัติทางเศรษฐกิจ
8.
ระบบเศรษฐกิจแบบใดที่เอกชนมีเสรีภาพในการผลิตมากที่สุด โดยรัฐไม่เข้าไปแทรกแซงราคาสินค้า
a)
แบบทุนนิยม
b)
แบบผสม
c)
แบบสังคมนิยม
d)
แบบรัฐสวัสดิการ
9.
ข้อใด ไม่ใช่ ลักษณะเศรษฐกิจแบบทุนนิยม
a)
เอกชนเป็นผู้ผลิต
b)
มีการแข่งขันและมีกลไกราคา
c)
มีการวางแผนจากส่วนกลาง
d)
เอกชนเป็นเจ้าของทรัพย์สินและปัจจัยการผลิต
10.
ข้อใดจัดเป็นลักษณะของระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยม
a)
มีกิจกรรมที่แสดงถึงการคุ้มครองสวัสดิภาพของแรงงาน
b)
รัฐจะเข้าไปควบคุมกิจการสาธารณูปโภค และกิจการธนาคาร
c)
การดำเนินกิจกรรมทางด้านเศรษฐกิจโดยผ่านกลไกราคา
d)
เอกชนสามารถดำเนินกิจการทางด้านอุตสาหกรรมร่วมกับรัฐบาลได้
11.
ข้อใดเป็นข้อดีของระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยม
a)
การแข่งขันกันขายสินค้าทำให้คุณภาพของสินค้าดีขึ้น
b)
มีการกระจายรายได้ของประชาชนสูงขึ้นอย่างเท่าเทียมกัน
c)
เอกชนสามารถตัดสินใจผลิตสินค้าได้อย่างเสรีไม่ถูกจำกัดจากรัฐบาล
d)
ผู้บริโภคและผู้ผลิตมีสิทธิเสรีภาพเท่าเทียมกันในเรื่องของการตัดสินใจผลิตและบริโภค
12.
ข้อใดเป็นข้อบกพร่องของระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยม
a)
สื้นเปลืองทรัพยากร
b)
ชาวนากลายเป็นกรรมกร
c)
ผลผลิตต้องพึ่งพาการส่งออก
d)
เกิดชุมชนเมืองในพื้นที่สีเขียว
13.
ลักษณะเด่นของระบบเศรษฐกิจแบบสังคมนิยมเป็นอย่างไร
a)
รัฐและเอกชนร่วมมือกันประกอบธุรกิจขนาดใหญ่ เพื่อประโยชน์ของประเทศ
b)
รัฐควบคุมกิจการธนาคาร อุตสาหกรรมขั้นพื้นฐาน และกิจการสาธารณูปโภค
c)
ผู้ผลิตต้องแบ่งปันผลประโยชน์ เพื่อเป็นสวัสดิการประชาชน
d)
ผู้ประกอบกิจการธุรกิจขนาดใหญ่มีเสรีภาพในการผลิต
14.
ข้อใด ไม่ใช่ ลักษณะของ
ประเทศที่ใช้ระบบเศรษฐกิจแบบสังคมนิยม
a)
รัฐวางแผนการผลิต
b)
รัฐยอมให้มีกลไกราคา
c)
รัฐเป็นเจ้าของปัจจัยการผลิต
d)
รัฐดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจ
15.
ระบบเศรษฐกิจแบบสังคมนิยมมีข้อเสียอย่างไร
a)
การลงทุนในธุรกิจต่างมีต้นทุนมาก แต่มีกำไรน้อย
b)
รัฐบาลเข้าไปแทรกแซงกลไกราคาต่อผู้ผลิตทุกประเภท
c)
ประชาชนไม่มีเสรีภาพอย่างเต็มที่ในการทำธุรกิจที่ต้องการ
d)
มีการผูกขาดราคาสินค้าที่เอกชนเป็นผู้ผลิต และประชาชนไม่ได้รับสวัสดิการจากรัฐบาล
16.
ระบบเศรษฐกิจแบบผสมมีลักษณะเด่นอย่างไร
a)
รัฐไม่แทรกแซงราคาสินค้าหรือธุรกิจทุกขนาด
b)
รัฐมีหน้าที่อำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบการขนาดเล็ก
c)
รัฐเข้าไปดำเนินกิจกรรมอุตสาหกรรมประเภทการบริการและการท่องเที่ยว
d)
รัฐบาลมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางเศรษฐกิจหลายด้าน เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมทางเศรษฐกิจ
17.
ลักษณะข้อใด ไม่มี ในประเทศที่ใช้ระบบเศรษฐกิจแบบผสม
a)
รัฐควบคุมราคาสินค้า
b)
มีกลไกราคาและการแข่งขัน
c)
เอกชนเป็นเจ้าของปัจจัยการผลิต
d)
เอกชนเป็นผู้ดำเนินการผลิตทั้งหมด
18.
ข้อเสียของระบบเศรษฐกิจแบบผสมคืออะไร
a)
การบริหารงานของรัฐในกิจการอุตสาหกรรมบางประเภทขาดประสิทธิภาพเมื่อเทียบกับเอกชน
b)
เอกชนมีบทบาทสำคัญในการแข่งขันกันผลิตสินค้ากับรัฐบาล ทำให้เกิดการเปรียบเทียบ
c)
รายได้จากการผลิตสินค้าต้องถูกนำมาแบ่งปันให้รัฐในรูปแบบของการเสียภาษี
d)
เอกชนมีพลังอำนาจการต่อรองการผลิตและการบริการกับรัฐบาล
19.
ข้อดีของระบบเศรษฐกิจแบบผสมคืออะไร
a)
รัฐบาลสามารถเข้าไปควบคุมหรืออกกฎหมายเพื่อกำกับถ้าเอกชนดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจ   จนสร้างความเดือดร้อนต่อประชาชน
b)
รายได้ของแรงงานมีจำนวนเท่าเทียมกันทุกคน ส่งผลให้ประชาชนมีความตั้งใจในการทำงาน    ในองค์กรธุรกิจอย่างเต็มที่
c)
เอกชนมีกำลังใจในการผลิตสินค้าตามนโยบายของรัฐบาล
d)
การบริหารงานขององค์กรธุรกิจมีประสิทธิภาพ
20.
ปัจจุบัน ประเทศไทยใช้ระบบเศรษฐกิจแบบใด
a)
แบบผสม
b)
แบบทุนนิยม
c)
แบบสังคมนิยมประชาธิปไตย
d)
แบบวางแผนจากส่วนกลาง
21.
ระบบเศรษฐกิจ หมายถึงข้อใด
a)
สังคมที่รัฐควบคุมการผลิต
b)
สังคมที่รัฐเป็นเจ้าของปัจจัยการผลิต
c)
สังคมที่รัฐใช้กลไกราคาจัดสรรการผลิต
d)
สังคมที่รัฐกำหนดแบบแผนปฏิบัติทางเศรษฐกิจ
22.

