Worksheetsข้อสอบวิชาภาษาไทย ม.1 ปลายภาคเรียนที่ 2/2564 (40 ข้อ 20 คะแนน)
Total questions: 40
Worksheet time: 20mins
1. เรียงความมีองค์ประกอบกี่ส่วน
ก. 2 ส่วน
ข. 3 ส่วน
ค. 4 ส่วน
ง. 5 ส่วน
2. คำนำเป็นส่วนใดของการเขียนเรียงความ
ก. ส่วนที่ 1
ข. ส่วนที่ 2
ค. ส่วนที่ 3
ง. ส่วนที่ 4
3. ส่วนใดของเรียงความที่มีความสำคัญที่สุด
ก. คำนำ
ข. เนื้อเรื่อง
ค. สรุป
ง. ถูกทุกข้อ
4. ข้อใดไม่ใช่ขั้นตอนการเขียนเรียงความ
ก. การเลือกเรื่อง
ข. การค้นหาข้อมูล
ค. การวางโครงเรื่อง
ง. การวิเคราะห์เนื้อหา
5. ข้อใดไม่ควรปฏิบัติในการสื่อสาร โต้ตอบกันระหว่างผู้รับสารและผู้ส่งสาร
ก. ใช้วาจาไพเราะ
ข. ไม่ใช้คำหยาบคายเพื่อความสนิทสนม
ค. ตั้งใจฟังผู้ที่กำลังพูด
ง. ไม่พูดแทรกเมื่อผู้อื่นกำลังพูด
6.ประโยคมีความหมายตรงตามข้อใดมากที่สุด
ก.คำหรือกลุ่มคำ
ข.การนำกลุ่มคำมาเรียบเรียงกัน
ค.มีภาคประธานและภาคแสดง
ง.คำหรือกลุ่มคำที่นำมาเรียงกันแล้วมีความหมายสมบูรณ์ ประกอบด้วยภาคประธานและภาคแสดง
7.ข้อใดไม่ใช่ประโยคความเดียว
ก. นกตัวสีขาวจิกหนอน
ข. พ่อซื้อบ้านซึ่งอยู่บนเนินเขา
ค. พวกเราทุกคนรักประเทศไทย
ง. ความเอื้อเฟื้อเป็นคุณสมบัติของคนไทย
8. สำนวนในข้อใดมีที่มาจากการล่าสัตว์
ก. คนเดียวหัวหาย สองคนเพื่อนตาย
ข. ชนักติดหลัง
ค. คาหนังคาเขา
ง. ได้ทีขี่แพะไล่
9. สรพงษ์เดินทางไปสงขลาเพื่อแสดงภาพยนตร์” จากประโยคข้างต้นประโยคใดเป็นประโยคหลัก
ก. สรพงษ์เดินทาง
ข. สรพงษ์เดินทางไปสงขลา
ค. สรพงษ์แสดงภาพยนตร์
ง. สรพงษ์เดินทางไปแสดงภาพยนตร์
10.ข้อใดคือ ประโยคความเดียว
ก. “นกพิราบ”
ข. “ฉันกินข้าวผัด”
ค. “กระเป๋าที่วางอยู่บนโซฟาเป็นของพ่อ”
ง. “เขาชอบอ่านหนังสือหรือชอบเขียนหนังสือ”
11.ข้อใดเป็นประโยคความซ้อน
ก. ฉันร้องเพลง
ข. ฉันและแม่กินข้าว
ค. ฉันชอบบ้านที่อยู่ชายทะเล
ง. ฉันจะร้องเพลงแต่พี่จะเตะฟุตบอล
12.ประโยคใดเป็นประโยคความรวม
ก. นักกีฬาทีมชาติไทยมุ่งมั่นไปสู่จุดหมาย
ข. กมลอ่านหนังสือสารคดีซึ่งแม่ซื้อมาให้
ค. พอพ่อกลับถึงบ้านแม่ก็เตรียมอาหารเย็นเสร็จแล้ว
ง. นักแสดงที่มีความสามรถย่อมได้รับการกล่าวขาน
13.ประโยคในข้อใดต่างจากพวก
ก. แม่ซื้อเสื้อซึ่งแขวนอยู่ในตู้
ข. คนเดินริมถนนมองดูตำรวจ
