wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

การถ่ายโอนความร้อน

Total questions: 30

Worksheet time: 23mins

Name
Class
Date
1.

การถ่ายโอนความร้อนประกอบด้วยกี่วิธี อะไรบ้าง

a)

3 วิธี ได้แก่ การนำความร้อน การถ่ายโอนความร้อน การพาความร้อน

b)

3 วิธี ได้แก่ การนำความร้อน การพาความร้อน การดูดรังสีความร้อน

c)

3 วิธี ได้แก่ การนำความร้อน การพาความร้อน การแผ่รังสีความร้อน

d)

3 วิธี ได้แก่ การนำความร้อน การแผ่รังสีความร้อน การดูดรังสีความร้อน

2.

การถ่ายโอนความร้อนข้อใดอาศัยมีการใช้ตัวกลางเป็นสสารสถานะของแข็ง

a)

การนำความร้อน

b)

การพาความร้อน

c)

การดูดรังสีความร้อน

d)

การแผ่รังสีความร้อน

3.

การถ่ายโอนความร้อนข้อใดอาศัยมีการใช้ตัวกลางเป็นสสารสถานะของเหลวและแก๊ส

a)

การนำความร้อน

b)

การพาความร้อน

c)

การดูดรังสีความร้อน

d)

การแผ่รังสีความร้อน

4.

การถ่ายโอนความร้อนในข้อใดไม่อาศัยตัวกลางในการเคลื่อนที่

a)

การนำความร้อน

b)

การพาความร้อน

c)

การดูดรังสีความร้อน

d)

การแผ่รังสีความร้อน

5.

วัตถุในข้อใดเป็นตัวน้ำความร้อนที่ดี

a)

ทองแดง

b)

แก้ว

c)

อลูมิเนียม

d)

เหล็ก

6.

ข้อใดเรียงลำดับการขยายตัวของสารเมื่อได้รับความร้อน จากมากไปน้อยได้ถูกต้อง

a)

ของแข็ง ของเหลว แก๊ส

b)

ของเหลว ของแข็ง แก๊ส

c)

แก๊ส ของแข็ง ของเหลว

d)

แก๊ส ของเหลว ของแข็ง

7.

จากข้อความต่อไปนี้ ข้อกล่าวถูกต้อง

    A สารชนิดเดียวกันมีอุณหภูมิของสสารเท่ากันเสมอ       

B ความร้อนของสารเกิดจากการสั่นของโมเลกุล

    C อุณหภูมิของสารสูงแสดงว่ามีความร้อนมาก

a)

B และ C

b)

A และ B

c)

A และ C

d)

A,B และ C

8.

ข้อใดมีการถ่ายโอนความร้อนต่างจากพวก

a)

การเอามืออังเหนือกาต้มน้ำแล้วรู้สึกร้อน

b)

ดวงอาทิตย์ถ่ายโอนความร้อนมายังโลก

c)

การย่างอาหาร

d)

การก่อกองไฟที่มีควันลอยสูงขึ้น

9.

ความสัมพันธ์ข้อใดถูกต้อง

a)

การเผาเส้นลวด – การนำความร้อน

b)

ใช้คีมคีบถ่านแล้วมือร้อน – การพาความร้อน

c)

ช้อนโลหะจุ่มน้ำร้อน – พาความร้อน       

d)

ลมบกลมทะเล – แผ่รังสีความร้อน

10.

หมายเลข 1 คือการถ่ายโอนความร้อนแบบใด

a)

การนำความร้อน

b)

การพาความร้อน

c)

การดูดรังสีความร้อน

d)

การแผ่รังสีความร้อน

11.

จากรูปน้ำในบีกเกอร์เกิดการเคลื่อนที่อย่างไร

a)

โมเลกุลตัวกลางเคลื่อนที่

b)

โมเลกุลตัวกลางไม่เคลื่อนที่

c)

การถ่ายโอนไม่ต้องอาศัยตัวกลาง

d)

โมเลกุลตัวกลางถ่ายโอนโดยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า

12.

เมื่อต้มน้ำหวานในหม้อต้มน้ำ น้ำหวานจะมีการถ่ายโอนความร้อนจนเดือดได้อย่างไร

a)

การพาความร้อน

b)

การแผ่รังสีความร้อน

c)

การแพร่ของความร้อน

d)

การนำความร้อน

13.

