Worksheetsข้อสอบปลายภาควิชาสังคมศึกษา Gr.9 2/2564 ตอนที่ 1 อัตนัย
Total questions: 50
Worksheet time: 38mins
1. การเลือกตั้งมีความสัมพันธ์กับการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอย่างไร (ส 2.2 ม.3/1)
ก. แสดงออกถึงการใช้อำนาจของประชาชนอย่างแท้จริง
ข. แสดงถึงการยอมรับและปฏิบัติตามเสียงข้างมากเท่านั้น
ค. เป็นกิจกรรมที่ทำให้ปัญหาระหว่างชนชั้นของคนในสังคมหมดไป
ง. เป็นการตอบสนองความต้องการด้านต่าง ๆ ของประชาชนอย่างแท้จริง
2. อำนาจสูงสุดที่ใช้ในการปกครองในระบอบประชาธิปไตยคือข้อใด (ส 2.2 ม.3/1)
ก. อำนาจนิติบัญญัติ
ข. อำนาจอธิปไตย
ค. อำนาจตุลาการ
ง. อำนาจบริหาร
3. การเลือกตั้งสมาชิกสภาพผู้แทนราษฎรเป็นหลักการของ
การปกครองในระบอบประชาธิปไตยข้อใด (ส 2.2 ม.3/1)
ก. ความเสมอภาคทางสังคม
ข. ความเสมอภาคทางกฎหมาย
ค. ความเสมอภาคทางเศรษฐกิจ
ง. อำนาจอธิปไตยเป็นของประชาชน
4. หลักนิติธรรมในระบอบประชาธิปไตยหมายถึงข้อใด
(ส 2.2 ม.3/1)
ก. การรับฟังเสียงส่วนน้อยในสังคม
ข. การแสดงความคิดเห็นอย่างอิสระ
ค. การคัดเลือกบุคคลเข้าไปตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล
ง. การใช้กฎหมายในการควบคุมคนในสังคมให้ปฏิบัติตามอย่างเท่าเทียมกัน
5. การกระทำในข้อใดที่แสดงให้เห็นถึงความตระหนักในสิทธิและหน้าที่ของตนเองต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอย่างถูกต้อง (ส 2.2 ม.3/1)
ก. นักร้องชื่อดังเขียนวิจารณ์การทำงานของรัฐบาลอย่างมีอคติ
ข. ชาวบ้านในชุมชนปิดถนนเพื่อเรียกร้องต่อรัฐบาลเรื่องราคาข้าวตกตํ่า
ค. ประชาชนร่วมกันตรวจสอบพฤติกรรมของผู้สมัครรับเลือกตั้งว่ามีพฤติกรรมการทุจริตในการเลือกตั้งหรือไม่
ง. กำนันบังคับให้คนในหมู่บ้านเลือกผู้สมัครที่ตนเองชื่นชอบ เพราะมีนโยบายในการช่วยพัฒนาหมู่บ้านของตนเอง
6. ข้อใดเป็นลักษณะสำคัญของระบอบเผด็จการคอมมิวนิสต์
(ส 2.2 ม.3/1)
ก. การปกครองที่ใช้คณะทหารในการปกครองประเทศ
ข. เน้นการรวมศูนย์อำนาจไปที่พรรคคอมมิวนิสต์
ค. การให้ประชาชนวิพากษ์วิจารณ์กองทัพได้อย่างอิสระเสรี
ง. ต้องแบ่งชนชั้นของประชาชนเพื่อปกครองประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ
7. เพราะเหตุใดการปกครองในระบอบเผด็จการจึงมีการแบ่งแยกชนชั้นในการปกครอง (ส 2.2 ม.3/1)
ก. เพื่อประโยชน์ทางด้านการเมืองของประเทศ
ข. เพราะได้รับแรงกดดันจากสังคมของชนชั้นที่สูงกว่า
ค. เพราะต้องการจำกัดเสรีภาพของคนที่อยู่ในชนชั้นที่ตํ่ากว่า
