Worksheets(Pretest) กิจกรรมการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมอัตมโนทัศน์ทางสังคม
Total questions: 60
Worksheet time: 3600secs
บุคคลที่มีลักษณะของการเป็นผู้ที่ด่วนรับอัตลักษณ์ (Identity Forecloser) จะมีลักษณะของการค้นหาและการยึดมั่นอยู่ในระดับใด
การค้นหาสูง การยึดมั่นต่ำ
การค้นหาสูง การยึดมั่นสูง
การค้นหาต่ำ การยึดมั่นสูง
การค้นหาต่ำ การยึดมั่นต่ำ
ไม่มีการค้นหา แต่มีเพียงการยึดมั่น
ข้อใดต่อไปนี้กล่าวถึงลักษณะของบุคคลในช่วงวัยรุ่นไม่ถูกต้อง
ชอบที่จะเรียนรู้และเลียนแบบบุคคลที่มีลักษณะที่แตกต่างออกไปจากตนเอง
มีความจริงจังในเรื่องของความสัมพันธ์โดยเฉพาะกับเพื่อน
มีความต้องการในการที่จะค้นหาความเป็นตัวของตัวเอง
เกิดความรู้สึกว่าคนรอบข้างกำลังตัดสินตนเองอยู่
สามารถคิดหาเหตุผลที่นอกเหนือไปจากที่มีอยู่ได้
ข้อใดต่อไปนี้กล่าวถึงวัยรุ่นที่มีลักษณะเป็นผู้มีพัฒนาการทางจริยธรรมได้ตรงตามทฤษฎีการให้เหตุผลทางจริยธรรมของ Kohlberg
1. มีเหตุผลในการทำความดีจากการพิจารณาว่าตนเองได้รับโทษจากสิ่งนั้นหรือไม่
2. เน้นแสดงพฤติกรรมตามความคาดหวังของผู้อื่นและสังคม
3. เน้นยอมรับกฎเกณฑ์จากค่านิยมของสังคมที่ตนอาศัยอยู่
ถูกทั้งข้อ 1 และ 2
ถูกทั้งข้อ 1 และ 3
ถูกทั้งข้อ 2 และ 3
ถูกเพียงข้อที่ 1
ถูกทุกข้อ
บุคคลท่านใดต่อไปนี้ที่สะท้อนถึงการเป็นผู้ที่เข้าใจบุคคลในช่วงวัยรุ่นมากที่สุด
อารักษ์บอกให้ลูกสาววัยรุ่นของตนเองมองเรื่องของความสัมพันธ์กับเพื่อนเป็นสิ่งเล็กน้อยในชีวิต
อุกฤษณ์พยายามชี้แนะให้หลานชายวัยรุ่นทำสิ่งที่ง่ายต่อความสำเร็จเพื่อป้องกันความผิดพลาด
อมรเรียกน้องชายวัยรุ่นเข้ามาพูดคุยและแนะนำการแต่งกายด้วยเสื้อผ้าสีจัดจ้านให้น้อยลง
อำพลโน้มน้าวให้ลูกชายวัยรุ่นได้เรียนในสายการเรียนที่กำลังเป็นความต้องการของตลาด
อิทธีไม่พยายามเข้าไปก้าวก่ายการตัดสินใจของน้องสาววัยรุ่นมากนัก จะคอยดูอยู่ห่างๆ
ข้อใดต่อไปนี้กล่าวได้ถูกต้องมากที่สุด
หากต้องการให้วัยรุ่นตอนต้นได้ค้นพบอัตลักษณ์ของตนเองผู้ใกล้ชิดควรคอยชี้แนะและกำหนดให้ปฏิบัติตามแนวทางที่ผู้มีประสบการณ์กำหนด
วัยรุ่นควรได้รับโอกาสในการที่จะมีประสบการณ์กับสิ่งใหม่ๆ แม้สิ่งนั้นจะท้าทายเกินความสามารถของพวกเขาก็ตาม
องค์กรที่มีความสำคัญต่อการวางรากฐานในการเลือกที่จะประพฤติตนเป็นคนดีของวัยรุ่นมากที่สุดคือ สถานศึกษา
ในช่วงวัยรุ่น พ่อแม่ควรกำหนดเป้าหมายในชีวิตของลูกให้ชัดเจนเพื่อให้พวกเขาได้ใช้ชีวิตบนเส้นทางที่ถูกต้อง
การเชื้อเชิญให้กลุ่มวัยรุ่นได้พูดคุยกันถึงสิ่งที่เป็นนามธรรม อาจจะเป็นสิ่งที่ยากเกินกว่าที่พวกเขาจะเข้าใจ
ความแตกต่างที่เห็นได้อย่างชัดเจนมากที่สุดของคนใน Generation Z กับคนในรุ่นก่อนหน้าคือสิ่งใด
มีความสามารถในการใช้เทคโนโลยีได้อย่างคล่องแคล่ว
มีปฏิสัมพันธ์กับบุคคลอื่นค่อนข้างน้อย
มีคำศัพท์ที่เป็นลักษณะเฉพาะของกลุ่ม
มีความต้องการในการค้นหาตัวเองสูง
มีความมั่นใจในตนเองค่อนข้างสูง
หากท่านต้องการให้คน Generation Z ได้เกิดการพัฒนาตนเองในประเด็นที่ยังเป็นจุดอ่อนของคนกลุ่มนี้ท่านจะพัฒนาอย่างไร
คอยชี้แนะและตักเตือนในความมั่นใจที่ค่อนข้างสูงของพวกเขา
ฝึกให้พวกเขาได้ทำงานทีละอย่างเพื่อประสิทธิภาพของงานที่สูงมากขึ้น
