wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

(Pretest) กิจกรรมการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมอัตมโนทัศน์ทางสังคม

Total questions: 60

Worksheet time: 3600secs

Name
Class
Date
1.

บุคคลที่มีลักษณะของการเป็นผู้ที่ด่วนรับอัตลักษณ์ (Identity Forecloser) จะมีลักษณะของการค้นหาและการยึดมั่นอยู่ในระดับใด

a)

การค้นหาสูง การยึดมั่นต่ำ

b)

การค้นหาสูง การยึดมั่นสูง

c)

การค้นหาต่ำ การยึดมั่นสูง

d)

การค้นหาต่ำ การยึดมั่นต่ำ

e)

ไม่มีการค้นหา แต่มีเพียงการยึดมั่น

2.

ข้อใดต่อไปนี้กล่าวถึงลักษณะของบุคคลในช่วงวัยรุ่นไม่ถูกต้อง

a)

ชอบที่จะเรียนรู้และเลียนแบบบุคคลที่มีลักษณะที่แตกต่างออกไปจากตนเอง

b)

มีความจริงจังในเรื่องของความสัมพันธ์โดยเฉพาะกับเพื่อน

c)

มีความต้องการในการที่จะค้นหาความเป็นตัวของตัวเอง

d)

เกิดความรู้สึกว่าคนรอบข้างกำลังตัดสินตนเองอยู่

e)

สามารถคิดหาเหตุผลที่นอกเหนือไปจากที่มีอยู่ได้

3.

ข้อใดต่อไปนี้กล่าวถึงวัยรุ่นที่มีลักษณะเป็นผู้มีพัฒนาการทางจริยธรรมได้ตรงตามทฤษฎีการให้เหตุผลทางจริยธรรมของ Kohlberg

1.      มีเหตุผลในการทำความดีจากการพิจารณาว่าตนเองได้รับโทษจากสิ่งนั้นหรือไม่

2.      เน้นแสดงพฤติกรรมตามความคาดหวังของผู้อื่นและสังคม

3.      เน้นยอมรับกฎเกณฑ์จากค่านิยมของสังคมที่ตนอาศัยอยู่

a)

ถูกทั้งข้อ 1 และ 2

b)

ถูกทั้งข้อ 1 และ 3

c)

ถูกทั้งข้อ 2 และ 3

d)

ถูกเพียงข้อที่ 1

e)

ถูกทุกข้อ

4.

บุคคลท่านใดต่อไปนี้ที่สะท้อนถึงการเป็นผู้ที่เข้าใจบุคคลในช่วงวัยรุ่นมากที่สุด

a)

อารักษ์บอกให้ลูกสาววัยรุ่นของตนเองมองเรื่องของความสัมพันธ์กับเพื่อนเป็นสิ่งเล็กน้อยในชีวิต

b)

อุกฤษณ์พยายามชี้แนะให้หลานชายวัยรุ่นทำสิ่งที่ง่ายต่อความสำเร็จเพื่อป้องกันความผิดพลาด

c)

อมรเรียกน้องชายวัยรุ่นเข้ามาพูดคุยและแนะนำการแต่งกายด้วยเสื้อผ้าสีจัดจ้านให้น้อยลง 

d)

อำพลโน้มน้าวให้ลูกชายวัยรุ่นได้เรียนในสายการเรียนที่กำลังเป็นความต้องการของตลาด

e)

อิทธีไม่พยายามเข้าไปก้าวก่ายการตัดสินใจของน้องสาววัยรุ่นมากนัก จะคอยดูอยู่ห่างๆ

5.

ข้อใดต่อไปนี้กล่าวได้ถูกต้องมากที่สุด

a)

หากต้องการให้วัยรุ่นตอนต้นได้ค้นพบอัตลักษณ์ของตนเองผู้ใกล้ชิดควรคอยชี้แนะและกำหนดให้ปฏิบัติตามแนวทางที่ผู้มีประสบการณ์กำหนด

b)

วัยรุ่นควรได้รับโอกาสในการที่จะมีประสบการณ์กับสิ่งใหม่ๆ แม้สิ่งนั้นจะท้าทายเกินความสามารถของพวกเขาก็ตาม

c)

องค์กรที่มีความสำคัญต่อการวางรากฐานในการเลือกที่จะประพฤติตนเป็นคนดีของวัยรุ่นมากที่สุดคือ สถานศึกษา

d)

ในช่วงวัยรุ่น พ่อแม่ควรกำหนดเป้าหมายในชีวิตของลูกให้ชัดเจนเพื่อให้พวกเขาได้ใช้ชีวิตบนเส้นทางที่ถูกต้อง

e)

การเชื้อเชิญให้กลุ่มวัยรุ่นได้พูดคุยกันถึงสิ่งที่เป็นนามธรรม อาจจะเป็นสิ่งที่ยากเกินกว่าที่พวกเขาจะเข้าใจ

6.

ความแตกต่างที่เห็นได้อย่างชัดเจนมากที่สุดของคนใน Generation Z กับคนในรุ่นก่อนหน้าคือสิ่งใด

a)

มีความสามารถในการใช้เทคโนโลยีได้อย่างคล่องแคล่ว

b)

มีปฏิสัมพันธ์กับบุคคลอื่นค่อนข้างน้อย

c)

มีคำศัพท์ที่เป็นลักษณะเฉพาะของกลุ่ม

d)

มีความต้องการในการค้นหาตัวเองสูง

e)

มีความมั่นใจในตนเองค่อนข้างสูง

7.

