wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

[SCI:3M] 01-02สารละลายกรด-เบส GIFTEDSCITEST02

Total questions: 50

Worksheet time: 2hrs 40mins

Name
Class
Date
1.

เมื่อนำสารละลาย X มาเติมอินดิเคเตอร์ชนิดต่างๆ ได้ผลดังนี้

สารละลาย X จะมี pH โดยประมาณเท่าใด และถ้าหยดเมธิลออเรนจ์ 2 หยดลงในสารละลาย X ปริมาตร 10 cm3 จะได้สีอะไร

a)

7.9 – 8.3 , สีแดง

b)

6.0 – 7.6 , สีส้ม

c)

6.7 – 7.6 , สีเหลือง

d)

6.7 – 8.3 , สีเหลือง

2.

จากข้อมูลดังกล่าว สารละลาย A, B, C และ D ควรเป็นสารละลายใดตามลำดับในข้อต่อไปนี้

a)

น้ำเกลือ น้ำส้มสายชู น้ำปูนใสและน้ำเชื่อม

b)

น้ำเชื่อม น้ำเกลือ น้ำปูนใสและน้ำส้มสายชู

c)

น้ำเชื่อม น้ำส้มสายชู น้ำเกลือและน้ำปูนใส

d)

น้ำเกลือ น้ำปูนใส น้ำส้มสายชูและน้ำเชื่อม

3.

กราฟข้อใดแสดงการเปลี่ยน pH ของสารละลายที่ได้จากการเติมสารละลายโซเดียมไฮดรอกไซด์ลงในสารละลายกรดแอซีติก

a)
b)
c)
d)
4.

การเตรียมสารละลายของกรดซัลฟิวริกเจือจาง โดยเติมกรดลงในน้ำ เราจะพบว่ามีความร้อนเกิดขึ้นน้อยกว่าเมื่อเติมน้ำลงในกรด เหตุผลที่ถูกต้องที่สุดคือข้อใด

a)

ความหนาแน่นของกรดซัลฟิวริกเข้มข้นมีค่ามากกว่าความหนาแน่นของน้ำ

b)

ขนาดโมเลกุลของกรดซัลฟิวริกใหญ่กว่าของน้ำ การแทรกตัวของกรดในน้ำ ซึ่งมีขนาดเล็กกว่าจะเกิดได้ดีกว่าน้ำ

c)

แรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุลของกรดซัลฟิวริกมีมากกว่าแรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุลของน้ำพลังงานที่ใช้ละลายจึงสูงกว่า

d)

กรดซัลฟิวริกเป็นสารไอออนิก เมื่อใส่น้ำจะแตกตัวเป็นไอออนได้ง่าย แต่น้ำเมื่อใส่ในกรดจะแตกตัวเป็นไอออนได้ยากกว่า

5.

สารละลายกรดไฮโดรคลอริกเข้มข้นร้อยละ 36.5 โดยมวลต่อมวล มีความหนาแน่น 1.15 g/cm3 ถ้าต้องการเตรียมกรดไฮโดรคลอริกเข้มข้น 0.23 mol/dm3 จำนวน 250 cm3 จะต้องใช้กรดไฮโดรคลอริกกี่ลูกบาศก์เซนติเมตร (กำหนดให้มวลโมเลกุลกรด = 36.5)

a)

2.5

b)

5.0

c)

7.5

d)

10.0

6.

นำสารละลาย HCl ความเข้มข้น X mol/dm3 ใส่ในหลอดทดลอง 3 หลอด หลอดละ 2 cm3 แต่ละหลอดหยดอินดิเคเตอร์ 2-3 หยด ได้ผลดังแสดงในตาราง สารละลายควรมี pH เท่าใด

a)

3

b)

4

c)

5

d)

6

7.

สารละลาย x มี pH ประมาณเท่าใด

a)

6

b)

7

c)

8

d)

9

8.

พิจารณาสีของสารละลาย X เมื่อเติมอินดิเคเตอร์ชนิดต่างๆ ต่อไปนี้ สารละลาย X ควรมี pH อยู่ในช่วงใด

a)

3-6.3

b)

3.2-4.6

c)

4.2-4.4

d)

4.2-4.6

9.

