wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

ข้อสอบปลายภาคเรียนที่ 2 วิชาการงานอาชีพ ม.2

Total questions: 50

Worksheet time: 25mins

Name
Class
Date
1.

1.  ควรมีการเก็บเสื้อผ้าไว้ตามข้อใดจึงจะเป็นระเบียบ

a)

  ผ้าเช้ดตัวเมื่อใช้แล้วควรผึ่งลมให้แห้ง

b)

  ผ้าที่ใส่แล้วเปียกชื้นควรทิ้งลงตะกร้า

c)

   ผ้าที่ใส่แล้วควรพาดไว้บนเก้าอี้ในห้อง

d)

   ผ้าที่ใส่แล้วก็เก็บไว้ในตู้เหมือนเดิม

2.

2.  ควรทำความสะอาดห้องน้ำสัปดาห์ละกี่ครั้ง

a)

  1 ครั้ง            

b)

2 ครั้ง

c)

3 ครั้ง

d)

4 ครั้ง

3.

3.  ในการถูบ้านที่เป็นไม้ควรถูด้วยผ้าแบบใด

a)

ผ้าเปียก

b)

ผ้าแห้ง

c)

ทั้งผ้าแห้งและผ้าเปียก     

d)

ถูกทุกข้อ

4.  ข้อเสียในการถูพื้นบ้านไม้คือข้อใด

4.

4.  ข้อเสียในการถูพื้นบ้านไม้คือข้อใด

a)

ทำให้ลื่นหกล้ม

b)

ทำให้เกิดราขึ้น

c)

ทำให้มีรอยด่าง  

d)

ทำให้มีฝุ่นมาเกาะมาก

5.

5.  ข้อใดเป็นการเตรียมผ้าก่อนซัก

a)

ตรวจดูสิ่งของก่อนนำไปซัก

b)

แยกประเภทของเสื้อผ้า

c)

จัดเตรียมอุปกรณ์ในการซัก           

d)

ถูกทุกข้อ

6.

6.   ข้อใดคือวิธีการขจัดรอยเปื้อนของน้ำผลไม้

a)

แช่ในน้ำสบู่อ่อน 

b)

เช็ดเบา ๆ ด้วยผ้าชุบคาร์บอนเตตระคลอไรด์

c)

รีบซักทันที         

d)

รีบนำผ้าลงไปแช่ในน้ำเกลืออุ่น

7.

7.   การเช็ดเบา ๆ ด้วยผ้าชุบคาร์บอนเตตระคลอไรด์เป็นวิธีการขจัดรอยเปื้อนในข้อใด

a)

น้ำผลไม้              

b)

เลือด

c)

น้ำสลัด 

d)

 โคลน

8.

8.การใช้ผ้าขาวรองใต้รอยเปื้อนแล้วเช็ดด้วยแอมโมเนียเป็นวิธีการขจัดรอยเปื้อนใน ข้อใด

a)

กาแฟ    

b)

ชา

c)

โคลน   

d)

หมึก

9.

9.   ใช้วาสลีนเช็ดตามด้วยคาร์บอนเตตระคลอไรด์เป็นวิธีการขจัดรอยเปื้อนในข้อใด

a)

รอยดินสอ          

b)

รอยลิปสติก

c)

รอยปากกา          

d)

รอยเลือด

10.

10.รีบนำผ้าลงไปแช่ในน้ำเกลืออุ่น ๆ เป็นวิธีการขจัดรอยเปื้อนในข้อใด

a)

เลือด     

b)

หมึก

c)

โคลน

d)

 กาแฟ

11.

11.   รีบซักทันทีในน้ำสบู่ เป็นวิธีการขจัดรอยเปื้อนในข้อใด

a)

ชา         

b)

กาแฟ

c)

โกโก้

d)

  นม

12.

12.   ผักชนิดใดที่ใช้ใบและต้นเป็นอาหาร

a)

คะน้า

b)

ดอกแค

c)

พริก      

d)

แครอท

13.

13.   ผักชนิดใดใช้ดอกเป็นอาหาร

a)

คะน้า    

b)

ดอกแค 

c)

พริก      

d)

แครอท

14.

14.   ผักชนิดใดใช้ผลเป็นอาหาร

a)

คะน้า    

b)

ดอกแค

c)

พริก      

d)

แครอท

15.