ชักชวนให้ไปร่วมกิจกรรมที่ได้พบปะกับผู้คนที่หลากหลายในสถานที่จริง
เปิดโอกาสให้พวกเขาได้เพิ่มศักยภาพทางด้านเทคโนโลยีซึ่งเป็นสิ่งที่พวกเขาถนัดให้มากขึ้น
พยายามหาเหตุผลมาคัดค้านความคิดของพวกเขาในวงสนทนาเพื่อฝึกให้พวกเขาได้มีความคิดที่หลากหลาย
ปัจจัยใดต่อไปนี้มีอิทธิพลต่อการกำหนดพฤติกรรมของวัยรุ่นค่อนข้างมากและเป็นไปอย่างรวดเร็ว
คำสั่งสอนของบุคลากรในโรงเรียน
ตำราหรือเอกสารในการเรียน
คำแนะนำของผู้นำชุมชน
กฎหมายที่ถูกกำหนดไว้
เทคโนโลยี/สื่อออนไลน์
วัยรุ่นคนใดต่อไปนี้มีแนวโน้มของการมีภาวะซึมเศร้ามากที่สุด
อโศกแพ้การแข่งขันวอลเลย์บอลนัดพิเศษ
อเนกถูกปฏิเสธจากเพื่อนในการทำงานกลุ่มเสมอ
อนิรุธถูกพ่อตักเตือนเรื่องการเข้านอนไม่ตรงเวลา
อนุมานมีผลการเรียนที่ต่ำลงจากเทอมก่อนเล็กน้อย
อโนเชาวน์พลาดโอกาสในการที่จะได้เป็นประธานนักเรียน
“การสำรวจพฤติกรรมการรังแกกันของนักเรียนในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ของจังหวัดแห่งหนึ่งในภาคกลาง จำนวน 425 คน พบว่า คนส่วนใหญ่เป็นทั้งผู้ถูกรังแกและผู้รังแกผู้อื่น (36.50%) (ศุภรดา ชุมพาลี และทัศนา ทวีคูณ, 2561)” จากข้อความข้างต้นสรุปได้ว่าอย่างไร
วัยรุ่นส่วนใหญ่เคยผ่านประสบการณ์ในการรังแกทั้งการเป็นผู้กระทำและผู้ถูกกระทำ
ผู้ที่เคยถูกรังแกมีแนวโน้มที่จะรังแกผู้อื่นมากกว่าคนที่ไม่เคยถูกรังแก
วัยรุ่นในภาคกลางมีแนวโน้มของการรังแกกันมากกว่าภาคอื่นๆ
วัยรุ่นตอนต้นมีพฤติกรรมของการรังแกกันค่อนข้างสูงมาก
การรังแกกันถือเป็นเรื่องปกติที่กลุ่มวัยรุ่นยอมรับได้
ข้อใดต่อไปนี้ไม่ได้เป็นองค์ประกอบของอัตมโนทัศน์ทางสังคม
การรับรู้ตนเองถึงความสามารถในการควบคุมอารมณ์
การรับรู้ตนเองถึงการเข้าใจความรู้สึกของตนเอง
การรับรู้ตนเองถึงการยอมรับจากบุคคลอื่น
การรับรู้ตนเองถึงความรับผิดชอบต่อสังคม
การรับรู้ตนเองถึงการปรับตัวเข้ากับผู้อื่น
ข้อใดต่อไปนี้อธิบายนิยามของคำว่า “อัตมโนทัศน์ทางสังคม” ได้ครอบคลุมที่สุด
การรับรู้สภาพแวดล้อมรอบตัว
การรับรู้ตนเองถึงทักษะทางสังคม
การรับรู้ข่าวสารการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น
การรับรู้ลักษณะของบุคคลใกล้ตัว
การรับรู้โครงสร้างทางสังคม
บุคคลที่มีระดับอัตมโนทัศน์ทางสังคมในเชิงบวกจะมีลักษณะดังต่อไปนี้ยกเว้นข้อใด
รับรู้ตนเองได้ว่ามีความสามารถในการที่จะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้อื่น
รับรู้ตนเองได้ว่าเป็นบุคคลที่แสดงออกได้เหมาะสมตามสถานการณ์
รับรู้ตนเองได้ว่ามีความไวในการรับรู้ความรู้สึกของผู้อื่น
รับรู้ตนเองได้ว่าสามารถสื่อสารให้ผู้อื่นเข้าใจได้โดยง่าย
รับรู้ตนเองได้ว่าเป็นคนที่มีปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับบุคคลอื่น
ธเนศรู้ตัวเองว่าเป็นคนมีจุดอ่อนในเรื่องของการพูด หลายๆครั้งเขามักจะแซวเพื่อนด้วยความปรารถนาดี แต่เพื่อนกลับโกรธเขา จึงทำให้เขาอยากที่จะหาแนวทางในการพัฒนาเรื่องนี้ จากเรื่องราวดังกล่าวธเนศเป็นบุคคลที่มีอัตมโนทัศน์ทางสังคมในองค์ประกอบใด
การสื่อสารกับผู้อื่น
การปรับตัวเข้ากับผู้อื่น
การยอมรับจากบุคคลอื่น
การเข้าใจความรู้สึกของผู้อื่น
การควบคุมและแสดงออกทางอารมณ์
บุคคลใดต่อไปนี้ที่เป็นตัวแปรสำคัญอันดับต้นต่ออัตมโนทัศน์ทางสังคมของวัยรุ่นส่วนใหญ่
ดารา/นักแสดง
