wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

การพยาบาลเด็ก ติวสอบครั้งที่1

Total questions: 20

Worksheet time: 20mins

Name
Class
Date
1.

ผู้ป่วยเด็กโรค Rheumatic heart disease มาโรงพยาบาลด้วยอาการเหนื่อย หอบ เขียว เข่าซ้ายบวมและกดเจ็บ

การพยาบาลข้อใด "ไม่" ถูกต้อง

a)

ก. ตวงปริมาณปัสสาวะทุกชั่วโมง

b)

ข. ให้นอนพักบนเตียง และประคบเย็นที่ข้อเข่า

c)

ค. สังเกตสีผิว และอาการ Clubbing ที่นิ้วมือ/นิ้วเท้า

d)

ง. วัด oxygen saturation ด้วย pulse oximetry ถ้าผิดปกติให้ notify แพทย์ทันที

2.

ด.ช.จ้อย เข้ารับกรรักษาใน ร.พ. ด้วยอาการเสียงแหบพูดไม่ได้ ต้องซักประวัติจากมารดา พยาบาลที่ดูแลเด็กคนนี้น่าจะคิดถึงสาเหตุใดในข้อต่อไปนี้

a)

ก.การติดเชื้อในทางเดินหายใจอย่างเฉียบพลัน

b)

ข.มีความผิดปกติของ larynx

c)

ค.ทางเดินหายใจอุดกั้นจากสิ่งแปลกปลอม

d)

ง.มีฝีที่ด้านหลังของ Pharynx

3.

เด็กอายุ 3 ปี น้ำหนัก 20 Kฐ สูง 90 cm ชอบกินขนมกรุบกรอบนมเปรี้ยวไม่ยอมรับประทานอาหารมื้อหลักควรแนะนำมารดาอย่างไร

a)

ก.ให้ขนมประเภทธัญพืชและนมพร่องมันเนย

b)

ข.เมื่อเด็กยอมรับประทานอาหารมื้อหลักให้รางวัล

c)

ค.พาไปพบนักโภชนาการ

d)

ง.ให้พาออกกำลังกายหรือพาทำกิจกรรมใช้แรง

4.

ทารกแรกเกิดมีภาวะปากแหว่งเพดานโหว่ ข้อวินิจฉัยการพยาบาลข้อใดเหมาะสมที่สุด

a)

ก.เสี่ยงต่อการสำลักนมและท้องอืด

b)

ข.มีภาวะขาดน้ำ สารอาหาร และelectrolyte

c)

ค.มีภาวะย่อยจากกระเพาะอาหารไหลย้อนเข้าหลอดลม

d)

ง.เสี่ยงต่อการติดเชื้อในช่องปาก และลุกลามเข้าสู่หูชั้นกลาง

5.

เด็กอายุ 8 เดือน เป็นโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด TOF แพทย์ทำการผ่าตัด ขณะตรวจร่างกายเด็กร้องไห้ เขียว หายใจกลั้น ตัวเกร็ง ควรให้การพยาบาลใด อันดับแรก

a)

ก นอนศีรษะสูงและพ่นยา

b)

ข ปลอบโยนให้หยุดร้องไห้และให้ออกซิเจน

c)

ค นอนหงายเข่าชิดอก

d)

ง นอนตะแคงหน้าไปด้านใดด้านหนึ่ง

6.

เด็กชายอายุ 8 ปี เป็น Tetralogy of Fallot (TOF) มีประวัติเวลาร้องหรือเล่นมักมีอาการหอบและเขียวมากขึ้น เดินไม่ได้ ต้องนั่งยองๆ สักพัก จึงหายเขียว อาการหอบและเขียวเวลาร้องหรือเล่น เรียกว่าภาวะใด เกิดจากสาเหตุใด

a)

ก. Central cyanosis เนื่องจากมี Rt to Lt shunt

b)

ข. Respiratory acidosis เนื่องจากร่างกายใช้ออกซิเจนมากขึ้น

c)

ค. Anoxic spells เนื่องจากเลือดที่ไปเลี้ยงร่างกายมีออกซิเจนลดต่ำลง

d)

ง. Syncope เนื่องจากปริมาณเลือดไปเลี้ยงร่างกายลดลง

7.