ข้อดีของระบบเศรษฐกิจแบบคอมมิวนิสต์คือข้อใด

a)

ประชาชนจะได้รับจัดสรรทรัพยากรที่เท่ากัน

b)

เกิดการแข่งขันในการดำเนินกิจการทางเศรษฐกิจ

c)

เอกชนมีเสรีภาพในการถือเข้าครองทรัพย์สิน

d)

รัฐบาลจะไม่เข้าไปแทรกแซงกิจกรรมทางเศรษฐกิจ

23.

ข้อใดคือลักษณะของตลาดแข่งขันสมบูรณ์

a)

สินค้าในตลาดเป็นชนิดเดียวกันเหมือนกันทุกประการ

b)

มีผู้ขายน้อย และผู้ขายมีอิทธิพลต่อการกำหนดราคาสินค้า

c)

ผู้ซื้อและผู้ขายมีความรู้เกี่ยวกับสภาพการณ์ของตลาดเป็นอย่างดี

d)

มีผู้ขายและผู้ซื้อจำนวนมาก

24.

กลไกราคามีความสำคัญอย่างไร

a)

ทำให้ระบบเศรษฐกิจขับเคลื่อนไปได้

b)

ใช้ในการกำหนดราคาสินค้าในตลาด

c)

ใช้ในการกำหนดปริมาณการผลิตและการบริโภค

d)

ถูกทุกข้อ

25.

หากอุปสงค์ของเงาะมีมากกว่าอุปทานของเงาะจะเกิดเหตุการณ์ใดในตลาดขึ้น

a)

สินค้าขาดตลาด

b)

สินค้าล้นตลาด

c)

สินค้าไม่ขาดและไม่ล้น

d)

ราคาของเงาะจะลดลง

26.

ในเชิงเศรษฐศาสตร์ ข้อใดให้ความหมายของคำว่า "อุปสงค์" ได้ถูกต้องที่สุด

a)

ปริมาณความต้องการซื้อสินค้าและบริการ

b)

ปริมาณความต้องการและความสามารถในการขายสินค้าและบริการ

c)

ปริมาณความต้องการและความสามารถในการซื้อสินค้าและบริการ

d)

ปริมาณความต้องการขายสินค้าและบริการ

27.

"ปริมาณความต้องการและความสามารถในการซื้อสินค้าและบริการ" คือความหมายของคำใดต่อไปนี้

a)

อุปทาน

b)

อุปสงค์

c)

กลไกราคา

d)

ผิดทุกข้อ

28.