ครูอาจารย์
พ่อแม่
เพื่อน
คู่รัก
ท่านคิดว่าเพราะเหตุใด “ผู้เรียนที่มาจากห้องเรียนที่มีขนาดใหญ่ มีแนวโน้มที่จะมีอัตมโนทัศน์ทางสังคมได้สูงกว่าผู้เรียนที่มาจากห้องเรียนขนาดเล็กกว่า (Coelho et al , 2020)”
1. เพราะมีโอกาสมีปฏิสัมพันธ์กับบุคลที่หลากหลายมากกว่า
2. เพราะได้พบเจอกับประสบการณ์ที่มีความแตกต่างกันมากกว่าห้องเรียนขนาดเล็ก
3. ห้องเรียนขนาดใหญ่สร้างความอบอุ่นได้มากกว่าห้องเรียนขนาดเล็ก
ข้อที่ 1
ข้อที่ 2
ข้อที่ 1 และ 2
ข้อที่ 2 และ 3
ถูกทุกข้อ
หากท่านจะต้องเป็นหัวหน้าทีมของวัยรุ่น Gen Z ท่านจะมีวิธีการทำงานอย่างไร
เน้นการตั้งเป้าหมายที่ชัดเจนเพื่อการมอบหมายงานที่มีประสิทธิภาพ
เน้นการวางเป้าหมายระยะยาวแล้วค่อยๆทำงานไปทีละขั้นตอนอย่างระมัดระวัง
ให้อิสระทางความคิดและการกระทำกับทุกคน เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องให้น้อยที่สุด
เปิดโอกาสให้ทุกคนได้ร่วมกันกำหนดทิศทางของทีม โดยทำหน้าที่เป็นผู้สนับสนุนการทำงาน
มอบหมายงานให้สอดคล้องกับความสามารถ โดยให้แต่ละคนได้มีโอกาสในการทำงานบนพื้นที่ส่วนตัวของตนเองเป็นหลัก
เหตุผลที่วัยรุ่นในยุคปัจจุบันมีทักษะทางสังคมที่น้อยกว่าคนในยุคอื่นๆ คือตัวเลือกต่อไปนี้ ยกเว้นข้อใด
คนในปัจจุบันมีการเติบโตมาในครอบครัวเดี่ยวมากกว่าครอบครัวขยาย
มีสื่อเทคโนโลยีทันสมัยที่ทำให้กิจกรรมที่ต้องมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างกันน้อยลง
วัยรุ่นส่วนใหญ่ใช้เวลาไปกับการอยู่ในโลกเสมือนซึ่งก่อให้เกิดปฏิสัมพันธ์ตรงหน้าได้น้อย
วัยรุ่นในปัจจุบันมีกิจกรรมและบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบที่ต้องทำมากกว่าคนในยุคอื่นๆ
ศักยภาพของคนในยุคนี้ค่อนข้างมีมาก ทำให้การขอความช่วยเหลือหรือการมีสัมพันธ์ต่อกันน้อยลง
ท่านคิดว่าระหว่างการเรียนรู้แบบเพื่อนช่วยเพื่อน (peer teaching) กับการเรียนรู้แบบการสอนโดยทั่วไปที่ครูเป็นผู้สอน ผู้เรียนในช่วงวัยรุ่นชื่นชอบรูปแบบใดมากกว่ากัน เพราะเหตุใด
แบบเพื่อนช่วยเพื่อน เนื่องจาก สามารถสื่อสารถึงกันได้ง่ายและเข้าถึงกันมากกว่าผู้สอน
แบบเพื่อนช่วยเพื่อน เนื่องจาก เพื่อนมีองค์ความรู้หลากหลายอย่างที่ทันสมัยมากกว่าผู้สอน
แบบเพื่อนช่วยเพื่อน เนื่องจาก คนในรุ่นราวคราวเดียวกันจะมีเครื่องมือที่ทันสมัยสำหรับนำมาใช้ในการเรียนรู้มากกว่า
แบบครูผู้สอน เนื่องจาก เกิดความคุ้นชินในรูปแบบการสอนที่ได้เรียนรู้มาเป็นเวลานาน
แบบครูผู้สอน เนื่องจาก ผู้สอนเป็นบุคคลที่น่านับถือ และมีศักยภาพในการถ่ายทอดได้ดีกว่า
“ความแตกต่างจะนำพวกเขาไปสู่ความโดดเดี่ยวและความแปลกแยก แต่ในขณะเดียวกัน ความเหมือนก็เป็นอุปสรรคสำคัญต่อการสร้างความเป็นตัวเอง สิ่งสำคัญในช่วงวัยรุ่นคือการที่พวกเขาจะต้องทำความเข้าใจกับโลกภายในของตนเอง (Tirza et al, 2017: 604)” จากข้อความข้างต้นสามารถสรุปได้ว่าอย่างไร
วัยรุ่นจะต้องรู้จักตนเองให้ดีมากพอก่อนที่จะเริ่มไปศึกษาโลกภายนอก
วัยรุ่นจะต้องหาความสมดุลระหว่างความเป็นตัวของตัวเองกับการปรับตัวให้เข้ากับผู้อื่นได้
วัยรุ่นควรตัดสินใจเลือกว่าตนจะแตกต่างหรือเหมือนกับผู้อื่นเพื่อนำไปสู่การค้นพบตัวตนที่แท้จริง
วัยรุ่นควรหลีกเลี่ยงที่จะทำให้ตนเองแตกต่างจากผู้อื่น เพราะจะนำผลเสียมาสู่ตนเองเป็นอย่างมาก
