Worksheetsข้อสอบ กว. สาขา: อุตสาหการ วิชา: การออกแบบโรงงานอุตสาหกรรม Indu
Total questions: 100
Worksheet time: 52mins
ข้อใดต่อไปนี้เป็นผลมาจากการออกแบบผังโรงงานที่ดี
ระยะทางการขนถ่ายวัสดุยาวขึ้น
การขนถ่ายลำเลียงย้อนกลับ (Backtracking) มีมากขึ้น
มีประสิทธิภาพในการผลิตมากขึ้น
สินค้าระหว่างผลิต (Work-in process) สูงขึ้น
การออกแบบโรงงานและการจัดวางผังโรงงานมีความแตกต่างกันอย่างไร
การออกแบบและการจัดวางผังโรงงานไม่มีความแตกต่างกันเป็นเรื่องเดียวกันและมีขอบเขตเหมือนกัน
การออกแบบโรงงานจะเป็นการออกแบบตัวอาคารโรงงานเท่านั้นส่วนการจัดวางผังโรงงานจะเป็นการออกแบบและจัดวางระบบภายในอาคารโรงงาน
การออกแบบโรงงานจะเป็นการออกแบบจัดวางสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ทั้งหมดของโรงงาน ส่วนการจัดวางผังโรงงานนั้นจะเป็นการออกแบบและจัดวางเครื่องจักร คนงาน และวัสดุให้อยู่ในตำแหน่งที่จะทำให้การผลิตภายในโรงงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด
การออกแบบจะเป็นการจัดระเบียบการดำเนินการของเครื่องมือเครื่องจักรคนงานภายในพื้นที่ของโรงงาน ส่วนการจัดวางผังโรงงานจะพิจารณากิจกรรมทุกส่วนของทั้งองค์กร
ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่เป้าหมายหลักในการออกแบบและวางจัดผังโรงงาน
ให้การเคลื่อนที่ของวัสดุ และแรงงานในระบบการผลิตเป็นไปอย่างราบรื่น โดยไม่มีการรอคอย
ให้มีการขนถ่ายลำเลียงวัสดุน้อยที่สุด
เพื่อให้สามารถใช้งานเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่มีอยู่ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
ให้มีการขนถ่ายลำเลียงวัสดุที่มีน้ำหนักมากเป็นจำนวนน้อยเที่ยวในระยะทางที่ยาวได้
ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่สาเหตุที่ทำให้มีการปรับปรุงผังโรงงานเก่าเสียใหม่
การเปลี่ยนทำเลที่ตั้งโรงงานใหม่
สภาวะแวดล้อมบริเวณที่ทำงานของคนงานไม่ดี
ต้องการลดต้นทุนการผลิต
ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต
การจัดวางผังโรงงานแบบผลิตภัณฑ์ (Product Layout) ไม่เหมาะสำหรับสถานการณ์ข้อใด
กิจการที่ผลิตสินค้าน้อยชนิด แต่ละชนิดมีปริมาณการผลิตสูง
สินค้าแต่ละชนิดมีมาตรฐาน เช่น ขนาดและน้ำหนักแน่นอน
มีวัตถุดิบป้อนสายงานอย่างสม่ำเสมอ
กิจการที่มีการผลิตสินค้ามากชนิด แต่ละชนิดมีปริมาณไม่สูงมาก
บริษัท ABC ต้องการผลิตสินค้า X จำนวน 134,000 ชิ้น/ปี และทำงานสัปดาห์ละ 5 วัน วันละ 8 ช.ม. โดยทำงานทั้งปี 50 สัปดาห์ จงหาจำนวนสินค้าที่ต้องการต่อชั่วโมง เพื่อใช้ในการออกแบบผังโรงงานต่อไปว่าเป็นเท่าใด
64 ชิ้น/ช.ม.
65 ชิ้น/ช.ม.
67 ชิ้น/ช.ม.
69 ชิ้น/ช.ม.
ในการกำหนดระดับความสัมพันธ์ในแผนภูมิความสัมพันธ์ โดยใช้รหัสความสัมพันธ์ A, E, I, O, U และ X นั้น จะต้องระวังอย่าให้มีรหัสความสัมพันธ์ใดมากเกินไป
A และ X
A และ I
A และ O
A และ U
จงหาภาระงานคูณระยะทางรวมของผังโรงงานปัจจุบัน
7240
7250
7260
7280
“การออกแบบและจัดวางผังโรงงาน” มีความหมายว่าอย่างไร
การวางแผนเพื่อจัดวางเครื่องจักรให้เหมาะสมกับการผลิต
การเขียนแบบโรงงานเพื่อก่อสร้างอาคารโรงงาน
การวางแผนเพื่อจัดวางเครื่องจักรอุปกรณ์ และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมที่สุด ทำให้ผลผลิตเพิ่มและต้นทุนการผลิตลดลง
การวางแผนเลือกวัสดุสำหรับจัดสร้างโรงงาน
จงเลือกความหมายที่ดีที่สุดของคำว่า “การออกแบบโรงงาน”
การออกแบบจัดวางเครื่องจักรให้เหมาะสมกับการทำงานของพนักงาน
การออกแบบโรงงานให้มีความสวยงาม มีสิ่งแวดล้อมที่ดี
