wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

แบบทดสอบเคมีเชิงปฏิบัติการ เรื่องแก๊ส (การทดลองที่ 7.1-7.4)

Total questions: 20

Worksheet time: 5hrs 0mins

Name
Class
Date
1.

กิจกรรม 7.1 การทดลองศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างความดันและ

ปริมาตรของอากาศ ควรมีจุดประสงค์การทดลองเป็นไปตามข้อใด

a)

เขียนกราฟและสมการแสดงความสัมพันธ์ระหว่างปริมาตรและอุณหภูมิของแก๊ส

b)

ทดลองและอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างความดันและปริมาตรของอากาศ

c)

ทดลองและอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างปริมาตรและอุณหภูมิของอากาศ

d)

ทดลองและอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างปริมาตรและจำนวนโมลของแก๊ส

2.

กิจกรรม 7.4 การทดลองศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างปริมาตรและ

จำนวนโมลของแก๊ส ควรมีจุดประสงค์การทดลองเป็นไปตามข้อใด

a)

เขียนกราฟและสมการแสดงความสัมพันธ์ระหว่างปริมาตรและอุณหภูมิของแก๊ส

b)

ทดลองและอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างความดันและปริมาตรของอากาศ

c)

ทดลองและอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างปริมาตรและอุณหภูมิของอากาศ

d)

ทดลองและอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างปริมาตรและจำนวนโมลของแก๊ส

3.

กิจกรรม 7.3 กราฟความสัมพันธ์ระหว่างปริมาตรและอุณหภูมิของแก๊ส ควรมีจุดประสงค์การทดลองเป็นไปตามข้อใด

a)

เขียนกราฟและสมการแสดงความสัมพันธ์ระหว่างปริมาตรและอุณหภูมิของแก๊ส

b)

ทดลองและอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างความดันและปริมาตรของอากาศ

c)

ทดลองและอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างปริมาตรและอุณหภูมิของอากาศ

d)

ทดลองและอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างปริมาตรและจำนวนโมลของแก๊ส

4.

กิจกรรม 7.2 การทดลองศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างปริมาตรและ

อุณหภูมิของอากาศ ควรมีจุดประสงค์การทดลองเป็นไปตามข้อใด

a)

เขียนกราฟและสมการแสดงความสัมพันธ์ระหว่างปริมาตรและอุณหภูมิของแก๊ส

b)

ทดลองและอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างความดันและปริมาตรของอากาศ

c)

ทดลองและอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างปริมาตรและอุณหภูมิของอากาศ

d)

ทดลองและอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างปริมาตรและจำนวนโมลของแก๊ส

5.

ข้อใดเป็นตัวอย่างผลการทดลองจากกิจกรรม 7.1 การทดลองศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างความดันและปริมาตรของอากาศ

a)

กดก้านกระบอกฉีดยาจนมีปริมาตร 5.0 mL แล้วปล่อยมือพบว่า ก้านกระบอก

ฉีดยาเลื่อนกลับออกมาจนมีปริมาตรเท่ากับปริมาตรเริ่มต้น

b)

ดึงก้านกระบอกฉีดยาจนมีปริมาตร 5.0 mL แล้วปล่อยมือพบว่า ก้านกระบอก

ฉีดยาเลื่อนกลับออกมาจนมีปริมาตรเท่ากับปริมาตรเริ่มต้น

c)

กด และ ดึงก้านกระบอกฉีดยาจนมีปริมาตร 20.0 mL แล้วปล่อยมือ ก้านกระบอกฉีดยาเลื่อนกลับเข้าไปจนมีปริมาตรน้อยกว่าปริมาตรเริ่มต้น

d)

กดก้านกระบอกฉีดยา

จนมีปริมาตร 20.0 mL แล้วปล่อยมือ ก้านกระบอกฉีดยาเลื่อนกลับเข้าไปจนมีปริมาตร

เท่ากับปริมาตรเริ่มต้น

6.

การทดลองนี้ทำที่อุณหภูมิคงที่ และมีจำนวนโมลของอากาศในกระบอกฉีดยาคงที่

เมื่อเริ่มต้นความดันของอากาศปริมาตร 10.0 mL ในกระบอกฉีดยามีค่าเท่ากับความดัน

บรรยากาศภายนอก จากการอภิปรายผลการทดลองนี้ควรเป็นการทดลองในข้อใดต่อไปนี้

a)

การทดลองศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างความดันและ

ปริมาตรของอากาศ

b)

การทดลองศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างปริมาตรและ

อุณหภูมิของอากาศ

c)

เขียนกราฟความสัมพันธ์ระหว่างปริมาตรและอุณหภูมิของแก๊ส

d)

การทดลองศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างปริมาตรและ

จำนวนโมลของแก๊ส

7.

