Worksheets[SCI:3M] 01-02สารละลายกรด-เบส GIFTEDSCITEST02
Total questions: 50
Worksheet time: 2hrs 40mins
เมื่อนำสารละลาย X มาเติมอินดิเคเตอร์ชนิดต่างๆ ได้ผลดังนี้
สารละลาย X จะมี pH โดยประมาณเท่าใด และถ้าหยดเมธิลออเรนจ์ 2 หยดลงในสารละลาย X ปริมาตร 10 cm3 จะได้สีอะไร
7.9 – 8.3 , สีแดง
6.0 – 7.6 , สีส้ม
6.7 – 7.6 , สีเหลือง
6.7 – 8.3 , สีเหลือง
จากข้อมูลดังกล่าว สารละลาย A, B, C และ D ควรเป็นสารละลายใดตามลำดับในข้อต่อไปนี้
น้ำเกลือ น้ำส้มสายชู น้ำปูนใสและน้ำเชื่อม
น้ำเชื่อม น้ำเกลือ น้ำปูนใสและน้ำส้มสายชู
น้ำเชื่อม น้ำส้มสายชู น้ำเกลือและน้ำปูนใส
น้ำเกลือ น้ำปูนใส น้ำส้มสายชูและน้ำเชื่อม
กราฟข้อใดแสดงการเปลี่ยน pH ของสารละลายที่ได้จากการเติมสารละลายโซเดียมไฮดรอกไซด์ลงในสารละลายกรดแอซีติก
การเตรียมสารละลายของกรดซัลฟิวริกเจือจาง โดยเติมกรดลงในน้ำ เราจะพบว่ามีความร้อนเกิดขึ้นน้อยกว่าเมื่อเติมน้ำลงในกรด เหตุผลที่ถูกต้องที่สุดคือข้อใด
ความหนาแน่นของกรดซัลฟิวริกเข้มข้นมีค่ามากกว่าความหนาแน่นของน้ำ
ขนาดโมเลกุลของกรดซัลฟิวริกใหญ่กว่าของน้ำ การแทรกตัวของกรดในน้ำ ซึ่งมีขนาดเล็กกว่าจะเกิดได้ดีกว่าน้ำ
แรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุลของกรดซัลฟิวริกมีมากกว่าแรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุลของน้ำพลังงานที่ใช้ละลายจึงสูงกว่า
กรดซัลฟิวริกเป็นสารไอออนิก เมื่อใส่น้ำจะแตกตัวเป็นไอออนได้ง่าย แต่น้ำเมื่อใส่ในกรดจะแตกตัวเป็นไอออนได้ยากกว่า
สารละลายกรดไฮโดรคลอริกเข้มข้นร้อยละ 36.5 โดยมวลต่อมวล มีความหนาแน่น 1.15 g/cm3 ถ้าต้องการเตรียมกรดไฮโดรคลอริกเข้มข้น 0.23 mol/dm3 จำนวน 250 cm3 จะต้องใช้กรดไฮโดรคลอริกกี่ลูกบาศก์เซนติเมตร (กำหนดให้มวลโมเลกุลกรด = 36.5)
2.5
5.0
7.5
10.0
นำสารละลาย HCl ความเข้มข้น X mol/dm3 ใส่ในหลอดทดลอง 3 หลอด หลอดละ 2 cm3 แต่ละหลอดหยดอินดิเคเตอร์ 2-3 หยด ได้ผลดังแสดงในตาราง สารละลายควรมี pH เท่าใด
3
4
5
6
สารละลาย x มี pH ประมาณเท่าใด
6
7
8
9
พิจารณาสีของสารละลาย X เมื่อเติมอินดิเคเตอร์ชนิดต่างๆ ต่อไปนี้ สารละลาย X ควรมี pH อยู่ในช่วงใด
3-6.3
3.2-4.6
4.2-4.4
4.2-4.6
เมื่อนำน้ำทิ้งจากโรงงานแห่งหนึ่งมากรอง ได้สารละลายใสไม่มีสี แบ่งสารละลายมาเติมอินดิเคเตอร์ต่างๆ ลงไปได้ผลดังนี้
pH ที่ถูกต้องของสารละลายควรอยู่ในช่วงใด