เด็กอายุ 1 ปี มาโรงพยาบาลด้วยหายใจหอบมีเสียงวี๊ด อกบุ๋ม ไอมาก เสียงเสมหะครืดคราด แพทย์วินิจฉัยเป็น

Asthma รักษาโดยพ่น Adrenalin 0.3 c.c. + N.S.S. 3 c.c. stat , Ventolin 0.3 ml. + N.S.S. 3 cml. NB ทุก 3

ชั่วโมง , On 5% DNS/3 500 ml. V 30 ml./hr , On 02 box 10 LMP ตรวจ urine sp.gr / เวร keep < 1.015

ข้อวินิจฉัยการพยาบาลอันดับแรกคือข้อใด

a)

ก. เสี่ยงต่อภาวะ Respiratory acidosis จากภาวะคาร์บอนไดออกไซด์คั่ง

b)

ข. เสี่ยงต่อภาวะหายใจวาย จากการระบายอากาศไม่มีประสิทธิภาพ

c)

ค. เสี่ยงต่อการติดเชื้อจากเสมหะคั่งในปอด

d)

ง. เสี่ยงต่อภาวะพร่องออกชิเจน จากการหดเกร็งของหลอดลม

8.

เด็กป่วยที่มีภาวะหัวใจวาย (Congestive Heart Failure) มีอาการบวม เนื่องจากมีน้ำสะสมในร่างกายมากและได้รับยาขับปัสสาวะ กิจกรรมการพยาบาลที่สำคัญคือข้อใด

a)

ก. จดบันทึกปริมาณน้ำที่ร่างกายรับเข้าและขับออกอย่างเคร่งครัด

b)

ข. ดูแลให้ได้รับน้ำตามความต้องการของร่างกายอย่างพอเพียง

c)

ค. การเฝ้าสังเกตอาการที่บ่งชี้ถึงภาวะขาดน้ำและอิเลคโตรไลท์ไม่สมดุล

d)

ง. ชั่งน้ำหนักตัววันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น

9.

เด็กอายุ 4 ปี ก่อนมารพ.1 วัน ปวดท้องร่วมกับอาเจียนเป็นเศษอาหาร 2 ครั้ง หลังจากนั้นถ่ายเหลว 4 ครั้งต่อวัน แรกรับกระหายน้ำปากแห้งน้ำหนักลดจาก 16.5 เหลือ 16 ผู้ป่วยขาดน้ำระดับใด

a)

ก.เล็กน้อย

b)

ข. ปานกลาง

c)

ค. เล็กน้อยถึงปานกลาง

d)

ง. รุนแรง

10.

เด็กที่ป่วยเป็นโรค Marusmus มีอาการอย่างไร

a)

ก. กล้ามเนื้อลีบ

b)

ข. ผอม บาง แห้ง

c)

ค. ท้องเสีย

d)

ง. หงุดหงิดง่าย

11.

การลดพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของเด็กวัยก่อนเรียน ยกเว้นข้อใด

a)

ก. อย่าใช้คำว่า "อย่า"

b)

ข. เรียนรู้โดยให้ตัวอย่างเปรียบเทียบ

c)

ค. บอกเด็กว่าจะถูกลงโทษ ถ้าทำในครั้งต่อไป

d)

ง. สอนให้จำพฤติกรรมที่เหมาะสม

12.

เด็กอายุ 7 ปีมีอาการ ชักเกร็ง หลังชักไม่รู้สึกตัวคอแข็ง ม่านตาขยายกล้ามเนื้อแขนขาอ่อนแรง ตรวจสอบ transillumination negative ทำ MRI พบว่าเนื้อสมองบวมผลการตรวจน้ำไขสันหลังปกติการวินิจฉัยโรคผู้ป่วยรายนี้คือข้อใด

a)

ก Meningitis

b)

ข Encephalitis

c)

ค Cerebral Palsy

d)

ง Hadrocephalus

13.

การป้องกันการเกิดภาวะ Necrotizing enterocolitis ในทรกคลอดก่อนกำหนด ควรให้คำแนะนำมารดาอย่างไร

a)

ก. หลีกเลี่ยงการให้ออกซิเจนสูงเข้มข้นในระยะแรกคลอด

b)

ข. หมั่นสังเกตอาการอาเจียนท้องอืด

c)

ค. ไม่ใช้ยาปฏิชีวนะกับทารกติดต่อกันเป็นเวลานาน

d)

ง. ให้กินนมมารดา

14.