การออกแบบเฉพาะส่วนของอาคารโรงงานให้เหมาะสม
การออกแบบและจัดวางผังตำแหน่งสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ทั้งหมดที่จะเอื้ออำนวยต่อการผลิตของโรงงานโดยรวม
ข้อใดไม่ใช่กิจกรรมในการออกแบบและจัดวางผังโรงงาน
การหาความสัมพันธ์ของกิจกรรม
การพิจารณาพื้นที่ที่ต้องการของกิจกรรม
การปรับตำแหน่งพื้นที่ของกิจกรรม
การกำหนดจำนวนหัวหน้างาน
ลำดับขั้นตอนในการออกแบบผังโรงงาน มีดังนี้
เลือกทำเลที่ตั้งโรงงาน - วางผังโรงงานคร่าวๆ - วางผังโดยละเอียด - ติดตั้งเครื่องจักร ติดตามผลและแก้ไข
เลือกทำเลที่ตั้งโรงงาน - ติดตั้งเครื่องจักร ติดตามผลและแก้ไข - วางผังโรงงานคร่าวๆ - วางผังโดยละเอียด
วางผังโรงงานคร่าวๆ - วางผังโดยละเอียด - เลือกทำเลที่ตั้งโรงงาน - ติดตั้งเครื่องจักร ติดตามผลและแก้ไข
วางผังโรงงานคร่าวๆ - วางผังโดยละเอียด - ติดตั้งเครื่องจักรติดตามผลและแก้ไข – เลือกทำเลที่ตั้งโรงงาน
การออกแบบผังโรงงานมีความสำคัญเพราะเหตุใด
ผู้บริหารต้องการผลกำไรเพิ่มมากขึ้น
คนงานต้องการความสะดวกสบายมากขึ้น
ข้อมูลจากการออกแบบผังโรงงานจะทำให้สามารถออกแบบระบบไฟฟ้า ระบบการจ่ายพลังงานอื่น เช่น พลังลมอัดและไอน้ำ และระบบสุขาภิบาลให้เป็นไปตามความต้องการของโรงงานได้
จะทำให้การแบ่งบริเวณพื้นที่สำหรับฝ่ายผลิตและฝ่ายสนับสนุนการผลิตมีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น
การออกแบบผังโรงงานจะขึ้นอยู่กับ
การออกแบบอาคาร
การออกแบบเครื่องมือขนถ่ายลำเลียง
การออกแบบผลิตภัณฑ์ การออกแบบการผลิต และการกำหนดการผลิต
การออกแบบเครื่องจักรที่ใช้ในการผลิต
การออกแบบผังโรงงานที่ดีจะช่วยลดต้นทุนได้ ทั้งนี้เพราะสามารถลด
เวลาสูญเปล่าที่เกิดขึ้นในกระบวนการผลิตลงได้
การใช้แรงงานฝีมือและไร้ฝีมือลงได้
การใช้เครื่องจักรลงได้
เวลาที่ใช้ในการซ่อมบำรุงรักษาลงได้
ถ้าโรงงานมีการออกแบบและจัดวางผังที่ไม่ดี อาจก่อให้เกิดปัญหาที่สำคัญข้อใด
อากาศอบอ้าวในโรงงาน
น้ำเสีย
เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง
การทำตลาดของผลิตภัณฑ์
หากต้องทำงานที่มีความละเอียดมาก ควรกำหนดให้มีความสว่างเป็นปริมาณเท่าใด
700 ลักซ์
900 ลักซ์
1200 ลักซ์
1500 ลักซ์
“โรงงาน” ในทางอุตสาหกรรมมีความหมายว่าอย่างไร
สถานที่จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์
สถานที่รวมไว้ซึ่งปัจจัยการผลิตที่สามารถทำให้เกิดการผลิตผลิตภัณฑ์หรือการบริการให้เป็นไปตามที่ต้องการ
สถานที่ติดตั้งเครื่องมือเครื่องจักรสำหรับใช้ในการผลิต
สถานที่ปฏิบัติงานสำหรับพนักงานฝ่ายผลิตและวิศวกร
ข้อมูลพื้นฐานที่ใช้สำหรับการจัดวางผังโรงงานมี PQRST คือ
: ชนิดผลิตภัณฑ์ ปริมาณ ขั้นตอนการผลิต ระบบ เวลา
ชนิดผลิตภัณฑ์ ปริมาณ ขั้นตอนการผลิต สิ่งสนับสนุนการผลิต เวลา
ชนิดผลิตภัณฑ์ คุณภาพ ขั้นตอนการผลิต ระบบ เวลา
ชนิดผลิตภัณฑ์ คุณภาพ ขั้นตอนการผลิต สิ่งสนับสนุนการผลิต เวลา
การออกแบบผลิตภัณฑ์แบ่งออกเป็น การออกแบบ
ตามหน้าที่การงาน ตามวิธีผลิต
ตามหน้าที่การงาน ตามวิธีการผลิต ตามสมัยนิยม
การทำงาน วิธีการผลิต เพื่อการขาย
ตามวิธีผลิต เพื่อการขาย
ประโยชน์ที่ได้จากการเลือกทำเลที่ตั้งโรงงานในนิคมอุตสาหกรรมมีมากมายด้วยกันดังนี้ ยกเว้น
การขนส่ง
การลดหย่อนภาษี
ราคา/ค่าเช่า
ความปลอดภัย
ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงความต้องการสินค้าตามฤดูกาล มีผลอย่างไรต่อการออกแบบผังโรงงาน
ไม่มีผลกระทบต่อจำนวนแรงงาน
มีผลกระทบต่อคุณภาพผลิตภัณฑ์
ไม่มีผลต่อการกำหนดการผลิตและขนาดโกดัง
มีผลต่อการกำหนดการผลิตและขนาดโกดัง