หากท่านต้องการให้คน Generation Z ได้เกิดการพัฒนาตนเองในประเด็นที่ยังเป็นจุดอ่อนของคนกลุ่มนี้ท่านจะพัฒนาอย่างไร

a)

คอยชี้แนะและตักเตือนในความมั่นใจที่ค่อนข้างสูงของพวกเขา

b)

ฝึกให้พวกเขาได้ทำงานทีละอย่างเพื่อประสิทธิภาพของงานที่สูงมากขึ้น

c)

ชักชวนให้ไปร่วมกิจกรรมที่ได้พบปะกับผู้คนที่หลากหลายในสถานที่จริง

d)

เปิดโอกาสให้พวกเขาได้เพิ่มศักยภาพทางด้านเทคโนโลยีซึ่งเป็นสิ่งที่พวกเขาถนัดให้มากขึ้น

e)

พยายามหาเหตุผลมาคัดค้านความคิดของพวกเขาในวงสนทนาเพื่อฝึกให้พวกเขาได้มีความคิดที่หลากหลาย

8.

ปัจจัยใดต่อไปนี้มีอิทธิพลต่อการกำหนดพฤติกรรมของวัยรุ่นค่อนข้างมากและเป็นไปอย่างรวดเร็ว 

a)

คำสั่งสอนของบุคลากรในโรงเรียน

b)

ตำราหรือเอกสารในการเรียน

c)

คำแนะนำของผู้นำชุมชน

d)

กฎหมายที่ถูกกำหนดไว้

e)

เทคโนโลยี/สื่อออนไลน์

9.

วัยรุ่นคนใดต่อไปนี้มีแนวโน้มของการมีภาวะซึมเศร้ามากที่สุด

a)

อโศกแพ้การแข่งขันวอลเลย์บอลนัดพิเศษ

b)

อเนกถูกปฏิเสธจากเพื่อนในการทำงานกลุ่มเสมอ

c)

อนิรุธถูกพ่อตักเตือนเรื่องการเข้านอนไม่ตรงเวลา

d)

อนุมานมีผลการเรียนที่ต่ำลงจากเทอมก่อนเล็กน้อย

e)

อโนเชาวน์พลาดโอกาสในการที่จะได้เป็นประธานนักเรียน

10.

“การสำรวจพฤติกรรมการรังแกกันของนักเรียนในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ของจังหวัดแห่งหนึ่งในภาคกลาง จำนวน 425 คน พบว่า คนส่วนใหญ่เป็นทั้งผู้ถูกรังแกและผู้รังแกผู้อื่น (36.50%) (ศุภรดา ชุมพาลี และทัศนา ทวีคูณ, 2561)” จากข้อความข้างต้นสรุปได้ว่าอย่างไร

a)

วัยรุ่นส่วนใหญ่เคยผ่านประสบการณ์ในการรังแกทั้งการเป็นผู้กระทำและผู้ถูกกระทำ

b)

ผู้ที่เคยถูกรังแกมีแนวโน้มที่จะรังแกผู้อื่นมากกว่าคนที่ไม่เคยถูกรังแก

c)

วัยรุ่นในภาคกลางมีแนวโน้มของการรังแกกันมากกว่าภาคอื่นๆ

d)

วัยรุ่นตอนต้นมีพฤติกรรมของการรังแกกันค่อนข้างสูงมาก

e)

การรังแกกันถือเป็นเรื่องปกติที่กลุ่มวัยรุ่นยอมรับได้

11.

ข้อใดต่อไปนี้ไม่ได้เป็นองค์ประกอบของอัตมโนทัศน์ทางสังคม

a)

การรับรู้ตนเองถึงความสามารถในการควบคุมอารมณ์

b)

การรับรู้ตนเองถึงการเข้าใจความรู้สึกของตนเอง

c)

การรับรู้ตนเองถึงการยอมรับจากบุคคลอื่น

d)

การรับรู้ตนเองถึงความรับผิดชอบต่อสังคม

e)

การรับรู้ตนเองถึงการปรับตัวเข้ากับผู้อื่น

12.

ข้อใดต่อไปนี้อธิบายนิยามของคำว่า “อัตมโนทัศน์ทางสังคม” ได้ครอบคลุมที่สุด

a)

การรับรู้สภาพแวดล้อมรอบตัว

b)

การรับรู้ตนเองถึงทักษะทางสังคม

c)

การรับรู้ข่าวสารการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น

d)

การรับรู้ลักษณะของบุคคลใกล้ตัว

e)

การรับรู้โครงสร้างทางสังคม

13.

บุคคลที่มีระดับอัตมโนทัศน์ทางสังคมในเชิงบวกจะมีลักษณะดังต่อไปนี้ยกเว้นข้อใด

a)

รับรู้ตนเองได้ว่ามีความสามารถในการที่จะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้อื่น

b)

รับรู้ตนเองได้ว่าเป็นบุคคลที่แสดงออกได้เหมาะสมตามสถานการณ์

c)

รับรู้ตนเองได้ว่ามีความไวในการรับรู้ความรู้สึกของผู้อื่น

d)

รับรู้ตนเองได้ว่าสามารถสื่อสารให้ผู้อื่นเข้าใจได้โดยง่าย

e)

รับรู้ตนเองได้ว่าเป็นคนที่มีปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับบุคคลอื่น

14.

ธเนศรู้ตัวเองว่าเป็นคนมีจุดอ่อนในเรื่องของการพูด หลายๆครั้งเขามักจะแซวเพื่อนด้วยความปรารถนาดี แต่เพื่อนกลับโกรธเขา จึงทำให้เขาอยากที่จะหาแนวทางในการพัฒนาเรื่องนี้ จากเรื่องราวดังกล่าวธเนศเป็นบุคคลที่มีอัตมโนทัศน์ทางสังคมในองค์ประกอบใด

a)

การสื่อสารกับผู้อื่น

b)

การปรับตัวเข้ากับผู้อื่น

c)

การยอมรับจากบุคคลอื่น

d)

การเข้าใจความรู้สึกของผู้อื่น

e)

การควบคุมและแสดงออกทางอารมณ์

15.