ง. เพราะมีความเชื่อว่าบุคคลเกิดมามีความแตกต่างกันในด้านต่าง ๆ โดยถือว่าผู้นำมีอำนาจอยู่เหนือประชาชน
8. ระบอบเผด็จการฟาสซิสต์มีลักษณะอย่างไร (ส 2.2 ม.3/1)
ก. การตัดสินใจกระทำสิ่งใดต้องปรึกษาคณะทหารเท่านั้น
ข. การให้ความสำคัญกับผู้นำว่ามีอำนาจพิเศษเหนือกว่าผู้อื่น
ค. การบริหารบ้านเมืองมีการรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน
ง. ประชาชนสามารถประท้วงผู้นำได้หากเกิดความผิดพลาดในการปกครองประเทศ
9. การปกครองในระบอบเผด็จการมีข้อดีอย่างไร (ส 2.2 ม.3/1)
ก. ประชาชนมีส่วนร่วมในการปกครองประเทศ
ข. สามารถแก้ไขปัญหาความขัดแย้งได้โดยสันติวิธี
ค. ประชาชนมีสิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาคเท่าเทียมกัน
ง. การบริหารจัดการหรือการตัดสินใจเรื่องต่าง ๆ สามารถทำได้อย่างรวดเร็ว
10. หลักการปกครองในระบอบประชาธิปไตยกับการปกครองระบอบเผด็จการมีความแตกต่างกันในข้อใด (ส 2.2 ม.3/1)
ก. เน้นการปฏิบัติตามระเบียบวินัยของสังคม
ข. การสร้างความเจริญมั่นคงให้เกิดภายในประเทศ
ค. การให้อิสระกับประชาชนมีส่วนร่วมในการบริหารประเทศ
ง. เน้นการส่งเสริมความสัมพันธ์กับต่างประเทศเพื่อ ประโยชน์ทางด้านเศรษฐกิจ
11. ก่อนการเปลี่ยนแปลงการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ประเทศไทยมีการปกครองแบบใด (ส 2.2 ม.3/2)
ก. การปกครองแบบฟาสซิสต์
ข. การปกครองแบบเผด็จการนาซี
ค. การปกครองในระบอบคอมมิวนิสต์
ง. การปกครองในระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์
12. ข้อใดไม่ใช่รูปแบบประชาธิปไตยของสังคมไทย (ส 2.2 ม.3/2)
ก. มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
ข. ประธานาธิบดีมีอำนาจในการบริหารประเทศ
ค. ประชาชนมีอำนาจสูงสุดในการปกครองประเทศ
ง. มีนายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้าฝ่ายบริหารและคณะรัฐมนตรี
13. เพราะเหตุใดการปกครองในระบอบประชาธิปไตยในหลาย ๆ ประเทศจึงมีความแตกต่างกัน (ส 2.2 ม.3/2)
ก. เพราะพรรคการเมืองในแต่ละประเทศมีจุดมุ่งเน้นที่แตกต่างกัน
ข. เพราะการปกครองจะเป็นไปตามเสียงข้างมากของคนในประเทศเท่านั้น
ค. เพราะในแต่ละประเทศมีหลักความประนีประนอมต่อประชาชนในแต่ละชนชั้นไม่เท่ากัน
ง. เพราะการปกครองในระบอบประชาธิปไตยสามารถนำมาประยุกต์ให้เข้ากับวัฒนธรรมหรือพัฒนาให้ตรงกับความต้องการของคนในประเทศได้
14. ประเทศไทยได้รับต้นแบบการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญมาจากประเทศใด (ส 2.2 ม.3/2)