สาเหตุต่อไปนี้ทำให้เกิดแนวคิดในการปรับปรุงผังโรงงานและการจัดวางตำแหน่งเครื่องจักร/อุปกรณ์ต่างๆ ดังนี้ ยกเว้น
การเกิดอุบัติเหตุขึ้นเสมอในการผลิต
ต้องการลดต้นทุนการผลิต
ปัญหาและความเชื่อด้านโหราศาสตร์ (ฮวงจุ้ย)
การเพิ่มแรงงาน
หน่วยงานที่มีการผลิตสินค้าหลากหลายชนิด แต่ปริมาณของสินค้าแต่ละชนิดที่จะผลิตมีไม่มาก การคำนวณหาจำนวนเครื่องจักรที่ต้องการจะต้องคำนึงถึง
สัดส่วนหรือเปอร์เซ็นต์การใช้เครื่องจักร (Utilization)
ประสิทธิภาพของคนงาน
การดูแลรักษาทั่วไป
การควบคุมคุณภาพ
ข้อใดเป็นปัจจัยหลักที่ต้องคำนึงถึงมากที่สุดในการเลือกทำเลที่ตั้งโรงงานน้ำตาล
ตลาด
ราคาที่ดิน
วัตถุดิบ
สาธารณูปโภค
บริษัทแห่งหนึ่งได้วางแผนไว้ว่า ในปีหน้าจะทำการย้ายโรงงานไปที่ทำเลใหม่เพื่อสร้างโรงงานใหม่ เนื่องจากกำลังความสามารถของการผลิตในปัจจุบันไม่เพียงพอต่อความต้องการของลูกค้า ทางบริษัทฯ จึงได้จัดตั้งทีมงานขึ้นมาเก็บรวบรวมข้อมูลในด้านต่างๆ สำหรับใช้ในการวิเคราะห์เลือกทำเล ซึ่งพอสรุปได้ดังนี้
ทำเล 1
ทำเล 2
ทำเล 3
ทำเล 4
วัตถุประสงค์ของการเลือกทำเลที่ตั้งโดยใช้วิธีการให้น้ำหนักความสำคัญกับปัจจัย (Weight Method) คือข้อใด
เลือกทำเลที่ตั้งที่มีค่าใช้จ่ายต่ำสุด
เลือกทำเลที่ตั้งที่มีกำไรมากที่สุด
เลือกทำเลที่ตั้งที่มีคะแนนจากความพอใจสูงสุด
ข้อ 1 2 และ 3 ผิด
ทำเลที่ตั้งโรงงานมีผลต่อการออกแบบโรงงานดังนี้
ทำเลที่อยู่ไกลชุมชนจะมีผลต่อการสร้างที่พักให้คนงาน
ทัศนคติของชุมชนมีผลต่อค่าใช้จ่ายในการดำเนินการของโรงงาน
ทำเลที่ตั้งโรงงานที่มีจำนวนวันที่อากาศแจ่มใสมากมีความสำคัญต่อโรงงานผลิตเครื่องบิน
ข้อ 1 2 และ 3 ถูก
ในการเลือกทำเลที่ตั้งโรงงานขนาดใหญ่ที่ต้องลงทุนสูง ควรเปรียบเทียบทำเลที่ตั้งต่างๆ ด้วยวิธีดังนี้
เปรียบเทียบค่าใช้จ่ายและปัจจัยที่ตีค่าออกมาเป็นเงินไม่ได้
เปรียบเทียบปัจจัยที่เกี่ยวข้องโดยให้คะแนนแต่ละปัจจัยเท่า ๆ กัน
เปรียบเทียบปัจจัยที่เกี่ยวข้องโดยให้คะแนนแต่ละปัจจัยไม่เท่ากัน
ใช้ดุลยพินิจของผู้จัดการโรงงานและกรรมการผู้จัดการ
ในปัญหาทำเลที่ตั้งโรงงานแบบ Single-Facility Minisum Location Problem ท่านสามารถหากลุ่มของคำตอบที่เป็นไปได้ (Feasible solutions) ได้โดย
การสร้างเส้นคอนทัวร์
การหาค่าจากการสุ่มเลือก
การหาจุดตัดของเส้นที่ลากเชื่อมระหว่างทำเลที่ตั้งโรงงานที่มีอยู่
การทดลองแทนค่าที่เหมาะสม
ปัจจัยหลักที่มีผลต่อการเลือกทำเลที่ตั้งโรงงานมีหลายปัจจัย ยกเว้นข้อใด
ตลาด
พนักงาน
กฎหมายและภาษี
สิ่งแวดล้อม
บริษัทแห่งหนึ่งใช้วัตถุดิบที่สามารถหาได้ง่ายโดยทั่วไป ทำเลที่ตั้งโรงงานของบริษัทนี้จึงควรคำนึงถึงสิ่งใดมากที่สุด
ใกล้แหล่งน้ำ
ใกล้ตลาดผลิตภัณฑ์ของบริษัท
อยู่ในเขตชุมชนเมือง
อยู่ในเขตอุตสาหกรรม
โรงงานอุตสาหกรรมผลไม้กระป๋องแห่งหนึ่ง ต้องใช้วัตถุดิบเป็นผลไม้สด ดังนั้นจึงควรคำนึงถึงทำเลที่ตั้งโรงงานอย่างไร จึงจะเหมาะสมที่สุด
ใกล้ตลาด
ใกล้แหล่งวัตถุดิบ
อยู่นอกเขตชุมชนเมือง
อยู่ในเขตอุตสาหกรรม
การเลือกทำเลที่ตั้งของโรงงานจะเกิดขึ้นจากเหตุการณ์ใดมากที่สุด
ผลิตไม่ทันกับความต้องการสินค้าของลูกค้า
เครื่องจักรเก่าที่ใช้อยู่หมดสภาพ
เกิดวิกฤตเศรษฐกิจขึ้น
เกิดความไม่แน่นอนในการจ่ายไฟฟ้าของทางการฯ
เพราะเหตุใดจึงควรตั้งโรงงานอุตสาหกรรมในเขตนิคมอุตสาหกรรม
ค่าแรงงานโดยทั่วไปต่ำ
สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆมีพร้อมมูล
มีที่มากและราคาไม่แพงง่ายต่อการขยายโรงงาน
มีที่พักอาศัยให้กับคนงานมาก
ข้อใดไม่ใช่ปัจจัยหลักในการเลือกทำเลที่ตั้งโรงงาน
ตลาด
ค่าเช่าคลังสินค้า