บุคคลใดต่อไปนี้ที่เป็นตัวแปรสำคัญอันดับต้นต่ออัตมโนทัศน์ทางสังคมของวัยรุ่นส่วนใหญ่

a)

ดารา/นักแสดง

b)

ครูอาจารย์

c)

พ่อแม่

d)

เพื่อน

e)

คู่รัก

16.

ท่านคิดว่าเพราะเหตุใด “ผู้เรียนที่มาจากห้องเรียนที่มีขนาดใหญ่ มีแนวโน้มที่จะมีอัตมโนทัศน์ทางสังคมได้สูงกว่าผู้เรียนที่มาจากห้องเรียนขนาดเล็กกว่า (Coelho et al , 2020)”

1.      เพราะมีโอกาสมีปฏิสัมพันธ์กับบุคลที่หลากหลายมากกว่า

2.      เพราะได้พบเจอกับประสบการณ์ที่มีความแตกต่างกันมากกว่าห้องเรียนขนาดเล็ก

3.      ห้องเรียนขนาดใหญ่สร้างความอบอุ่นได้มากกว่าห้องเรียนขนาดเล็ก

a)

ข้อที่ 1

b)

ข้อที่ 2

c)

ข้อที่ 1 และ 2

d)

ข้อที่ 2 และ 3

e)

ถูกทุกข้อ 

17.

หากท่านจะต้องเป็นหัวหน้าทีมของวัยรุ่น Gen Z ท่านจะมีวิธีการทำงานอย่างไร

a)

เน้นการตั้งเป้าหมายที่ชัดเจนเพื่อการมอบหมายงานที่มีประสิทธิภาพ

b)

เน้นการวางเป้าหมายระยะยาวแล้วค่อยๆทำงานไปทีละขั้นตอนอย่างระมัดระวัง

c)

ให้อิสระทางความคิดและการกระทำกับทุกคน เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องให้น้อยที่สุด

d)

เปิดโอกาสให้ทุกคนได้ร่วมกันกำหนดทิศทางของทีม โดยทำหน้าที่เป็นผู้สนับสนุนการทำงาน

e)

มอบหมายงานให้สอดคล้องกับความสามารถ โดยให้แต่ละคนได้มีโอกาสในการทำงานบนพื้นที่ส่วนตัวของตนเองเป็นหลัก

18.

เหตุผลที่วัยรุ่นในยุคปัจจุบันมีทักษะทางสังคมที่น้อยกว่าคนในยุคอื่นๆ คือตัวเลือกต่อไปนี้ ยกเว้นข้อใด

a)

คนในปัจจุบันมีการเติบโตมาในครอบครัวเดี่ยวมากกว่าครอบครัวขยาย

b)

มีสื่อเทคโนโลยีทันสมัยที่ทำให้กิจกรรมที่ต้องมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างกันน้อยลง

c)

วัยรุ่นส่วนใหญ่ใช้เวลาไปกับการอยู่ในโลกเสมือนซึ่งก่อให้เกิดปฏิสัมพันธ์ตรงหน้าได้น้อย

d)

วัยรุ่นในปัจจุบันมีกิจกรรมและบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบที่ต้องทำมากกว่าคนในยุคอื่นๆ

e)

ศักยภาพของคนในยุคนี้ค่อนข้างมีมาก ทำให้การขอความช่วยเหลือหรือการมีสัมพันธ์ต่อกันน้อยลง

19.

ท่านคิดว่าระหว่างการเรียนรู้แบบเพื่อนช่วยเพื่อน (peer teaching) กับการเรียนรู้แบบการสอนโดยทั่วไปที่ครูเป็นผู้สอน ผู้เรียนในช่วงวัยรุ่นชื่นชอบรูปแบบใดมากกว่ากัน เพราะเหตุใด

a)

แบบเพื่อนช่วยเพื่อน เนื่องจาก สามารถสื่อสารถึงกันได้ง่ายและเข้าถึงกันมากกว่าผู้สอน

b)

แบบเพื่อนช่วยเพื่อน เนื่องจาก เพื่อนมีองค์ความรู้หลากหลายอย่างที่ทันสมัยมากกว่าผู้สอน

c)

แบบเพื่อนช่วยเพื่อน เนื่องจาก คนในรุ่นราวคราวเดียวกันจะมีเครื่องมือที่ทันสมัยสำหรับนำมาใช้ในการเรียนรู้มากกว่า

d)

แบบครูผู้สอน เนื่องจาก เกิดความคุ้นชินในรูปแบบการสอนที่ได้เรียนรู้มาเป็นเวลานาน 

e)

แบบครูผู้สอน เนื่องจาก ผู้สอนเป็นบุคคลที่น่านับถือ และมีศักยภาพในการถ่ายทอดได้ดีกว่า

20.

“ความแตกต่างจะนำพวกเขาไปสู่ความโดดเดี่ยวและความแปลกแยก แต่ในขณะเดียวกัน ความเหมือนก็เป็นอุปสรรคสำคัญต่อการสร้างความเป็นตัวเอง สิ่งสำคัญในช่วงวัยรุ่นคือการที่พวกเขาจะต้องทำความเข้าใจกับโลกภายในของตนเอง (Tirza et al, 2017: 604)” จากข้อความข้างต้นสามารถสรุปได้ว่าอย่างไร

a)

วัยรุ่นจะต้องรู้จักตนเองให้ดีมากพอก่อนที่จะเริ่มไปศึกษาโลกภายนอก

b)

วัยรุ่นจะต้องหาความสมดุลระหว่างความเป็นตัวของตัวเองกับการปรับตัวให้เข้ากับผู้อื่นได้

c)

วัยรุ่นควรตัดสินใจเลือกว่าตนจะแตกต่างหรือเหมือนกับผู้อื่นเพื่อนำไปสู่การค้นพบตัวตนที่แท้จริง

d)

วัยรุ่นควรหลีกเลี่ยงที่จะทำให้ตนเองแตกต่างจากผู้อื่น เพราะจะนำผลเสียมาสู่ตนเองเป็นอย่างมาก

e)

วัยรุ่นจะต้องสร้างอัตลักษณ์ให้กับตนเองและในขณะเดียวกันก็ต้องพยายามเลียนแบบผู้อื่นด้วย

21.