ที่อุณหภูมิและจำนวนโมลของอากาศคงที่ เมื่อปริมาตรของอากาศลดลง ความดันของ

อากาศจะเพิ่มขึ้น และเมื่อปริมาตรของอากาศเพิ่มขึ้น ความดันของอากาศจะลดลง จากการสรุปผลการทดลองนี้ควรเป็นการทดลองในข้อใดต่อไปนี้

a)

การทดลองศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างความดันและ

ปริมาตรของอากาศ

b)

การทดลองศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างปริมาตรและ

อุณหภูมิของอากาศ

c)

เขียนกราฟความสัมพันธ์ระหว่างปริมาตรและอุณหภูมิของแก๊ส

d)

การทดลองศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างปริมาตรและ

จำนวนโมลของแก๊ส

8.

จากภาพ การทดลองนี้จะเกิดขึ้นได้เมื่อทำสิ่งใดต่อไปนี้

a)

เมื่อวางขวดพลาสติกในบีกเกอร์ที่บรรจุนํ้าที่อุณหภูมิห้อง

b)

เมื่อวางขวดพลาสติกในบีกเกอร์ที่บรรจุนํ้าเย็น

c)

เมื่อวางขวดพลาสติกในบีกเกอร์ที่บรรจุนํ้าร้อน

d)

เมื่อวางขวดพลาสติกในบีกเกอร์ที่ว่างเปล่า

9.

จากภาพ การทดลองนี้จะเกิดขึ้นได้เมื่อทำสิ่งใดต่อไปนี้

a)

เมื่อวางขวดพลาสติกในบีกเกอร์ที่บรรจุนํ้าที่อุณหภูมิห้อง

b)

เมื่อวางขวดพลาสติกในบีกเกอร์ที่บรรจุนํ้าเย็น

c)

เมื่อวางขวดพลาสติกในบีกเกอร์ที่บรรจุนํ้าร้อน

d)

เมื่อวางขวดพลาสติกในบีกเกอร์ที่ว่างเปล่า

10.

การทดลองนี้มีจำนวนโมลของอากาศในขวดพลาสติกคงที่ และความดันของอากาศก่อน

และหลังการทดลองคงที่ จากการอภิปรายผลการทดลองนี้ควรเป็นการทดลองในข้อใดต่อไปนี้

a)

การทดลองศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างความดันและ

ปริมาตรของอากาศ

b)

การทดลองศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างปริมาตรและ

อุณหภูมิของอากาศ

c)

เขียนกราฟความสัมพันธ์ระหว่างปริมาตรและอุณหภูมิของแก๊ส

d)

การทดลองศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างปริมาตรและ

จำนวนโมลของแก๊ส

11.

การทดลองนี้มีจำนวนโมลของอากาศในขวดพลาสติกคงที่ และความดันของอากาศก่อน

และหลังการทดลองคงที่ จากการสรุปผลการทดลองนี้ควรเป็นการทดลองในข้อใดต่อไปนี้

a)

การทดลองศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างความดันและ

ปริมาตรของอากาศ

b)

การทดลองศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างปริมาตรและ

อุณหภูมิของอากาศ

c)

เขียนกราฟความสัมพันธ์ระหว่างปริมาตรและอุณหภูมิของแก๊ส

d)

การทดลองศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างปริมาตรและ

จำนวนโมลของแก๊ส

12.

y = 0.39x + 106 จากข้อมูลจากกราฟข้อใดต่อไปนี้ถูกต้อง

a)

กราฟที่ได้มีลักษณะเป็นเส้นตรง โดยมีจุดตัดแกน y ที่ 0.39 mL เมื่อหาความชันของ

เส้นกราฟพบว่ามีค่าเท่ากับ 106 และสมการเส้นตรงของความสัมพันธ์ระหว่างปริมาตรและอุณหภูมิของแก๊ส

b)

กราฟที่ได้มีลักษณะเป็นพาราโบลา โดยมีจุดตัดแกน y ที่ 106 mL เมื่อหาความชันของ

เส้นกราฟพบว่ามีค่าเท่ากับ 0.39 และสมการเส้นตรงของความสัมพันธ์ระหว่างปริมาตรและอุณหภูมิของแก๊ส

c)

กราฟที่ได้มีลักษณะเป็นไฮเพอร์โบลา โดยมีจุดตัดแกน y ที่ 0.39 mL เมื่อหาความชันของ

เส้นกราฟพบว่ามีค่าเท่ากับ 106 และสมการเส้นตรงของความสัมพันธ์ระหว่างปริมาตรและอุณหภูมิของแก๊ส

d)

กราฟที่ได้มีลักษณะเป็นเส้นตรง โดยมีจุดตัดแกน y ที่ 106 mL เมื่อหาความชันของ

เส้นกราฟพบว่ามีค่าเท่ากับ 0.39 และสมการเส้นตรงของความสัมพันธ์ระหว่างปริมาตรและอุณหภูมิของแก๊ส

13.