วัยรุ่นจะต้องสร้างอัตลักษณ์ให้กับตนเองและในขณะเดียวกันก็ต้องพยายามเลียนแบบผู้อื่นด้วย
ข้อใดต่อไปนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับรูปแบบของการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ
ปรับเปลี่ยนบทบาทสู่การเป็นผู้อำนวยการเรียนรู้
การได้มีปฏิสัมพันธ์กับสื่อ บุคคลและสิ่งแวดล้อม
คำนึงถึงศักยภาพ ความสนใจ ความรู้ความสามารถ
เปิดโอกาสในการนำความรู้ไปใช้ในประสบการณ์อื่นๆ
เน้นการถ่ายทอดเนื้อหาสาระจากผู้สอนที่มีความเชี่ยวชาญ
หากต้องนำแนวคิดหลักของ Vygotsky ไปใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ในห้องเรียนลักษณะของกิจกรรมที่จัดขึ้นควรเป็นอย่างไร
กำหนดประเด็นหรือเนื้อหาให้ศึกษาด้วยตนเอง
ออกแบบกิจกรรมให้มีส่วนร่วมกับผู้อื่นที่หลากหลาย
เน้นให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ในสิ่งที่ตนเองสนใจเป็นรายบุคคล
ผู้สอนควรให้การช่วยเหลือผู้เรียนในทุกๆขั้นตอนของกิจกรรม
นำประสบการณ์เดิมที่มีมาเรียนรู้ซ้ำเป็นหลักเพื่อให้เกิดความมั่นใจ
ในคาบวิชาคณิตศาสตร์ หากต้องการให้ผู้เรียนเรียนรู้อย่างตื่นตัวทางด้านร่างกาย ควรทำอย่างไรจึงจะสอดคล้องกับเนื้อหาสาระของรายวิชา
จัดกิจกรรมนอกห้องเรียนที่ให้ผู้เรียนได้วิ่งไปตอบคำถามตามจุดต่างๆ
ให้ผู้เรียนสะสมชั่วโมงในการเคลื่อนไหวร่างกายระหว่างที่อยู่ที่บ้าน
เปิดโอกาสให้ผู้เรียนแต่ละคนทำท่าบริหารร่างกายทุกๆ 20 นาที
ให้ผู้เรียนได้สลับที่นั่งไปเรื่อยๆในแต่ละคาบที่เรียนในรายวิชา
ไม่มีข้อที่ถูกต้อง
ทนิตย์เป็นคนที่ชอบพูดคุยและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับบุคคลที่หลากหลาย ชอบที่จะได้ค้นหาคำตอบจากการทดลองหรือลองทำสิ่งใหม่ๆด้วยตนเอง สนใจงานประดิษฐ์หรืองานศิลปะต่างๆ ท่านคิดว่าทนิตย์มีรูปแบบการเรียนรู้แบบใดตามแนวคิดของ Kolb
นักซึมซับ (Assimilating)
นักคิดสรุปรวม (Converging)
นักปรับตัว (Accommodating)
นักสะสมประสบการณ์ (Collecting)
นักคิดหลากหลายมุมมอง (Diverging)
อรุณีได้ไปเรียนคอร์สขนมซอฟคุ้กกี้ทางออนไลน์ โดยเธอได้ค้นพบเทคนิคในการทำคุ้กกี้ให้นุ่มแต่มีความกรอบเนื่องจากนำความรู้เดิมตอนทำคุ้กกี้กรอบเข้ามาผสมผสาน กระบวนการทางความคิดดังกล่าวของอรุณีอยู่ในกระบวนการใด ตามทฤษฎีพัฒนาการของ Piaget
กระบวนการช่วยเหลือ (Scaffolding)
กระบวนการลงมือปฏิบัติ (Practicing)
กระบวนการซึมซับข้อมูล (Assimilation)
กระบวนการขัดเกลาทางสังคม (Socialization)
กระบวนการปรับโครงสร้าง (Accommodation)
ข้อใดคือความแตกต่างระหว่างการจัดกลุ่มอภิปรายแบบซินดิเคต (Syndicate) กับแบบโต๊ะกลม (Round Table)
ประเด็นที่นำมาใช้ในการอภิปราย
ระยะเวลาที่ใช้ในการอภิปราย
คุณลักษณะของผู้เข้าร่วม
รูปแบบของจัดที่นั่ง
จำนวนสมาชิก
การเลือกกรณีศึกษาเข้ามาใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ควรคำนึงถึงสิ่งใดต่อไปนี้
1. ความละเอียดของข้อมูล
2. ความสมจริงของกรณีศึกษา
3. ความคุ้นเคยกับเจ้าของกรณีศึกษา
ข้อ 1
ข้อ 2
ข้อ 1 และ 2
ข้อ 2 และ 3
ถูกทุกข้อ
ขั้นตอนใดในการนำการแสดงละครมาใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ทื่ถือว่าต้องคำนึงถึงความเหมาะสมของผู้ร่วมกิจกรรมมากที่สุด
การเตรียมบทละคร
การเลือกบทบาทผู้แสดง
