wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

ระบบหมุนเวียนเลือด

Total questions: 66

Worksheet time: 27mins

Name
Class
Date
1.

เลือดออกจากหัวใจล่างซ้ายไปที่ใด

a)

ปอด

b)

หัวใจห้องบนซ้าย

c)

ส่วนต่างๆของร่างกาย

d)

หัวใจห้องล่างขวา

2.

เลือดมีส่วนที่เป็นของเหลวกี่ %

a)

35

b)

45

c)

55

d)

65

3.

อะไรไม่ใช่หน้าที่ของเซลล์เม็ดเลือดแดง

a)

ลำเลียงแก๊สออกซิเจน

b)

ผลิตแอนติบอดี

c)

ลำเลียงของยูเรีย

d)

ลำเลียงน้ำ

4.

อวัยวะในข้อใดต่อไปนี้ไม่ได้มีหน้าที่สร้างเลือด

a)

ม้าม

b)

ไขกระดูก

c)

ตับ

d)

ต่อมน้ำเหลือง

5.

หัวใจห้องใดที่ทำหน้าที่สูบฉีดเลือดไปยังส่วนต่างๆ ของร่างกาย

a)

ห้องบนขวา

b)

ห้องบนซ้าย

c)

ห้องล่างขวา

d)

ห้องล่างซ้าย

6.

หัวใจ (Heart) ตั้งอยู่ในข่องอกค่อนไปทางซ้ายระหว่างอวัยวะส่วนใดของร่างกาย

a)

ไต

b)

ตับ

c)

ปอด

d)

ม้าม

7.

หน้าที่สำคัญของหัวใจ คือข้อใด

a)

สูบฉีดเลือด

b)

เป็นแหล่งเก็บเลือด

c)

สร้างเม็ดเลือดแดง

d)

ทำหน้าที่แลกเปลี่ยนแก๊สในร่างกาย

8.

เลือดของคนเราประกอบด้วยอะไรบ้าง

a)

เม็ดเลือดแดง เกล็ดเลือด น้ำเลือด

b)

เม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาว เกล็ดเลือด น้ำเลือด

c)

เม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาว เม็ดเลือดดำ ฮีโมโกลบิน น้ำเลือด

d)

เม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาว เม็ดเลือดดำ ฮีโมโกลบิน น้ำเลือด หลอดเลือด

9.

ระบบหมุนเวียนเลือดมีหน้าที่สำคัญอย่างไร

a)

ทำให้สารที่มีอนุภาคใหญ่ มีขนาดเล็กลง

b)

ควบคุมการหมุนเวียนสารต่างๆในร่างกาย

c)

ลำเลียงสารเข้าและออกจากเซลล์ไปทั่วร่างกาย

d)

ลำเลียงสารที่เซลล์ต้องการและลำเลียงสารที่เซลล์ไม่ต้องการไปกำจัดออก

10.

ส่วนประกอบของเลือดในข้อใดมีหน้าที่ช่วยให้เลือดแข็งตัว เมื่อมีการไหลของเลือดออกนอกร่างกาย

a)

น้ำเลือด

b)

เกล็ดเลือด

c)

เม็ดเลือดแดง

d)

เม็ดเลือดขาว

11.

โรคหัวใจขาดเลือดคืออะไร

a)

โรคที่เกิดจากหลอดเลือดเลี้ยงหัวใจตีบหรือตัน

b)

โรคที่เกิดจากหลอดเลือดแข็งตัว

c)

โรคที่เกิดจากไขมันสะสมในหลอดเลือด

d)

โรคที่เกิดจากการอุดตันของเกล็ดเลือดและลิ่มเลือด

12.

วิธีการรักษาโรคหัวใจขาดเลือดวิธีใดเสี่ยงต่อการเสียชีวิตน้อยที่สุด

a)

การผ่าตัดต่อหลอดเลือดเลี้ยงหัวใจหรือการผ่าตัดบายพาส

b)

การขยายหลอดเลือดหัวใจด้วยบอลลูน

c)

การใส่เครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจ

d)

การฉีดสีหัวใจ

13.

การรักษาด้วยบอลลูนมีวัตถุประสงค์เพื่ออะไร

a)

สลายไขมันในเส้นเลือด

b)

รักษาระบบทางเดินหายใจ

c)

ขยายหลอดลม

d)

ขยายหลอดเลือด

14.