จากกราฟความสัมพันธ์ระหว่างปริมาตร (แกน y) และอุณหภูมิของแก๊ส (แกน x) จากข้อมูลการทดลองวัดปริมาตรแก๊สที่อุณหภูมิต่าง ๆ ที่ความดันและจำนวนโมลคงที่ เมื่อลากเส้นต่อกราฟไปจนตัดแกน x พบว่า เส้นกราฟตัดที่ประมาณ -273 °C ซึ่งเป็นอุณหภูมิที่แก๊สมีปริมาตรเท่ากับเท่าใด

a)

-50 mL

b)

0 mL

c)

-150 mL

d)

100 mL

14.

เมื่อผสม NaHCO3 กับ HCl มีฟองแก๊สเกิดขึ้น ทำให้ลูกโป่งมีปริมาตรเพิ่มขึ้นจากเดิม

โดยลูกโป่งหมายเลข 3 มีปริมาตรสุดท้ายมากกว่าหมายเลข 2 และ 1 ตามลำดับ จากตัวอย่างผลการทดลองนี้ควรเป็นการทดลองในข้อใดต่อไปนี้

a)

การทดลองศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างความดันและ

ปริมาตรของอากาศ

b)

การทดลองศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างปริมาตรและ

อุณหภูมิของอากาศ

c)

เขียนกราฟความสัมพันธ์ระหว่างปริมาตรและอุณหภูมิของแก๊ส

d)

การทดลองศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างปริมาตรและ

จำนวนโมลของแก๊ส

15.

เมื่อผสม NaHCO3 กับ HCl มีแก๊ส CO2 เกิดขึ้น ดังสมการเคมีในข้อใด

a)

HCl(aq) + NaHCO3(s) NaCl(aq) + H2O(l) + CO2(g)

b)

2HCl(aq) + NaHCO4(s) → NaCl(aq) + H2O(l) + CO2(g)

c)

HCl(aq) + 2NaHCO3(s) → NaCl3(aq) + H2O(l) + CO2(g)

d)

3HCl(aq) + 2NaHCO3(s) → NaCl(aq) + 7H2O(l) + 2CO2(g)

16.

เนื่องจากมวลของ NaHCO3 ซึ่งเป็นสารกำหนดปริมาณของปฏิกิริยานี้ ใช้ในปริมาณที่

แตกต่างกัน โดยลูกโป่งหมายเลข 3 ใช้มวลมากกว่าหมายเลข 2 และ 1 ตามลำดับ ดังนั้น

จำนวนโมลของ CO2 ที่เกิดขึ้นในลูกโป่งหมายเลข 3 จะเป็นอย่างไร

a)

มากกว่าหมายเลข 1 และ 2 ตามลำดับ

b)

มากกว่าหมายเลข 2 และ 1 ตามลำดับ

c)

เท่ากันทุกใบ

d)

ข้อมูลยังไม่เพียงพอ ยังไม่สามารถอธิบายได้

17.

จากผลการทดลองที่พบว่า ลูกโป่งหมายเลข 3 มีปริมาตรสุดท้ายมากกว่าหมายเลข 2 และ

1 ตามลำดับ แสดงว่า ปริมาตรแก๊ส CO2 ที่เกิดขึ้นในลูกโป่งหมายเลข 3 จะเป็นอย่างไร

a)

มากกว่าหมายเลข 1 และ 2 ตามลำดับ

b)

มากกว่าหมายเลข 2 และ 1 ตามลำดับ

c)

เท่ากันทุกใบ

d)

ข้อมูลยังไม่เพียงพอ ยังไม่สามารถอธิบายได้

18.

ที่อุณหภูมิและความดันคงที่ ปริมาตรของแก๊สขึ้นอยู่กับจำนวนโมลของแก๊ส โดยแก๊ส

ที่มีจำนวนโมลมากกว่าจะมีปริมาตรมากกว่า จากการสรุปผลการทดลองนี้ควรเป็นการทดลองในข้อใดต่อไปนี้

a)

การทดลองศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างความดันและ

ปริมาตรของอากาศ

b)

การทดลองศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างปริมาตรและ

อุณหภูมิของอากาศ

c)

เขียนกราฟความสัมพันธ์ระหว่างปริมาตรและอุณหภูมิของแก๊ส

d)

การทดลองศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างปริมาตรและ

จำนวนโมลของแก๊ส

19.

ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่สารเคมี หรืออุปกรณ์ในกิจกรรม 7.4 การทดลองศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างปริมาตรและจำนวนโมลของแก๊ส

a)

NaHCO3

b)

HCl

c)

ลูกโป่ง

d)

กระบอกฉีดยา

20.

หากนักเรียนทำกิจกรรม 7.2 การทดลองศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างปริมาตรและ

อุณหภูมิของอากาศแล้วผลไม่เป็นไปตามทฤษฎี ควรปฏิบัติอย่างไร

a)

ทำการทดลองซ้ำอีกครั้ง

b)

หยุดทำการทดลองทันดี

c)

สรุปผลทันที

d)

ตั้งเป็นทฤษฎีใหม่ขึ้น