wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

ปฏิกิริยาเคมี

Total questions: 25

Worksheet time: 16mins

Name
Class
Date
1.

การเปลี่ยนแปลงข้อใดแสดงว่ามีปฏิกิริยาเคมีเกิดขึ้น

a)

ให้ความร้อนกับแนฟทาลีนจนหลอมเหลว

b)

ผสมซิลเวอร์ไนเตรตกับเกลือจนได้ตะกอนสีขาว

c)

นำทรายมาผสมกับน้ำ ปรากฏว่าทรายตกตะกอน

d)

ละลายเกลือลงในน้ำ แล้วอุณหภูมิหลังละลายลดลง

2.

ข้อใดไม่มีปฏิกิริยาเคมีเกิดขึ้น

a)

การเคี้ยวข้าวก่อนกลืน

b)

การผสมกลีเซอรอลกับเอทานอลเข้าด้วยกัน

c)

การฟอกสบู่ในน้ำกระด้าง

d)

การเป่าลมหายใจลงในน้ำปูนใส

3.

แก๊สไฮโดรเจน ปริมาตร 7 mL ใช้เวลาในการเกิด 140 วินาที อัตราการเกิดปฏิกิริยาเฉลี่ยเป็นเท่าใด

a)

0.05 mL/s

b)

0.5 mL/s

c)

0.2 mL/s

d)

2 mL/s

4.

จากสมการเคมีต่อไปนี้ ข้อใดกล่าวถูกต้อง

Mg (s) + 2CH3COOH (aq) ----> Mg(CH3COO)2 (aq) + H2 (g)

a)

CH3COOH อยู่ในสถานะสารละลาย

b)

H2 อยู่ในสถานะสารละลาย

c)

สารเคมีทุกชนิดต้องอยู่ในสถานะของเหลว

d)

Mg อยู่ในสถานะแก๊ส

5.

ข้อใดไม่ได้แสดงว่าธรรมชาติของสารมีผลต่ออัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี

a)

กระดาษมีอายุการใช้งานน้อยกว่าพลาสติก

b)

เกลือเม็ดดูดความชื้นเร็วกว่าผลึกน้ำตาล

c)

แบตเตอรี่ปรอทกับแบตเตอรี่แอลคาไลน์มีอายุใช้งานไม่เท่ากัน

d)

เหล็กที่อยู่ในอากาศและความชื้นจะผุกร่อนได้เร็วกว่าอะลูมิเนียม

6.

เราเรียกสารสองชนิดที่เข้าทำปฏิกิริยากัน

ว่าอะไร

a)

ผลิตภัณฑ์

b)

สารตั้งต้น

c)

ตัวเร่งปฏิกิริยา

d)

สารกำหนดปริมาณ

7.

ข้อสังเกตใดที่แสดงว่ามีการเกิดปฏิกิริยาเคมี

a)

การเกิดตะกอน

b)

การเกิดฟองแก๊ส

c)

สีของสารละลายเปลี่ยน

d)

ถูกทุกข้อ

8.

ปฏิกิริยาสังเคราะห์ด้วยแสงของพืช ใช้สารใดเป็นสารตั้งต้นในการเกิดปฏิกิริยา

a)

น้ำ(H2O) และ แก๊สออกซิเจน(O2)

b)

น้ำ(H2O) และ แสงแดด

c)

แสงแดด และ คลอโรฟิลล์

d)

น้ำ(H2O) และ แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์(CO2)

9.

ปัจจัยในข้อใด ที่ทำให้อัตราการเกิดปฏิกิริยาช้าลง

a)

ตัวเร่งปฏิกิริยา

b)

อุณหภูมิ

c)

ตัวหน่วงปฏิกิริยา

d)

พื้นที่ผิวสัมผัส

10.

Zn(s) +2HCl(aq) → ZnCl2 (aq) + H2(g)

จากสมการเคมีที่กำหนดให้ข้างต้น สารชนิดใดมีสถานะเป็นของแข็ง

a)

Zn

b)

HCl

c)

ZnCl2

d)

H2

11.

แก๊สโพรเพน(C3H8) เกิดปฏิกิริยาการเผาไหม้กับแก๊สออกซิเจน(O2)ในอากาศ เกิดเป็นแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์(CO2)และไอน้ำ(H2O) และความร้อน

a)

C3H8(g) + O2(g) → CO2(g) + H2O(g) + ความร้อน

b)

C3H8(g) + O2(g) → CO2(g) + H2O(g)

c)

C3H8(s) + O2(g) → CO2(g) + H2O(l) + ความร้อน

d)

C3H8(g) + O2(g) → CO2(g) + H2O(l)

12.

การละลายของน้ำแข็งเป็นการเปลี่ยนแปลงแบบใด

a)

การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ

b)

การเปลี่ยนแปลงทางเคมี

c)

การเปลี่ยนสูตรเคมีของสาร

d)

การเปลี่ยนแปลงแบบคายความร้อน

13.