จากภาพการถ่ายโอนความร้อนของโลหะอลูมิเนียม มีกรถ่ายโอนความร้อนด้วยวิธีใด

a)

การนำความร้อน

b)

การพาความร้อน

c)

การดูดรังสีความร้อน

d)

การแผ่รังสีความร้อน

14.

จากภาพการทดลองการถ่ายโอนความร้อนของโลหะ ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับการถ่ายโอนความร้อนของโลหะ

a)

โมเลกุลของตัวกลางเคลื่อนที่

b)

โมเลกุลของตัวกลางไม่เคลื่อนที่

c)

การถ่ายโอนต้องไม่อาศัยตัวกลาง

d)

โมเลกุลตัวกลางถ่ายโอนโดยใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า

15.

ข้อใดอธิบายการถ่ายโอนความร้อนโดยการนำความร้อนได้ดีที่สุด

a)

ยืนอยู่กลางแดดรู้สึกร้อน

b)

นั่งอยู่ใกล้เตาไฟแล้วรู้สึกร้อน

c)

เอามืออังน้ำจากกาต้มน้ำแล้วรู้สึกร้อน

d)

เอามือจับช้อนโลหะในถ้วยร้อนแล้วรู้สึกร้อน

16.

ด้ามทัพพีและด้ามจับภาชนะที่ใช้ตักอาหารร้อน ๆ มักหุ้มด้วยพลาสติก เพื่อจุดประสงค์ใด

a)

เพื่อความสะดวกในการใช้งาน

b)

เพื่อความสวยงามถูกใจผู้ใช้

c)

เป็นฉนวนป้องกันความร้อน

d)

ป้องกันการพาความร้อน

17.

จากภาพการถ่ายโอนพลังงานความร้อนมี 3 แบบดังนี้

1. การนำความร้อน                 2. การพาความร้อน       3. การแผ่รังสีความร้อน

กาน้ำร้อน เป็นการนำความรู้เรื่องการถ่ายโอนความร้อนแบบใดมาใช้ประโยชน์

a)

ข้อ 1

b)

ข้อ 2

c)

ข้อ 1 และข้อ 2

d)

ข้อ 1 และข้อ 3

18.

การใช้แผ่นอะลูมิเนียมฟอยด์ห่อหุ้มอาหาร แล้วนำไปเผาไฟ เพื่อไม่ให้อาหารไหม้เกรียม เป็นการนำความรู้เรื่องการถ่ายโอนความร้อนแบบใดมาใช้

a)

การพาความร้อน

b)

การแผ่รังสีความร้อน

c)

การแพร่ของความร้อน

d)

การนำความร้อน

19.

สมัยก่อนโรงน้ำแข็งนิยมนำแกลบมาคลุมนำแข็งไว้ พบว่าน้ำแข็งจะละลายได้ช้ามาก ข้อใดเป็นเหตุผลอธิบายเหตุการณ์ดังกล่าวได้ดีที่สุด

a)

แกลบเก็บความเย็นได้ดีกว่าสารชนิดอื่น ๆ

b)

แกลบน้ำความร้อนได้ไม่ดี น้ำแข็งจึงละลายช้า

c)

แกลบน้ำความร้อนได้ดี น้ำแข็งจึงละลายช้า

d)

แกลบเสียพลังงานความร้อนได้ดีน้ำแข็งจึงละลายช้า

20.

ในเตาสุริยะจะใช้กระจกหรือโลหะมันวาวเป็นตัวสะท้อนแสงเพราะเหตุใด

a)

เป็นฉนวนกันความร้อน

b)

เป็นตัวพาความร้อนได้ดี

c)

ดูดกลืนพลังงานได้น้อย

d)

ดูดกลืนพลังงานได้มาก

21.

เหตุใดในห้องที่เปิดแอร์เมื่อจับวัตถุที่เป็นโลหะจึงรู้สึกเย็นกว่าวัตถุที่เป็นพลาสติก

a)

เหล็กเย็นกว่าพลาสติก

b)

พลาสติกรักษาความร้อนได้ดีกว่าเหล็ก

c)

เหล็กนำความร้อนจากมือได้ดีกว่าพลาสติก

d)

ความร้อนถ่ายเทจากเหล็กมายังมือได้ดีกว่าพลาสติก

22.