เมื่อนำน้ำทิ้งจากโรงงานแห่งหนึ่งมากรอง ได้สารละลายใสไม่มีสี แบ่งสารละลายมาเติมอินดิเคเตอร์ต่างๆ ลงไปได้ผลดังนี้

pH ที่ถูกต้องของสารละลายควรอยู่ในช่วงใด

a)

5.8 – 6.0

b)

6.3 – 6.6

c)

6.0 – 6.3

d)

6.6 – 7.1

10.

พิจารณาผลการทดลองในตารางต่อไปนี้

ข้อสรุปใดถูกต้อง

ก. pH ของสาร A มีค่าสูงกว่า 7

ข. ถ้าใส่เปลือกไข่ลงในสารละลาย B จะมีฟองแก๊สเกิดขึ้นเล็กน้อย

ค. ถ้าใส่ชิ้นสังกะสีลงในสารละลาย C จะมีฟองแก๊สและความร้อนเกิดขึ้น

a)

ข้อ ก

b)

ข้อ ข

c)

ข้อ ค

d)

ข้อ ก และ ข

e)

ข้อ ข และ ค

11.

พิจารณาข้อความต่อไปนี้

ก. กรดแก่เป็นกรดที่มีความเข้มข้นของเนื้อกรดมาก

ข. สารละลายที่เป็นกรดเพิ่มขึ้น จะมีค่า pH ลดลง

ค. อินดิเคเตอร์เป็นเครื่องมือที่ใช้วัดค่า pH

ข้อความใดกล่าวถูกต้อง

a)

b)

c)

d)

ก และ ข

e)

ข และ ค

12.

เมื่อปล่อยแก๊ส A ลงไปทำปฏิกิริยากับสารละลาย B จะได้ตะกอนสีขาวขุ่น ขณะเดียวกัน หากอัดแก๊สชนิดนี้เติมลงในน้ำจะทำให้ได้สารละลายที่มีฤทธิ์เป็นกรดอ่อนๆ จงหาว่าข้อใดสามารถทำให้เกิดแก๊ส A

a)

การคายน้ำของพืช

b)

หยดกรดลงบนหินปูน

c)

เติมน้ำสบู่ลงในน้ำกระด้างชั่วคราว

d)

นำไขมันผสมกับสารละลายเบส

13.

กำหนดช่วงการเปลี่ยนสีของอินดิเคเตอร์ธรรมชาติ สมมติดังนี้

นำสารละลาย A มาทดสอบด้วยอินดิเคเตอร์สีน้ำเงินจากดอกอัญชันจะได้สีม่วง ทดสอบด้วยสีแดงจากดอกกุหลาบได้สีส้ม ทดลอบด้วยสีส้มจากดอกทองหลางได้สีส้ม ทดสอบด้วยสีส้มจากดอกพวงแสดได้สีเหลือง

ค่า pH โดยประมาณของสารละลาย A คือข้อใด

a)

ประมาณ 4.5

b)

ประมาณ 5.7

c)

ประมาณ 6.1

d)

ประมาณ 7.4

14.

กำหนดข้อความต่อไปนี้

ก. เปลี่ยนสีกระดาษลิตมัสจากสีน้ำเงินเป็นสีแดง

ข. ให้สารละลายไม่มีสีในฟีนอล์ฟทาลีน

ค. ให้สีเขียวเมื่อทดสอบกับเจนเชียนไวโอเลต

ง. ทำปฏิกิริยากับผงฟู แล้วเกิดฟองแก๊ส

จากข้อความดังกล่าวควรเป็นสมบัติของสารชนิดใด

a)

สารละลายกรดแอซิติก

b)

สารละลายโซเดียมไฮดรอกไซด์

c)

สารละลายแอมโมเนีย

d)

สารละลายกรดซัลฟิวริก

15.