5.8 – 6.0
6.3 – 6.6
6.0 – 6.3
6.6 – 7.1
พิจารณาผลการทดลองในตารางต่อไปนี้
ข้อสรุปใดถูกต้อง
ก. pH ของสาร A มีค่าสูงกว่า 7
ข. ถ้าใส่เปลือกไข่ลงในสารละลาย B จะมีฟองแก๊สเกิดขึ้นเล็กน้อย
ค. ถ้าใส่ชิ้นสังกะสีลงในสารละลาย C จะมีฟองแก๊สและความร้อนเกิดขึ้น
ข้อ ก
ข้อ ข
ข้อ ค
ข้อ ก และ ข
ข้อ ข และ ค
พิจารณาข้อความต่อไปนี้
ก. กรดแก่เป็นกรดที่มีความเข้มข้นของเนื้อกรดมาก
ข. สารละลายที่เป็นกรดเพิ่มขึ้น จะมีค่า pH ลดลง
ค. อินดิเคเตอร์เป็นเครื่องมือที่ใช้วัดค่า pH
ข้อความใดกล่าวถูกต้อง
ก
ข
ค
ก และ ข
ข และ ค
เมื่อปล่อยแก๊ส A ลงไปทำปฏิกิริยากับสารละลาย B จะได้ตะกอนสีขาวขุ่น ขณะเดียวกัน หากอัดแก๊สชนิดนี้เติมลงในน้ำจะทำให้ได้สารละลายที่มีฤทธิ์เป็นกรดอ่อนๆ จงหาว่าข้อใดสามารถทำให้เกิดแก๊ส A
การคายน้ำของพืช
หยดกรดลงบนหินปูน
เติมน้ำสบู่ลงในน้ำกระด้างชั่วคราว
นำไขมันผสมกับสารละลายเบส
กำหนดช่วงการเปลี่ยนสีของอินดิเคเตอร์ธรรมชาติ สมมติดังนี้
นำสารละลาย A มาทดสอบด้วยอินดิเคเตอร์สีน้ำเงินจากดอกอัญชันจะได้สีม่วง ทดสอบด้วยสีแดงจากดอกกุหลาบได้สีส้ม ทดลอบด้วยสีส้มจากดอกทองหลางได้สีส้ม ทดสอบด้วยสีส้มจากดอกพวงแสดได้สีเหลือง
ค่า pH โดยประมาณของสารละลาย A คือข้อใด
ประมาณ 4.5
ประมาณ 5.7
ประมาณ 6.1
ประมาณ 7.4
กำหนดข้อความต่อไปนี้
ก. เปลี่ยนสีกระดาษลิตมัสจากสีน้ำเงินเป็นสีแดง
ข. ให้สารละลายไม่มีสีในฟีนอล์ฟทาลีน
ค. ให้สีเขียวเมื่อทดสอบกับเจนเชียนไวโอเลต
ง. ทำปฏิกิริยากับผงฟู แล้วเกิดฟองแก๊ส
จากข้อความดังกล่าวควรเป็นสมบัติของสารชนิดใด
สารละลายกรดแอซิติก
สารละลายโซเดียมไฮดรอกไซด์
สารละลายแอมโมเนีย
สารละลายกรดซัลฟิวริก
นักเรียนคนหนึ่ง ทำการทดลองโดยนำน้ำสกัดจากเปลือกไม้ A, B, C และ D มาอย่างละ 5 cm3 ใส่ในหลอดทดลองขนาดกลาง หลอดละชนิด เติมน้ำมันพืชหลอดละ 1 cm3 แล้วเขย่าพร้อมกันโดยใช้เครื่องช่วยเขย่าในเวลาเท่ากัน แล้ววัดความสูงของฟองที่เกิดขึ้น ข้อใดเป็นสมมติฐานของการทดลองนี้
น้ำจากเปลือกไม้แต่ละชนิดสามารถเกิดฟองเมื่อเติมน้ำมันพืชได้เท่ากันหรือไม่
น้ำจากเปลือกไม้แต่ละชนิดสามารถใช้ทำสบู่ได้
น้ำจากเปลือกไม้ชนิดใดมีความเป็นกรดมากที่สุด
น้ำจากเปลือกไม้แต่ละชนิดมีความเป็นเบสแตกต่างกัน
สารในข้อใดที่เปลี่ยนสีกระดาษลิตมัสจากแดงเป็นน้ำเงิน
น้ำมะนาว น้ำส้ม
น้ำผงซักฟอก น้ำขี้เถ้า