เหตุใดเมื่อเราเอามือจับตัวคนที่เป็นไข้มีอุณหภูมิสูงเราจึงรู้สึกว่าตัวขาร้อน ความร้อนจากคนไข้ถ่ายโอนมาสู่มือเราได้อย่างไร

a)

การพาความร้อน

b)

การนำความร้อน

c)

การแผ่รังสีความร้อน

d)

ข้อ ก และ ข ถูก

23.

ข้อใดอธิบายการพาความร้อนได้ดีที่สุด

a)

การเกิดลมบกลมทะเล

b)

การใช้คีมโลหะถ่านที่ร้อน

c)

การจับด้ามกระทะที่ทำจากโลหะที่กำลังทอดปลา

d)

การนำลวดโลหะไปลนไฟแล้วรู้สึกร้อนที่มือจับลวด

24.

ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับการแผ่รังสีความร้อน

a)

วัตถุผิวเรียบ มันวาว และมีสีสว่าง จะสะท้อนคลื่นความร้อนได้น้อย

b)

การแผ่รังสีความร้อนจากดวงอาทิตย์มายังโลหะต้องอาศัยตัวกลาง

c)

การส่งผ่านรังสีความร้อนเป็นลักษณะของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า

d)

วัตถุที่มีผิวขรุขระ สีมืดคล้ำ จะดูดกลืนความร้อนได้ดี

25.

เมื่อเรานั่งอยู่ใกล้กองไฟ เหตุใดเราจึงรู้สึกร้อน

          1. อากาศบริเวณรอบกองไฟมีกาพาความร้อน

          2. เปลวไฟมีการแผ่รังสีความร้อน

          3. ฟืนมีการนำความร้อน

a)

ข้อ 1 ถูก

b)

ข้อ 1 และ 2 ถูก

c)

ข้อ 1 และ 3 ถูก

d)

ถูกทุกข้อ

26.

สสารมีการถ่ายโอนความร้อนอย่างไร

a)

ถ่ายโอนจากวัตถุที่มีอุณหภูมิสูงไปหาต่ำ

b)

ถ่ายโอนจากวัตถุที่มีอุณหภูมิต่ำไปหาสูง

c)

ถ่ายโอนจากวัตถุที่มีอุณหภูมิสูงไปหาสูงกว่า

d)

ถ่ายโอนจากวัตถุที่มีอุณหภูมิต่ำไปหาต่ำกว่า

27.

การถ่ายโอนความร้อนจะหยุดการถ่ายโอนหรือไม่ เพราะเหตุใด

a)

หยุด เพราะอุณหภูมิอีกบริเวณสูงกว่า

b)

หยุด เพราะอุณหภูมิทั้งสองบริเวณเท่ากัน

c)

ไม่หยุด เพราะการถ่ายโอนเกิดขึ้นตลอดเวลา

d)

ไม่หยุด เพราะความร้อนเปลี่ยนรูปได้ตลอดเวลา

28.

สมดุลความร้อนหมายถึงข้อใด

a)

อุณหภูมิคงที่ของวัตถุแต่ละชนิด

b)

อุณหภูมิของวัตถุ 2 ชนิดที่เท่ากันมาสัมผัสกัน

c)

วัตถุ 2 ชนิดมีอุณหภูมิต่างกันมาแตะกันจนมีอุณหภูมิทั้งสองเท่ากัน

d)

อุณหภูมิที่แสดงว่าวัตถุสามารถรับพลังงานความร้อนได้มากน้อยเท่าใด

29.

สารต่างชนิดกัน มวลเท่ากัน ให้ความร้อนปริมาณเท่ากัน สารทั้งสองจะมีอุณหภูมิเปลี่ยนแปลงเป็นไปตามข้อใด

a)

เท่ากัน เพราะมวลเท่ากัน

b)

เท่ากัน เพราะ ให้ความร้อนเท่ากัน

c)

ไม่เท่ากัน เพราะมีความจุความร้อนต่างกัน

d)

ไม่เท่ากัน เพราะมีความร้อนแฝงต่างกัน

30.

น้ำ 10 g อุณหภูมิ 40 องศาเซลเซียส ต้องการต้มให้เดือดเป็นน้ำ 100 องศาเซลเซียส ความจุความร้อนจำเพาะของน้ำ 40 J/kg K จะต้องใช้ความร้อนเท่าใด

a)

12,000 J

b)

24,000 J

c)

36,000 J

d)

48,000 J