ข้อใดต่อไปนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับรูปแบบของการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ

a)

ปรับเปลี่ยนบทบาทสู่การเป็นผู้อำนวยการเรียนรู้

b)

การได้มีปฏิสัมพันธ์กับสื่อ บุคคลและสิ่งแวดล้อม

c)

คำนึงถึงศักยภาพ ความสนใจ ความรู้ความสามารถ

d)

เปิดโอกาสในการนำความรู้ไปใช้ในประสบการณ์อื่นๆ

e)

เน้นการถ่ายทอดเนื้อหาสาระจากผู้สอนที่มีความเชี่ยวชาญ 

22.

หากต้องนำแนวคิดหลักของ Vygotsky ไปใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ในห้องเรียนลักษณะของกิจกรรมที่จัดขึ้นควรเป็นอย่างไร

a)

กำหนดประเด็นหรือเนื้อหาให้ศึกษาด้วยตนเอง

b)

ออกแบบกิจกรรมให้มีส่วนร่วมกับผู้อื่นที่หลากหลาย

c)

เน้นให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ในสิ่งที่ตนเองสนใจเป็นรายบุคคล

d)

ผู้สอนควรให้การช่วยเหลือผู้เรียนในทุกๆขั้นตอนของกิจกรรม

e)

นำประสบการณ์เดิมที่มีมาเรียนรู้ซ้ำเป็นหลักเพื่อให้เกิดความมั่นใจ

23.

ในคาบวิชาคณิตศาสตร์ หากต้องการให้ผู้เรียนเรียนรู้อย่างตื่นตัวทางด้านร่างกาย ควรทำอย่างไรจึงจะสอดคล้องกับเนื้อหาสาระของรายวิชา 

a)

จัดกิจกรรมนอกห้องเรียนที่ให้ผู้เรียนได้วิ่งไปตอบคำถามตามจุดต่างๆ

b)

ให้ผู้เรียนสะสมชั่วโมงในการเคลื่อนไหวร่างกายระหว่างที่อยู่ที่บ้าน

c)

เปิดโอกาสให้ผู้เรียนแต่ละคนทำท่าบริหารร่างกายทุกๆ 20 นาที

d)

ให้ผู้เรียนได้สลับที่นั่งไปเรื่อยๆในแต่ละคาบที่เรียนในรายวิชา

e)

ไม่มีข้อที่ถูกต้อง 

24.

ทนิตย์เป็นคนที่ชอบพูดคุยและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับบุคคลที่หลากหลาย ชอบที่จะได้ค้นหาคำตอบจากการทดลองหรือลองทำสิ่งใหม่ๆด้วยตนเอง สนใจงานประดิษฐ์หรืองานศิลปะต่างๆ ท่านคิดว่าทนิตย์มีรูปแบบการเรียนรู้แบบใดตามแนวคิดของ Kolb

a)

นักซึมซับ (Assimilating)

b)

นักคิดสรุปรวม (Converging)

c)

นักปรับตัว (Accommodating)

d)

นักสะสมประสบการณ์ (Collecting)

e)

นักคิดหลากหลายมุมมอง (Diverging)

25.

อรุณีได้ไปเรียนคอร์สขนมซอฟคุ้กกี้ทางออนไลน์ โดยเธอได้ค้นพบเทคนิคในการทำคุ้กกี้ให้นุ่มแต่มีความกรอบเนื่องจากนำความรู้เดิมตอนทำคุ้กกี้กรอบเข้ามาผสมผสาน กระบวนการทางความคิดดังกล่าวของอรุณีอยู่ในกระบวนการใด ตามทฤษฎีพัฒนาการของ Piaget

a)

กระบวนการช่วยเหลือ (Scaffolding)

b)

กระบวนการลงมือปฏิบัติ (Practicing)

c)

กระบวนการซึมซับข้อมูล (Assimilation)

d)

กระบวนการขัดเกลาทางสังคม (Socialization)

e)

กระบวนการปรับโครงสร้าง (Accommodation)

26.

ข้อใดคือความแตกต่างระหว่างการจัดกลุ่มอภิปรายแบบซินดิเคต (Syndicate) กับแบบโต๊ะกลม (Round Table)

a)

ประเด็นที่นำมาใช้ในการอภิปราย

b)

ระยะเวลาที่ใช้ในการอภิปราย

c)

คุณลักษณะของผู้เข้าร่วม

d)

รูปแบบของจัดที่นั่ง

e)

จำนวนสมาชิก

27.

การเลือกกรณีศึกษาเข้ามาใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ควรคำนึงถึงสิ่งใดต่อไปนี้

1. ความละเอียดของข้อมูล

2. ความสมจริงของกรณีศึกษา

3. ความคุ้นเคยกับเจ้าของกรณีศึกษา

a)

ข้อ 1

b)

ข้อ 2

c)

ข้อ 1 และ 2

d)

ข้อ 2 และ 3

e)

ถูกทุกข้อ

28.

ขั้นตอนใดในการนำการแสดงละครมาใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ทื่ถือว่าต้องคำนึงถึงความเหมาะสมของผู้ร่วมกิจกรรมมากที่สุด

a)

การเตรียมบทละคร

b)

การเลือกบทบาทผู้แสดง

c)

การศึกษาและซักซ้อมบท

d)

การแสดงและชมละคร

e)

การสรุปบทเรียน

29.