น้ำอัดลม น้ำมะเขือเทศ
น้ำฝน น้ำยาล้างจาน
น้ำสบู่ น้ำกาแฟ
ข้อใดไม่ใช่อินดิเคเตอร์สำหรับกรด-เบส
น้ำคั้นจากดอกอัญชัน
ฟีนอลเรด
เมทิลออเรนจ์
ไบยูเร็ต
บรอมไทมอลบลู
สารข้อใดที่สามารถทำให้โลหะสังกะสีสึกกร่อนได้
สารละลายผงซักฟอก
สารละลายโซเดียมคลอไรด์
สารละลายแคลเซียมไฮดรอกไซด์
น้ำยาล้างห้องน้ำ
เมื่อนำขี้เถ้ามาละลายในน้ำ สารละลายที่ได้ควรมีสมบัติตามข้อใด
สะเทินได้กับเบส
เป็นกลาง
เปลี่ยนลิตมัสจากสีแดงเป็นสีน้ำเงิน
เปลี่ยนลิตมัสจากสีน้ำเงินเป็นสีแดง
จากปฏิกิริยาเคมีต่อไปนี้
ก. แคลเซียมคาร์บอเนต + กรดซัลฟิวริก → แคลเซียมซัลเฟต + น้ำ + สาร ก
ข. แอมโมเนียมคลอไรด์ + สาร ข → โซเดียมคลอไรด์ + น้ำ + แก๊สแอมโมเนีย
ค. สังกะสี + กรดเกลือ → สังกะสีคลอไรด์ + สาร ค
สาร ก, ข และ ค คือสารในข้อใด เรียงตามลำดับ
แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์, โซเดียมไฮดรอกไซด์, แก๊สไฮโดรเจน
แก๊สไฮโดรเจน, โซเดียมไฮดรอกไซด์, แก๊สคลอรีน
แก๊สไฮโดรเจน, น้ำ, แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์
แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์, น้ำ, แก๊สไฮโดรเจน
เด็กหญิงดำ ถูกน้ำยาล้างห้องน้ำซึ่งมีสมบัติเป็นกรดหกราดนิ้วมือ จะมีวิธีทำอย่างไรจึงจะไม่เป็นแผลและไม่เจ็บ
รีบล้างด้วยน้ำสะอาด แล้วจุ่มนิ้วลงในสารละลายโซเดียมไบคาร์บอเนตอย่างเจือจาง
รีบล้างด้วยน้ำแล้วล้างด้วยน้ำยาล้างตา
รีบจุ่มนิ้วลงในสารละลายโซเดียมไฮดรอกไซด์ทันที
ล้างด้วยแอลกอฮอล์แล้วทายาหม่องหรือขี้ผึ้ง
ในการเลือกดอกไม้เพื่อใช้ทดสอบกรด-เบส แทนลิตมัส ข้อใดที่ใช้แทนกันไม่ได้
ดอกอัญชัน
ดอกเข็มสีแดง
ดอกเข็มสีแดง
ดอกตะแบกสีม่วง
ทำการทดลองอย่างไรจึงจะทราบว่าของเหลวไม่มีสี 3 ชนิด เป็น น้ำ น้ำส้มสายชู หรือน้ำเกลือ
ทดสอบด้วยกระดาษลิตมัสสีน้ำเงิน แล้วนำของเหลวที่ไม่เปลี่ยนสีลิตมัสอีก 2 ชนิดไปเผาในจานหลุมโลหะ
หาจุดเดือด ทดสอบด้วยกระดาษลิตมัส ชิมรส
ทดสอบด้วยกระดาษลิตมัส แล้วนำของเหลวอีก 2 ชนิดที่ไม่เปลี่ยนสีกระดาษลิตมัสไปกลั่น
ดมกลิ่น ชิมรส และใช้กระดาษลิตมัส
สารในข้อใดที่ละลายน้ำแล้วเปลี่ยนสีกระดาษลิตมัส จากแดงเป็นน้ำเงิน
ผงฟู ผงซักฟอก น้ำยาเช็ดกระจก
น้ำยาล้างห้องน้ำ
เกลือแกง น้ำตาลทราย โซดาแอช
น้ำมะนาว น้ำส้มสายชู
สารในชีวิตประจำวันที่เปลี่ยนสีกระดาษลิตมัสจากน้ำเงินเป็นแดง
น้ำอัดลม น้ำส้มสายชู น้ำยาล้างห้องน้ำ