นักเรียนคนหนึ่ง ทำการทดลองโดยนำน้ำสกัดจากเปลือกไม้ A, B, C และ D มาอย่างละ 5 cm3 ใส่ในหลอดทดลองขนาดกลาง หลอดละชนิด เติมน้ำมันพืชหลอดละ 1 cm3 แล้วเขย่าพร้อมกันโดยใช้เครื่องช่วยเขย่าในเวลาเท่ากัน แล้ววัดความสูงของฟองที่เกิดขึ้น ข้อใดเป็นสมมติฐานของการทดลองนี้

a)

น้ำจากเปลือกไม้แต่ละชนิดสามารถเกิดฟองเมื่อเติมน้ำมันพืชได้เท่ากันหรือไม่

b)

น้ำจากเปลือกไม้แต่ละชนิดสามารถใช้ทำสบู่ได้

c)

น้ำจากเปลือกไม้ชนิดใดมีความเป็นกรดมากที่สุด

d)

น้ำจากเปลือกไม้แต่ละชนิดมีความเป็นเบสแตกต่างกัน

16.

สารในข้อใดที่เปลี่ยนสีกระดาษลิตมัสจากแดงเป็นน้ำเงิน

a)

น้ำมะนาว น้ำส้ม

b)

น้ำผงซักฟอก น้ำขี้เถ้า

c)

น้ำอัดลม น้ำมะเขือเทศ

d)

น้ำฝน น้ำยาล้างจาน

e)

น้ำสบู่ น้ำกาแฟ

17.

ข้อใดไม่ใช่อินดิเคเตอร์สำหรับกรด-เบส

a)

น้ำคั้นจากดอกอัญชัน

b)

ฟีนอลเรด              

c)

เมทิลออเรนจ์

d)

ไบยูเร็ต

e)

บรอมไทมอลบลู

18.

สารข้อใดที่สามารถทำให้โลหะสังกะสีสึกกร่อนได้

a)

สารละลายผงซักฟอก

b)

สารละลายโซเดียมคลอไรด์

c)

สารละลายแคลเซียมไฮดรอกไซด์

d)

น้ำยาล้างห้องน้ำ

19.

เมื่อนำขี้เถ้ามาละลายในน้ำ สารละลายที่ได้ควรมีสมบัติตามข้อใด

a)

สะเทินได้กับเบส

b)

เป็นกลาง

c)

เปลี่ยนลิตมัสจากสีแดงเป็นสีน้ำเงิน

d)

เปลี่ยนลิตมัสจากสีน้ำเงินเป็นสีแดง

20.

จากปฏิกิริยาเคมีต่อไปนี้

ก. แคลเซียมคาร์บอเนต + กรดซัลฟิวริก \rightarrow   แคลเซียมซัลเฟต + น้ำ + สาร ก

ข. แอมโมเนียมคลอไรด์ + สาร ข \rightarrow   โซเดียมคลอไรด์ + น้ำ + แก๊สแอมโมเนีย

ค. สังกะสี + กรดเกลือ \rightarrow  สังกะสีคลอไรด์ + สาร ค

สาร ก, ข และ ค คือสารในข้อใด เรียงตามลำดับ

a)

แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์, โซเดียมไฮดรอกไซด์, แก๊สไฮโดรเจน

b)

แก๊สไฮโดรเจน, โซเดียมไฮดรอกไซด์, แก๊สคลอรีน

c)

แก๊สไฮโดรเจน, น้ำ, แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์

d)

แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์, น้ำ, แก๊สไฮโดรเจน

21.

เด็กหญิงดำ ถูกน้ำยาล้างห้องน้ำซึ่งมีสมบัติเป็นกรดหกราดนิ้วมือ จะมีวิธีทำอย่างไรจึงจะไม่เป็นแผลและไม่เจ็บ

a)

รีบล้างด้วยน้ำสะอาด แล้วจุ่มนิ้วลงในสารละลายโซเดียมไบคาร์บอเนตอย่างเจือจาง

b)

รีบล้างด้วยน้ำแล้วล้างด้วยน้ำยาล้างตา

c)

รีบจุ่มนิ้วลงในสารละลายโซเดียมไฮดรอกไซด์ทันที

d)

ล้างด้วยแอลกอฮอล์แล้วทายาหม่องหรือขี้ผึ้ง

22.