15.  ผักชนิดใดใช้หัวหรือรากเป็นอาหาร

a)

คะน้า    

b)

ดอกแค

c)

พริก      

d)

แครอท

16.

16.  ไม้ดอก ไม้ประดับ แบ่งเป็นกี่ประเภท

a)

2

b)

3

c)

4

d)

1

17.

17.  ข้อใดต่อไปนี้คือไม้ที่มีดอก

a)

กุหลาบ มะลิ                      

b)

กล้วยไม้ หน้าวัว

c)

โกสน บอน พลู 

d)

ถูกทั้ง ก และ ข

18.

18.  ข้อใดต่อไปนี้คือไม้ประดับ หรือไม้ใบ

a)

กุหลาบ มะลิ                      

b)

กล้วยไม้ หน้าวัว

c)

โกสน บอน พลู 

d)

ถูกทั้ง ก และ ข

19.

19.  ข้อใดเป็นวัสดุที่ใช้ในการบำรุงรักษา

a)

จอบ เสียม          

b)

บัวรดน้ำ ถังน้ำ

c)

ปุ๋ย ยาฆ่าแมลง

d)

มีด เคียว

20.

20.  การเจริญของพืชแต่ละชนิดขึ้นอยู่กับปัจจัยอะไรบ้าง

a)

พันธุกรรม การตอนกิ่ง

b)

พันธุกรรม ปักชำ

c)

พันธุกรรม สภาพสิ่งแวดล้อม       

d)

สภาพสิ่งแวดล้อม อากาศ

21.

21.  ในการประดิษฐ์ของใช้ ผู้ประดิษฐ์ควรยึดหลักการใด

a)

สำรวจความต้องการของตน

b)

  ศึกษาหลักการวิธีการประดิษฐ์

c)

ศึกษาคุณสมบัติของวัสดุที่จะนำมาประดิษฐ์

d)

ถูกทุกข้อ

22.

22. ในการประดิษฐ์ของประดับตกแต่ง ผู้ประดิษฐ์ควรยึดหลักการใด

a)

สำรวจความต้องการของตนเอง

b)

ศึกษาหลักการและวิธีการประดิษฐ์

c)

การประดิษฐ์ของตกแต่ง ต้องคำนึงถึงความสวยงาม

d)

  ถูกทุกข้อ

23.

23.  ขั้นตอนในการประดิษฐ์ของชำร่วยควรเป็นไปตามข้อใด

a)

ออกแบบ ปฏิบัติ วางแผน เตรียมวัสดุ-อุปกรณ์ ประเมินผล

b)

ออกแบบ วางแผน เตรียมวัสดุ-อุปกรณ์ ปฏิบัติ ประเมินผล

c)

  ออกแบบ เตรียมวัสดุ-อุปกรณ์ ปฏิบัติ วางแผน ประเมินผล

d)

ออกแบบ ประเมินผล เตรียมวัสดุ-อุปกรณ์ ปฏิบัติ วางแผน

24.

24.  ข้อใดคือสิ่งที่ควรปฏิบัติในการประดิษฐ์ของชำร่วยอันดับแรก

a)

รักษาความสะอาดของวัสดุอุปกรณ์

b)

   รักษาความสะอาดของวัสดุอุปกรณ์ให้ถูกวิธี

c)

   รักษาความสะอาดชิ้นงานสำเร็จและสถานที่ปฏิบัติงาน

d)

    รักษาความสะอาดทั้งมือผู้ผลิต และสถานที่ปฏิบัติงาน

25.

25.  ถ้าจะปรุงบุหงา ควรใช้อุปกรณ์อะไรบ้าง

a)

โถกระเบื้อง ทวน ตะคัน กะละมัง 

b)

กะละมัง ขวดโหล หีบไม้ มีด

c)

ทวน ตะคัน กะละมัง กรรไกร

d)

มีด โถกระเบื้อง ขวดโหล คีม

26.

26.  ข้อใดเป็นการใช้เครื่องมือที่ถูกต้องที่สุด

a)

ใช้มีดบางคมหั่นดอกกระดังงา

b)

ใช้กรรไกรตัดลวดดอกไม้ไหว

c)

ใช้เข็มมาลัยร้อยตัวกระแต

d)

ใช้เข้มหมุดทำตางูที่พับผ้าเช็ดหน้า

27.

