wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

ดาราศาสตร์ม.6เทอม1กลางภาค

Total questions: 45

Worksheet time: 46mins

Name
Class
Date
1.

เพราะเหตุใดทฤษฎีบิกแบงจึงเป็นทฤษฏีกำเนิดเอกภพที่่ได้รับการยอมรับกันในปัจจุบัน

a)

เพราะเป็นทฤษฎีที่อริสโตเติลพิสูจน์แล้ว

b)

นักวิทยาศาสตร์ได้พิสูจน์และตั้งเป็นกฏ

c)

เพราะมีหลักฐานสำคัญที่่สนับสนุนทฤษฎี

d)

ได้ข้อมูลที่ถูกต้องแม่นยำมีผู้พบด้วยความจริง

2.

ข้อใดถูกต้องเกี่ยวกับอันดับความสว่าง

a)

มีค่าเป็นบวกเท่านั้น

b)

ค่ามากแสดงว่าสว่างมาก

c)

ค่าเป็นศูนย์แสดงว่าไม่มีแสงในตัวเอง

d)

เป็นปริมาณที่ไม่มีหน่วย

3.

หลังบิกแบง อุณหภูมิของเอกภพมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร

a)

อุณหภูมิของเอกภพจะเพิ่มขึ้นตามช่วงเวลาต่าง ๆ ของวิวัฒนาการ

b)

อุณหภูมิของเอกภพลดลงตามช่วงเวลาต่าง ๆ ของวิวัฒนาการ

c)

เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา

d)

คงที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลง

4.

ช่วงเวลาใดที่เริ่มเกิดอนุภาคมูลฐาน

a)

หลังจากบิกแบงประมาณ 10-13 วินาที

b)

หลังจากบิกแบงประมาณ 10-23 วินาที

c)

หลังจากบิกแบงประมาณ 10-33 วินาที

d)

หลังจากบิกแบงประมาณ 10-43 วินาที

5.

โฟตอนเกิดขึ้นในช่วงเวลาใด

a)

ช่วงเวลาประมาณ

10-22 วินาที ถึงปัจจุบัน

b)

ช่วงเวลาประมาณ

10-30 วินาที จนถึงปัจจุบัน

c)

ช่วงเวลาประมาณ

10-32 วินาที ถึงปัจจุบัน

d)

ช่วงเวลาประมาณ

10-35 วินาที ถึงปัจจุบัน

6.

การเกิดนิวเคลียสของไฮโดรเจนและนิวเคลียสของฮีเลียมเกิดขึ้นลักษณะใด

a)

เกิดไม่พร้อมกันนิวเคลียสของไฮโดรเจนเกิดก่อนนิวเคลียสของฮีเลียม

b)

เกิดไม่พร้อมกันนิวเคลียสของฮีเลียมเกิดก่อนนิวเคลียสของไฮโดรเจน

c)

นิวเคลียสของฮีเลียมเกิดก่อนนิวเคลียสของไฮโดรเจนจากนั้นรวมตัวกันเป็นธาตุใหม่

d)

เกิดพร้อมกัน

7.

ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของเอกภพหลังการเกิดบิกแบง

a)

เอกภพมีขนาดลดลง อุณหภูมิลดลงตามช่วงเวลาต่าง ๆ เกิดสสารและสสารรวมกันเกิดเป็นกาแล็กซี

b)

เอกภพมีขนาดใหญ่ขึ้น อุณหภูมิเพิ่มขึ้นตามช่วงเวลาต่าง ๆ เกิดสสารและสสารรวมกันเกิดเป็นกาแล็กซี

c)

เอกภพมีขนาดใหญ่ขึ้น อุณหภูมิลดลงตามช่วงเวลาต่าง ๆ เกิดสสารและสสารรวมกันเกิดเป็นกาแล็กซี

d)

เอกภพมีขนาดลดลง อุณหภูมิเพิ่มขึ้นตามช่วงเวลาต่าง ๆ เกิดสสารและสสารรวมกันเกิดเป็นเนบิวลา

8.

อนุภาคใดไม่ได้ประกอบขึ้นจากอนุภาคอื่น

a)

โปรตอน ทริเตียม

b)

ดิวทีรอน โปรตอน

c)

อิเล็กตรอน ทริเตียม

d)

นิวทริโน อิเล็กตรอน

9.