แหล่งวัตถุดิบ
ราคาที่ดิน
การพิจารณาเลือกสร้างอาคารโรงงานตั้งแต่สองชั้นขึ้นไปก็ต่อเมื่อ
ที่ดินมีราคาแพงมาก
เวลาในการก่อสร้างมีจำกัด
สินค้าที่ผลิตมีราคาแพงมาก
ผลิตภัณฑ์มีน้ำหนักเบามาก
ปัจจัยสำคัญที่ใช้ในการพิจารณาเลือกทำเลที่ตั้งโรงงาน มีดังนี้
ตลาด แหล่งวัตถุดิบ การขนส่ง สาธารณูปโภค การกำจัดของเสีย กฎหมาย
สิ่งแวดล้อม ภาษี ที่ดิน
ข้อ 1 และ 2 ถูก
ข้อ 1 2 และ 3 ผิด
โรงงานอุตสาหกรรมผลิตกระดาษ ควรมีทำเลที่ตั้งโรงงานอย่างไรจึงจะเหมาะสมที่สุด
ใกล้ตลาด
ใกล้แหล่งวัตถุดิบและแหล่งน้ำ
อยู่นอกเขตชุมชนเมือง
อยู่ในนิคมอุตสาหกรรม
วิธีการในการเปรียบเทียบเพื่อเลือกทำเลที่ตั้งโรงงานวิธีใดที่น่าจะเกิดความลำเอียงน้อยที่สุด
วิธีการเปรียบเทียบข้อดีข้อเสีย
วิธีการวิเคราะห์ปัจจัย (Factor Analysis)
วิธีเปรียบเทียบค่าใช้จ่าย (Cost comparison)
วิธีการคำนวณในรูปแบบปัญหาทางคณิตศาสตร์ (Mathematical Model)
การเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายทางเศรษฐศาสตร์สำหรับเลือกทำเลที่ตั้งของโรงงาน ข้อใดไม่ใช่ค่าใช้จ่ายคงที่สำหรับการลงทุนครั้งแรก
ค่าที่ดิน + ค่าถมที่
ค่าอาคารโรงงาน
ค่าทำถนน รั้ว และระบบไฟฟ้าบริเวณโรงงาน
ค่าสาธารณูปโภคเช่น ไฟฟ้า น้ำประปา
โดยทั่วไปการเลือกทำเลที่ตั้งโรงงานใหม่มักจะเกิดขึ้นเมื่อใด
เมื่อตลาดสินค้าเปลี่ยนไป และการกีดกันทางการค้า
เมื่อค่าพลังงานสูงขึ้น และมีการเคลื่อนย้ายแรงงานเกิดขึ้น
เมื่อค่าน้ำสูงขึ้น และสภาพแวดล้อมเปลี่ยนไป
เมื่อต้องการลดต้นทุนการผลิต
ข้อใดเป็นปัจจัยเชิงปริมาณที่มักใช้ในการประเมินการเลือกทำเลที่ตั้งโรงงานใหม่
ราคาที่ดิน ค่าขนส่ง ค่าแรงงาน ค่าพลังงาน
สภาพที่ดิน การเคลื่อนย้ายแรงงาน สภาพแวดล้อม สภาพภูมิอากาศ
วัตถุดิบ ค่าครองชีพ ค่าขนส่ง สภาพแวดล้อม
สภาพภูมิอากาศ ชนิดแรงงาน ตลาด แหล่งนันทนาการ
ข้อใดเป็นปัจจัยเชิงคุณภาพที่มักใช้ในการประเมินการเลือกทำเลที่ตั้งโรงงานใหม่
ราคาที่ดิน ค่าขนส่ง ค่าแรงงาน ค่าพลังงาน
สภาพที่ดิน การเคลื่อนย้ายแรงงาน สภาพแวดล้อม สภาพภูมิอากาศ
วัตถุดิบ ค่าครองชีพ ค่าขนส่ง สภาพแวดล้อม
สภาพภูมิอากาศ ชนิดแรงงาน ตลาด แหล่งนันทนาการ
เพื่อให้อาคารโรงงานอุตสาหกรรมสามารถรับลมและแสงจากธรรมชาติได้ดี ประตูทางเข้าอาคารโรงงานควรหันหน้าไปในทิศทางใด
ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ
ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ
ทิศใต้
ทิศตะวันออกเฉียงใต้
อาคารโรงงานอุตสาหกรรมที่มีการระบายอากาศตามธรรมชาติไม่ดีพอมักจะติดตั้งพัดลมระบายอากาศ (Ventilators) ไว้บนหลังคา อยากทราบว่าพัดลมระบายอากาศแต่ละตัวควรติดห่างกันเท่าใด
4 เมตร
5 เมตร
6 เมตร
7 เมตร
เพื่อให้อาคารโรงงานอุตสาหกรรมมีการระบายอากาศตามธรรมชาติได้ดี ลักษณะของอาคารควรเป็นดังนี้
กำแพงสูง 7 เมตร หลังคาทรงฟันเลื่อย
กำแพงสูง 9 เมตร หลังคาทรงจั่วสองระดับ
กำแพงสูง 7 เมตร หลังคาทรงจั่วระดับเดียว
กำแพงสูง 6 เมตร หลังคาทรงราบ
บริษัท ก. ไก่ จำกัด เป็นบริษัทจำหน่ายชิ้นส่วนรถยนต์ต่างๆ บริษัทฯ กำลังมองหาทำเลที่ตั้งโรงงานเพื่อทำการผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ต่างๆ เอง จึงได้เล็งทำเลไว้แล้ว 4 ทำเล เนื่องจากทางบริษัทฯ ขาดข้อมูลที่เป็นตัวเลขที่น่าเชื่อถือได้ ทางบริษัทฯ จึงตัดสินใจที่จะใช้การประเมินเชิงคุณภาพเพียงอย่างเดียวในการตัดสินใจเลือกทำเลที่ต้องการ บริษัทฯ ได้กำหนดปัจจัยให้น้ำหนักแก่ปัจจัยต่าง ๆ และเกณฑ์การประเมินมาให้ดังในตาราง อยากทราบว่า ท่านจะเสนอแนะบริษัทฯให้เลือกทำเลใดดี
ทำเล ก.