ก. ประเทศสหรัฐอเมริกา
ข. ประเทศฝรั่งเศส
ค. ประเทศอังกฤษ
ง. ประเทศญี่ปุ่น
15. ประเทศใดที่มีรูปแบบของประมุขในระบอบประชาธิปไตยแตกต่างจากประเทศไทย (ส 2.2 ม.3/2)
ก. ประเทศภูฏาน
ข. ประเทศญี่ปุ่น
ค. ประเทศสหรัฐอเมริกา
ง. ประเทศอังกฤษ
16. ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับ “ประชาธิปไตยในระบบรัฐสภา” (ส 2.2 ม.3/4)
ก. นายกรัฐมนตรีมาจากการเลือกของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน
ข. มีประธานาธิบดีเป็นทั้งประมุขของรัฐและบริหารราชการแผ่นดินร่วมกับนายกรัฐมนตรี
ค. นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีมาจากการแต่งตั้งของประธานาธิบดี
ง. ประธานาธิบดีมีอำนาจที่จะยุบสภาได้
17. ปัญหาที่สำคัญที่สุดของการปกครองในระบอบประชาธิปไตยคืออะไร (ส 2.2 ม.3/4)
ก. ประชาชนไม่แสดงความคิดเห็นทางการเมือง
ข. การยอมรับฟังความคิดเห็นของเสียงส่วนน้อย
ค. ประชาชนไม่มีความเข้าใจในระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง
ง. ประชาชนในแต่ละระดับของสังคมมีวิถีประชาธิปไตยไม่เหมือนกัน
18. การกระทำในข้อใดปฏิบัติตามหลักประชาธิปไตยได้อย่างถูกต้อง (ส 2.2 ม.3/4)
ก. รวมตัวกับกลุ่มคนเพื่อปิดถนนเรียกร้องให้ขึ้นเงินเดือน
ข. เข้าร่วมสังเกตพฤติกรรมของนักการเมืองที่มีพฤติกรรมผิดปกติ
ค. แสดงความคิดเห็นต่อการทำงานของรัฐบาลอย่างอิสระไร้ขีดจำกัด
ง. ตระหนักอยู่เสมอว่าประชาธิปไตยเป็นเรื่องของนักการเมืองเท่านั้น
19. สื่อมวลชนสามารถมีส่วนร่วมในการพัฒนาประชาธิปไตยได้อย่างไร (ส 2.2 ม.3/4)
ก. ให้นักการเมืองใช้สื่อในการโต้ตอบซึ่งกันและกัน
ข. โน้มน้าวให้ประชาชนเลือกพรรคที่ได้รับความนิยม
ค. ประชาสัมพันธ์สนับสนุนพรรคการเมืองที่ตนเองชื่นชอบทางหนังสือพิมพ์
ง. จัดเสวนาร่วมกันระดมความคิดเพื่อหาทางออกเกี่ยวกับปัญหาผ่านสื่อต่าง ๆ
20. การพัฒนาระบอบประชาธิปไตยควรเน้นการพัฒนาสิ่งใดเป็นสำคัญ (ส 2.2 ม.3/4)
ก. เน้นพัฒนาความมั่นคงของชาติ
ข. เน้นให้ประชาชนได้แสดงความคิดเห็นได้อย่างเต็มที่
ค. เน้นการปฏิบัติตามเสียงข้างมากและรับฟังเสียงส่วนน้อย
ง. เน้นให้พรรคการเมืองมีบทบาทในการบริหารประเทศอย่างอิสระ
21. ข้อใดให้ความหมายของคำว่า “กฎหมาย” ได้ถูกต้องมากที่สุด (ส 2.1 ม.3/1)
ก. จารีตหรือประเพณีของคนในสังคม
ข. กฎ ระเบียบที่ทุกคนต้องปฏิบัติตาม
ค. บรรทัดฐานของการอยู่ร่วมกันในสังคม