ในการเลือกดอกไม้เพื่อใช้ทดสอบกรด-เบส แทนลิตมัส ข้อใดที่ใช้แทนกันไม่ได้

a)

ดอกอัญชัน

b)

ดอกเข็มสีแดง

c)

ดอกเข็มสีแดง

d)

ดอกตะแบกสีม่วง

23.

ทำการทดลองอย่างไรจึงจะทราบว่าของเหลวไม่มีสี 3 ชนิด เป็น น้ำ น้ำส้มสายชู หรือน้ำเกลือ

a)

ทดสอบด้วยกระดาษลิตมัสสีน้ำเงิน แล้วนำของเหลวที่ไม่เปลี่ยนสีลิตมัสอีก 2 ชนิดไปเผาในจานหลุมโลหะ

b)

หาจุดเดือด ทดสอบด้วยกระดาษลิตมัส ชิมรส

c)

ทดสอบด้วยกระดาษลิตมัส แล้วนำของเหลวอีก 2 ชนิดที่ไม่เปลี่ยนสีกระดาษลิตมัสไปกลั่น

d)

ดมกลิ่น ชิมรส และใช้กระดาษลิตมัส

24.

สารในข้อใดที่ละลายน้ำแล้วเปลี่ยนสีกระดาษลิตมัส จากแดงเป็นน้ำเงิน

a)

ผงฟู ผงซักฟอก น้ำยาเช็ดกระจก

b)

น้ำยาล้างห้องน้ำ

c)

เกลือแกง น้ำตาลทราย โซดาแอช

d)

น้ำมะนาว น้ำส้มสายชู

25.

สารในชีวิตประจำวันที่เปลี่ยนสีกระดาษลิตมัสจากน้ำเงินเป็นแดง

a)

น้ำอัดลม น้ำส้มสายชู น้ำยาล้างห้องน้ำ

b)

น้ำสบู่ น้ำยาล้างจาน น้ำเกลือ

c)

สารละลายผงซักฟอก น้ำปูนใส สารละลายผงฟู

d)

น้ำเชื่อม น้ำมะนาว น้ำขี้เถ้า

26.

เมื่อนำสารเคมีชนิดหนึ่งมาต้มกับน้ำมันพืช ปรากฏว่าผลที่ได้มีลักษณะลื่นมือคล้ายสบู่ นักเรียนคิดว่าสารเคมีชนิดนั้นควรเป็นสารอะไร

a)

กรดน้ำส้ม

b)

โซเดียมคาร์บอเนต

c)

โพแทสเซียมไฮดรอกไซด์

d)

แคลเซียมคลอไรด์

27.

สารข้อใดที่สามารถเปลี่ยนสีกระดาษลิตมัสจากสีแดงเป็นน้ำเงิน

a)

น้ำส้มสายชู น้ำโซดา น้ำยาล้างห้องน้ำ

b)

น้ำแชมพู น้ำสบู่ น้ำขี้เถ้า

c)

โซเดียมไฮดรอกไซด์ น้ำปูนใส น้ำเกลือ

d)

น้ำส้ม ด่างคลี โซดาซักผ้า

28.

เมื่อทำการทดลอง

ครั้งที่ 1 น้ำมันพืชต้มกับสารละลายโซเดียมไฮดรอกไซด์ได้สาร ①

ครั้งที่ 2 ต้มสารละลายโพแทสเซียมไฮดรอกไซด์กับแอมโมเนียมไนเตรด ได้สาร ② กลิ่นฉุน

ครั้งที่ 3 ใส่ชิ้นสังกะสีลงในหลอดสารละลายกรดไฮโดรคลอริกจะได้ฟองแก๊ส ③

สาร ①, ②, ③ ควรเป็นข้อใดตามลำดับ

a)

สบู่ แก๊สแอมโมเนีย ไฮโดรเจน

b)

โซเดียมคาร์บอเนต แก๊สแอมโมเนีย ออกซิเจน

c)

แก๊สแอมโมเนีย แก๊สไนโตรเจน คลอรีน

d)

สบู่ โพแทสเซียมคลอไรด์ ไฮโดรเจน

29.