ทำเล ข.
ทำเล ค.
ทำเล ง.
ในการเลือกทำเลที่ตั้งโรงงานอุตสาหกรรมอาหาร ควรให้ความสนใจปัจจัยใดเป็นพิเศษ
แหล่งน้ำ การบำบัดน้ำเสีย แหล่งพลังงาน
วัตถุดิบ แรงงาน ราคาที่ดิน
แหล่งพลังงาน ราคาที่ดิน วัตถุดิบ
การขนส่ง ตลาด สภาพแวดล้อม
อาคารโรงงานอุตสาหกรรมอาหารควรให้ความสนใจเรื่องใดมากเป็นพิเศษ
การป้องกันฝุ่นและแมลง
การระบายอากาศ
การประหยัดพลังงาน
ข้อ 1 2 และ 3 ถูก
ภายในอาคารโรงงานอุตสาหกรรม ไม่ควรมีพื้นที่สำรองไว้สำหรับกิจกรรมใด
การสูบบุหรี่
การพักผ่อน
เก็บเศษ ขยะ หรือ ของเสีย
เก็บอุปกรณ์ทำความสะอาดโรงงาน
ปัญหาทำเลที่ตั้งในลักษณะพลวัตเพื่อลดค่าใช้จ่ายรวมในการขนส่งอ้อยตั้งแต่แหล่งเพาะปลูกไปถึงโรงงานน้ำตาลให้ต่ำที่สุด โดยการพิจารณาแบบหักล้าง (Tradeoff) ระหว่างค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง
ต้นทุนการขนส่ง (ค่าน้ำมันเชื้อเพลิง ค่าโสหุ้ยต่างๆ) กับค่าใช้จ่ายในการจัดตั้งสถานีพักอ้อยครั้งแรกและค่าใช้จ่ายในการย้ายสถานีพักอ้อย
ต้นทุนการขนส่ง (ค่าน้ำมันเชื้อเพลิง ค่าโสหุ้ยต่างๆ)
ค่าใช้จ่ายในการจัดตั้งสถานีพักอ้อยครั้งแรกและค่าใช้จ่ายในการย้ายสถานีพักอ้อย
ข้อ 1 2 และ 3 ผิด
การจัดร้านอาหารแบบฟาสต์ฟูด หรือ แบบบริการตนเอง ตามรูปข้างบนจะอยู่บนพื้นฐานของรูปแบบการจัดวางแผนผังแบบใด
การจัดวางตามชนิดของผลิตภัณฑ์ (Product Layout)
การจัดวางตามกระบวนการผลิต (Process Layout)
การจัดวางตามตำแหน่งงาน (Fixed-position Layout)
ข้อ 1 2 และ 3 ถูก
สภาวะคอขวด (Bottleneck) มักจะเกิดขึ้นในการจัดวางแผนผังตามรูปแบบใด
การจัดวางตามชนิดของผลิตภัณฑ์ (Product Layout)
การจัดวางตามกระบวนการผลิต (Process Layout)
การจัดวางแบบเซลต์ (Cellular Layout)
การจัดวางตามตำแหน่งงาน (Fixed-position Layout)
จากแผนภูมิ P-Q (P-Q Chart) ถ้าลักษณะของเส้นโค้งแสดงให้เห็นถึงผลิตภัณฑ์หลายชนิด แต่ละชนิดมีปริมาณน้อย แนวโน้มของการจัดวางผังควรเป็นแบบใด
การจัดวางผังตามชนิดของผลิตภัณฑ์ (Product Layout)
การจัดวางผังตามกระบวนการผลิต (Process Layout)
การจัดวางผังแบบตัวยู (U-Shaped Layout)
การจัดวางผังตามตำแหน่งงานที่คงที่ (Fixed-position Layout)
การออกแบบและจัดวางผังแบบผลิตภัณฑ์ (Product Layout) มีข้อดีอย่างไร
มีความยืดหยุ่นของระบบการผลิตสูง
การหยุดของเครื่องจักรไม่ส่งผลกระทบต่อการผลิต
ใช้เวลาในการผลิตน้อยกว่า
เครื่องจักรชนิดเดียวกันมีน้อย
ถ้าโรงงานผลิตสินค้าแห่งหนึ่งมีชนิดของสินค้าที่ผลิตมากชนิด และสินค้าแต่ละชนิดมีจำนวนไม่มากนักโรงงานนี้ควรเลือกใช้ผังโรงงานแบบใด
ผังโรงงานแบบผลิตภัณฑ์ (Product Layout)
ผังโรงงานแบบกระบวนการผลิต (Process Layout)
ผังโรงงานแบบตามตำแหน่งงาน (Fixed-position Layout)
ผังโรงงานแบบกลุ่ม (Group Technology Layout)
การประกอบรถยนต์ มักจะใช้ผังโรงงานแบบเดียวกับการประกอบผลิตภัณฑ์ใด
เครื่องรับโทรทัศน์
รถไฟ
เครื่องบิน
เรือท่องเที่ยว
นอกจากกำลังการผลิตแล้ว ยังมีอะไรอีกที่มีความสำคัญอย่างยิ่งของผังโรงงานแบบผลิตภัณฑ์
ตำแหน่งที่เหมาะสมของหน่วยผลิตต่าง ๆ
ความสมดุลของสายการผลิต
พื้นที่สำหรับการซ่อมบำรุงเครื่องจักร
พื้นที่สำหรับจัดวางงานระหว่างการผลิต
สำหรับผังโรงงานแบบกระบวนการผลิต นอกจากกำลังการผลิตแล้ว ยังมีสิ่งอื่นใดที่มีความสำคัญอย่างยิ่งที่จะต้องพิจารณาอีก
ตำแหน่งที่เหมาะสมของแผนกต่าง ๆ
พื้นที่สำหรับการควบคุมคุณภาพ
พื้นที่สำหรับวางจิ๊ก (Jig)
พื้นที่สำหรับจัดวางงานระหว่างผลิต
ลำดับขั้นของงานที่จะทำ (Sequence of tasks) มีความสำคัญเป็นพิเศษในการจัดวางผังโรงงานแบบใด
แบบกระบวนการผลิต (Process Layout)