ข้อความใดต่อไปนี้กล่าวไม่ถูกต้อง

a)

การให้คนที่มีบุคลิกภาพแตกต่างจากตัวละครได้ลองรับบทบาทนั้นเป็นสิ่งที่ไม่พึงกระทำในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้

b)

การให้ผู้เรียนได้เรียนรู้บุคลิกภาพของตัวละคร จะนำไปสู่การเข้าถึงอารมณ์ ความรู้สึก ความคิดของผู้อื่นได้ค่อนข้างดี

c)

ผู้เรียนจะมีส่วนแสดงความคิดเห็นได้ดีเมื่อเรากำหนดประเด็นหรือขอบเขตเนื้อหาของบทละครไว้อย่างกว้างๆ

d)

ผู้สอนควรรีบยุติการแสดงเมื่อการแสดงนั้นมีลักษณะที่ยืดเยื้อและได้ข้อมูลเพียงพอต่อการอภิปราย

e)

การอภิปรายผลควรแบ่งผู้เรียนออกเป็นกลุ่มย่อยๆเพื่อให้ทุกๆคนได้มีส่วนร่วมในการอภิปราย

30.

การที่ครูนิรมลต้องการให้ผู้เรียนชั้น ม. 2 ได้เรียนรู้และวิเคราะห์อากัปกิริยาของผู้ที่อารมณ์ในรูปแบบต่างๆ จึงนำเกมตอบคำถาม 3 วินาที แบบแข่งขันเข้ามาใช้ ท่านคิดว่าเหมาะสมหรือไม่ เพราะเหตุใด 

a)

เหมาะสม เนื่องจาก เปิดโอกาสให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้เนื้อหาได้ค่อนข้างมากกว่าการจัดกิจกรรมรูปแบบอื่น

b)

เหมาะสม เนื่องจาก เหมาะกับสอดคล้องกับความสนใจของผู้เรียนในช่วงวัยดังกล่าวาและสอดคล้องกับเนื้อหาสาระ

c)

ไม่เหมาะสม เนื่องจากการเรียนรู้อารมณ์และสังเกตเห็นพฤติกรรมควรใช้ระยะเวลาในการเรียนรู้ที่มากพอ

d)

ไม่เหมาะสม เนื่องจากจะสร้างความสนุกสนานและเบี่ยงเบนประเด็นความสนใจในเนื้อหาของกิจกรรมออกไป

e)

ไม่เหมาะสม เนื่องจากค่อนข้างใช้ระยะเวลานานในการหาผู้ชนะ อาจะส่งผลให้เวลาไม่เพียงพอกับการอภิปราย

31.

ข้อใดต่อไปนี้ที่ไม่นับเป็นสื่อการสอน

a)

คำบอกเล่าจากปราชญ์

b)

ข่าวจากหน้าเวบไซต์

c)

รูปภาพเหตุการณ์

d)

คลิปวิดีโอ

e)

ห้องเรียน

32.

จงเรียงลำดับสื่อการสอนต่อไปนี้ตามแนวคิดของ Dale’s Cone Experience จากรูปธรรมไปสู่นามธรรม

1. โมเดลจำลองตัวบ้าน

2. ตัวอย่างบทกลอน

3. อาหารและเครื่องดื่มจริง

a)

1  2  3

b)

1  3  2

c)

2  1  3

d)

2  3  1

e)

1  2

33.

หากต้องการสร้างบัตรคำ โดยอยากใช้ตัวอักษรเป็นสีแดงเลือดหมู ควรเลือกใช้พื้นหลังเป็นสีอะไร

a)

ดำเข้ม 

b)

เทาเข้ม

c)

เขียวเข้ม

d)

เหลืองอ่อน

e)

น้ำเงินอ่อน

34.

ครูท่านใดต่อไปนี้เลือกใช้สื่อที่ทำให้ผู้เรียนชั้น ม. 3 เกิดกระบวนการคิดได้อย่างหลากหลาย ร่วมกันแสดงความคิดเห็นของตนเองได้อย่างอิสระ และเหมาะสมกับผู้เรียน

a)

ครูภารดีนำบัตรคำออนไลน์ที่สะกดไม่ตรงตามมาตรามาใช้ในการสอนคาบเรียนภาษาไทย

b)

ครูเภตรานำคลิปเสียงสุนทรพจน์ประธานาธิบดี Joe Biden มาให้ศึกษาในคาบภาวะผู้นำ

c)

ครูภีรพงศ์นำโมเดลจำลองการเกิดกระแสไฟฟ้าจากเขื่อนมาอธิบายในคาบของการสร้างพลังงาน

d)

ครูภัคพงษ์นำคลิปวิดีโอการทำชีสทาร์ตจาก Youtube มาให้ผู้เรียนได้ดูและลงมือปฏิบัติไปพร้อมๆกัน

e)

ครูภุชงค์นำบทความทางวิชาการเรื่องการดูแลสุขภาพด้วย Keto มาให้นักเรียนศึกษาในคาบสุขศึกษา

35.

คลิปวิดีโอประเภทใดต่อไปนี้ที่มีแนวโน้มดึงดูดความสนใจของผู้เรียนในช่วงมัธยมศึกษาตอนต้นส่วนใหญ่ได้มากที่สุด

a)

การ์ตูนจาก Youtube

b)

คลิปรวมภาพธรรมชาติ

c)

ฉากหนึ่งของซีรี่ย์ยอดฮิต 

d)

รายการสัมภาษณ์นักการเมือง

e)

ส่วนหนึ่งของคลิปข่าวออนไลน์

36.