การศึกษาและซักซ้อมบท
การแสดงและชมละคร
การสรุปบทเรียน
ข้อความใดต่อไปนี้กล่าวไม่ถูกต้อง
การให้คนที่มีบุคลิกภาพแตกต่างจากตัวละครได้ลองรับบทบาทนั้นเป็นสิ่งที่ไม่พึงกระทำในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
การให้ผู้เรียนได้เรียนรู้บุคลิกภาพของตัวละคร จะนำไปสู่การเข้าถึงอารมณ์ ความรู้สึก ความคิดของผู้อื่นได้ค่อนข้างดี
ผู้เรียนจะมีส่วนแสดงความคิดเห็นได้ดีเมื่อเรากำหนดประเด็นหรือขอบเขตเนื้อหาของบทละครไว้อย่างกว้างๆ
ผู้สอนควรรีบยุติการแสดงเมื่อการแสดงนั้นมีลักษณะที่ยืดเยื้อและได้ข้อมูลเพียงพอต่อการอภิปราย
การอภิปรายผลควรแบ่งผู้เรียนออกเป็นกลุ่มย่อยๆเพื่อให้ทุกๆคนได้มีส่วนร่วมในการอภิปราย
การที่ครูนิรมลต้องการให้ผู้เรียนชั้น ม. 2 ได้เรียนรู้และวิเคราะห์อากัปกิริยาของผู้ที่อารมณ์ในรูปแบบต่างๆ จึงนำเกมตอบคำถาม 3 วินาที แบบแข่งขันเข้ามาใช้ ท่านคิดว่าเหมาะสมหรือไม่ เพราะเหตุใด
เหมาะสม เนื่องจาก เปิดโอกาสให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้เนื้อหาได้ค่อนข้างมากกว่าการจัดกิจกรรมรูปแบบอื่น
เหมาะสม เนื่องจาก เหมาะกับสอดคล้องกับความสนใจของผู้เรียนในช่วงวัยดังกล่าวาและสอดคล้องกับเนื้อหาสาระ
ไม่เหมาะสม เนื่องจากการเรียนรู้อารมณ์และสังเกตเห็นพฤติกรรมควรใช้ระยะเวลาในการเรียนรู้ที่มากพอ
ไม่เหมาะสม เนื่องจากจะสร้างความสนุกสนานและเบี่ยงเบนประเด็นความสนใจในเนื้อหาของกิจกรรมออกไป
ไม่เหมาะสม เนื่องจากค่อนข้างใช้ระยะเวลานานในการหาผู้ชนะ อาจะส่งผลให้เวลาไม่เพียงพอกับการอภิปราย
ข้อใดต่อไปนี้ที่ไม่นับเป็นสื่อการสอน
คำบอกเล่าจากปราชญ์
ข่าวจากหน้าเวบไซต์
รูปภาพเหตุการณ์
คลิปวิดีโอ
ห้องเรียน
จงเรียงลำดับสื่อการสอนต่อไปนี้ตามแนวคิดของ Dale’s Cone Experience จากรูปธรรมไปสู่นามธรรม
1. โมเดลจำลองตัวบ้าน
2. ตัวอย่างบทกลอน
3. อาหารและเครื่องดื่มจริง
1 2 3
1 3 2
2 1 3
2 3 1
3 1 2
หากต้องการสร้างบัตรคำ โดยอยากใช้ตัวอักษรเป็นสีแดงเลือดหมู ควรเลือกใช้พื้นหลังเป็นสีอะไร
ดำเข้ม
เทาเข้ม
เขียวเข้ม
เหลืองอ่อน
น้ำเงินอ่อน
ครูท่านใดต่อไปนี้เลือกใช้สื่อที่ทำให้ผู้เรียนชั้น ม. 3 เกิดกระบวนการคิดได้อย่างหลากหลาย ร่วมกันแสดงความคิดเห็นของตนเองได้อย่างอิสระ และเหมาะสมกับผู้เรียน
ครูภารดีนำบัตรคำออนไลน์ที่สะกดไม่ตรงตามมาตรามาใช้ในการสอนคาบเรียนภาษาไทย
ครูเภตรานำคลิปเสียงสุนทรพจน์ประธานาธิบดี Joe Biden มาให้ศึกษาในคาบภาวะผู้นำ
ครูภีรพงศ์นำโมเดลจำลองการเกิดกระแสไฟฟ้าจากเขื่อนมาอธิบายในคาบของการสร้างพลังงาน
ครูภัคพงษ์นำคลิปวิดีโอการทำชีสทาร์ตจาก Youtube มาให้ผู้เรียนได้ดูและลงมือปฏิบัติไปพร้อมๆกัน
ครูภุชงค์นำบทความทางวิชาการเรื่องการดูแลสุขภาพด้วย Keto มาให้นักเรียนศึกษาในคาบสุขศึกษา
คลิปวิดีโอประเภทใดต่อไปนี้ที่มีแนวโน้มดึงดูดความสนใจของผู้เรียนในช่วงมัธยมศึกษาตอนต้นส่วนใหญ่ได้มากที่สุด
การ์ตูนจาก Youtube
คลิปรวมภาพธรรมชาติ
ฉากหนึ่งของซีรี่ย์ยอดฮิต
รายการสัมภาษณ์นักการเมือง
ส่วนหนึ่งของคลิปข่าวออนไลน์
สื่อการสอนที่นำมาใช้กับผู้เรียน Gen Z ควรมีหลากหลายรูปแบบด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้ ยกเว้นข้อใด
สร้างความท้าทายในการเรียนรู้ให้กับผู้เรียน