ข้อใดเรียงลำดับค่า pH ของสารละลายจากน้อยไปมากได้ถูกต้อง

a)

น้ำมะขาม น้ำกลั่น น้ำยาล้างจาน

b)

ผงซักฟอก น้ำฝน น้ำยาล้างห้องน้ำ

c)

น้ำยาเช็ดกระจก น้ำมันพืช สบู่เหลว

d)

น้ำเชื่อม น้ำโซดา น้ำปูนใส

30.

การรวมกันของสารในข้อใดไม่เกิดแก๊ส

a)

กรดไฮโดรคลอริก + แมกนีเซียม

b)

ปูนขาว + แอมโมเนียมคลอไรด์

c)

กรดแอซีติก + โซเดียมไฮโดรเจนคาร์บอเนต

d)

กรดซัลฟิวริก + แบเรียมคลอไรด์

e)

โซเดียมไฮโดรเจนคาร์บอเนต + น้ำ

31.

สารละลาย E, F, G, H เมื่อนำมาทำปฏิกิริยากับอะลูมิเนียม, แอมโมเนียมไนเตรด, แคลเซียมคาร์บอเนต ได้ผลดังตาราง (-หมายความว่าไม่เกิดปฏิกิริยา) : ข้อความต่อไปนี้ข้อใดไม่ถูกต้องเกี่ยวกับสมบัติของสารละลาย E, F, G, H

a)

สารละลาย E จะไม่ทำปฏิกิริยากับโลหะแมกนีเซียม

b)

สารละลาย F จะไม่ทำปฏิกิริยากับโพแทสเซียมไฮดรอกไซด์ให้สบู่

c)

สารละลาย G จะไม่ทำปฏิกิริยากับโลหะสังกะสีให้ฟองแก๊สไฮโดรเจน

d)

สารละลาย H จะมีฤทธิ์เป็นกลางได้ถ้าผสมกับสารละลาย E ในอัตราส่วนที่เหมาะสม

32.

ถ้าสารละลาย E และ H เป็นสารที่ใช้ตามบ้าน ดังนั้น E และ H ควรเป็นสารละลายใดตามลำดับ

a)

โซดาแผดเผา, น้ำยาเช็ดกระจก

b)

น้ำยาล้างห้องน้ำ, น้ำยซักฟอก                     

c)

น้ำส้มสายชู, น้ำสบู่

d)

น้ำยาเช็ดกระจก, น้ำยาล้างห้องน้ำ

33.

ข้อใดเป็นคุณสมบัติที่สำคัญของสบู่สามารถทำงานในการชำระล้างสิ่งสกปรก (ไขมัน) ออกจากบริเวณที่ต้องการทำความสะอาดได้

a)

โมเลกุลของสบู่สามารถรวมตัวกับไขมันเกิดเป็นตะกอนแยกตัวออกมาจากบริเวณที่ต้องการทำความสะอาดได้

b)

โมเลกุลของสบู่สามารถผลักไขมันให้หลุดออกมาจากพื้นที่ที่ต้องการทำความสะอาดได้

c)

โมเลกุลของสบู่มีส่วนที่ละลายได้ดีในไขมันและส่วนที่ละลายได้ดีในน้ำ จึงสามารถดึงไขมันให้มารวมกับน้ำเพื่อการกำจัดต่อไปได้

d)

โมเลกุลของสบู่ทำปฏิกิริยาเคมีกับไขมันทำให้โครงสร้างของไขมันเปลี่ยนจนสามารถละลายน้ำและถูกกำจัดออกไปได้

e)

สบู่ทำให้สภาพความเป็นกรดด่างของน้ำที่ใช้ซักล้างมีความเหมาะสมจนสามารถละลายไขมันออกมาจากบริเวณทำความสะอาดได้

34.

ผลการทดลองที่ไม่ถูกต้องคือหมายเลขใด

a)

(1), (6), (7) และ (8)

b)

(5), (6), (8) และ (11)

c)

(3), (7), (9) และ (11)

d)

(6), (8), (10) และ (12)

35.