สมการเคมีฝั่งขวามือจะเป็นสารใด

a)

สารผลิตภัณฑ์

b)

สารตั้งต้น

c)

ตัวเร่งปฏิกิริยา

d)

ตัวหน่วงปฏิกิริยา

14.

HCl(aq) + NaOH(aq) \rightarrow  NaCl(aq) + H2O(l) 
สารตั้งต้นของปฏิกิริยานี้ได้แก่สารใด

a)

HCl และ H2O

b)

NaOH และ NaCl

c)

HCl และ NaOH

d)

NaCl และ H2O

15.

ปฏิกิริยาการเผาไหม้ของเชื้อเพลิงเกิดขึ้นอย่างไร

a)

แก๊สมีเทน+แก๊สออกซิเจน ---> แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์+น้ำ

b)

โลหะ+ออกซิเจน ---> โลหะออกไซต์

c)

เหล็ก+ออกซิเจน ---> เหล็กออกไซต์

d)

กรด+เบส ---> เกลือ+น้ำ

16.

ควันหรือเขม่าที่ออกมาจากรถยนต์ตามท้องถนน นักเรียนคิดว่าเป็นการเผาไหม้แบบใด

a)

การเผาไหม้สมบูรณ์

b)

การเผาไหม้ไม่สมบูรณ์

c)

การเผาไหม้สารเคมี

d)

การเผาไหม้ไม่สำเร็จ

17.

“การใช้น้ำสับปะรดหมักเนื้อวัว ทำให้เนื้อวัวนุ่มขึ้น” ข้อใดคือปัจจัยที่เกี่ยวข้องมากที่สุด

a)

น้ำสัปปะรดมีความเข้มข้นมากขึ้น

b)

เนื้อมีพื้นที่ผิวมากขึ้น

c)

มีเอนไซม์เป็นตัวเร่งปฏิกิริยา

d)

ความร้อนทำให้เนื้อนุ่มขึ้น

18.

ข้อใดเป็นปัจจัยที่ทำให้แกงกะทิบูดเร็วขึ้น

a)

ความเข้มข้น

b)

ตัวเร่งปฏิกิริยา

c)

อุณหภูมิ

d)

พื้นที่ผิว

19.

ข้อใดเป็นการเพิ่มอัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีจากการเพิ่มพื้นที่ผิวสัมผัส

a)

เคี้ยวยาลดกรดก่อนกลืน

b)

ใช้ยีสต์ช่วยให้ขนมปังขึ้นฟู

c)

หมักเนื้อหมูโดยใช้เอนไซม์จากสับปะรด

d)

กำจัดคราบหินปูนด้วยน้ำยาล้างห้องน้ำสูตรเข้มข้น

20.

“ ธาตุกัมมันตรังสี ” คืออะไร

a)

เป็นชื่อเรียกธาตุที่สามารถทำให้แผ่รังสีได้

b)

ปรากฏการณ์ที่ธาตุแผ่รังสีได้เอง

c)

ปรากฏการณ์ที่เกิดจากการทำให้ธาตุแผ่รังสี

d)

เป็นชื่อเรียกธาตุที่มีสมบัติในการแผ่รังสีได้เอง

21.

ข้อใดเรียงลำดับอำนาจการทะลุทะลวงของรังสีได้ถูกต้อง

a)

β ˃ α ˃ γ

b)

γ ˃ β ˃ α

c)

γ ˃ α ˃ β

d)

β ˃ γ ˃ α

22.

ข้อความใดถูกต้องที่สุด

a)

รังสีแอลฟามีอำนาจทะลุทะลวงรุนแรงกว่ารังสีบีตาและแกมมา

b)

รังสีบีตามีอำนาจทะลุทะลวงมากที่สุด และมีความเร็วน้อยกว่าแสง

c)

อนุภาคบีตาไม่ใช้อิเล็กตรอนที่วิ่งรอบนิวเคลียสแต่ได้มาจากการเปลี่ยนสภาพของนิวเคลียส

d)

รังสีแกมมามีประจุไฟฟ้าเท่ากับอิเล็กตรอนและมีอำนาจทะลุทะลวงมากกว่ารังสีแอลฟา

23.

ธาตุในข้อใดใช้หาอายุวัตถุโบราณ

a)

C-14

b)

U-238

c)

Co-60

d)

I-131

24.

ธาตุในข้อใดใช้ทำลายแบคทีเรียในอาหาร

a)

C-14

b)

U-238

c)

Co-60

d)

I-131

25.

ธาตุกัมมันตรังสี Z ปริมาณ 120 กรัม ใช้เวลา 60 วัน ในการสลายตัวเหลือ 7.5 กรัม นักเรียนคิดว่าธาตุกัมมันตรังสี Z มีครึ่งชีวิตเท่ากับกี่วัน

a)

10 วัน

b)

15 วัน

c)

20 วัน

d)

30 วัน