NEW
Font size
S
M
L
XL
Worksheetsสอบปลายภาควิชา ทัศนศิลป์ นาฏศิลป์ ป.6
Total questions: 45
Worksheet time: 2hrs 30mins
Name
Class
Date
1.
การปั้นโดยใช้หลักการเพิ่มหมายถึงข้อใด
a)
การเพิ่มรายละเอียดในงานปั้น
b)
การทำให้งานปั้นสวยงาม
c)
การทำให้เปลี่ยนรูปร่าง
d)
การทำให้งานปั้นเล็กลง
2.
งานทัศนศิลป์ใดเป็นงาน ๓ มิติ
a)
งานวาดภาพ
b)
งานระบายสี
c)
งานพิมพ์
d)
งานปั้น
3.
การปั้นลำตัวม้าให้มีขนาดใหญ่ขึ้นต้องใช้วิธีการใด
a)
การพอก
b)
การขูด
c)
การกด
d)
การบิด
4.
การปั้นดินน้ำมันให้เป็นรถควรเริ่มปั้นรูปร่างใดก่อน
a)
ทรงหกเหลี่ยม
b)
แท่งสี่เหลี่ยม
c)
ทรงกลม
d)
ทรงรี
5.
งานปั้นในข้อใดไม่นำมาใช้ประดับตกแต่ง
a)
รูปปั้นผลไม้
b)
รูปปั้นสัตว์
c)
รูปปั้นตุ๊กตา
d)
รูปปั้นที่ใส่ดินสอ
6.
ข้อใดเป็นมุมมองแบบตานกมอง
a)
แผนภาพสมาชิกในครอบครัว
b)
แผนผังอาคารเรียนในโรงเรียน
c)
ภาพประกอบนิทานเรื่องเจ้าชายกบ
d)
ภาพประกอบเรียงความเรื่องภาวะโลกร้อน
7.
การวาดแผนผังมีประโยชน์อย่างไร
a)
สามารถสื่ออารมณ์ของภาพได้ดี
b)
อธิบายส่วนสำคัญของเรื่องต่าง ๆ ได้ดี
c)
เข้าใจเรื่องราวของเหตุการณ์อย่างชัดเจน
d)
ทำให้มองเห็นภาพรวมของสถานที่โดยย่อ
8.
ถ้าต้องการจะแสดงส่วนประกอบของอาหารควรนำเสนอด้วยสิ่งใด
a)
แผนที่
b)
แผนผัง
c)
แผนภาพ
d)
แผนภูมิ
9.
การอธิบายเหตุการณ์หรือเรื่องราวที่มีรายละเอียดมากควรแสดงด้วยวิธีใด
a)
สื่อด้วยแผนภาพ
b)
วาดภาพประกอบเหตุการณ์
c)
วาดแผนภาพแสดงเหตุการณ์
d)
วาดแผนผังประกอบเหตุการณ์
10.
การวาดภาพประกอบความคิดมีประโยชน์อย่างไร
a)
ทำให้ผู้อื่นยกย่องชื่นชม
b)
รู้ตำแหน่งของสถานที่ต่าง ๆ
c)
ทำให้เป็นศิลปินที่มีชื่อเสียง
d)
สามารถถ่ายทอดความคิดให้ผู้อื่นเข้าใจได้
11.
ผลงานทางทัศนศิลป์ในข้อใดมีอิทธิพลจากความเชื่อทางศาสนา
a)
บ้านเรือนไทยใต้ถุนสูง
b)
การทำเครื่องปั้นดินเผา
c)
การแกะสลักเทียนพรรษา
d)
การตัดเย็บเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม
12.
การสร้างบ้านเรือนที่แตกต่างกันในแต่ละท้องถิ่นเกิดจากปัจจัยใดเป็นสำคัญ
a)
ความเชื่อและการนับถือศาสนา
b)
วัฒนธรรมการแต่งกาย
c)
วัฒนธรรมการกิน
d)
สภาพภูมิศาสตร์
13.
ผลงานทัศนศิลป์ในแต่ละท้องถิ่นมีอิทธิพลมาจากสิ่งใด
a)
ภาษาที่ใช้ในท้องถิ่น
b)
วิถีชีวิตของคนในท้องถิ่น
c)
จำนวนประชากรในท้องถิ่น
d)
รูปร่างหน้าตาของคนในท้องถิ่น
14.
การสร้างผลงานทัศนศิลป์จากภูมิปัญญาควรคำนึงถึงสิ่งใด
a)
การใช้วัสดุและอุปกรณ์ที่มีอยู่ในท้องถิ่น
b)
การสร้างผลงานให้มีความทันสมัยแปลกใหม่
c)
สามารถนำผลงานมาขายสร้างรายได้ให้กับตนเอง
d)
เป็นการผสมผสานวัฒนธรรมไทยและวัฒนธรรมต่างชาติ
15.