ค. สัปดาห์หน้าเธอจะไปเที่ยวทะเลหรือน้ำตก
ง. เขาทำงานหนักเพราะต้องหาเลี้ยงดูลูก ๔ คน
14.พระเจ้ากรุงต้าฉิง อยู่ประเทศใด
ก. มอญ
ข. พม่า
ค. ไทย
ง. จีน
15.พยุหเสนา หมายถึง
ก. กองผ้า
ข. กองอาหาร
ค. กองทัพ
ง. กองทับ
16.ทหารเอกของพระเจ้ากรุงต้าฉิง คือใคร
ก. สมิงพระราม
ข. ประยุทธ์
ค. กามะนี
ง. มะกะโรนี
17.พระเจ้าฝรั่งมังฆ้อง อยู่เมืองใด
ก. มอญ
ข. อังวะ
ค. หงสาวดี
ง. จีน
18.ผู้ใดนำพระราชสาส์นและเครื่องบรรณาการมาถวายพระเจ้าฝรั่งมังฆ้อง
ก. โจโฉ
ข. โชกุน
ค. โยชิ
ง. โจเปียว
19.พิชัยสงคราม หมายถึง
ก. ตำราสงครามสมัยโบราณ
ข. ตำราแพทย์แผนไทย
ค. ตำราไสยศาสตร์
ง. ตำราอาหาร
20.ผู้แปลและเรียบเรียง เรื่องราชาธิราช คือ ใคร
ก. รัชกาลที่ 1
ข. พระเจ้าตากสิน
ค. พระร่วง
ง. เจ้าพระพระคลัง (หน)
21.ราชาธิราช เดิมต้นฉบับ คือภาษาใด
ก. พม่า
ข. จีน
ค. มอญ
ง. ลาว
22.เชลยออกอาสารบ คือใคร
ก. สมิงพราย
ข. สมิงอาสา
ค. สมิงพระราม
ง. เสือสมิง
23. วรรณคดีเรื่องราชาธิราชเป็นเรื่องราวที่กล่าวถึงชนชาติใดเป็นสำคัญ
ก. ไทย
ค. พม่า
ข. มอญ
ง. จีน
24. พงศาวดาร หมายถึงข้อใด
ก. เรื่องราวเกี่ยวกับพระพุทธเจ้า
ข. เรื่องราวทางประวัติศาสตร์
ค. เรื่องราวการทดลองทางวิทยาศาสตร์
ง. เรื่องราวเกี่ยวกับประเพณีโบราณ
25. ตัวละครคนใดสมควรได้รับการยกย่องให้เป็นตัวอย่างของผู้มีความซื่อสัตย์สุจริต รักชาติศาสนา และพระมหากษัตริย์
ก. พระเจ้าราชาธิราช
ข. พระเจ้าฝรั่งมังฆ้อง
ค. พระเจ้ากรุงจีน
ง. สมิงพระราม
26. เหตุใดพระเจ้ากรุงจีนจึงยกทัพมากรุงอังวะ
ก. เพื่อขยายอาณาเขต
ข. ต้องการแก้แค้นสมิงพระราม
ค. ต้องการแก้แค้นพระเจ้าฝรั่งมังฆ้อง
ง. อยากทอดพระเนตรเห็นทหารที่มีฝีมือรำทวนต่อสู้ตัวต่อตัวกับกามะนี
27. กามะนีทหารเอกของพระเจ้ากรุงจีนได้รับยกย่องว่า “ไม่ใช่มนุษย์ดุจเทวดาก็ว่าได้” เพราะอะไร
ก. อิทธิฤทธิ์
ข. ความสงบนิ่งเยือกเย็น
ค. คุณธรรมในสนามรบ
ง. ความสามารถในการต่อสู้
28. “ ครั้นจะรับอาสาบัดนี้เล่าก็เหมือนหาบสองบ่าอาสาสองเจ้าหาควรไม่” แสดงว่าสมิงพระรามมีนิสัยอย่างไร
ก. ขี้ขลาดไม่กล้าอาสาออกรบ
ข. รู้จักประมาณตนไม่ทำงานที่เกินกำลัง
ค. ความจงรักภักดีมีนายได้แต่คนเดียว
ง. ความไม่ประมาทไม่เอาตัวไปเสี่ยงอันตราย