กฎของอุปทาน มีความหมายตรงกับข้อใด

a)

ถ้าราคาสินค้าสูงขึ้น ปริมาณความต้องการซื้อจะลดลง

b)

ถ้าราคาสินค้าสูงขึ้น ปริมาณความต้องการขายจะเพิ่มขึ้น

c)

ถ้าราคาสินค้าสูงขึ้น ปริมาณความต้องการขายจะลดลง

d)

ถ้าราคาสินค้าสูงขึ้น ปริมาณความต้องการซื้อจะเพิ่มขึ้น

29.

Demand คือศัพท์ทางเศรษฐศาสตร์ของคำว่าอะไร

a)

อุปทาน

b)

กลไกราคา

c)

อุปสงค์

d)

จุดดุลยภาพ

30.

Supply เป็นศัพท์ทางเศรษฐศาสตร์ของคำว่าอะไร

a)

กลไกราคา

b)

จุดดุลยภาพ

c)

ปริมาณการเสนอซื้อและขาย

d)

อุปทาน

31.

ถ้าหากส้มราคาเพิ่มสูงจะเป็นไปตามกฎอุปสงค์ข้อใด

a)

ความต้องการขายส้มเพิ่มขึ้น

b)

ความต้องการขายส้มลดลง

c)

ความต้องการซื้อส้มมากขึ้น

d)

ความต้องการซื้อส้มลดลง

32.

ถ้าหากส้มราคาลดลงข้อเป็นไปตามกฎอุปทาน

a)

ความต้องการขายเพิ่มขึ้น

b)

ความต้องการขายลดลง

c)

ความต้องการซื้อเพิ่มขึ้น

d)

ความต้องการซื้อลดลง

33.

ข้อใดเป็นไปตามกฎอุปทาน

a)

ราคาเนื้อหมูแพงขึ้น ประชาชนจึงหันมาบริโภคเนื้อปลาแทน

b)

แม้จะมีคนทานส้มตำมากขึ้น แต่แม่ค้าส้มตำยังปิดร้านเวลาเดิม

c)

ห้าง central ประกาศลดราคาสินค้า 40% ตลอดปี ทำให้ยอดขายพุ่งสูงขึ้น

d)

ราคาชุดนักเรียนแพงขึ้น พ่อค้าจึงขยายเวลาเปิด-ปิดร้าน เพราะต้องการขายสินค้ามากขึ้น

34.

ข้อใดให้คำจำกัดความของ "เงิน" ได้ดีที่สุด

a)

เงินคือวัตถุที่ใช้ในการซื้อสินค้าและบริการ

b)

เงินคือธนบัตรและเหรียญกษาปณ์ที่มีอยู่ในระบบเศรษฐกิจ

c)

เงินคืออะไรก็ได้ที่สังคมยอมรับให้เป็นสื่อกลางการเเลกเปลี่ยน

d)

เงินคือธนบัตร เหรียญกษาปณ์ และบัตรเครดิตที่ใช้ในการเเลกเปลี่ยน

35.

ข้อใดแสดงว่าเงินทำหน้าที่ในการวัดมูลค่า

a)

สุธีเขียนเช็คส่วนตัวซื้อนาฬิกาข้อมือ 1 เรือน ราคาเรือนละ 30,000 บาท

b)

พิศาลซื้อโทรทัศน์ 1 เครื่อง โดยผ่อนชำระ 6 งวด งวดละ 10,000 บาท

c)

แอนมีเงินแค่ 20 บาท ซื้อข้าวสารได้ไม่ถึง 1 กิโลกรัม

d)

สรชัยนำธนบัตรไทยชนิดราคา 100 บาท ไปแลกธนบัตรชนิดราคา 50 บาท ได้ 2 ใบ

36.

ข้อใดต่อไปนี้คือความปริมาณเงินในความหมายแคบ

a)

ธนบัตร เหรียญกษาปณ์ และเงินที่อยู่ในมือของรัฐบาล

b)

ธนบัตร เหรียญกษาปณ์ และเงินฝากกระแสรายวัน

c)

ธนบัตร เหรียญกษาปณ์ และบัตรเครดิต

d)

ธนบัตร เหรียญกษาปณ์ และเงินออมทั้งหมด

37.

เงินเฟ้อก่อให้เกิดผลกระทบตามข้อใด

a)

รัฐเก็บภาษีเงินได้น้อยเกินไป

b)

อำนาจซื้อของผู้มีรายได้ประจำสูงขึ้น

c)

ลูกหนี้ได้เปรียบ เจ้าหนี้เสียเปรียบ

d)

ลูกหนี้เสียเปรียบ เจ้าหนี้ได้เปรียบ

38.