เพิ่มความสนใจในกิจกรรมการเรียนรู้ได้มากขึ้น
ผู้เรียนเกิดการชื่นชมและเชื่อมั่นในศักยภาพของตนเอง
เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ผ่านประสาทสัมผัสที่หลากหลาย
ตอบสนองลักษณะของการทำสิ่งต่างๆในเวลาเดียวได้พร้อมกัน
คุณครูท่านหนึ่งต้องการที่จะจัดกิจกรรมการเรียนรู้เรื่องการรับรู้ตนเองให้กับนักเรียนชั้น ม .1 โดยต้องการขั้นนำที่กระเทือนความรู้สึกของผู้เรียนเพื่อจะได้เชื่อมโยงไปสู่เนื้อหาได้ง่าย ครูท่านนี้ควรเลือกใช้สื่อประเภทใด
คลิปการ์ตูน
เพลงเพื่อชีวิต
ข่าวจากสื่อออนไลน์
บทความอัตชีวประวัติ
สกู๊ปสั้นเรื่องราวชีวิตบุคคล
หากครูต้องการให้ผู้เรียนได้วิเคราะห์ความเป็นตัวเองมากที่สุด ครูควรเลือกใช้สื่อใดต่อไปนี้
Line
Youtube
คุณครูต้องการที่จะให้ผู้เรียนชั้น ม. 3 ได้เข้าใจกับคำว่าอัตลักษณ์แห่งตนอย่างลึกซึ้ง จึงคิดที่จะนำสื่อการสอนมาใช้ในขั้นนำ ท่านคิดว่าครูควรเลือกใช้สื่อใดต่อไปนี้จึงจะมีความเหมาะสมมากที่สุด
คลิปเสียงสัมภาษณ์แรงงานต่างด้าวในไทย
บทความวิชาการเรื่องอัตลักษณ์ของเยาวชนไทย
เพลงที่มีเนื้อหาของการดิ้นร้นเพื่อให้มีชีวิตที่ดีขึ้น
คลิปวิดีโอสัมภาษณ์เส้นทางชีวิตของนักร้องยอดนิยม
รูปภาพของบุคคลที่แต่งกายด้วยเสื้อผ้าที่มีเอกลักษณ์
ครูเทิดพงศ์ต้องการให้ผู้เรียนได้รับรู้ตนเองจากมุมมองของเพื่อนร่วมชั้น ครูจึงเปิดโอกาสให้ทุกคนได้สะท้อนถึงเพื่อนโดยไม่ต้องลงชื่อและเลือกใช้การส่ง E-mail ถึงเพื่อนแต่ละคน จากเหตุการณ์นี้ครูเทิดพงศ์ใช้สื่อได้เหมาะสมหรือไม่ เพราะเหตุใด จงเลือกข้อที่ให้เหตุผลได้ดีที่สุด
เหมาะสม เนื่องจาก เป็นการทำให้ผู้เรียนได้รับทราบข้อมูลย้อนกลับได้อย่างทันท่วงที
เหมาะสม เนื่องจาก เครื่องมือดังกล่าวสามารถที่จะให้โอกาสในการสะท้อนข้อมูลได้ในปริมาณที่มาก
เหมาะสม เนื่องจาก มีการนำสื่อเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในกิจกรรมการเรียนรู้ซึ่งเหมาะกับผู้เรียนในยุคปัจจุบัน
ไม่เหมาะสม เนื่องจาก ผู้สอนจะต้องใช้ระยะเวลาในการจัดเตรียมอุปกรณ์ค่อนข้างนาน เพื่อให้ผู้เรียนทุกคนได้มีส่วนร่วมกับกิจกรรม
ไม่เหมาะสม เนื่องจาก แม้จะมีกระบวนการที่ไม่ให้ลงชื่อ แต่ E-mail สามารถที่จะสืบค้นหาตัวผู้ส่งได้ว่ามาจากผู้ใดซึ่งอาจจะส่งผลต่ออคติที่เกิดขึ้น
ข้อใดต่อไปนี้ถือเป็นขั้นสูงสุดของพฤติกรรมการเรียนรู้ทางด้านจิตพิสัย
การสร้างลักษณะนิสัย
การจัดระบบคุณค่า
การตอบสนอง
การรู้คุณค่า
การรับรู้
“ความสามารถในการสื่อสารกับผู้อื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ” ข้อความดังกล่าวเป็นพฤติกรรมการเรียนรู้ด้านใด
จิตพิสัย
ทัศนวิสัย
พุทธิพิสัย
กตรรกวิสัย
ทักษะพิสัย
หากเราต้องการนำตัวแปรมากำหนดเป็นพฤติกรรมการเรียนรู้ที่มองเห็นและวัดได้อย่างชัดเจน เราควรจะทำอย่างไรเป็นขั้นตอนสุดท้าย
นิยามเชิงทฤษฎีให้กับตัวแปร
นิยามเชิงปฏิบัติการให้กับตัวแปร
กำหนดพฤติกรรมบ่งชี้ให้กับตัวแปร
กำหนดองค์ประกอบย่อยของตัวแปร
สังเคราะห์ตัวแปรนั้นไปเป็นแนวคิดใหม่
ข้อใดต่อไปนี้สะท้อนถึงพฤติกรรมการเรียนรู้ในระดับของการรู้คุณค่า
บอกระดับอัตมโนทัศน์ทางสังคมของตนเองได้
เสนอแนวทางที่สู่การทบทวนตนเองทางด้านสังคมได้
มีการทบทวนตนเองถึงทักษะทางด้านสังคมอยู่บ่อยครั้ง
ให้เหตุผลสะท้อนถึงความสำคัญของอัตมโนทัศน์ทางสังคม