การแพ้สารทึบรังสีที่ใช้ในกระบวนการรักษาเป็นความเสี่ยงของวิธีการใด

a)

การขยายหลอดเลือดหัวใจด้วยบอลลูน

b)

การใส่เครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจ

c)

การฉีดสีหัวใจ

d)

การผ่าตัดต่อหลอดเลือดเลี้ยงหัวใจหรือการผ่าตัดบายพาส

15.

ระบบหมุนเวียนเลือดสามารถแบ่งได้กี่ระบบ

a)

2 ระบบ

b)

4 ระบบ

c)

5 ระบบ

d)

10 ระบบ

16.

ระบบไหลหมุนเวียนเลือดประกอบด้วยอะไรบ้าง

a)

ระบบหลอดเลือด และระบบหัวใจ

b)

ระบบหัวใจหลอดเลือด

c)

ระบบ เลือดเสียและเลือดดี ระบบน้ำเหลือง

d)

ระบบหัวใจหลอดเลือด และระบบน้ำเหลือง

17.

หัวใจห้องใดที่ทำหน้าที่สูบฉีดเลือดไปยังส่วนต่างๆ ของร่างกาย

a)

ห้องบนซ้าย

b)

ห้องบนขวา

c)

ห้องล่างขวา

d)

ห้องล่างซ้าย

18.

อัตราชีพจรมีความสำคัญอย่างไร

a)

สังเกตการทำงานของปอด

b)

สังเกตการทำงานของหัวใจ

c)

สังเกตการทำงานของไต

d)

สังเกตการทำงานของกระเพาะอาหาร

19.

อวัยวะที่ควบคุมระบบหมุนเวียนเลือดคือข้อใด

a)

ปอด

b)

ม้าม

c)

ไต

d)

หัวใจ

20.

สารใดที่มีผลทำให้เม็ดเลือดแดงมีสีแดง

a)

เพลตเลต

b)

ฮีโมโกลบิน

c)

ไฟบริน

d)

โพรทรอมบิน

21.

ข้อความใดกล่าวไม่ถูกต้อง

a)

เม็ดเลือดแดงทำหน้าที่ลำเลียงออกซิเจน

b)

ทั้งเม็ดเลือดแดงและเม็ดเลือดขาวจะถูกทำลายที่ไต

c)

เม็ดเลือดขาวทำหน้าที่ทำลายเชื้อโรค

d)

เกล็ดเลือดทำหน้าที่ช่วยให้เลือดหยุดไหลเมื่อเกิดบาดแผล

22.

ส่วนประกอบใดที่พบมากที่สุดในน้ำเลือด

a)

ฮอร์โมน

b)

น้ำ

c)

ออกซิเจน

d)

สารอาหาร

23.

การแลกเปลี่ยนสารระหว่างเซลล์กับเลือดจะเกิดขึ้นบริเวณใด

a)

หลอดเลือดดำใหญ่

b)

หลอดเลือดฝอย

c)

หลอดเลือดแดงใหญ่

d)

หัวใจ

24.

เม็ดเลือดขาวมีอายุเท่าใด

a)

7-12 วัน

b)

7-14 วัน

c)

8-16 วัน

d)

7-16 วัน

25.

หัวใจมีผนังกี่ชั้น

a)

1 ชั้น

b)

2 ชั้น

c)

3 ชั้น

d)

4 ชั้น

26.

หัวใจมีทั้งหมดกี่ห้อง

a)

2 ห้อง

b)

3 ห้อง

c)

4 ห้อง

d)

5 ห้อง

27.

ค่าความดันเลือดของคนปกติมีค่าเฉลี่ยประมาณเท่าไร

a)

90/60 มิลลิเมตรของปรอท

b)

120/80 มิลลิเมตรของปรอท

c)

110/70 มิลลิเมตรของปรอท

d)

130/90 มิลลิเมตรของปรอท

28.

อาหารในข้อใดที่เสริมสร้างและดำรงประสิทธิภาพของระบบไหลเวียนเลือดได้ดีที่สุด

a)

กุ้ง ปลาหมึก กะทิ

b)

เนื้อสัตว์ ตับ ไข่แดง

c)

เนื้อหมู ผัดคะน้า หอยทอด

d)

ข้าว นมเปรี้ยว ผัก ผลไม้

29.