ผลกระทบของภาวะเงินฝืดคือข้อใด

a)

เกิดปัญหาการว่างงานเพิ่มขึ้น

b)

ราคาสินค้าโดยทั่วไปเพิ่มขึ้น

c)

ผู้ผลิตได้กำไรมากขึ้น

d)

ผู้มีรายได้ประจำเสียเปรียบ

39.

สถาบันที่เป็นหน่วยงานกลางในการทำหน้าที่เกี่ยวกับการเงินของประเทศ คือข้อใด

a)

ก    ธนาคารกลาง         

b)

ข    ธนาคารพาณิชย์

c)

ค    สถาบันการเงินที่ประกอบกิจการ ธนาคาร

d)

ง    สถาบันการเงินที่ไม่ได้ประกอบกิจการธนาคาร

40.

ข้อใดไม่ใช่ หน้าที่ของธนาคารแห่งประเทศไทย

a)

ก.    ออกและพิมพ์ธนบัตร

b)

ข.     ออกและพิมพ์เหรียญกษาปณ์

c)

ค.  เป็นนายธนาคารของรัฐบาล

d)

ง.  เป็นนายธนาคารของธนาคารพาณิชย์

41.

ข้อใดไม่ใช่ บทบาทหน้าที่ของเงิน

a)

กู้ยืม

b)

ชำระหนี้

c)

เครื่องรักษามูลค่า

d)

สื่อกลางในการแลกเปลี่ยน

42.

สถาบันที่เป็นหน่วยงานกลางในการทำหน้าที่เกี่ยวกับการเงินของประเทศ คือข้อใด

a)

ธนาคารพาณิชย์

b)

ธนาคารกลาง

c)

สถาบันการเงินที่ประกอบกิจการ ธนาคาร

d)

สถาบันการเงินที่ไม่ได้ประกอบกิจการธนาคาร

43.

ทุกข้อมีความเกี่ยวข้องกับภาวการณ์ของเงินเฟ้อ ยกเว้นข้อใด

a)

ต้องใช้เงินมากขึ้น เพื่อซื้อสินค้าในปริมาณเท่าเดิม

b)

สะท้อนถึงภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ

c)

มีเงินหมุนเวียนในมือประชาชนมากขึ้น

d)

เงินจำนวนเท่าเดิมแต่ซื้อของได้น้อยลง

44.

ในชีวิตประจำวัน เงินทำหน้าที่ข้อใดมากที่สุด

a)

เป็นเครื่องวัดมูลค่าและเป็นเครื่องรักษามูลค่า

b)

เป็นเครื่องรักษามูลค่าและแสดงความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ

c)

เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนและเป็นเครื่องวัดมูลค่า

d)

เป็นมาตรฐานการชำระหนี้ในอนาคตและเป็นเครื่องวัดมูลค่า

45.

ข้อใดมิใช่หน้าที่ของธนาคารพาณิชย์

a)

รับฝากเงิน

b)

ให้กู้ยืมเงิน

c)

ออกธนบัตร

d)

ออกเงินกระแสรายวัน

46.

สิ่งใดต่อไปนี้บ่งชี้ว่าเกิดสภาวะการเงินเฟ้อ

a)

ดัชนีราคาสินค้าเพิ่มขึ้น

b)

ดัชนีราคาสินค้าลดลง

c)

อำนาจขอเงินเพิ่มขึ้น

d)

ราคาสินค้าในตลาดลดลง

47.

ข้อใดเป็นเรื่องเกี่ยวกับเศรษฐศาสตร์จุลภาค

a)

ประเทศไทยประสบปัญหาความตกต่ำทางเศรษฐกิจ

b)

ผลผลิตทุเรียนออกสู่ตลาดจำนวนมากทำให้ราคาทุเรียนตกต่ำ

c)

นโยบาลของรัฐบาลในการลดการว่างงานคือกระตุ้นให้เอกชนลงทุนเพิ่ม

d)

ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายระยะยาว

48.

ข้อใดเป็นปัญหาพื้นฐานทางเศรษฐศาสตร์

a)

ผลิตอะไร จำนวนเท่าไหร่ ผลิตสินค้าเพื่อใคร

b)

ผลิตสินค้าอะไร ผลิตสินค้าอย่างไร ผลิตสินค้าเพื่อใคร

c)

ผลิตสินค้าอะไร ผลิตสินค้าที่ไหน ผลิตสินค้าเพื่อใคร

d)

ผลิตสินค้าอะไร ผลิตสินค้าอย่างไร ผลิตสินค้าทำไม

49.

คำใดในภาษาอังกฤษที่หมายถึง "เศรษฐศาสตร์"

a)

Supply

b)

Demand

c)

Economics

d)

Employment

50.

ปัจจัยการผลิตแบ่งออกเป็นกี่ประเภท

a)

3 ประเภท

b)

4 ประเภท

c)

5 ประเภท

d)

6 ประเภท