น้ำสบู่ น้ำยาล้างจาน น้ำเกลือ
สารละลายผงซักฟอก น้ำปูนใส สารละลายผงฟู
น้ำเชื่อม น้ำมะนาว น้ำขี้เถ้า
เมื่อนำสารเคมีชนิดหนึ่งมาต้มกับน้ำมันพืช ปรากฏว่าผลที่ได้มีลักษณะลื่นมือคล้ายสบู่ นักเรียนคิดว่าสารเคมีชนิดนั้นควรเป็นสารอะไร
กรดน้ำส้ม
โซเดียมคาร์บอเนต
โพแทสเซียมไฮดรอกไซด์
แคลเซียมคลอไรด์
สารข้อใดที่สามารถเปลี่ยนสีกระดาษลิตมัสจากสีแดงเป็นน้ำเงิน
น้ำส้มสายชู น้ำโซดา น้ำยาล้างห้องน้ำ
น้ำแชมพู น้ำสบู่ น้ำขี้เถ้า
โซเดียมไฮดรอกไซด์ น้ำปูนใส น้ำเกลือ
น้ำส้ม ด่างคลี โซดาซักผ้า
เมื่อทำการทดลอง
ครั้งที่ 1 น้ำมันพืชต้มกับสารละลายโซเดียมไฮดรอกไซด์ได้สาร ①
ครั้งที่ 2 ต้มสารละลายโพแทสเซียมไฮดรอกไซด์กับแอมโมเนียมไนเตรด ได้สาร ② กลิ่นฉุน
ครั้งที่ 3 ใส่ชิ้นสังกะสีลงในหลอดสารละลายกรดไฮโดรคลอริกจะได้ฟองแก๊ส ③
สาร ①, ②, ③ ควรเป็นข้อใดตามลำดับ
สบู่ แก๊สแอมโมเนีย ไฮโดรเจน
โซเดียมคาร์บอเนต แก๊สแอมโมเนีย ออกซิเจน
แก๊สแอมโมเนีย แก๊สไนโตรเจน คลอรีน
สบู่ โพแทสเซียมคลอไรด์ ไฮโดรเจน
ข้อใดเรียงลำดับค่า pH ของสารละลายจากน้อยไปมากได้ถูกต้อง
น้ำมะขาม น้ำกลั่น น้ำยาล้างจาน
ผงซักฟอก น้ำฝน น้ำยาล้างห้องน้ำ
น้ำยาเช็ดกระจก น้ำมันพืช สบู่เหลว
น้ำเชื่อม น้ำโซดา น้ำปูนใส
การรวมกันของสารในข้อใดไม่เกิดแก๊ส
กรดไฮโดรคลอริก + แมกนีเซียม
ปูนขาว + แอมโมเนียมคลอไรด์
กรดแอซีติก + โซเดียมไฮโดรเจนคาร์บอเนต
กรดซัลฟิวริก + แบเรียมคลอไรด์
โซเดียมไฮโดรเจนคาร์บอเนต + น้ำ
สารละลาย E, F, G, H เมื่อนำมาทำปฏิกิริยากับอะลูมิเนียม, แอมโมเนียมไนเตรด, แคลเซียมคาร์บอเนต ได้ผลดังตาราง (-หมายความว่าไม่เกิดปฏิกิริยา) : ข้อความต่อไปนี้ข้อใดไม่ถูกต้องเกี่ยวกับสมบัติของสารละลาย E, F, G, H
สารละลาย E จะไม่ทำปฏิกิริยากับโลหะแมกนีเซียม
สารละลาย F จะไม่ทำปฏิกิริยากับโพแทสเซียมไฮดรอกไซด์ให้สบู่
สารละลาย G จะไม่ทำปฏิกิริยากับโลหะสังกะสีให้ฟองแก๊สไฮโดรเจน
สารละลาย H จะมีฤทธิ์เป็นกลางได้ถ้าผสมกับสารละลาย E ในอัตราส่วนที่เหมาะสม
ถ้าสารละลาย E และ H เป็นสารที่ใช้ตามบ้าน ดังนั้น E และ H ควรเป็นสารละลายใดตามลำดับ
โซดาแผดเผา, น้ำยาเช็ดกระจก
น้ำยาล้างห้องน้ำ, น้ำยซักฟอก
น้ำส้มสายชู, น้ำสบู่
น้ำยาเช็ดกระจก, น้ำยาล้างห้องน้ำ
ข้อใดเป็นคุณสมบัติที่สำคัญของสบู่สามารถทำงานในการชำระล้างสิ่งสกปรก (ไขมัน) ออกจากบริเวณที่ต้องการทำความสะอาดได้