สื่อการสอนที่นำมาใช้กับผู้เรียน Gen Z ควรมีหลากหลายรูปแบบด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้ ยกเว้นข้อใด

a)

สร้างความท้าทายในการเรียนรู้ให้กับผู้เรียน

b)

เพิ่มความสนใจในกิจกรรมการเรียนรู้ได้มากขึ้น 

c)

ผู้เรียนเกิดการชื่นชมและเชื่อมั่นในศักยภาพของตนเอง

d)

เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ผ่านประสาทสัมผัสที่หลากหลาย

e)

ตอบสนองลักษณะของการทำสิ่งต่างๆในเวลาเดียวได้พร้อมกัน

37.

คุณครูท่านหนึ่งต้องการที่จะจัดกิจกรรมการเรียนรู้เรื่องการรับรู้ตนเองให้กับนักเรียนชั้น ม .1 โดยต้องการขั้นนำที่กระเทือนความรู้สึกของผู้เรียนเพื่อจะได้เชื่อมโยงไปสู่เนื้อหาได้ง่าย ครูท่านนี้ควรเลือกใช้สื่อประเภทใด

a)

คลิปการ์ตูน

b)

เพลงเพื่อชีวิต 

c)

ข่าวจากสื่อออนไลน์

d)

บทความอัตชีวประวัติ

e)

สกู๊ปสั้นเรื่องราวชีวิตบุคคล

38.

หากครูต้องการให้ผู้เรียนได้วิเคราะห์ความเป็นตัวเองมากที่สุด ครูควรเลือกใช้สื่อใดต่อไปนี้

a)

Line

b)

E-mail

c)

Twitter

d)

Youtube

e)

Facebook

39.

คุณครูต้องการที่จะให้ผู้เรียนชั้น ม. 3 ได้เข้าใจกับคำว่าอัตลักษณ์แห่งตนอย่างลึกซึ้ง จึงคิดที่จะนำสื่อการสอนมาใช้ในขั้นนำ ท่านคิดว่าครูควรเลือกใช้สื่อใดต่อไปนี้จึงจะมีความเหมาะสมมากที่สุด 

a)

คลิปเสียงสัมภาษณ์แรงงานต่างด้าวในไทย

b)

บทความวิชาการเรื่องอัตลักษณ์ของเยาวชนไทย

c)

เพลงที่มีเนื้อหาของการดิ้นร้นเพื่อให้มีชีวิตที่ดีขึ้น

d)

คลิปวิดีโอสัมภาษณ์เส้นทางชีวิตของนักร้องยอดนิยม

e)

รูปภาพของบุคคลที่แต่งกายด้วยเสื้อผ้าที่มีเอกลักษณ์

40.

ครูเทิดพงศ์ต้องการให้ผู้เรียนได้รับรู้ตนเองจากมุมมองของเพื่อนร่วมชั้น ครูจึงเปิดโอกาสให้ทุกคนได้สะท้อนถึงเพื่อนโดยไม่ต้องลงชื่อและเลือกใช้การส่ง E-mail ถึงเพื่อนแต่ละคน จากเหตุการณ์นี้ครูเทิดพงศ์ใช้สื่อได้เหมาะสมหรือไม่ เพราะเหตุใด จงเลือกข้อที่ให้เหตุผลได้ดีที่สุด

a)

เหมาะสม เนื่องจาก เป็นการทำให้ผู้เรียนได้รับทราบข้อมูลย้อนกลับได้อย่างทันท่วงที

b)

เหมาะสม เนื่องจาก เครื่องมือดังกล่าวสามารถที่จะให้โอกาสในการสะท้อนข้อมูลได้ในปริมาณที่มาก

c)

เหมาะสม เนื่องจาก มีการนำสื่อเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในกิจกรรมการเรียนรู้ซึ่งเหมาะกับผู้เรียนในยุคปัจจุบัน 

d)

ไม่เหมาะสม เนื่องจาก ผู้สอนจะต้องใช้ระยะเวลาในการจัดเตรียมอุปกรณ์ค่อนข้างนาน เพื่อให้ผู้เรียนทุกคนได้มีส่วนร่วมกับกิจกรรม

e)

ไม่เหมาะสม เนื่องจาก แม้จะมีกระบวนการที่ไม่ให้ลงชื่อ แต่ E-mail สามารถที่จะสืบค้นหาตัวผู้ส่งได้ว่ามาจากผู้ใดซึ่งอาจจะส่งผลต่ออคติที่เกิดขึ้น

41.

ข้อใดต่อไปนี้ถือเป็นขั้นสูงสุดของพฤติกรรมการเรียนรู้ทางด้านจิตพิสัย

a)

การสร้างลักษณะนิสัย

b)

การจัดระบบคุณค่า

c)

การตอบสนอง

d)

การรู้คุณค่า

e)

การรับรู้

42.

“ความสามารถในการสื่อสารกับผู้อื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ” ข้อความดังกล่าวเป็นพฤติกรรมการเรียนรู้ด้านใด

a)

จิตพิสัย

b)

ทัศนวิสัย

c)

พุทธิพิสัย

d)

กตรรกวิสัย

e)

ทักษะพิสัย

43.

หากเราต้องการนำตัวแปรมากำหนดเป็นพฤติกรรมการเรียนรู้ที่มองเห็นและวัดได้อย่างชัดเจน เราควรจะทำอย่างไรเป็นขั้นตอนสุดท้าย

a)

นิยามเชิงทฤษฎีให้กับตัวแปร

b)

นิยามเชิงปฏิบัติการให้กับตัวแปร

c)

กำหนดพฤติกรรมบ่งชี้ให้กับตัวแปร

d)

กำหนดองค์ประกอบย่อยของตัวแปร

e)

สังเคราะห์ตัวแปรนั้นไปเป็นแนวคิดใหม่ 

44.