นักเรียนจะมีวิธีการอนุรักษ์ผลงานทัศนศิลป์ในท้องถิ่นอย่างไร
a)
ปลูกสร้างบ้านแบบตะวันตก
b)
ช่วยดูแลรักษาความสะอาดวัด
c)
สวมใส่เสื้อผ้าที่ทันสมัยตามแฟชั่น
d)
ออกกฎหมายห้ามซื้อขายผลงานทัศนศิลป์
16.
การแสดงระบำชาวนา ฝ่ายชายควรสวมเสื้อชนิดใด
a)
เสื้อแขนกระบอก
b)
เสื้อราชปะแตน
c)
เสื้อม่อฮ่อม
d)
เสื้อแขนสั้น
17.
การแสดงระบำชาวนา ฝ่ายหญิงใช้สิ่งใดป้องกันความร้อนจากแสงแดด
a)
หมวก
b)
ร่มไม้
c)
รวงข้าว
d)
งอบ
18.
ระบำชาวนามีรูปแบบการแสดงคล้ายกับการแสดงใด
a)
ฟ้อนผู้ไทย (ภูไท)
b)
เต้นกำรำเคียว
c)
ระบำเก็บใบชา
d)
รำเถิดเทิง
19.
ข้อใดคืออุปกรณ์ที่ใช้ประกอบการแสดงระบำชาวนา
a)
กิ่งไม้
b)
โคม
c)
เคียว
d)
กระติบข้าว
20.
ข้อใดไม่ใช่ประโยชน์ของการออกแบบการประดิษฐ์อุปกรณ์ประกอบการแสดง
a)
รู้จักนำของเหลือใช้มาใช้ให้เกิดประโยชน์
b)
รู้จักใช้วัสดุที่ทันสมัย ราคาแพง
c)
ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์
d)
ช่วยลดภาวะโลกร้อน
21.
ข้อใดคือนาฏยศัพท์ทั้งหมด
a)
จีบ รัก
b)
ป้องหน้า ลักคอ
c)
เท้าฉาก องอาจ
d)
สูญสิ้น ก้าวหน้า
22.
ป้องหน้าแทนความหมายข้อใด
a)
จะไม่เดินทางไปที่นั่นอีกแล้ว
b)
เดินทางมาถึงที่หมายแล้ว
c)
วันนี้ขอไม่เดินทางไปไหน
d)
จะเดินทางไปให้เร็วที่สุด
23.
นาฏยศัพท์และภาษาท่าที่สวยงามควรลักษณะอย่างไร
a)
เข้มแข็ง
b)
อ่อนช้อย
c)
รวดเร็ว
d)
ดุดัน
24.
ภาษาท่าเกิดจากการเลียนแบบสิ่งใด
a)
การกินของสัตว์
b)
ความสวยงามของป่าไม้
c)
กิริยาอาการของมนุษย์
d)
ความสงบเงียบของธรรมชาติ
25.
“ศรศิลป์” เป็นภาษาท่าที่หมายถึงอะไร
a)
ยิงธนู
b)
พุ่งหอก
c)
ขว้างลูกดอก
d)
ศิลปะการต่อสู้
26.
ข้อใดเป็นการแสดงนาฏศิลป์พื้นเมืองภาคใต้
a)
ระบำม้า ระบำเก็บใบชา
b)
รำมโนราห์บูชายัญ รำสีนวล
c)
ระบำตารีกีปัส ระบำร่อนแร่
d)
ระบำชาวนา ระบำมาเลเซีย-ไทยอธิษฐาน
27.
การแสดงฟ้อนเล็บสะท้อนให้เห็นถึงอุปนิสัยใดของชาวเหนือ
a)
ความเข้มแข็ง ห้าวหาญ
b)
ความอ่อนหวาน เศร้าโศก
c)
ความอ่อนโยน อ่อนหวาน
d)
ความกล้าหาญ ดุดัน เด็ดเดี่ยว
28.
ฟ้อนเล็บเป็นการแสดงที่สะท้อนให้เห็น ถึงวัฒนธรรม ประเพณีของคนในภาคใด
a)
ภาคเหนือ
b)
ภาคกลาง
c)
ภาคอีสาน
d)
ภาคใต้
29.
หุ่นชนิดใดที่ทำได้ง่ายและประหยัด
a)
หุ่นถุงกระดาษ
b)
หุ่นละครเล็ก
c)
หุ่นกระบอก
d)
หุ่นชัก
30.
ในการแสดงละครหุ่น ผู้เชิดหุ่นต้องใช้อวัยวะส่วนใดของร่างกาย มากที่สุด
a)
ขา
b)
มือ
c)
เท้า
d)
ศีรษะ
31.