โมเลกุลของสบู่สามารถรวมตัวกับไขมันเกิดเป็นตะกอนแยกตัวออกมาจากบริเวณที่ต้องการทำความสะอาดได้
โมเลกุลของสบู่สามารถผลักไขมันให้หลุดออกมาจากพื้นที่ที่ต้องการทำความสะอาดได้
โมเลกุลของสบู่มีส่วนที่ละลายได้ดีในไขมันและส่วนที่ละลายได้ดีในน้ำ จึงสามารถดึงไขมันให้มารวมกับน้ำเพื่อการกำจัดต่อไปได้
โมเลกุลของสบู่ทำปฏิกิริยาเคมีกับไขมันทำให้โครงสร้างของไขมันเปลี่ยนจนสามารถละลายน้ำและถูกกำจัดออกไปได้
สบู่ทำให้สภาพความเป็นกรดด่างของน้ำที่ใช้ซักล้างมีความเหมาะสมจนสามารถละลายไขมันออกมาจากบริเวณทำความสะอาดได้
ผลการทดลองที่ไม่ถูกต้องคือหมายเลขใด
(1), (6), (7) และ (8)
(5), (6), (8) และ (11)
(3), (7), (9) และ (11)
(6), (8), (10) และ (12)
ข้อสรุปใดถูกต้อง
ถ้าของเหลว A คือ น้ำปูนใส สาร Y คือน้ำมันพืช
ถ้าของเหลว B คือ กรดเกลือ สาร X คือโลหะสังกะสี
ของเหลว C ทำปฏิกิริยากับหินปูน จะให้แก๊สซึ่งทำให้ของเหลว A ขุ่น
แก๊สกลิ่นฉุนซึ่งเกิดจากของเหลว A ทำปฏิกิริยากับสาร Y จะเปลี่ยนสีกระดาษลิตมัสชื้นจากน้ำเงินเป็นแดง
ถ้าทำการทดลองสารละลายเบสกรด เพื่อความปลอดภัยจะใช้สารในข้อใดสะเทิน
น้ำส้มสายชูเจือจาง
น้ำปริมาณมาก
กรดเกลือเข้มข้น
แอลกอฮอล์
โซเดียมไฮดรอกไซด์
ข้อใดกล่าวถูกต้อง
ออกไซด์ของโลหะเมื่อรวมตัวกับน้ำจะได้สารที่มีฤทธิ์เป็นเบส
การชุบเหล็กด้วยสังกะสีเพื่อให้สังกะสีซึ่งมีจุดหลอมเหลวต่ำกว่าทำปฏิกิริยากับอากาศก่อน
กรดเกลือหรือกรดซัลฟิวริกในน้ำยาทำความสะอาดห้องน้ำจะทำปฏิกิริยากับสารประกอบคาร์บอเนตที่ใช้ยาแนวกระเบื้อง ช่วยให้สิ่งสกปรกที่ติดอยู่กับผิวหลุดออกง่ายทางหนึ่ง
กรดไฮโดรคลอริกเจือจางหรือกรดซัลฟิวริกเจือจาง ทำปฏิกิริยากับโลหะแมกนีเซียม เหล็ก และสังกะสี ได้แก๊สไฮโดรเจนทำให้โลหะผุกร่อน
เบสทำปฏิกิริยากับโลหะอะลูมิเนียมหรือสังกะสี ได้แก๊สออกซิเจน แล้วทำให้อะลูมิเนียมหรือสังกะสีผุกร่อน
เมื่อเติมน้ำส้มสายชูลงไปในสารละลายแอมโมเนียไฮดรอกไซด์ การนำไฟฟ้าของสารละลายเพิ่มขึ้นเพราะอะไร
จำนวนไอออนในสารละลายเพิ่มขึ้น
ปฏิกิริยาสะเทินเป็นปฏิกิริยาคายความร้อน
เกิดสารประกอบที่ละลายน้ำได้
น้ำส้มสายชูแตกตัว
สภาพความเป็นกรด-เบสของสารละลายเปลี่ยนไป
จากข้อมูลต่อไปนี้ ข้อความใดไม่ถูกต้อง
แคลเซียมคลอไรด์และน้ำแข็งแห้ง เป็นสารประกอบสำคัญในสารฝนหลวง