ข้อใดต่อไปนี้สะท้อนถึงพฤติกรรมการเรียนรู้ในระดับของการรู้คุณค่า

a)

บอกระดับอัตมโนทัศน์ทางสังคมของตนเองได้

b)

เสนอแนวทางที่สู่การทบทวนตนเองทางด้านสังคมได้

c)

มีการทบทวนตนเองถึงทักษะทางด้านสังคมอยู่บ่อยครั้ง

d)

ให้เหตุผลสะท้อนถึงความสำคัญของอัตมโนทัศน์ทางสังคม

e)

สะท้อนลักษณะนิสัยของการเป็นผู้มีอัตมโนทัศน์ทางสังคมสูง

45.

ข้อใดต่อไปนี้กำหนดพฤติกรรมการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับอัตมโนทัศน์ทางสังคมด้านการรับรู้ถึงการยอมรับจากบุคคลอื่นได้อย่างถูกต้อง

a)

ผู้เรียนสามารถสะท้อนได้ว่าตนเองทำประโยชน์ให้กับผู้อื่นในชั้นเรียนอย่างไรบ้าง

b)

ผู้เรียนสามารถเล่าเรื่องราวและความรู้สึกของตนเองในการถูกคัดเลือกเป็นหัวหน้าห้องได้

c)

ผู้เรียนสามารถสะท้อนได้ว่าตนมีความสามารถในการควบคุมอารมณ์ของตนเองอยู่ในระดับใด

d)

ผู้เรียนรับรู้ว่าตนเองสามารถวิเคราะห์ความรู้สึกของเพื่อนในห้องกำลังเล่าเรื่องราวชีวิตของเขาได้

e)

ผู้เรียนรับรู้ได้ว่าตนเองสามารถที่จะระบุความรู้สึกหรืออารมณ์ที่เกิดขึ้นในเหตุการณ์หนึ่งๆได้

46.

หากผู้เรียนมีระดับอัตมโนทัศน์ทางสังคมจากการทำแบบวัดอยู่ในระดับ 4.05 จาก 5 ระดับ ผู้เรียนคนดังกล่าวจะมีอัตมโนทัศน์อยู่ในระดับใดตามเกณฑ์ที่นิยมใช้โดยทั่วไป

a)

น้อยที่สุด

b)

น้อย

c)

ปานกลาง

d)

มาก

e)

มากที่สุด

47.

ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการวัดอัตมโนทัศน์ทางสังคมซึ่งมีคุณลักษณะเป็นตัวแปรทางจิตวิทยา

a)

ควรมีการกำหนดตัวบ่งชี้หรือพฤติกรรมบ่งชี้ให้ชัดเจน

b)

สามารถนำแแบบวัดมาตรประมาณค่ามาใช้ประเมินได้

c)

อาจใช้เครื่องมือที่มีความหลากหลายในการประเมินผล

d)

ส่วนใหญ่มักใช้เครื่องมือในการให้ตอบแบบรายงานตนเอง

e)

หากใช้แบบทดสอบความรู้ควบคู่ไปด้วยจะทำให้ประเมินได้ครบถ้วน

48.

หากเราต้องการได้ข้อมูลในเชิงคุณภาพที่มีรายละเอียดของข้อมูลต่างๆอย่างชัดเจน ควรเลือกใช้เครื่องมือใด

a)

แบบสอบถามแบบมาตรประมาณค่า

b)

แบบสอบถามแบบปลายเปิด

c)

แบบสังเกตพฤติกรรม

d)

แบบทดสอบความรู้

e)

แบบสัมภาษณ์

49.

คุณครูท่านใดต่อไปนี้ที่เข้าใจกระบวนการหาคุณภาพเครื่องมือได้อย่างถูกต้อง

a)

ครูนำสุขนำแบบประเมินตนเองของผู้เรียนไปให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบความถูกต้องของภาษา

b)

ครูนำฤกษ์นำแบบสังเกตพฤติกรรมไปให้ผู้เชี่ยวชาญจำนวน 3 ท่านตรวจสอบหาค่าความยาก-ง่าย

c)

ครูนำชัยตัดข้อคำถามทุกข้อที่มีดัชนีความสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ที่มีผู้เชี่ยวชาญประเมินว่าไม่มั่นใจ

d)

ครูนำทรัพย์ให้ผู้เชี่ยวชาญประเมินดัชนีความตรงเชิงเนื้อหาโดยให้ทำเครื่องหมายในช่อง -1 / 0 / 1

e)

ครูนำโชคนำคำถามปลายเปิดของตนเองไปให้เพื่อนร่วมงานที่สนิท 1 คนเป็นผู้ตรวจสอบความสอดคล้องกับเนื้อหา

50.

ข้อใดต่อไปนี้กล่าวไม่ถูกต้อง

a)

การสร้างข้อความในแบบสอบถามควรมีทั้งข้อความเชิงบวกและข้อความเชิงลบ

b)

โดยส่วนใหญ่หากเป็นแบบสอบถามจะมีการหาคุณภาพของเครื่องมือด้วยความตรงเชิงเนื้อหา

c)

ผู้เชี่ยวชาญที่ประเมินคุณภาพควรมีผู้ที่มีตำแหน่งทางการบริหารเพื่อสามารถพิจารณาในภาพรวมได้

d)

การหาคุณภาพของเครื่องมือแต่ละชนิดอาจจะมีความแตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับประเภทเครื่องมือ

e)

การจะสร้างเครื่องมือวัดที่มีคุณภาพจะต้องเริ่มตั้งแต่การศึกษาการศึกษาตัวแปรอย่างละเอียดถี่ถ้วน

51.