น้ำตก ต้นไม้ ก้อนหิน เกี่ยวข้องกับการแสดงในข้อใด
a)
ฉาก
b)
เสื้อผ้า
c)
เนื้อร้อง
d)
เครื่องเสียง
32.
การปฏิบัติตามหลักการชมการแสดงจะเกิดผลอย่างไร
a)
ทำให้ชมการแสดงไม่เข้าใจ
b)
ทำให้ไม่อยากชมการแสดงอีก
c)
ทำให้ผู้แสดงไม่มีสมาธิในการแสดง
d)
ทำให้เกิดความซาบซึ้งในการชมการแสดง
33.
ผู้ชมที่ดีควรปฏิบัติอย่างไร
a)
ปรบมือเมื่อการแสดงจบ
b)
เข้าชมหลังเวลาเริ่มเล็กน้อย
c)
คุยกับเพื่อนขณะชมการแสดง
d)
ออกก่อนเวลาจบการแสดงเล็กน้อย
34.
การแสดงละครเรื่อง พระอภัยมณี ควรแสดงในวันใด
a)
วันเด็ก
b)
วันกีฬาสี
c)
วันไหว้ครู
d)
วันสุนทรภู่
35.
ข้อใดไม่ใช่ประโยชน์ที่ได้รับจากการชมการแสดงนาฏศิลป์และละคร
a)
ดำเนินชีวิตตามตัวละครที่ได้รับชม
b)
สนุกสนานบันเทิงเมื่อได้ชมการแสดง
c)
ได้ฝึกจินตนาการขณะรับชมการแสดงละคร
d)
นำข้อคิดที่ได้จากการชมไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน
36.
ผู้ที่แสดงเป็นหนุมานควรมีลักษณะอย่างไร
a)
ผอมเพรียว อ่อนช้อย
b)
ปราดเปรียว คล่องแคล่ว
c)
สูงใหญ่ ดูเข้มแข็ง ก้าวร้าว
d)
รูปร่างสมส่วน ดูองอาจเป็นผู้นำ
37.
ข้อใดเป็นบทบาทหน้าที่ของผู้เขียนบทละคร
a)
รับผิดชอบอุปกรณ์การแสดง
b)
ควบคุมดูแลรูปแบบการแสดง
c)
สร้างเรื่องราวและสอดแทรกข้อคิด
d)
ดูแลผู้แสดงให้เหมาะสมกับบทบาท
38.
ข้อใดคือองค์ประกอบนาฏศิลป์ทั้งหมด
a)
การฟ้อนรำ ผู้แสดง
b)
จังหวะ นาฏยศัพท์
c)
เครื่องดนตรี ผู้บรรเลงดนตรี
d)
อุปกรณ์การแสดง ผู้กำกับการแสดง
39.
“ละครเรื่องนี้สอนให้รู้ว่าการคบคนชั่วจะทำให้ตนเองเดือดร้อน” จากข้อความคือองค์ประกอบละครข้อใด
a)
แก่นของเรื่อง
b)
การใช้ภาษา
c)
บรรยากาศ
d)
โครงเรื่อง
40.
ข้อใดคือความสัมพันธ์ของละครกับชีวิตที่ถูกต้อง
a)
ลอกเลียนแบบตัวละครที่ชอบ
b)
ละครช่วยทำให้คนเราเครียดขึ้น
c)
นำสิ่งดี ๆ ในละครไปปรับใช้ในชีวิตได้
d)
แสดงพฤติกรรมตามตัวละครเอกของเรื่อง
41.
นาฏศิลป์เกิดขึ้นได้อย่างไร
a)
เกิดขึ้นเองโดยไม่ทราบสาเหตุ
b)
เกิดจากการล่าสัตว์ของมนุษย์
c)
เกิดจากปรากฏการณ์ธรรมชาติ
d)
เกิดจากการเลียนแบบธรรมชาติ
42.
กรมมหรสพจัดตั้งขึ้นในสมัยรัชกาลใด
a)
รัชกาลที่ ๔
b)
รัชกาลที่ ๕
c)
รัชกาลที่ ๖
d)
รัชกาลที่ ๗
43.
ข้อใดคือความสำคัญของละครไทย
a)
ช่วยพัฒนาอารมณ์ จิตใจ สติปัญญา
b)
สร้างความมีอำนาจให้กับประเทศ
c)
ช่วยให้เป็นผู้แสดงละครที่ดี
d)
เป็นศิลปะโบราณ
44.
การแสดงละครแก้บนเกิดขึ้นในสมัยใด
a)
สมัยน่านเจ้า
b)
สมัยอยุธยา
c)
สมัยสุโขทัย
d)
สมัยธนบุรี
45.
ภาษีโขนละครจัดตั้งขึ้นในสมัยรัชกาลใด
a)
รัชกาลที่ ๓
b)
รัชกาลที่ ๔
c)
รัชกาลที่ ๖
d)
รัชกาลที่ ๕
Reset
