wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

ข้อสอบกลางภาคสุขศึกษา

Total questions: 20

Worksheet time: 15mins

Name
Class
Date
1.

          ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับระบบย่อยอาหาร

a)

การย่อยเชิงกลเป็นการบดเคี้ยวอาหารโดยฟัน

b)

การย่อยเชิงเคมีและการย่อยเชิงกลจะดำเนินการควบคู่และต่อเนื่องกัน

c)

การย่อยเชิงเคมีเป็นการเปลี่ยนแปลงขนาดโมเลกุของสารอาหารโดยใช้เอนไซม์

d)

การย่อยเชิงเคมีเป็นการเปลี่ยนแปลงขนาดโมเลกุลโดยการตัดและบดเคี้ยวของฟัน

2.

          ข้อใดไม่ใช่อวัยวะที่สำคัญในระบบขับถ่าย

a)

  ไต                    

           

b)

  ท่อไต

c)

กระเพาะอาหาร

d)

กระเพาะปัสสาวะ

3.

สาเหตุที่ทำให้ไส้ติ่งอักเสบคือข้อใด

a)

ไส้ติ่งถูกย่อยโดยเอนไซม์ที่อยู่ในผนังลำไส้ใหญ่

b)

          ไส้ติ่งเกิดการเสียดสีจากลำไส้ใหญ่อยู่ตลอดเวลา

c)

ไส้ติ่งเกิดการสะสมของเศษอาหารและเศษอุจจาระ

d)

          รูของไส้ติ่งมีการขยายใหญ่ขึ้นตามขนาดของลำไส้ใหญ่

4.

อาหารประเภทใด ที่ทำให้เกิดโรคระบบทางเดินอาหารได้มากที่สุด

a)

อาหารที่มีธาตุเหล็กสูง

b)

อาหารที่มีไขมันสูง

c)

ผักสดและผลไม้

d)

อาหารหมักดอง

5.

เอนไซม์ใดทำหน้าที่สำคัญในการเปลี่ยนแป้งให้เป็นน้ำตาลมอลโทส

a)

เอนไซม์กลูโคสอะไมเลส 

b)

เอนไซม์อะไมเลส

c)

เอนไซม์เรนนิน

d)

  เอนไซม์ไลเปส

6.

เกล็ดเลือดมีประโยชน์อย่างไร

a)

ช่วยในการขนส่งแก๊สออกซิเจนจากปอดไปยังเนื้อเยื่อส่วนต่างๆ ของร่างกาย

b)

ช่วยในการทำลายเชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอมที่เข้าสู่ร่างกาย

c)

ช่วยในการแข็งตัวของเลือด เมื่อร่างกายเกิด บาดแผล

d)

สร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกาย

7.

การรับประทานอาหารข้อใด ช่วยสร้างเสริมการทำงานของระบบไหลเวียนโลหิตมากที่สุด

a)

สลัดปลาแซลมอน

b)

ยำไข่ปลาหมึก

c)

ข้าวขาหมู

d)

แกงเทโพ

8.

อวัยวะของระบบหายใจในข้อใด ทำหน้าที่ในการแลกเปลี่ยนแก๊ส

a)

หลอดเสียง

b)

หลอดลม

c)

จมูก

d)

ปอด

9.

โรคในข้อใดไม่ใช่สาเหตุที่เกิดจากการสูบบุหรี่

a)

โรคหลอดลมอักเสบเรื้อรัง

b)

โรคถุงลมโป่งพอง

c)

โรคไซนัสอักเสบ

d)

โรคมะเร็งปอด

10.

ผู้ป่วยที่เป็นโรคโพรงอากาศอักเสบ ควรหลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้ชิดกับผู้ป่วยที่เป็นโรคใด

a)

โรคไข้หวัด

b)

โรคอหิวาตกโรค

c)

โรคโควิด-19

d)

โรคหลอดลมอักเสบเรื้อรัง

11.