เม็ดเลือดแดงมีลักษณะอย่างไร

1. ไม่มีนิวเคลียส

2. กลม แบน เว้าตรงกลาง

3. เป็นเศษของเซลล์ชนิดหนึ่ง

a)

1 และ 2

b)

2 และ 3

c)

1 และ 3

d)

1 2 และ 3

30.

ผู้ป่วยโรคต่อมทอนซิลอักเสบ เลือดจะเป็นอย่างไร

a)

มีจำนวนเม็ดเลือดขาวมาก

b)

มีจำนวนเกล็ดเลือดมาก

c)

มีจำนวนเม็ดเลือดแดงน้อย

d)

มีจำนวนเม็ดเลือดแดงมาก

31.

สิ่งใดทำหน้าที่ช่วยห้ามเลือดมีบาดแผลเกิดขึ้น

a)

เม็ดเลือดแดง

b)

เม็ดเลือดขาว

c)

เกล็ดเลือด

d)

น้ำเลือด

32.

ลิ้นหัวใจทำหน้าที่อะไร

a)

ควบคุมความเร็วของการไหลเวียนของเลือด

b)

แบ่งแยกเลือดแดงกับเลือดดำ

c)

ควบคุมการบีบตัวและคลายตัวของกล้ามเนื้อหัวใจ

d)

ควบคุมทิศทางการไหลของเลือด

33.

เพราะเหตุใด หัวใจห้องล่างซ้ายจึงมีผนังหนาสุด

a)

ต้องรับเลือดจากปอดทั้งสองข้าง

b)

ต้องรับเลือดดำจากส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย

c)

ต้องส่งเลือดดำออกไปยังปอดทั้งสองข้าง

d)

ต้องส่งเลือดแดงออกไปยังส่วนต่างๆ ของร่างกาย

34.

ความดัน 110/70 มิลลิเมตรของปรอท "ตัวเลข 110" หมายถึงอะไร

a)

ความดันขณะหัวใจบีบตัว

b)

ความดันขณะหัวใจคลายตัว

c)

ความดันปกติ

d)

ความดันขณะหัวใจเต้น

35.

ค่าความดันเลือดของคนปกติ มีค่าเฉลี่ยประมาณเท่าใด

a)

90/60

b)

80/120

c)

120/80

d)

130/90

36.

การจับชีพจร เป็นการตรวจสอบการทำงานของระบบใด

a)

ระบบย่อยอาหาร

b)

ระบบหมุนเวียนโลหิต

c)

ระบบสืบพันธ์

d)

ระบบหัวใจ

37.

ข้อใดผิด

a)

ความดันเลือดของชายปกติมีค่า 120/80 มิลลิเมตรปรอท

b)

อารมณ์โกรธทำให้ความดันสูง เป็นการบริหารหัวใจ

c)

ขณะออกกำลังกาย ความดันเลือดจะสูงขึ้น

d)

ความดันเลือดของชายมากกว่าหญิง

38.

หน้าที่สำคัญของหัวใจ คือข้อใด

a)

สูบฉีดเลือด

b)

เป็นแหล่งเก็บเลือด

c)

สร้างเม็ดเลือดแดง

d)

ทำหน้าที่แลกเปลี่ยนแก๊สในร่างกาย

39.

หลอดเลือดใดมีปริมาณแก๊สออกซิเจนมากที่สุด

a)

หลอดเลือดจากหัวใจไปยังปอด

b)

หลอดเลือดจากปอดไปยังหัวใจ

c)

หลอดเลือดจากหัวใจไปส่วนต่างๆ ของร้างกาย

d)

หลอดเลือดจากส่วนต่างๆ ของร่างกายไปยังหัวใจ

40.

ข้อใดไม่ใช่ลักษณะของหลอดเลือดแดง

a)

รับเลือดออกจากหัวใจ

b)

มีลิ้นควบคุมการไหลของเลือด

c)

มีผนังหลอดเลือดหนาและแข็งแรง

d)

มีแรงดันเลือดสูงกว่าหลอดเลือดดำ

41.