แบบชิ้นงานอยู่กับที่ (Fixed-position Layout)
แบบผลิตภัณฑ์ (Product Layout)
ข้อ 1 2 และ 3 ไม่ถูกต้อง
แผนภูมิการไหลไป-กลับ (From-to Chart) เหมาะสำหรับการวิเคราะห์ผังโรงงานแบบใด
แบบผลิตภัณฑ์ (Product Layout)
แบบกระบวนการผลิต (Process Layout)
แบบชิ้นงานอยู่กับที่ (Fixed-position Layout)
ข้อ 1 2 และ 3 ผิด
ตัวอย่างของผังโรงงานแบบชิ้นงานอยู่กับที่ (Fixed-position Layout) คือ
การประกอบพัดลม
การผลิตสบู่
การต่อเรือเดินสมุทร
การผลิตรองเท้ากีฬา
หน่วยงานที่มีการผลิตสินค้าไม่กี่ชนิด แต่มีการผลิตสินค้าแต่ละชนิดเป็นปริมาณมากๆ (Mass Production) ควรจะมีการออกแบบผังโรงงานเป็นแบบใด
แบบกระบวนการผลิต (Process Layout)
แบบผลิตภัณฑ์ (Product or Line Layout)
แบบกลุ่ม (Group Technology or Cellular Layout)
แบบตามตำแหน่งงานหรือชนิดงานอยู่กับที่ (Fixed-position Layout)
หน่วยงานที่มีการผลิตสินค้าหลากหลายชนิด แต่ปริมาณของสินค้าแต่ละชนิดที่จะผลิตมีไม่มาก (Job- shop Production) ควรจะมีการออกแบบผังโรงงานเป็นแบบใด
แบบกระบวนการผลิต (Process Layout)
แบบผลิตภัณฑ์ (Product or Line Layout)
แบบกลุ่ม (Group Technology or Cellular Layout)
แบบตามตำแหน่งงานหรือชนิดงานอยู่กับที่ (Fixed-position Layout)
การวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างชนิดและปริมาณสินค้าที่จะผลิต (Product & Quantity) จะทำให้ทราบถึง
ชนิดและจำนวนเครื่องจักรที่จะต้องใช้ในการผลิต
ชนิดและปริมาณวัสดุที่จะต้องใช้ในกระบวนการผลิต
ชนิดและจำนวนเครื่องมือขนถ่ายลำเลียงที่ต้องการ
ชนิดของผังโรงงานที่ควรจะจัดวาง
ข้อใดไม่ใช่ข้อเสียของการจัดวางผังแบบผลิตภัณฑ์
การลงทุนต่ำ
ความยืดหยุ่นของระบบสูง
ง่ายสำหรับการหยุดเครื่องและเคลื่อนย้ายเครื่องจักร
ใช้พื้นที่ที่ต้องการสำหรับผลิตภัณฑ์ต่อหน่วยน้อย
ข้อเสียของการจัดวางผังแบบผลิตภัณฑ์ (Product layout) คือข้อใด
การขนส่งลำเลียงวัสดุมีขั้นตอนซับซ้อนยุ่งยาก
ต้องการพื้นที่ในการทำงานมาก
ไม่สามารถผลิตครั้งละมากๆ ได้
การลงทุนสูง
โรงงาน A มีการผลิตสินค้าน้อยชนิดแต่มีปริมาณมากควรจัดวางผังโรงงานแบบใด
จัดวางผังโรงงานแบบผลิตภัณฑ์
จัดวางผังโรงงานแบบกระบวนการผลิต
จัดวางผังโรงงานแบบตามตำแหน่งงาน
ข้อ 1 2 และ 3 ผิด
ถ้าโรงงาน B มีการผลิตสินค้ามากชนิดแต่มีปริมาณน้อยควรจัดวางผังโรงงานแบบใด
จัดวางผังโรงงานแบบผลิตภัณฑ์ (Product layout)
จัดวางผังโรงงานแบบกระบวนการผลิต (Process layout)
จัดวางผังโรงงานแบบตามตำแหน่งงาน (Fixed-position layout)
ข้อ 1 2 และ 3 ผิด
ถ้าโรงงาน C มีการผลิตสินค้าขนาดใหญ่เพียงชนิดเดียวหรือสองสามชนิดควรจัดวางผังโรงงานแบบใด
จัดวางผังโรงงานแบบผลิตภัณฑ์
จัดวางผังโรงงานแบบกระบวนการผลิต
จัดวางผังโรงงานแบบตามตำแหน่งงาน
ข้อ 1 2 และ 3 ผิด
การจัดวางผังโรงงานแบบกระบวนการผลิต จะเรียกชื่อได้อีกอย่างหนึ่งว่า
การจัดวางผังแบบไหลต่อเนื่อง (Flow Shop Layout)
การจัดวางผังตามชนิดเครื่องจักร (Job Shop Layout)
การจัดวางผังแบบสายการผลิต (Product Layout)
ข้อ 1 2 และ 3 ผิด
วิธีที่ใช้ในการประเมินผังโรงงานแบ่งออกเป็น
เปรียบเทียบข้อดีข้อเสีย ให้คะแนนปัจจัย เปรียบเทียบเงินทุน
ตรวจสอบตามมาตรฐาน และกฎหมาย
ตรวจสอบ ประสิทธิภาพ ความปลอดภัย
ข้อ 1 2 และ 3 ถูก
ปัจจัยที่ใช้ในการประเมินผังโรงงานมีดังต่อไปนี้ ยกเว้น
ง่ายต่อการขยาย การไหลของวัสดุ ความปลอดภัย
การใช้ประโยชน์จากพื้นที่
ง่ายต่อการควบคุมดูแล
ชนิดของดวงไฟที่ให้แสงสว่าง
ข้อใดไม่ใช่รูปแบบการจัดวางผังโรงงานโดยทั่วไปในโรงงานอุตสาหกรรม
การจัดวางผังตามชนิดผลิตภัณฑ์
การจัดวางผังตามกระบวนการผลิต
การจัดวางผังตามตำแหน่งของงาน