ง. กฎที่ควรปฏิบัติตาม ไม่มีบทลงโทษที่แน่นอน
22. กฎหมายอาญาหมายถึงข้อใด (ส 2.1 ม.3/1)
ก. กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับมรดก
ข. กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการชดใช้หนี้
ค. กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการทำนิติกรรม
ง. กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันของคนในสังคม
23. หลักเกณฑ์ที่สำคัญของกฎหมายอาญาคือข้อใด (ส 2.1 ม.3/1)
ก. ผู้กระทำความผิดต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้เสียหาย
ข. เป็นข้อผูกพันทางกฎหมายที่ต้องมีการชดใช้ค่าเสียหาย
ค. ไม่มีโทษ ถ้ากฎหมายไม่บัญญัติไว้ให้ต้องรับโทษ
ง. เป็นกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเอกชน
24. การกระทำในข้อใดมีพฤติกรรมกระทำความผิดทางอาญาโดยเจตนา (ส 2.1 ม.3/1)
ก. ตั้งใจต่อยเพื่อน เพราะโมโหที่เพื่อนขโมยโทรศัพท์เคลื่อนที่ของตนไป
ข. ถีบจักรยานด้วยความเร็วจนเป็นเหตุให้ไปชนผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ
ค. ใช้หนังสติ๊กยิงนายสุวิทย์แต่พลาดไปโดนนายสมชาย
ง. ตั้งใจไม่คืนเงินที่ยืมมาจากเจ้าหนี้
25. ข้อใดไม่ใช่โทษทางอาญา (ส 2.1 ม.3/1)
ก. ปรับ
ข. กักกัน
ค. ประหารชีวิต
ง. ริบทรัพย์สิน
26. ข้อใดหมายถึงการรับผิดทางแพ่ง (ส 2.1 ม.3/1)
ก. การลงโทษผู้ที่กระทำความผิดด้วยการจำคุก
ข. การนำตัวผู้ที่กระทำความผิดไปคุมขังไว้ที่เรือนจำ
ค. การมีหน้าที่ผูกพันตามกฎหมายที่จะต้องชำระหนี้
ง. การลงโทษผู้กระทำความผิดด้วยการริบทรัพย์สินให้ตกเป็นของแผ่นดิน
27. “สิทธิมนุษยชน” มีความสำคัญต่อมนุษย์อย่างไร (ส 2.1 ม.3/2)
ก. สิ่งที่ทำให้เกิดการแบ่งชนชั้นขึ้นในสังคม
ข. สิ่งที่ทำให้มนุษย์มีฐานะทางสังคมเท่าเทียมกัน
ค. สิ่งที่ทำให้มนุษย์ใช้ชีวิตได้อย่างอิสระไร้ขีดจำกัด
ง. สิ่งที่ทำให้มนุษย์ได้รับการคุ้มครองและมีความเสมอภาคในการดำรงชีวิต
28. การทำประชาพิจารณ์ของประชาชนเป็นการแสดงออกถึงการใช้สิทธิด้านใด (ส 2.1 ม.3/2)
ก. สิทธิในการมีส่วนร่วมในกระบวนการพิจารณาของเจ้าหน้าที่รัฐ
ข. สิทธิและเสรีภาพในชีวิตและร่างกาย
ค. สิทธิในการฟ้องร้องหน่วยงานต่าง ๆ
ง. สิทธิในกระบวนการยุติธรรม
29. การกระทำในข้อใดสอดคล้องกับบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ (ส 2.2 ม.3/3)
ก. ตรวจสอบรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งก่อนการเลือกตั้ง