ข้อสรุปใดถูกต้อง

a)

ถ้าของเหลว A คือ น้ำปูนใส สาร Y คือน้ำมันพืช

b)

ถ้าของเหลว B คือ กรดเกลือ สาร X คือโลหะสังกะสี

c)

ของเหลว C ทำปฏิกิริยากับหินปูน จะให้แก๊สซึ่งทำให้ของเหลว A ขุ่น

d)

แก๊สกลิ่นฉุนซึ่งเกิดจากของเหลว A ทำปฏิกิริยากับสาร Y จะเปลี่ยนสีกระดาษลิตมัสชื้นจากน้ำเงินเป็นแดง

36.

ถ้าทำการทดลองสารละลายเบสกรด เพื่อความปลอดภัยจะใช้สารในข้อใดสะเทิน

a)

น้ำส้มสายชูเจือจาง

b)

น้ำปริมาณมาก

c)

กรดเกลือเข้มข้น

d)

แอลกอฮอล์

e)

โซเดียมไฮดรอกไซด์

37.

ข้อใดกล่าวถูกต้อง

a)

ออกไซด์ของโลหะเมื่อรวมตัวกับน้ำจะได้สารที่มีฤทธิ์เป็นเบส

b)

การชุบเหล็กด้วยสังกะสีเพื่อให้สังกะสีซึ่งมีจุดหลอมเหลวต่ำกว่าทำปฏิกิริยากับอากาศก่อน

c)

กรดเกลือหรือกรดซัลฟิวริกในน้ำยาทำความสะอาดห้องน้ำจะทำปฏิกิริยากับสารประกอบคาร์บอเนตที่ใช้ยาแนวกระเบื้อง ช่วยให้สิ่งสกปรกที่ติดอยู่กับผิวหลุดออกง่ายทางหนึ่ง

d)

กรดไฮโดรคลอริกเจือจางหรือกรดซัลฟิวริกเจือจาง ทำปฏิกิริยากับโลหะแมกนีเซียม เหล็ก และสังกะสี ได้แก๊สไฮโดรเจนทำให้โลหะผุกร่อน

e)

เบสทำปฏิกิริยากับโลหะอะลูมิเนียมหรือสังกะสี ได้แก๊สออกซิเจน แล้วทำให้อะลูมิเนียมหรือสังกะสีผุกร่อน

38.

เมื่อเติมน้ำส้มสายชูลงไปในสารละลายแอมโมเนียไฮดรอกไซด์ การนำไฟฟ้าของสารละลายเพิ่มขึ้นเพราะอะไร

a)

จำนวนไอออนในสารละลายเพิ่มขึ้น

b)

ปฏิกิริยาสะเทินเป็นปฏิกิริยาคายความร้อน

c)

เกิดสารประกอบที่ละลายน้ำได้

d)

น้ำส้มสายชูแตกตัว

e)

สภาพความเป็นกรด-เบสของสารละลายเปลี่ยนไป

39.

จากข้อมูลต่อไปนี้ ข้อความใดไม่ถูกต้อง

a)

แคลเซียมคลอไรด์และน้ำแข็งแห้ง เป็นสารประกอบสำคัญในสารฝนหลวง

b)

หยดสารละลายกรดเกลือลงบนตะกรันในกาต้มน้ำ จะเกิดแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์

c)

เกลือเชิงซ้อนของแอมโมเนียที่เรียกว่าแอมโมเนียอะลัม ใช้ดับกลิ่นตัวได้

d)

น้ำปูนใส โซดาไฟ โซดาซักผ้า และน้ำโซดา จัดเป็นสารในกลุ่มที่มีฤทธิ์เป็นเบส

e)

ใบตะไคร้หอมเป็นพืชที่สกัดได้สารซึ่งนิยมนำมาใช้ไล่แมลงที่เป็นพาหะของโรคไข้เลือดออก

40.