สะท้อนลักษณะนิสัยของการเป็นผู้มีอัตมโนทัศน์ทางสังคมสูง
ข้อใดต่อไปนี้กำหนดพฤติกรรมการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับอัตมโนทัศน์ทางสังคมด้านการรับรู้ถึงการยอมรับจากบุคคลอื่นได้อย่างถูกต้อง
ผู้เรียนสามารถสะท้อนได้ว่าตนเองทำประโยชน์ให้กับผู้อื่นในชั้นเรียนอย่างไรบ้าง
ผู้เรียนสามารถเล่าเรื่องราวและความรู้สึกของตนเองในการถูกคัดเลือกเป็นหัวหน้าห้องได้
ผู้เรียนสามารถสะท้อนได้ว่าตนมีความสามารถในการควบคุมอารมณ์ของตนเองอยู่ในระดับใด
ผู้เรียนรับรู้ว่าตนเองสามารถวิเคราะห์ความรู้สึกของเพื่อนในห้องกำลังเล่าเรื่องราวชีวิตของเขาได้
ผู้เรียนรับรู้ได้ว่าตนเองสามารถที่จะระบุความรู้สึกหรืออารมณ์ที่เกิดขึ้นในเหตุการณ์หนึ่งๆได้
หากผู้เรียนมีระดับอัตมโนทัศน์ทางสังคมจากการทำแบบวัดอยู่ในระดับ 4.05 จาก 5 ระดับ ผู้เรียนคนดังกล่าวจะมีอัตมโนทัศน์อยู่ในระดับใดตามเกณฑ์ที่นิยมใช้โดยทั่วไป
น้อยที่สุด
น้อย
ปานกลาง
มาก
มากที่สุด
ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการวัดอัตมโนทัศน์ทางสังคมซึ่งมีคุณลักษณะเป็นตัวแปรทางจิตวิทยา
ควรมีการกำหนดตัวบ่งชี้หรือพฤติกรรมบ่งชี้ให้ชัดเจน
สามารถนำแแบบวัดมาตรประมาณค่ามาใช้ประเมินได้
อาจใช้เครื่องมือที่มีความหลากหลายในการประเมินผล
ส่วนใหญ่มักใช้เครื่องมือในการให้ตอบแบบรายงานตนเอง
หากใช้แบบทดสอบความรู้ควบคู่ไปด้วยจะทำให้ประเมินได้ครบถ้วน
หากเราต้องการได้ข้อมูลในเชิงคุณภาพที่มีรายละเอียดของข้อมูลต่างๆอย่างชัดเจน ควรเลือกใช้เครื่องมือใด
แบบสอบถามแบบมาตรประมาณค่า
แบบสอบถามแบบปลายเปิด
แบบสังเกตพฤติกรรม
แบบทดสอบความรู้
แบบสัมภาษณ์
คุณครูท่านใดต่อไปนี้ที่เข้าใจกระบวนการหาคุณภาพเครื่องมือได้อย่างถูกต้อง
ครูนำสุขนำแบบประเมินตนเองของผู้เรียนไปให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบความถูกต้องของภาษา
ครูนำฤกษ์นำแบบสังเกตพฤติกรรมไปให้ผู้เชี่ยวชาญจำนวน 3 ท่านตรวจสอบหาค่าความยาก-ง่าย
ครูนำชัยตัดข้อคำถามทุกข้อที่มีดัชนีความสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ที่มีผู้เชี่ยวชาญประเมินว่าไม่มั่นใจ
ครูนำทรัพย์ให้ผู้เชี่ยวชาญประเมินดัชนีความตรงเชิงเนื้อหาโดยให้ทำเครื่องหมายในช่อง -1 / 0 / 1
ครูนำโชคนำคำถามปลายเปิดของตนเองไปให้เพื่อนร่วมงานที่สนิท 1 คนเป็นผู้ตรวจสอบความสอดคล้องกับเนื้อหา
ข้อใดต่อไปนี้กล่าวไม่ถูกต้อง
การสร้างข้อความในแบบสอบถามควรมีทั้งข้อความเชิงบวกและข้อความเชิงลบ
โดยส่วนใหญ่หากเป็นแบบสอบถามจะมีการหาคุณภาพของเครื่องมือด้วยความตรงเชิงเนื้อหา
ผู้เชี่ยวชาญที่ประเมินคุณภาพควรมีผู้ที่มีตำแหน่งทางการบริหารเพื่อสามารถพิจารณาในภาพรวมได้
การหาคุณภาพของเครื่องมือแต่ละชนิดอาจจะมีความแตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับประเภทเครื่องมือ
การจะสร้างเครื่องมือวัดที่มีคุณภาพจะต้องเริ่มตั้งแต่การศึกษาการศึกษาตัวแปรอย่างละเอียดถี่ถ้วน
ข้อใดต่อไปนี้ไม่นับเป็นสมรรถนะการแนะแนวทางด้านส่วนตัวและสังคมของระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น
รู้จักและเข้าใจตนเอง
มีวุฒิภาวะทางอารมณ์
รู้จักและเข้าใจสิ่งแวดล้อม
รักและเห็นคุณค่าในตนเองและผู้อื่น
ปรับตัวและดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข
ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับกิจกรรมแนะแนว
มีจุดประสงค์เพื่อให้ผู้เรียนได้รู้จักและเข้าใจตนเอง
เป็นกิจกรรมหนึ่งในกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนของสถานศึกษา
สัดส่วนทางด้านส่วนตัวและสังคมมีความสำคัญมากกับ ม.ต้น
สามารถนำกิจกรรมแนะแนวไปสอดแทรกในวิชาต่างๆทดแทนคาบแนะแนวได้
การปรับตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมนับเป็นจุดประสงค์หนึ่งของกิจกรรมแนะแนว
ประเด็นใดต่อไปนื้ถือเป็นมิติของการศึกษา
การทำงานพิเศษ
การเตรียมตัวสอบ
การควบคุมตนเอง
การเตรียมสัมภาษณ์งาน
การวางตัวกับเพื่อนในห้องเรียน
จุดประสงค์การเรียนรู้ที่ระบุว่า “บอกความรู้สึกต่อตนเองและต่อผู้อื่นได้” นับเป็นสมรรถนะการแนะแนวใด
เห็นคุณค่าในผู้อื่น
รู้จักและเข้าใจตนเอง
มีวุฒิภาวะทางปัญญา
มีวุฒิภาวะทางอารมณ์
ปรับตัวได้อย่างมีความสุข
ข้อใดต่อไปนี้ที่สะท้อนว่าผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ตามสมรรถนะการมีวุฒิภาวะทางอารมณ์
ทัดดาวสามารถอธิบายถึงจุดบอดของตนเองให้กับเพื่อนๆในห้องรับฟังได้
ใกล้จันทร์สามารถสะท้อนถึงการยอมรับในความแตกต่างระหว่างกันได้
เสมอเมฆสามารถบอกคุณค่าของการพัฒนาตนเองได้อย่างต่อเนื่อง
เทียมฟ้าสามารถบรรยายความสำคัญของตนเองที่มีต่องานกลุ่มได้
สายลมสามารถแสดงอารมณ์ที่เหมาะสมได้ในสถานการณ์ต่างๆ
ข้อใดต่อไปนี้ควรอยู่ในส่วนหัวเรื่องของแผนการจัดกิจกรรมแนะแนว
ระยะเวลาในการดำเนินกิจกรรม
ชื่อผู้อำนวยการสถานศึกษา
ขั้นตอนการจัดกิจกรรม
สมรรถนะสำคัญ
สื่อการเรียนรู้
หากเราต้องการสะท้อนถึงแก่นเนื้อหาของสิ่งที่จะให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ในแต่ละคาบ เราจะต้องนำไประบุไว้ในองค์ประกอบใดของแผน
หัวเรื่อง
สาระสำคัญ
สาระการเรียนรู้
สมรรถนะสำคัญ
จุดประสงค์การเรียนรู้
ข้อใดต่อไปนี้เป็นการเลือกใช้ขั้นนำได้เหมาะกับเนื้อหาที่เกี่ยวกับการรู้จักตนเอง
การให้ผู้เรียนได้สัมภาษณ์ชีวิตของเพื่อนๆในห้องประมาณ 5 คน แล้วนำเสนอ
การให้ผู้เรียนทำแบบวัดบุคลิกภาพของตนเองแล้วเชื่อมโยงไปสู่สิ่งที่จะเรียนรู้
การให้ผู้เรียนสะท้อนเพลงที่ตนเองชอบพร้อมบอกเหตุผลจนครบทุกคนในห้อง
การให้ผู้เรียนนำภาพของตนเองมาวิเคราะห์ในแต่ละมิติแล้วเล่าให้เพื่อนในห้องฟัง
การให้ผู้เรียนได้เรียนรู้เนื้อหาเกี่ยวกับตัวตนในมิติต่างๆทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม สติปัญญา
หากต้องการได้ข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรมที่แท้จริงของผู้เรียนในระหว่างที่ดำเนินกิจกรรม ควรใช้การประเมินผลใดมากที่สุด
สังเกต
ทดสอบ
สอบถาม
สัมภาษณ์
ประเมินทักษะ
ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่เหตุผลสำคัญของการที่ต้องบันทึกผลหลังการจัดกิจกรรม
เพื่อนำผลที่ได้ไปใช้ในการปรับปรุงการดำเนินกิจกรรมในครั้งต่อไป
เพื่อให้มีข้อมูลของบรรยากาศการเรียนรู้และการมีส่วนร่วมของผู้เรียน
เพื่อให้ทราบว่าผลการเรียนรู้ได้เกิดขึ้นตามจุดประสงค์ที่กำหนดไว้หรือไม่
เพื่อเป็นข้อมูลในการรวบรวมปัญหาและอุปสรรคที่เกิดขึ้นในระหว่างทำกิจกรรม
เพื่อจะได้เป็นหลักฐานเชิงประจักษ์สำหรับยืนยันว่าไม่ต้องมีการจัดกิจกรรมซ้ำอีก