ข. ประชาชนมีสิทธิเข้าชื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่น
ค. ประชาชนในท้องถิ่นร่วมกันต่อต้านการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน
ง. ประชาชนในท้องถิ่นเข้าร่วมประเพณีเพื่อการอนุรักษ์วัฒนธรรมที่ดีงามของชาติ
30. บทบัญญัติเกี่ยวกับการเลือกตั้งข้อใดกล่าวถึงคุณสมบัติของผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่ถูกต้อง (ส 2.2 ม.3/3)
ก. มีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ในวันเลือกตั้ง
ข. มีสัญชาติไทยเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 5 ปี
ค. มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านไม่น้อยกว่า 30 วัน
ง. ต้องไม่เป็นภิกษุ สามเณร หรือนักบวช
31. วัฒนธรรมไทย หมายถึงข้อใด (ส 2.1 ม.3/3)
ก. แบบแผนที่คนไทยทุกคนต้องปฏิบัติตาม
ข. สิ่งที่เป็นแบบแผนไม่สามารถปรับเปลี่ยนได้
ค. สิ่งที่เป็นแบบแผน ครอบคลุมวิถีการดำเนินชีวิตของคนไทย
ง. แบบแผนที่ยอมรับกันโดยทั่วไป หากไม่ปฏิบัติตามจะถือว่าผิดตามกฎหมาย
32. ข้อใดมิใช่องค์ประกอบของวัฒนธรรมไทย (ส 2.1 ม.3/3)
ก. ภาษา
ข. ค่านิยม
ค. กฎหมาย
ง. สัญลักษณ์
33. คติธรรม หมายถึงข้อใด (ส 2.1 ม.3/3)
ก. วัฒนธรรมทางกฎหมาย
ข. วัฒนธรรมทางศีลธรรมและจิตใจ
ค. วัฒนธรรมทางวัตถุที่คนในสังคมประดิษฐ์คิดค้นขึ้นมา
ง. วัฒนธรรมทางสังคมซึ่งเป็นมารยาทในสังคมที่ทุกคนพึงปฏิบัติ
34. ข้อใดกล่าวผิดเกี่ยวกับภูมิปัญญาไทย (ส 2.1 ม.3/3)
ก. ความรู้อันเกิดจากความสัมพันธ์ระหว่างคนกับสิ่งแวดล้อม
ข. ความรู้ที่สืบทอดต่อกันมาจากบรรพบุรุษจนถึงคนรุ่นปัจจุบัน
ค. ความรู้ที่เกิดจากการนำเทคโนโลยีขนาดใหญ่มาประดิษฐ์จนทำให้เกิดผลผลิต
ง. ความรู้ที่เกิดจากการประดิษฐ์คิดค้นโดยอาศัยธรรมชาติสิ่งที่มีประโยชน์ต่อการดำรงชีวิต
35. การจัดทำแนวปะการังเทียม จัดอยู่ในภูมิปัญญาสาขาใด (ส 2.1 ม.3/3)
ก. สาขาเกษตรกรรม
ข. สาขาการแพทย์แผนไทย
ค. สาขากองทุนและธุรกิจชุมชน
ง. สาขาการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
36. การจัดทำสารานุกรมภาษาท้องถิ่น จัดอยู่ในภูมิปัญญาสาขาใด (ส 2.1 ม.3/3)
ก. สาขาศิลปกรรม
ข. สาขาการจัดการองค์กร
ค. สาขาศาสนาและประเพณี
ง. สาขาภาษาและวรรณกรรม
37. ข้อใดจัดอยู่ในภูมิปัญญาของไทยในสาขาศาสนาและประเพณี (ส 2.1 ม.3/3)
ก. จิตรกรรม
ข. การบวชป่า
ค. ศิลปะมวยไทย
ง. การปริวรรตหนังสือโบราณ
38. วัฒนธรรมสากล หมายถึงข้อใด (ส 2.1 ม.3/3)
ก. วัฒนธรรมที่ทุกคนในโลกต้องปฏิบัติตาม