เด็กชายอายุ 5ปี มีแผลที่จากน้ำร้อนลวกบริเวณหน้าอก คอและต้นแขนขวาลักษณะเป็นแผลพุพองมีน้ำใสๆ ประเมิน

ความรุนแรงของบาดแผลได้อย่างไร

a)

ก. First degree,14%

b)

ข. First degree,15%

c)

ค. Second degree,12%

d)

ง. Second degree,16%

15.

ใครที่มีการเจริญเติบโตปกติ

a)

ก. อายุ 3 ปี น้ำหนัก 10 กิโลกรัม

b)

ข. อายุ 4 ปี น้ำหนัก 14 กิโลกรัม

c)

ค. อายุ 5 ปี น้ำหนัก 16 กิโลกรัม

d)

ง. อายุ 7 ปี น้ำหนัก 21 กิโลกรัม

16.

เด็กโรคหัวใจมีอาการ Anoxia Spell พยาบาลควรให้การพยาบาลอย่งไร (telalogy of Fallot)

a)

ก.ให้เด็กทำท่า Knee chest

b)

ข.นอนท่า High Fowler's

c)

ค.ให้นอนยกปลายเท้าสูง

d)

ง.ให้นอนตะแคงขวา

17.

อันตรายที่มักพบในเด็กที่เป็นโรคหัวใจชนิดเขียว (Cyanotic heart disease) และเป็นสาเหตุของ การมาโรงพยาบาลก่อนกำหนด คือข้อใด

a)

ก.ภาวะติดเชื้อทางเดินหายใจอย่างเฉียบพลัน

b)

ข.ภาวะโลหิตจางรุนแรงจากการขาดธาตุเหล็ก

c)

ค. ภาวะไม่สมดุลของกรด-ด่าง

d)

ง. ภาวะติดเชื้อและฝีในสมอง

18.

ด.ช.ป้อม อายุ 2ปี น้ำหนัก 12 กิโลกรัม มีอาการไข้ มีน้ำมูก ถ่ายเหลว อาเจียนบ่อยครั้ง เบื่ออาหาร กระหายน้ำบ่อยเป็นมา 2 วัน มารดาพามาโรงพยาบาล แพทย์วินิจฉัยเป็นอุจจาระร่วงเฉียบพลัน และรับไว้ในโรงพยาบาล ตรวจร่างกายพบตาลึก ปากแห้ง ผิวหนังจับตั้งคืนใน 2 วินาที น้ำหนักลดลงเหลือ 11.2 กก. สัญญาณชีพ T=37.8 C, PR = 100/min, RR = 30/min, BP = 90/60 mmHs กิจกรรมการพยาบาลข้อใดควรปฏิบัติทันที

a)

ก. ดูแลให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำตามแผนการรักษา

b)

ข. ให้สารละลาย ORS 100 ซีซี

c)

ค. ดูแลให้ยาปฏิชีวนะตามแผนการรักษาของแพทย์

d)

ง. สังเกตและบันทึกสัญญาณชีพ

19.

เด็กชาย อายุ 8 ปี น้ำหนัก 20 กิโลกรัม แพทย์วินิจฉัยว่าเป็น Encephaltis ต้องจำกัดสารน้ำให้เพียง 70% maintenance ท่านจะดูแลให้สารน้ำกี่ cc/วัน

a)

ก. 950 cc.

b)

ข. 1,050 cc.

c)

ค. 1,150 cc.

d)

ง. 1,250 cc.

20.

ผู้ป่วยเด็กโรค Telalogy of Fallot (TOF) เกิดภาวะ Hypoxia spell ควรปฏิบัติอย่างไร

a)

ก. จับเด็กให้อยู่ในท่า Knee chest

b)

ข. ปรับเตียงให้นอนในท่า High Fowler's

c)

ค. ยกปลายเตียงขึ้น ให้นอนในท่าปลายเท้าสูง

d)

ง. ให้หัวใจไม่ถูกกดทับ โดยจับเด็กให้อยู่ในท่านอนตะแคงขวา