การจัดวางผังตามจำนวนพนักงาน
ข้อใดอธิบายลักษณะผังโรงงานตามความเหมาะสมของการใช้งาน ได้ถูกต้อง
ผังโรงงานแบบผลิตภัณฑ์ (Product Layout) ใช้เมื่อจะมีการผลิตสินค้ามากมายหลายชนิดด้วยกัน
ผังโรงงานแบบกระบวนการผลิต (Process Layout) ใช้เมื่อจะมีการผลิตสินค้าเป็นจำนวนหรือปริมาณมากมายด้วยกัน
ผังโรงงานแบบงานอยู่กับที่ (Fixed-position Layout) ใช้เมื่อจะมีการผลิตสินค้าไม่กี่ชนิด แต่จะผลิตสินค้าแต่ละชนิดเป็นจำนวนหรือปริมาณมากมาย
ข้อ 1 2 และ 3 ผิด
เครื่องจักรหลายหน้าที่ หรือศูนย์เครื่องจักร (Multifunctional Machine หรือ Machining center) ไม่เหมาะที่จะใช้กับผังโรงงานแบบใดมากที่สุด
ผังโรงงานแบบผลิตภัณฑ์ (Product layout)
ผังโรงงานแบบกระบวนการผลิต (Process layout)
ผังโรงงานแบบตำแหน่งงานคงที่ (Fixed-position layout)
ผังโรงงานแบบเทคโนโลยีกลุ่ม (Group technology layout)
อู่ต่อเรือขนาดใหญ่ หรือ อู่ประกอบเครื่องบินขนาดใหญ่ เป็นตัวอย่างของการจัดวางผังโรงงานรูปแบบใด
การจัดวางผัง ตามขั้นตอนการผลิต (Product Layout)
การจัดวางผังตามชนิดเครื่องจักร (Process Layout)
การจัดวางผังตามตำแหน่งงาน (Fixed-position Layout)
ข้อ 1 2 และ 3 ถูก
โรงงานผลิตเฟืองแห่งหนึ่งจากการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างผลิตภัณฑ์และปริมาณที่จะผลิต (P-Q Chart) พบว่าโรงงานจะทำการผลิตเฟืองหลายชนิดแต่ปริมาณของการผลิตเฟืองแต่ละชนิดนั้นมีจำนวนน้อย อยากทราบว่าทางโรงงานควรออกแบบและจัดวางผังโรงงานแบบใดดี
จัดวางผังโรงงานตามขั้นตอนการผลิต (Product Layout)
จัดวางผังโรงงานตามชนิดเครื่องจักร (Process Layout)
จัดวางผังโรงงานตามตำแหน่งงาน (Fixed-position Layout)
ข้อ 1 2 และ 3 ถูก
โรงงานประกอบของเด็กเล่นแห่งหนึ่งได้มีการจัดวางขั้นตอนการผลิตให้เป็นไปอย่างต่อเนื่องโดยใช้ระบบสายพานลำเลียง อยากทราบว่า โรงงานนี้มีการจัดวางผังโรงงานรูปแบบใด
การจัดวางผัง ตามขั้นตอนการผลิต (Product Layout)
การจัดวางผังตามชนิดเครื่องจักร (Process Layout)
การจัดวางผังตามตำแหน่งงาน (Fixed-position Layout)
ข้อ 1 2 และ 3 ถูก
ข้อมูลหลักที่จำเป็นต่อการออกแบบผังโรงงาน คืออะไร
ชนิดและจำนวนผลิตภัณฑ์ที่จะผลิต
จำนวนพนักงานมีกี่คน
คุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ของโรงงาน
การทำการตลาดเป็นอย่างไร
กุญแจไขปัญหาที่มีความสำคัญต่อการออกแบบผังโรงงาน ประกอบไปด้วยข้อมูลที่จำเป็นดัง ต่อไปนี้ ยกเว้น
P Q
WHY
S T
R
เราสามารถเลือกใช้เครื่องมือในการวิเคราะห์การไหลของวัสดุให้เหมาะสมได้โดยดูจากความสัมพันธ์ระหว่าง P-Q ดังนี้
ถ้า P น้อย Q มากใช้แผนภูมิกากรไหล (Flow Process Chart)
ถ้า P มาก Q มาก ใช้แผนภูมิการไหลไป-กลับ (From-To Chart)
ถ้า P น้อย Q น้อย ใช้แผนภูมิการไหลหลายผลิตภัณฑ์ (Multi-Product Process Chart)
ถ้า P น้อย Q มาก ใช้ แผนภูมิคน-เครื่อง (Man-machine Chart)
ขั้นตอนที่เหมาะสมในการออกแบบผังโรงงานของวิศวกรออกแบบผังโรงงาน มีดังนี้
วางผังของแผนก – วางผังในแต่ละแผนก – เลือกทำเล – ติดตั้งเครื่องจักร
เลือกทําเล– ติดตั้งเครื่องจักร – วางผังของแผนก – วางผังในแต่ละแผนก
เลือกทำเล – วางผังของแผนก – วางผังในแต่ละแผนก – ติดตั้งเครื่องจักร
วางผังโรงงาน – วางผังในแต่ละแผนก – ติดตั้งเครื่องจักร – เลือกทำเล
ข้อใดเป็นสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมกับการปฏิบัติงานของพนักงาน
มีแสงสว่างเพียงพอต่อการปฏิบัติงาน
เครื่องจักรทำงานเสียงดัง
มีฝุ่นละอองมาก
สภาพความชื้นสูง
ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่ข้อมูลพื้นฐานที่ใช้ในการออกแบบผังโรงงาน