เส้นเลือดใดที่นำเลือดจากหัวใจห้องล่างซ้ายไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกาย

a)

เส้นเลือดดำใหญ่

b)

เส้นเลือดฝอย

c)

เส้นเลือดเอออร์ตา

d)

เล้นเลือดคาปิลารี (capilary)

42.

เม็ดเลือดชนิดใดที่มีนิวเคลียสตลอดเวลา

a)

เม็ดเลือดแดง

b)

เม็ดเลือดขาว

c)

เกล็ดเลือด

d)

เม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาว

43.

การวัดชีพจรคือการวัด

a)

อัตราการเต้นของหัวใจ

b)

ความดันเลือด

c)

อัตราความเร็วของเลือดในหลอดเลือด

d)

ความยืดหยุ่นของหลอดเลือด

44.

จากภาพ เส้นเลือดที่มีออกซิเจนสูง คือหมายเลขใด

a)

1 และ 3

b)

1 และ 2

c)

2 และ 4

d)

1 และ 4

45.

เม็ดเลือดแดงและเม็ดเลือดขาวแตกต่างกันอย่างไร

a)

ขนาดเเละรูปร่างของเซลล์

b)

นิวเคลียสและการแบ่งเซลล์

c)

หน้าที่ที่แตกต่างกัน

d)

ถูกทุกข้อ

46.

บุคคลในข้อใดที่มีค่าความดันเลือดสูงที่สุด

a)

เด็กอายุ 2 สัปดาห์

b)

ผู้ชายอายุ 25 ปี

c)

ผู้หญิงอายุ 20 ปี

d)

ผู้ชายอายุ 45 ปี

47.

ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับหลอดเลือด

a)

หลอดเลือดที่มีลิ้นคือหลอดเลือดแดง

b)

หลอดเลือดที่มีการแลกเปลี่ยนแก๊สและอาหารคือ หลอดเลือดฝอย

c)

หลอดเลือดฝอยคือหลอดเลือดที่มีขนาดเล็กแตกแขนงมาจากหลอดเลือดใหญ่

d)

หลอดเลือดที่ลำเลียงเลือดจากส่วนของร่างกายกลับสู่หัวใจคือ หลอดเลือดดำ

48.

ระบบหมุนเวียนเลือดของมนุษย์มีหน้าที่ใด

a)

การควบคุมอุณหภูมิในร่างกายให้เป็นปกติ

b)

นำอาหารและสารอาหารไปเลี้ยงส่วนต่างๆของร่างกาย

c)

นำคาร์บอนไดออกไซด์จากเซลล์ขับออกทางปอดและ รับออกซิเจนส่งยังเซลล์ของร่างกาย

d)

ถูกทุกข้อ

49.

ข้อใดคือหน้าที่ของเม็ดเลือดขาว

a)

ช่วยในการย่อยอาหาร

b)

ลำเลียงออกซิเจนในยังเซลล์

c)

กำจัดเชื้อโรคที่เข้ามาในร่างกาย

d)

ช่วยในปฏิกิริยาการแข็งตัวของเลือด

50.

หลอดเลือดใดที่มีผนังบางและมีลิ้นกั้นไม่ให้เลือดไหลย้อนกลับ

a)

หลอดเลือดอาเทอร์รี

b)

หลอดเลือดเวน

c)

หลอดเลือดพัลโมนารี

d)

หลอดเลือดแคปปิลารี

51.

ใช้ภาพต่อไปนี้ตอบคำถาม

เลือดดำไหลจากร่างกายเข้าสู่หัวใจห้องใดก่อน

a)

บนขวา

b)

บนซ้าย

c)

ล่างขวา

d)

ล่างซ้าย

52.

ข้อความต่อไปนี้ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง

a)

เม็ดเลือดขาวช่วยกำจัดสิ่งแปลกปลอม

b)

หัวใจห้องบนขวารับเลือดดำจากร่างกาย

c)

เม็ดเลือดแดงมีนิวเคลียสตลอดอายุ

d)

เกล็ดเลือด มีหน้าที่ช่วยในการหยุดเลือดไหลในกรณีมีบาดแผล

53.

ในชีวิตประจำวัน กิจกรรมใดบ้างที่ทำให้ชีพจรของนักเรียนเต้นเร็ว

a)

วิ่งออกกำลังกาย

b)

นอน

c)

ร้องเพลงช้าๆ

d)

อ่านหนังสือธรรมะ

54.