การวางแผนหรือกำหนดวิธีการแก้ไขปัญหาสุขภาพของบุคคลในครอบครัว ควรคำนึงถึงสิ่งใดเป็นสำคัญ

a)

ความชอบหรือความถนัดในกิจกรรมที่กำหนดของบุคคลในครอบครัว

b)

ความแตกต่างของปัญหาสุขภาพของบุคคลในครอบครัว

c)

อายุและเพศของสมาชิกในครอบครัว

d)

จำนวนสมาชิก

12.

การแก้ปัญหาสุขภาพเพื่อการนำไปสู่พฤติกรรมใหม่มีแนวทางในการปฏิบัติอย่างไร

a)

การเตือนความจำด้วยวิธีการกระตุ้นโดยใช้วิธีการต่างๆ

b)

ให้รางวัลตนเองเมื่อสามารถปฏิบัติพฤติกรรมตามที่กำหนดไว้ได้ 

c)

ตั้งกฎเกณฑ์หรืองดพฤติกรรมของตนเองตามกำหนด

d)

ฝึกปฏิบัติให้เกิดความเคยชินจนกลายเป็นนิสัย    

13.

การปฏิบัติในข้อใดไม่ใช่การประเมินสภาวะสุขภาพของตนเองและคนในครอบครัว

a)

การตรวจสุขภาพประจำปี

b)

การตรวจสุขภาพเฉพาะโรค

c)

การวัดความทนทานของร่างกายด้วยการเดินทน

d)

ประเมินจากค่าดัชนีมวลกาย (BMI = Body Mass Index)

14.

การตรวจสุขภาพของบุคคลที่มีภาวะสุขภาพปกติ ควรเริ่มตรวจสุขภาพประจำปีเมื่ออายุเท่าใด

a)

20 ปี

b)

25 ปี

c)

30 ปี

d)

35 ปี

15.

การตรวจรังสีเต้านม (Mammograghy) เหมาะสำหรับบุคคลใด

a)

ผู้หญิงที่มีญาติสายตรงเป็นมะเร็งเต้านม

b)

ผู้หญิงอายุต่ำกว่า 25 ปี

c)

ผู้หญิงอายุต่ำกว่า 20 ปี

d)

ผู้หญิงให้นมบุตร

16.

การปฏิบัติตามจารีตเป็นการส่งเสริมการมีสุขภาพและ

 คุณภาพชีวิตที่ดีด้วยมาตรการใด

a)

มาตรการทางสังคม

b)

มาตรการทางกฎหมาย

c)

มาตรการทางการศึกษา    

d)

มาตรการทางการบริหารจัดการ

17.

การวางแผนปฏิบัติพฤติกรรมเพื่อนำไปสู่การมีสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีในระดับครอบครัวควรปฏิบัติอย่างไร

a)

การปฏิบัติตามแนวสุขบัญญัติแห่งชาติ

b)

การมีส่วนร่วมในกิจกรรมชุมชนเข้มแข็ง

c)

การสร้างสัมพันธภาพที่ดีของสมาชิกในครอบครัว

d)

การร่วมโครงการโรงเรียนสร้างเสริมสุขภาพ

18.

บุคคลในวัยใดที่มีสมรรถภาพทางกายและความคิดสูง

a)

วัยสูงอายุ

b)

วัยผู้ใหญ่  

c)

วัยรุ่น

d)

วัยเด็ก

19.

วัยสูงอายุเป็นช่วงที่อยู่ในวัยเสื่อม สาเหตุของการเสื่อมเกิดจากอะไร

a)

เกิดจากการเสื่อมของเซลล์เม็ดเลือดขาวและเซลล์เม็ดเลือดแดง

b)

เกิดจากการเสื่อมของระบบการหายใจและสมอง

c)

เกิดจากความเสื่อมถอยของร่างกายและสมอง

d)

เกิดจากการเสื่อมของระบบย่อยอาหาร

20.

การชักชวนหรือโน้มน้าวใจให้บุคคลในครอบครัวหันมาสนใจการดูแลสุขภาพเป็นแนวคิดสำคัญในด้านใด

a)

การสร้างเสริมสุขภาพเป็นรูปธรรม

b)

การดูแลสุขภาพแบบองค์รวม

c)

การพัฒนาสุขภาพที่ยั่งยืน

d)

การพัฒนาสุขภาพเชิงรุก