ผลิตภัณฑ์ (Product)
ปริมาณ (Quantity)
วิธีการผลิต (Routing)
ชนิดแรงงาน (Worker)
ข้อใดไม่ใช่ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการออกแบบและจัดวางผังโรงงาน
จำนวนเครื่องจักร
นโยบายการบริหารจัดการ
ความสะดวกและปลอดภัย
จำนวนและขนาดหน้าต่างโรงงาน
เครื่องทุบขึ้นรูป (Drop Forging Machine) จะมีผลต่อการออกแบบผังโรงงานในส่วนใด
การกำหนดตำแหน่งที่ตั้ง ฐานราก และความสูงหลังคา
การกำหนดขั้นตอนการผลิต ความสูงหลังคา และความหนาพื้นคอนกรีต
การกำหนดระยะห่างระหว่างแผนก ฐานราก และระยะห่างจากกำแพง
การกำหนดวิธีขนถ่ายลำเลียงวัสดุ ความสูงหลังคา และการระบายอากาศ
ปัจจัยใดที่มีผลต่อการออกแบบผังโรงงานน้อยสุด
ความกว้างอาคารโรงงาน
ความยาวอาคารโรงงาน
รูปร่างอาคารโรงงาน
ความสูงอาคารโรงงาน
เครื่องมือใดที่แสดงทิศทางการไหลของวัสดุบนผังโรงงาน
แผนภูมิการเดินทาง (Travel Chart)
แผนภาพการไหล (Flow Diagram)
แผนภูมิการไหล (Flow Process Chart)
แผนภูมิจาก-ไป (From-to Chart)
ขั้นตอนแรกที่สำคัญในการออกแบบและจัดวางผังโรงงาน คือ
การจัดหาเงิน
การวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์
การวิเคราะห์การไหล
การวิเคราะห์กำลังการผลิต
Route Sheet เป็นเอกสารที่ได้จากการวิเคราะห์
ลำดับขั้นตอนของการผลิตชิ้นส่วน
การขนถ่ายลำเลียง
เส้นทางเคลื่อนที่ของวัตถุดิบในโรงงาน
การเคลื่อนไหวในการทำงานของแรงงาน
แผนภูมิแบบใดเหมาะสำหรับการศึกษาและวิเคราะห์เพื่อตัดค่าใช้จ่ายที่แอบแฝง (Hidden Cost) ในการผลิตหรือบริการ เช่น ค่าใช้จ่ายในการขนถ่ายลำเลียง และ การรอคอย เป็นต้น
แผนภูมิการไหลของกระบวนการ
แผนภูมิกระบวนการผลิต
แผนภาพการไหล
แผนภูมิจาก-ไป
แผนภูมิการไหลไป-กลับ (From-to Chart) มีลักษณะดังต่อไปนี้ ยกเว้น
ประกอบด้วยข้อมูลความหนาแน่นของการไหลหรือระยะทางระหว่างหน่วยงาน
เหมาะกับการวิเคราะห์การไหลของวัสดุในกรณีที่มีการผลิตผลิตภัณฑ์เพียงชนิดเดียว
แสดงระดับความสัมพันธ์เชิงคุณภาพระหว่างหน่วยงาน
ดัดแปลงจากผังแสดงระยะทางในแผนที่
การคำนวณหาจำนวนเครื่องจักรที่ต้องการ มีข้อควรพิจารณาที่จำเป็นดังต่อไปนี้ ยกเว้น
เวลาที่มีอยู่สำหรับการใช้เครื่องจักรนั้นๆ
อัตราการใช้งานของเครื่องจักรเพื่อให้รู้ว่าเครื่องจักรถูกใช้งานเต็มที่หรือไม่
ประสิทธิภาพของเครื่อง
รายละเอียดการทำงานของกลไกของเครื่องจักร
ข้อใดมิใช่หลักการออกแบบผลิตภัณฑ์
การออกแบบการทำงาน
การออกแบบวิธีการผลิต
การออกแบบเพื่อการขาย
การออกแบบสำหรับลูกค้าเฉพาะราย
ปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจว่า ควรจะซื้อชิ้นส่วนหรือทำเอง คือ
ทำเลที่ตั้งของโรงงาน
สิ่งแวดล้อม
ต้นทุนของวัสดุและการผลิต
ลักษณะอาคารโรงงาน
จากการคาดคะเนการขายคาดว่าปีหน้าบริษัท A จะมียอดขายของผลิตภัณฑ์ B 50,000 หน่วย/ปี โดยผลิตภัณฑ์ B ใช้เครื่องจักร C และ D ผลิต ระยะเวลาในการผลิตสินค้าคือ 5และ 3 นาที/หน่วย ตามลำดับ คิดเผื่อของเสียที่ 20% อยากทราบเวลาที่ใช้จริงในการผลิตชิ้นงาน B บนเครื่องจักร C
3,121.5 ชม./ปี
4,125 ชม./ปี
5,187.5 ชม./ปี
6,132 ชม./ปี
ข้อใดคือลักษณะจำเพาะของการออกแบบผลิตภัณฑ์
การจัดวางผังโรงงาน
การวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์
การเลือกทำเลในการออกแบบ
การติดตั้งเครื่องจักร
ขั้นตอนการทำงานที่เหมาะสมสำหรับวิศวกรออกแบบผลิตภัณฑ์ควรเป็นแบบใด
วิจัยพัฒนา-ออกแบบผลิตภัณฑ์-ออกแบบการผลิต-เลือกกระบวนการ
ออกแบบ-พัฒนา-เลือกกระบวนการผลิต-ออกแบบการผลิต
ออกแบบ-เลือกกระบวนการผลิต-พัฒนา-ออกแบบการผลิต
วิจัยพัฒนา-เลือกกระบวนการ-ออกแบบผลิตภัณฑ์-ออกแบบการผลิต