27.  หลักในการใช้และการบำรุงรักษาวัสดุอุปกรณ์ในการประดิษฐ์ของชำร่วยคือข้อใด

a)

ใช้ให้ถูกวิธี รักษาให้ถูกต้อง เก็บให้ถูกวิธี เก็บให้เป็นระเบียบ

b)

   เก็บให้เป็นระเบียบ ใช้อย่างประหยัด รักษาให้ถูกต้อง จัดให้สวยงาม

c)

  จัดวางให้สะดวกแก่การหยิบ รักษาความสะอาด เห็บให้ถูกวิธี

d)

  รักษาคุณภาพให้คงที่ เห็บให้เป็นที่ ใช้ตามคำแนะนำทุกครั้ง

28.

28.  การจัดการด้านการประดิษฐ์ของชำร่วยเพื่อช่วยให้ต้นทุนไม่สูงนัก คือข้อใด

a)

   ประหยัดไฟฟ้า น้ำปะปา วัสดุอุปกรณ์ และเงิน

b)

   ประหยัดอุปกรณ์ แรงงาน เวลา และเงิน

c)

    ประหยัดเวลา แรงงาน เงิน และไฟฟ้า

d)

  ประหยัดวัตถุดิบ เวลา แรงงาน และเงิน

29.

29.  งานด้านการประดิษฐ์ดอกไม้ ที่ขึ้นชื่อและมีชื่อเสียงมากที่สุดในสมัยใด

a)

รัชกาลที่ 4           

b)

รัชกาลที่ 5

c)

รัชกาลที่ 6           

d)

รัชกาลที่ 7

30.

30.  ผู้ที่มีความสามารถในงานด้านฝีมือในการประดิษฐ์ดอกไม้สดเป็นเลิศในสมัยพระร่วง คือใคร

a)

ท้าวศรีจุฬาลักษณ์                           

b)

ท้าวศรีสุดาจันทร์

c)

สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินี

d)

สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี

31.

31.  ในสมัยก่อนคนไทยร้อยมาลัยด้วยดอกอะไร

a)

ดอกมะลิ              

b)

ก.     ดอกพุด

c)

ดอกกุหลาบ

d)

ดอกรัก 

32.

32.  มาลัยสองชาย มีชื่อเรียกอีกอย่างว่าอะไร

a)

มาลัยกร

b)

มาลัยของชำร่วย

c)

มาลัยคล้องคอ หรือมาลัยบ่าวสาว

d)

ถูกทุกข้อ

33.

33.  มาลัยชนิดใดที่เหมาะสำหรับใช้เป็นของชำร่วย

a)

มาลัยกลม           

b)

มาลัยแบน

c)

มาลัยตุ้ม

d)

 มาลัยซีก            

34.

34.  ใบไม้ชนิดใดต่อไปนี้ ที่เหมาะสำหรับการร้อยมาลัย

a)

ใบแก้ว                 

b)

ใบมะยม

c)

กาบพลับพลึง

d)

ใบกระบือ           

35.

35  .ใบแก้วที่นำมาร้อยมาลัย ควรมีลักษณะอย่างไร

a)

ใบอ่อน                

b)

ใบกลาง

c)

ใบแก่    

d)

ใบใหญ่

36.

36.  กลีบดอกไม้ชนิดใด ที่นิยมนำมาร้อยมาลัย

a)

ดอกพลับพลึง    

b)

ดอกบานบุรี

c)

ดอกเฟื่องฟ้า                     

d)

ดอกกุหลาบ

37.

37.  ความสวยงามของมาลัย ขึ้นอยู่กับสิ่งใด

a)

ความสวยงามของใบไม้  

b)

ความสดของดอกไม้

c)

ขนาดของมาลัย

d)

สีของดอกไม้

38.

38.  วิธีใดเป็นการเลี้ยงไก่ที่ลงทุนน้อยที่สุด

a)

แบบเล้าหรือแบบกรง

b)

แบบปล่อยในโรงเรือน

c)

แบบจำกัดเขต    

d)

แบบปล่อยลาน

39.

39.  โรงเรือนในการเลี้ยงไก่เนื้อควรเป็นแบบใด

a)

แบบเพิงหมาแหงน          

b)

แบบหน้าจั่ว

c)

แบบชั้น

d)

ข้อ ก และ ข ถูกต้อง

40.