ข. วัฒนธรรมที่เป็นที่ยอมรับกันอย่างกว้างขวาง
ค. วัฒนธรรมที่ให้อิสระในการดำเนินชีวิตอย่างไร้ขอบเขต
ง. วัฒนธรรมที่มีแหล่งกำเนิดมาจากประเทศในโลกตะวันออก
39. การกระทำในข้อใดแสดงออกถึงการเลือกรับวัฒนธรรมสากลได้อย่างเหมาะสม (ส 2.1 ม.3/3)
ก. เลือกรับวัฒนธรรมสากลที่ไม่ขัดต่อวัฒนธรรมไทย
ข. เลือกรับวัฒนธรรมสากลในทุก ๆ ด้าน เพราะต้องการใช้ชีวิตอย่างอิสระเสรี
ค. เลือกรับวัฒนธรรมสากลทุกอย่างมาปฏิบัติเพราะเป็นสิ่งที่ยอมรับกันอย่างกว้างขวาง
ง. ไม่ยอมรับวัฒนธรรมสากลใด ๆ เพราะคิดว่าจะทำให้เสียเอกลักษณ์ความเป็นชาติไทย
40. การกระทำในข้อใดมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ภูมิปัญญาไทย (ส 2.1 ม.3/3)
ก. จัดทำสารานุกรมภาษาท้องถิ่นให้น้อง ๆ ใช้ศึกษาภาษาถิ่นต่าง ๆ
ข. พยายามนำเทคโนโลยีขนาดใหญ่เข้ามาจัดการทรัพยากรธรรมชาติ
ค. ไม่พูดกับคนในตำบลอื่น ๆ เพราะไม่อยากพูดกับคนที่ใช้ภาษาถิ่นต่างกัน
ง. ไม่ยอมรับการรักษาโรคด้วยยาแผนปัจจุบัน ต้องรักษาด้วยการแพทย์แผนไทยเท่านั้น
41. การกระทำในข้อใดอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งขึ้นในสังคมมากที่สุด (ส 2.1 ม.3/4)
ก. นายก อบต. ประกาศห้ามมีบ่อนการพนันในชุมชน
ข. ช่อลัดดาชอบอ่านข่าวหรือบทความเกี่ยวกับการเมือง
ค. กรมป่าไม้ออกกฎหมายห้ามเฉพาะชาวบ้าน ตัดไม้ทำลายป่าในเขตป่าสงวน
ง. ฐานันดรเป็นหลานนักการเมืองถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับข้อหามียาเสพติดไว้ในครอบครอง
42. สังคมชนบทและสังคมเมืองมีความเหลื่อมล้ำกันในหลาย ๆ ด้านยกเว้นด้านใด (ส 2.1 ม.3/4)
ก. โอกาสทางการศึกษา
ข. รายได้จากการประกอบอาชีพ
ค. สิทธิและเสรีภาพตามระบอบประชาธิปไตย
ง. สาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานในการดำรงชีวิต
43. ผลของความขัดแย้งทางการเมืองในข้อใดที่เป็นอุปสรรคสำคัญต่อการพัฒนาระบอบการเมืองประชาธิปไตยของไทยมากที่สุด (ส 2.1 ม.3/4)
ก. การรัฐประหาร
ข. การประกาศใช้รัฐธรรมนูญหลายฉบับ
ค. การใส่ร้ายป้ายสีกันระหว่างพรรคการเมือง
ง. การประกาศยุบสภาของรัฐบาลในเวลาอันสั้น
44. ข้อใดต่อไปนี้สามารถลดปัญหาความขัดแย้งในสังคมได้อย่างเหมาะสมที่สุด (ส 2.1 ม.3/4)
ก. ยอมรับเสียงข้างมากแต่ก็ยังรับฟังเสียงส่วนน้อยอยู่
ข. นักการเมืองแก้ไขรัฐธรรมนูญบางมาตราได้อย่างอิสระ
ค. ความมีอิสระในการแสดงความคิดเห็นอย่างเต็มที่ไร้ขีดจำกัด