ข้อใดต่อไปนี้ไม่นับเป็นสมรรถนะการแนะแนวทางด้านส่วนตัวและสังคมของระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น

a)

รู้จักและเข้าใจตนเอง

b)

มีวุฒิภาวะทางอารมณ์

c)

รู้จักและเข้าใจสิ่งแวดล้อม

d)

รักและเห็นคุณค่าในตนเองและผู้อื่น

e)

ปรับตัวและดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข

52.

ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับกิจกรรมแนะแนว

a)

มีจุดประสงค์เพื่อให้ผู้เรียนได้รู้จักและเข้าใจตนเอง

b)

เป็นกิจกรรมหนึ่งในกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนของสถานศึกษา

c)

สัดส่วนทางด้านส่วนตัวและสังคมมีความสำคัญมากกับ ม.ต้น

d)

สามารถนำกิจกรรมแนะแนวไปสอดแทรกในวิชาต่างๆทดแทนคาบแนะแนวได้

e)

การปรับตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมนับเป็นจุดประสงค์หนึ่งของกิจกรรมแนะแนว

53.

ประเด็นใดต่อไปนื้ถือเป็นมิติของการศึกษา

a)

การทำงานพิเศษ

b)

การเตรียมตัวสอบ

c)

การควบคุมตนเอง

d)

การเตรียมสัมภาษณ์งาน

e)

การวางตัวกับเพื่อนในห้องเรียน

54.

จุดประสงค์การเรียนรู้ที่ระบุว่า “บอกความรู้สึกต่อตนเองและต่อผู้อื่นได้” นับเป็นสมรรถนะการแนะแนวใด

a)

เห็นคุณค่าในผู้อื่น

b)

รู้จักและเข้าใจตนเอง

c)

มีวุฒิภาวะทางปัญญา

d)

มีวุฒิภาวะทางอารมณ์

e)

ปรับตัวได้อย่างมีความสุข

55.

ข้อใดต่อไปนี้ที่สะท้อนว่าผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ตามสมรรถนะการมีวุฒิภาวะทางอารมณ์ 

a)

ทัดดาวสามารถอธิบายถึงจุดบอดของตนเองให้กับเพื่อนๆในห้องรับฟังได้

b)

ใกล้จันทร์สามารถสะท้อนถึงการยอมรับในความแตกต่างระหว่างกันได้

c)

เสมอเมฆสามารถบอกคุณค่าของการพัฒนาตนเองได้อย่างต่อเนื่อง

d)

เทียมฟ้าสามารถบรรยายความสำคัญของตนเองที่มีต่องานกลุ่มได้

e)

สายลมสามารถแสดงอารมณ์ที่เหมาะสมได้ในสถานการณ์ต่างๆ

56.

ข้อใดต่อไปนี้ควรอยู่ในส่วนหัวเรื่องของแผนการจัดกิจกรรมแนะแนว

a)

ระยะเวลาในการดำเนินกิจกรรม

b)

ชื่อผู้อำนวยการสถานศึกษา

c)

ขั้นตอนการจัดกิจกรรม

d)

สมรรถนะสำคัญ

e)

สื่อการเรียนรู้

57.

หากเราต้องการสะท้อนถึงแก่นเนื้อหาของสิ่งที่จะให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ในแต่ละคาบ เราจะต้องนำไประบุไว้ในองค์ประกอบใดของแผน

a)

หัวเรื่อง

b)

สาระสำคัญ

c)

สาระการเรียนรู้

d)

สมรรถนะสำคัญ

e)

จุดประสงค์การเรียนรู้

58.

ข้อใดต่อไปนี้เป็นการเลือกใช้ขั้นนำได้เหมาะกับเนื้อหาที่เกี่ยวกับการรู้จักตนเอง

a)

การให้ผู้เรียนได้สัมภาษณ์ชีวิตของเพื่อนๆในห้องประมาณ 5 คน แล้วนำเสนอ

b)

การให้ผู้เรียนทำแบบวัดบุคลิกภาพของตนเองแล้วเชื่อมโยงไปสู่สิ่งที่จะเรียนรู้ 

c)

การให้ผู้เรียนสะท้อนเพลงที่ตนเองชอบพร้อมบอกเหตุผลจนครบทุกคนในห้อง 

d)

การให้ผู้เรียนนำภาพของตนเองมาวิเคราะห์ในแต่ละมิติแล้วเล่าให้เพื่อนในห้องฟัง 

e)

การให้ผู้เรียนได้เรียนรู้เนื้อหาเกี่ยวกับตัวตนในมิติต่างๆทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม สติปัญญา 

59.

หากต้องการได้ข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรมที่แท้จริงของผู้เรียนในระหว่างที่ดำเนินกิจกรรม ควรใช้การประเมินผลใดมากที่สุด

a)

สังเกต

b)

ทดสอบ

c)

สอบถาม

d)

สัมภาษณ์

e)

ประเมินทักษะ

60.

ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่เหตุผลสำคัญของการที่ต้องบันทึกผลหลังการจัดกิจกรรม

a)

เพื่อนำผลที่ได้ไปใช้ในการปรับปรุงการดำเนินกิจกรรมในครั้งต่อไป

b)

เพื่อให้มีข้อมูลของบรรยากาศการเรียนรู้และการมีส่วนร่วมของผู้เรียน

c)

เพื่อให้ทราบว่าผลการเรียนรู้ได้เกิดขึ้นตามจุดประสงค์ที่กำหนดไว้หรือไม่

d)

เพื่อเป็นข้อมูลในการรวบรวมปัญหาและอุปสรรคที่เกิดขึ้นในระหว่างทำกิจกรรม

e)

เพื่อจะได้เป็นหลักฐานเชิงประจักษ์สำหรับยืนยันว่าไม่ต้องมีการจัดกิจกรรมซ้ำอีก