40.  การสร้างโรงเรือนหลาย ๆ หลัง ควรอยุ่ห่างกันไม่เกินกี่เมตร

a)

10 – 20 เมตร      

b)

20 – 30 เมตร

c)

30 – 50 เมตร

d)

40 – 60 เมตร

41.

41.  ข้อใดคือการช่วยกันประหยัดค่าใช้จ่ายภายในบ้าน

a)

ซื้อของที่จำเป็น 

b)

ซื้อเครื่องสำอางมาใช้ที่มีราคาแพง

c)

ซื้อของเล่น         

d)

ซื้อขนมขบเคี้ยว

42.

42.  ข้อใดเป็นการประหยัดค่าไฟฟ้าภายในบ้าน

a)

เมื่อใช้งานเสร็จแล้วไม่ถอดปลั๊ก

b)

หากเลิกใช้ควรปิดสวิตซ์ทันที และถอดปลั๊กทันที

c)

เปิดไฟทิ้งไว้       

d)

รีดผ้าทีละ 2 – 3 ชิ้น

43.

43.  ข้อใดเป็นการประหยัดค่าน้ำภายในบ้าน

a)

ควรทำการตรวจเช็คก๊อกน้ำและท่อน้ำประปา

b)

ถ้าพบที่รั่วไม่สามารถปิดได้ก็ต้องซ่อมแซมทันที

c)

ไม่ควรทิ้งก๊อกน้ำที่ชำรุดไว้นาน

d)

ถูกทุกข้อ

44.

44.  ควรมีการเก็บเสื้อผ้าไว้ตามข้อใดจึงจะเป็นระเบียบ

a)

ผ้าเช้ดตัวเมื่อใช้แล้วควรผึ่งลมให้แห้ง

b)

ผ้าที่ใส่แล้วเปียกชื้นควรทิ้งลงตะกร้า

c)

ผ้าที่ใส่แล้วควรพาดไว้บนเก้าอี้ในห้อง

d)

ผ้าที่ใส่แล้วก็เก็บไว้ในตู้เหมือนเดิม

45.

45.  ควรทำความสะอาดห้องน้ำสัปดาห์ละกี่ครั้ง

a)

1

b)

2

c)

3

d)

4

46.

46.  ในการถูบ้านที่เป็นไม้ควรถูด้วยผ้าแบบใด

a)

ผ้าเปียก

b)

ผ้าแห้ง

c)

ทั้งผ้าแห้งและผ้าเปียก                    

d)

ถูกทุกข้อ

47.

47.  ข้อเสียในการถูพื้นบ้านไม้คือข้อใด

a)

ทำให้ลื่นหกล้ม  

b)

ทำให้เกิดราขึ้น

c)

ทำให้มีรอยด่าง

d)

ทำให้มีฝุ่นมาเกาะมาก

48.

48.  ประโยชน์ที่สำคัญที่สุดในการทำบัญชีรายรับรายจ่าย คือ ข้อใด

a)

ป้องกันการทุจริตค่าวัสดุและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ

b)

ช่วยบันทึกเพื่อเป็นหลักฐานในการทำงาน

c)

เป็นเครื่องมือในการติดตามและประเมินผล

d)

ตรวจงานโดยไม่เสียเวลามาก

49.

49.  การคิดต้นทุนมีวิธีการคิดอย่างไร

a)

   ราคาวัสดุอุปกรณ์ + ค่าแรงงาน + ค่าไฟฟ้า

b)

  ค่าแรง + ค่าเสื่อมวัสดุ + ค่าน้ำปะปา

c)

ค่าวัสดุเสื่อม + ค่าแรง  + ค่าพาหนะ

d)

  ค่าวัตถุดิบ + ค่าแรง + ค่าวัสดุเสื่อม

50.

50.  การคิดราคาขายมีวิธีการคิดอย่างไร

a)

   ราคาวัสดุอุปกรณ์ + ค่าแรงงาน + ค่าไฟฟ้า

b)

  ค่าแรง + ค่าเสื่อมวัสดุ + ค่าน้ำปะปา

c)

ค่าวัสดุเสื่อม + ค่าแรง  + ค่าพาหนะ

d)

  ค่าวัตถุดิบ + ค่าแรง + ค่าวัสดุเสื่อม