ง. ทุกฝ่ายเจรจาปรับความเข้าใจกันเกี่ยวกับการแบ่งผลประโยชน์ทางการเมืองอย่างลงตัว
45. การส่งเสริมความสมานฉันท์ในสังคมสอดคล้องกับข้อใดต่อไปนี้ (ส 2.1 ม.3/5)
ก. พนักงานรัฐวิสาหกิจร่วมกันจัดงานฉลองปีใหม่อย่างยิ่งใหญ่
ข. นักวิชาการเลิกถกเถียงกันเกี่ยวกับเรื่องพญานาคมีจริงหรือไม่
ค. นักศึกษาในมหาวิทยาลัยรวมกลุ่มจัดป้ายนิเทศเกี่ยวกับข่าวการเมือง
ง. นักศึกษาจาก 2 สถาบันคู่อริร่วมมือกันจัดสัมมนาเรื่องนักศึกษาร่วมใจสังคมไทยเป็นสุข
46. การดำรงชีวิตในข้อใดสอดคล้องกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (ส 2.1 ม.3/5)
ก. รับประทานอาหารวันละมื้อ
ข. แบ่งเงินเดือนส่วนหนึ่งไปฝากธนาคาร
ค. ใช้จ่ายพอดีกับเงินเดือนที่ได้รับในแต่ละเดือน
ง. ซื้อโทรศัพท์เคลื่อนที่เครื่องใหม่เพราะกำลังลดราคา
47. การดำรงชีวิตแบบพอมีพอกินตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสอดคล้องกับข้อใดมากที่สุด (ส 2.1 ม.3/4)
ก. มนตราขายน้ำตาลสดพอจ่ายค่ากับข้าวแต่ละมื้อ
ข. ดาราวรรณเป็นสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ของหมู่บ้าน
ค. สุวรรณาทอผ้าไว้ใช้เองและขายให้ผู้ที่สนใจซื้อ
ง. สุภัทราทำขนมหม้อแกงสูตรคุณยายทานในวันหยุดสุดสัปดาห์
48. ความเชื่อในข้อใดเป็นปัจจัยส่งเสริมการดำรงชีวิตอย่างมีความสุข (ส 2.1 ม.3/5)
ก. เชื่อว่าชีวิตถูกลิขิตไว้แล้วจะสุขจะทุกข์อยู่ที่พระพรหมท่านลิขิต
ข. เชื่อว่าดวงดาวมีอิทธิพลต่อชีวิต จึงตั้งใจศึกษาวิชาโหราศาสตร์อย่างจริงจัง
ค. เชื่อว่าจะดีจะชั่วอยู่ที่ตัวทำ จึงหมั่นศึกษาหาความรู้และประกอบอาชีพสุจริต
ง. เชื่อว่ามนุษย์เกิดมาเพื่อชดใช้กรรม จึงก้มหน้าก้มตาชดใช้กรรมเก่าให้หมดไป
49. ความสุขที่เกิดขึ้นในข้อใดเป็นความสุขเชิงสร้างสรรค์
(ส 2.1 ม.3/5)
ก. ดีใจที่ได้ช่วยพาคนแก่ข้ามถนน
ข. โล่งใจที่สอบได้คะแนนวิชาสังคมศึกษาผ่าน
ค. สะใจที่เห็นเพื่อนถูกอาจารย์ฝ่ายปกครองเรียกตัวไปพบ
ง. สบายใจที่สุนัขของตนเองกัดกับสุนัขข้างบ้านแล้วชนะกลับมา
50. การมองโลกในแง่ดีตรงกับลักษณะในข้อใน (ส 2.1 ม.3/5)
ก. เลือกเป็นนักพยากรณ์ไพ่ยิปซีแม่นยำที่สุด เพราะศึกษาตั้งแต่ อายุ 15 ปี
ข. เลือกเป็นวิศวกร เพราะเป็นความใฝ่ฝันตั้งแต่ตอนเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น
ค. เลือกเป็นอาจารย์สอนวิชาคณิตศาสตร์ เพราะเคยไม่ชอบวิชานี้ตอนเป็นนักเรียน จึงอยากให้นักเรียนชอบวิชานี้
ง. เลือกเป็นนักมวยไทยระดับเหรียญทอง เพราะได้รับแรงบันดาลใจจากพี่ชายอดีตแชมป์เปียนมวยไทย