กาแล็กซีเกิดหลังบิกแบงเป็นระยะเวลาประมาณเท่าใด

a)

3นาที

b)

300,000 ปี

c)

1,000 ล้านปี

d)

5,000ล้านปี

10.

ข้อใดสนับสนุนทฤษฏีบิกแบงของการกำเนิดของเอกภพ

a)

การหดตัวของเอกภพ

b)

การขยายตัวของกาแล็กซีทางช้างเผือก

c)

ปรากฏการณ์ดอพเพลอร์ของแสงจากดวงอาทิตย์

d)

อุณหภูมิ2.73 K ของคลื่นไมโครเวฟพื้นหลัง

11.

เอ็ดวิน ฮับเบิล ได้ศึกษาเกี่ยวกับเรื่องในข้อใดที่ทำให้พบว่าเอกภพมีการขยายตัว

a)

การวัดการเลื่อนตำแหน่งของสเปคตรัมจากกาแล็กซีเทียบกับระยะห่างจากโลก

b)

ศึกษาโครงสร้างของกาแล็กซีว่าประกอบด้วยดาวฤกษ์จำนวนมาก

c)

การสร้างสมการเพื่อแก้ไขข้อผิดพลาดของทฤษฎีสัมพัทธภาพ

d)

การสังเกตการเคลื่อนที่ของดาวฤกษ์โดยใช้การวัดสเปคตรัม

12.

แรงในข้อใดที่ทำให้กลุ่มของดาวฤกษ์อยู่รวมกันจนเป็นกาแล็กซีได้

a)

แรงแม่เหล็กไฟฟ้า

b)

แรงนิวเคลียร์

c)

แรงโน้มถ่วง

d)

แรงสู่ศูนย์กลาง

13.

เมื่อเกิดบิกแบงขึ้นพลังงานที่ไม่ได้เปลี่ยนไปเป็นสสารจะอยู่ในรูปของอะไร

a)

โปรตอน

b)

อิเล็กตรอน

c)

นิวตรอน

d)

โฟตอน

14.

ถ้าให้  v    คือ  ความเร็วในการเคลื่อนที่ถอยห่าง (km s- 1)    Ho คือ  ค่าคงตัวของฮับเบิล (km s- 1  Mpc- 1)    D  คือ  ระยะห่างของกาแล็กซี (Mpc)       ข้อใดเป็นสมการของกฎฮับเบิล

a)

v  =   D/H0 

b)

D  =  v . H0

c)

H0 =  D . v

d)

v  =  H0  . D

15.

หลังจากเกิดบิกแบงประมาณ 10-6 วินาที อุณหภูมิของเอกภพลดลงเหลือประมาณ1013เคลวิน ทำให้ควาร์กเกิดการรวมตัวกันกลายเป็นอะไร

a)

อะตอมของฮีเลียม

b)

นิวเคลียสของฮีเลียม

c)

อะตอมของไฮโดรเจน

d)

นิวเคลียสของไฮโดรเจน

16.

ขณะเกิดบิกแบงจะเกิดอนุภาคมูลฐานตามข้อใด

a)

ควาร์ก อิเล็กตรอน นิวทริโน โฟตอน

b)

ควาร์ก แอนติควาร์ก อิเล็กตรอน นิวทริโน

c)

ควาร์ก แอนติควาร์ก อิเล็กตรอน โปรตอน

d)

ควาร์ก อิเล็กตรอน นิวทริโน แอนตินิวทริโน

17.

ข้อใดกล่าวได้ถูกต้องเกี่ยวกับเอกภพ

a)

เอกภพมีขนาดใหญ่กว่าระบบสุริยะแต่มีขนาดเล็กว่ากาแล็กซี

b)

การขยายตัวของเอกภพมีผลทำให้กาแล็กซีเคลื่อนเข้าใกล้กันมากขึ้น

c)

เอกภพเกิดจากการระเบิดครั้งใหญ่ที่เรียกว่า บิกแบง ทำให้เกิดอนุภาคและพลังงานแผ่กระจาย ออกไป

d)

พลังงานความร้อนที่ลดลงหลักจากการเกิดบิกแบง ทำให้ได้อนุภาคมูลฐานต่าง ๆ ได้แก่ อิเล็กตรอน โปรตรอน และนิวตรอน

18.