29. ข้อใดเป็นลักษณะของนิทานพื้นบ้าน
ก. เป็นเรื่องที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับตำนาน สถานที่
ข. เป็นเรื่องที่เล่ากันอยู่ในท้องถิ่นต่างๆ
ค. เป็นเรื่องที่นิยมเล่ากันในหมู่เยาวชน
ง. เป็นเรื่องที่มุ่งเน้นความตลกขบขัน
30. ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับนิทานพื้นบ้าน
ก. เป็นเรื่องเล่าสืบต่อกันมา
ข. นิทานพื้นบ้านเป็นลิขสิทธิ์ของท้องถิ่น
ค. นิทานพื้นบ้านเล่าความเป็นมาของสถานที่
ง. นิทานพื้นบ้านบางเรื่องแพร่งพรายไปทุกภาคของประเทศไทย
31. นิทานพื้นบ้านข้อใดจับคู่ผิด
ก. เขาอกทะลุ – ภาคใต้
ข. พญากง พญาพาน – ภาคกลาง
ค. เกาะหนูเกาะแมว – ภาคใต้
ง. เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว – ภาคกลาง
32. นิทานพื้นบ้านเกี่ยวกับกำเนิดดาวลูกไก่ให้คติคำสอนเรื่องอะไร
ก. ความกตัญญู
ข. ความไม่ประมาท
ค. ความขยันหมั่นเพียร
ง. ความประหยัดอดออม
33. ข้อใดกล่าวถึงการสอนให้มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี
ก. พบศัตรูปากปราศรัย
ข. ปลูกไมตรีอย่ารู้ร้าง
ค. เมตตาตอบต่อมิตร
ง. พรรคพวกพึงทำนุก
34. “คนขำอย่าร่วมรัก” คนขำ หมายถึง
ก. คนตัวดำ
ข. คนผิวเข้ม
ค.คนที่มีความลับ
ง. คนแปลกหน้า
35. เดินทางอย่าเดินเปลี่ยว หมายถึง
ก. การเดินทางอย่าเดินไปคนเดียว
ข. อย่าเดินทางไปตามที่ร้างไม่มีผู้คน
ค. ไม่ควรเดินทางตามลำพัง
ง. ไม่ควรออกเดินทางไปยังที่ที่มีอันตราย
36. เรื่องใดจัดว่าเป็นวรรณคดีบริสุทธิ์ได้
ก. กาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวาน
ข. กาพย์พระไชยสุริยา
ค. ราชาธิราช
ง. นิราศภูเขาทอง
37. “รุ่มรุ่มเร้าคือไฟฟอน” ไฟฟอนหมายถึง
ก. กองไฟที่ดับแล้วแต่ยังมีความร้อนระอุอยู่
ข. ไฟที่กำลังโหมไหม้
ค. กองไฟที่กำลังจะมอดดับ
ง. ไฟรักที่รุนแรง
38. อาหารชนิดใดที่เป็นเครื่องจิ้มทำด้วยกุ้ง
ก. แสร้งว่า
ข. หรุ่ม
ค. ล่าเตียง
ง. ยำใหญ่
39. นิทานของภาคเหนือมักเกี่ยวข้องกับใคร
ก. พระมหากษัตริย์
ข. เจ้านายชั้นผู้ใหญ่
ค. ครูบาอาจารย์ชั้นผู้ใหญ่
ง. พระพุทธเจ้า
40. ก่ำกาดำ เป็นนิทานของภาคใด
ก. ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ข. ภาคกลางและภาคใต้
ค. ภาคตะวันออกและภาคกลาง
ง. ภาคใต้และภาคตะวันออก