เครื่องมือแพทย์ใด ที่ใช้ในการฟังการเต้นของหัวใจ

a)

สเตตโทสโคป

b)

แว่นขยาย

c)

เทอร์โมมิเตอร์

d)

เข็มฉีดยา

55.

นักเรียนคิดว่า อวัยวะใดเป็นอวัยวะที่สำคัญที่สุดในระบบหมุนเวียนเลือด

a)

หัวใจ

b)

เส้นเลือด

c)

ปอด

d)

ตับ

56.

อวัยวะใดเปรียบเสมือนปั๊มน้ำ

a)

หัวใจ

b)

เลือด

c)

เส้นเลือด

d)

ปอด

57.

อวัยวะใดไม่ใช่อวัยวะในระบบหมุนเวียนเลือด

a)

หัวใจ

b)

เลือด

c)

เส้นเลือด

d)

ปอด

58.

ลำเลียงเลือดจากส่วนต่างๆ ของร่างกายเข้าสู่หัวใจและปอด

a)

หลอดเลือดดำ

b)

หลอดเหลือดแดง

c)

หัวใจด้านบน

d)

หัวใจด้านล่าง

59.

ลำเลียงเลือดจากหัวใจไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกาย

a)

หลอดเลือดดำ

b)

หลอดเหลือดแดง

c)

หัวใจด้านบน

d)

หัวใจด้านล่าง

60.

ลำเลียงแก๊สออกซิเจน และสารอาหารไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกาย

a)

หลอดเลือดดำ

b)

หลอดเหลือดแดง

c)

เซลล์เม็ดเลือดแดง

d)

เซลล์เม็ดเลือดขาว

61.

หัวใจห้องใดรับเลือดมาจากร่างกาย

a)

ห้องบนขวา

b)

ห้องล่างขวา

c)

ห้องบนซ้าย

d)

ห้องล่างซ้าย

62.

แหล่งที่สร้างเม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาว และเกล็ดเลือด คือข้อใด

a)

ไต

b)

ตับ

c)

ม้าม

d)

ไขสันหลัง

63.

ข้อใดกล่างถูกต้อง เกี่ยวกับการนำเลือดจากหัวใจไปยังปอด

a)

เลือดจะออกจากหัวใจห้องบนขวา

b)

เลือดจะออกจากหัวใจห้องล่างซ้าย

c)

หลอดเลือดเวน นำเลือดออกจากหัวใจไปยังปอด

d)

หลอดเลือดอาร์เทอรี่ นำเลือดออกจากหัวใจไปยังปอด

64.

การไหลของเลือดในหลอดเลือดเวน และหลอดเลือดอาร์เทอรี มีทิศทางการไหลเหมือนกันหรือแตกต่างกันอย่างไร

a)

เหมือนกัน คือไหลเข้าสู่หัวใจ

b)

เหมือนกัน คือไหลออกจากหัวใจ

c)

ต่างกัน คือหลอดเลือดเวนไหลเข้าสู่หัวใจ ส่วนหลอดเลือดอาร์เทอรีไหลออกจากหัวใจ

d)

ต่างกัน คือหลอดเลือดเวนไหลออกจากหัวใจ ส่วนหลอดเลือดอาร์เทอรีไหลเข้าสู่หัวใจ

65.

ข้อใดกล่าวถูกต้อง

a)

หัวใจห้องล่างซ้ายทำหน้าที่ส่งเลือดเสียไปยังปอด

b)

หัวใจห้องบนขวารับเลือดเสียที่ส่งมาจากส่วนต่างๆ ของร่างกาย

c)

หัวใจห้องล่างขวาทำหน้าที่สูบฉีดเลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกาย

d)

หัวใจห้องบนซ้ายทำหน้าที่รับเลือดที่ส่งมาจากส่วนต่างๆ ของร่างกาย

66.

หลอดเลือดชนิดใดที่มีลักษณะหนา ไม่มีลิ้นกั้น

a)

หลอดเลือดเวน

b)

หลอดเลือดฝอย

c)

หลอดเลือดแขนง

d)

หลอดเลือดอาร์เทอรี