กาแล็กซีแอนโดรเมดามีรูปร่างแบบใด และพบเห็นทางทิศใด

a)

กังหัน , ทิศใต้

b)

กังหัน ,ทิศเหนือ

c)

ไร้รูปแบบ , ทิศใต้

d)

ไร้รูปแบบ , ทิศเหนือ

19.

กาแลกซีแมกเจลแลนใหญ่ และกาแล็กซีแมกเจลแลนเล็กมีลักษณะรูปร่างเป็นอย่างไร

a)

เป็นแบบรูปวงรีหรือก้นหอย

b)

มีรูปร่างไม่แน่นอนหรือไร้รูปทรง

c)

มีรูปร่างคล้ายจาน 2 ใบคว่ำประกบกัน

d)

มีรูปร่างกลมคล้ายผลส้มตรงกลางป่องออก

20.

ชนิดของสเปกตรัมในข้อใดที่แสดงว่าเป็นดาวฤกษ์สีขาว และอุณหภูมิของดาวที่ 10,000 – 8,000 เคลวิน

a)

M

b)

G

c)

A

d)

O

21.

ระบบสุริยะอยู่ที่ส่วนใดของกาแล็กซี

a)

จาน

b)

ฮาโล

c)

ดุมกาแล็กซี

d)

นิวเคลียส

22.

เมื่อสังเกตทางช้างเผือกในทิศทางของกลุ่มดาวแมงป่องและกลุ่มดาวคนยิงธนู จะเห็นเป็นแถบฝ้าชัดเจนเพราะเหตุใด

a)

เนื่องจากเป็นบริเวณใจกลางของกาแล็กซีทางช้างเผือกซึ่งมีดาวฤกษ์อยู่อย่างหนาแน่น

b)

เนื่องจากเป็นบริเวณฮาโลจึงมีดาวฤกษ์อยู่อย่างหนาแน่น

c)

แสงจากดาวฤกษ์ตกกระทบที่กลุ่มดาวแมงป่องและกลุ่มดาวคนยิงธนู

d)

เนื่องจากผู้สังเกตอยู่ใกล้กลุ่มดาวทั้งสอง

23.

สำหรับประเทศไทยสามารถสังเกตทางช้างเผือกได้ตั้งแต่ช่วงเดือนใด

a)

ทุกเดือนทั้งปี

b)

เดือนมกราคมถึงเดือนพฤศจิกายน

c)

เดือนมกราคมถึงเดือนเมษายน

d)

เดือนพฤษภาคมถึงธันวาคม

24.

เพราะเหตุใดนักดาราศาสตร์จึงสรุปว่ากาแล็กซีทางช้างเผือกมีคาน

a)

ดาวฤกษ์จะอยู่กันอย่างหนาแน่นบริเวณฮาโลและลดลงไปตามแขนทั้งสองข้าง

b)

ดาวฤกษ์จะอยู่กันอย่างหนาแน่นบริเวณใจกลางและลดลงไปรอบนิวเคลียส

c)

ดาวฤกษ์จะอยู่กันอย่างหนาแน่นบริเวณใจกลางและลดลงไปตามแขนทั้งสองข้าง

d)

ลักษณะยาวเป็นเส้นตรงไปตลอด

25.

จากข้อมูลโชติมาตรปรากฏ เราจะเห็นดวงดาวต่อไปนี้สว่างน้อยที่สุด

a)

ดาวเสาร์เมื่อริบหรี่มีค่าประมาณ 1.2

b)

ดาวปาริชาตมีค่าประมาณ 1.0

c)

ดาวดวงแก้วมีค่าประมาณ 0.00

d)

ดาวศุกร์เมื่อริบหรี่ที่สุด มีค่าประมาณ-3.5

26.