หยดสารละลายกรดเกลือลงบนตะกรันในกาต้มน้ำ จะเกิดแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์
เกลือเชิงซ้อนของแอมโมเนียที่เรียกว่าแอมโมเนียอะลัม ใช้ดับกลิ่นตัวได้
น้ำปูนใส โซดาไฟ โซดาซักผ้า และน้ำโซดา จัดเป็นสารในกลุ่มที่มีฤทธิ์เป็นเบส
ใบตะไคร้หอมเป็นพืชที่สกัดได้สารซึ่งนิยมนำมาใช้ไล่แมลงที่เป็นพาหะของโรคไข้เลือดออก
จากการทดลองน้ำในสระว่ายน้ำพบว่า กระดาษลิตมัสสีแดงเป็นสีชมพู เพื่อที่จะปรับสภาพน้ำให้เป็นกลาง ควรเติมสารในข้อใด
กรดเกลือ
โซดาซักผ้า
น้ำ
คลอรีน
เบกกิ้งโซดา
สารที่ทำให้น้ำตาไหลเวลาที่หั่นหัวหอมคือสารใด
กรดแอซิติก
กรดไฮโดรคลอริก
กรดไนตริก
กรดฟูริก
กรดไพรูวิก
สารเคมีในบ้านต่อไปนี้ได้แก่ สบู่ ยาสระผม น้ำยาล้างห้องน้ำ น้ำส้มสายชู ด่างทับทิม เกลือแกง
ผงซักฟอก และผงฟู อัตราส่วนของจำนวนสารที่มีสมบัติเป็น กรด : เบส : เกลือ คือข้อใด
3 : 3 : 2
2 : 3 : 3
2 : 4 : 2
4 : 2: 2
ข้อใดเป็นคุณสมบัติของเบส
ทำปฏิกิริยากับด่างได้เกลือ ก้บน้ำ
ทำปฏิกิริยากับสารประกอบคาร์บอเนตได้แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์
ต้มกับไขมันได้สบู่
มีรสเปรี้ยว
ข้อใดเป็นความหมายของกรดแก่
กรดที่มีความสามารถในการกัดกร่อนรุนแรง
กรดที่แตกตัวให้ H+ ได้เล็กน้อย
กรดที่ได้มาจากแร่ธาตุ
กรดที่แตกตัวให้ H+ ได้ดี
น้ำส้มสายชูหยดลงบนพื้น แล้วมีฟองเกิดขึ้น พื้นนั้นทำด้วยอะไร
ไม้ปาเก้
ซีเมนต์
หินอ่อน
กระเบื้องยาง
น้ำโซดาที่ใช้เป็นเครื่องดื่ม ถูกระดาษลิตมัสตจะเปลี่ยนสีกระดาษลิตมัสตามข้อใด
น้ำเงินเป็นแดง
แดงเป็นน้ำเงิน
น้ำเงินเป็นไม่มีสี
แดงเป็นไม่มีสี
สารละลายข้อใด ที่นำม่ใช้ในการตรวจแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์
สารละลายแคลเซียมคาร์บอเนต
สารละลายโพแทสเซียมไฮดรอกไซด์
สารละลายแคลเซียมไฮดรอกไซด์
สารละลายโซเดียมไฮดรอกไซด์
ของเหลวปริมาตร 50 cm3 มี pH = 7 ถ้าเติมน้ำลงไปจนมีปริมาตร 100 cm3 จะมี pH เท่าใด
pH = 1
pH = 3.5
pH = 7
pH= 14
สารในข้อใดเปลี่ยนสีกระดาษลิตมัสจากสีแดงเป็นสีน้ำเงิน
น้ำปูนใส ผงฟู
ปุ๋ยยูเรีย น้ำอัดลม
ปุ๋ยยูเรีย น้ำโซดา
น้ำขี้เถ้า น้ำมะขาม
การเทกรดไฮโดรคลอริกเข้มข้นให้เจือจางนั้น ควรปฏิบัติอย่างไร
เทกรด และน้ำสลับกันทีละน้อยพร้อมทั้งใช้แท่งแก้วคน
ค่อย ๆ รินกรดลงในน้ำพร้อมทั้งใช้แท่งแก้วคน
เทน้ำลงในกรดทีละน้อยแล้วเขย่าให้เข้ากัน
เอาทั้งกรด และน้ำค่อย ๆ เทลงใส่ภาชนะพร้อม ๆ กัน