จากการทดลองน้ำในสระว่ายน้ำพบว่า กระดาษลิตมัสสีแดงเป็นสีชมพู เพื่อที่จะปรับสภาพน้ำให้เป็นกลาง ควรเติมสารในข้อใด

a)

กรดเกลือ

b)

โซดาซักผ้า

c)

น้ำ

d)

คลอรีน

e)

เบกกิ้งโซดา

41.

สารที่ทำให้น้ำตาไหลเวลาที่หั่นหัวหอมคือสารใด

a)

กรดแอซิติก

b)

กรดไฮโดรคลอริก

c)

กรดไนตริก

d)

กรดฟูริก

e)

กรดไพรูวิก

42.

สารเคมีในบ้านต่อไปนี้ได้แก่ สบู่ ยาสระผม น้ำยาล้างห้องน้ำ น้ำส้มสายชู ด่างทับทิม เกลือแกง

ผงซักฟอก และผงฟู อัตราส่วนของจำนวนสารที่มีสมบัติเป็น กรด : เบส : เกลือ คือข้อใด

a)

3 : 3 : 2

b)

2 : 3 : 3

c)

2 : 4 : 2

d)

4 : 2: 2

43.

ข้อใดเป็นคุณสมบัติของเบส

a)

ทำปฏิกิริยากับด่างได้เกลือ ก้บน้ำ

b)

ทำปฏิกิริยากับสารประกอบคาร์บอเนตได้แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์

c)

ต้มกับไขมันได้สบู่

d)

มีรสเปรี้ยว

44.

ข้อใดเป็นความหมายของกรดแก่

a)

กรดที่มีความสามารถในการกัดกร่อนรุนแรง

b)

กรดที่แตกตัวให้ H+H^+  ได้เล็กน้อย

c)

กรดที่ได้มาจากแร่ธาตุ

d)

กรดที่แตกตัวให้ H+H^+  ได้ดี

45.

น้ำส้มสายชูหยดลงบนพื้น แล้วมีฟองเกิดขึ้น พื้นนั้นทำด้วยอะไร

a)

ไม้ปาเก้

b)

ซีเมนต์

c)

หินอ่อน

d)

กระเบื้องยาง

46.

น้ำโซดาที่ใช้เป็นเครื่องดื่ม ถูกระดาษลิตมัสตจะเปลี่ยนสีกระดาษลิตมัสตามข้อใด

a)

น้ำเงินเป็นแดง

b)

แดงเป็นน้ำเงิน

c)

น้ำเงินเป็นไม่มีสี

d)

แดงเป็นไม่มีสี

47.

สารละลายข้อใด ที่นำม่ใช้ในการตรวจแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์

a)

สารละลายแคลเซียมคาร์บอเนต

b)

สารละลายโพแทสเซียมไฮดรอกไซด์

c)

สารละลายแคลเซียมไฮดรอกไซด์

d)

สารละลายโซเดียมไฮดรอกไซด์

48.

ของเหลวปริมาตร 50 cm3cm^3  มี pH = 7 ถ้าเติมน้ำลงไปจนมีปริมาตร 100 cm3cm^3  จะมี pH เท่าใด

a)

pH = 1

b)

pH = 3.5

c)

pH = 7

d)

pH= 14

49.

สารในข้อใดเปลี่ยนสีกระดาษลิตมัสจากสีแดงเป็นสีน้ำเงิน

a)

น้ำปูนใส ผงฟู

b)

ปุ๋ยยูเรีย น้ำอัดลม

c)

ปุ๋ยยูเรีย น้ำโซดา

d)

น้ำขี้เถ้า น้ำมะขาม

50.

การเทกรดไฮโดรคลอริกเข้มข้นให้เจือจางนั้น ควรปฏิบัติอย่างไร

a)

เทกรด และน้ำสลับกันทีละน้อยพร้อมทั้งใช้แท่งแก้วคน

b)

ค่อย ๆ รินกรดลงในน้ำพร้อมทั้งใช้แท่งแก้วคน

c)

เทน้ำลงในกรดทีละน้อยแล้วเขย่าให้เข้ากัน

d)

เอาทั้งกรด และน้ำค่อย ๆ เทลงใส่ภาชนะพร้อม ๆ กัน