จากการศึกษาเส้นสเปกตรัมดูดกลืนของกาแล็กซี M87ซึ่งเป็นกาแล็กซีรูปวงรีขนาดยักษ์ในกลุ่มดาวหญิงสาว พบว่าเคลื่อนที่ด้วยอัตาเร็วประมาณ 1,300 กิโลเมตร/วินาที กาแล็กซีนี้จะห่างจากระบบสุริยะประมาณกี่พาร์เซก

a)

8.5

b)

34

c)

1.7x107

d)

3.4x107

27.

จากภาพดาวฤกษ์อยู่ห่างจากโลกเป็นระยะทางเท่าไร

a)

1.582 พาร์เซก

b)

2.165 พาร์เซก

c)

3.165 พาร์เซก

d)

4.582 พาร์เซก

28.

ปัจจัยใดที่มีผลต่อความส่องสว่างของดาวฤกษ์

a)

ระยะทาง

b)

กำลังส่องสว่าง ระยะทาง

c)

กำลังส่องสว่าง ระยะทาง เวลาในการเดินทางของแสง

d)

ระยะทาง เวลาในการเดินทางของแสง

29.

ถ้าต้องการเปรียบเทียบกำลังส่องสว่างของดาวฤกษ์ ควรมีวิธีการอย่างไร

a)

นำโชติมาตรปรากฏ มาใช้เปรียบเทียบกำลังส่องสว่าง

b)

สังเกตดาวฤกษ์หลายๆดวงในเวลาเดียวกันแล้วเปรียบเทียบกัน

c)

หาจุดอ้างอิงแล้วเปรียบเทียบ

d)

กำหนดระยะทางของดาวฤกษ์ให้เท่ากัน

30.

ดาวฤกษ์ที่มีโชติมาตร 1 กับดาวฤกษ์ที่มีโชติมาตร 6 มีความส่องสว่างต่างกันกี่เท่า

a)

2.512

b)

50

c)

60

d)

100

31.

ดาวศุกร์เมื่อสว่างที่สุด มีอันดับความสว่าง -4.5 ดาวซิริอุส มีอันดับความสว่าง -1.5 ดาวทั้งสองมีความสว่างต่างกันกี่เท่า

a)

2.5 เท่า

b)

6.25 เท่า

c)

15.6 เท่า

d)

39 เท่า

32.

ดาวในข้อใดที่มีอุณหภูมิสูงที่สุด

a)

ดาวเซตามีสีน้ำเงิน

b)

ดาวปาริชาตมีสีแดง

c)

ดวงอาทิตย์มีสีเหลือง

d)

ดาวหงส์มีสีขาว

33.

ถ้าดาว A และดาว B มีกำลังส่องสว่างปรากฏ (apparent brightness)เท่ากัน ข้อสรุปใดต่อไปนี้ถูกต้องที่สุด

a)

ดาว A และดาว B ห่างจากผู้สังเกตเท่ากัน

b)

ดาว A และดาว B สว่างเท่ากัน ถ้าดาวทั้งสองอยู่ห่างจากผู้สังเกตเท่ากัน

c)

ดาว A และดาว B สว่างเท่ากันเมื่อมองจากโลก

d)

ดาว A และดาว B เป็นดาวที่มีสเปกตรัมเดียวกัน

34.

ดาวดวงใดต่อไปนี้มีอุณหภูมิผิวต่ำที่สุด

a)

ดาวพฤหัส (สีขาว)

b)

ดาวรวงข้าว (สีน้ำเงินแกมขาว)

c)

ดวงอาทิตย์ (สีเหลือง)

d)

ดาวดวงแก้ว (สีส้ม)

35.

ชนิดของสเปกตรัมในข้อใดที่แสดงว่าเป็นดาวฤกษ์สีเหลืองและอุณหภูมิของดาวที่ 5,000 เคลวิน

a)

M

b)

G

c)

A

d)

O

36.

ดาว A มีค่าอันดับความสว่าง -2 ในขณะที่ดาว B มีค่าอันดับความสว่าง -4 ข้อความใดต่อไปนี้ถูกต้อง

a)

ดาว A มีความสว่างมากกว่าดาว B 2 เท่า

b)

ดาว B มีความสว่างมากกว่าดาว A 2 เท่า

c)

ดาว A มีความสว่างมากกว่าดาว B 6.25 เท่า

d)

ดาว B มีความสว่างมากกว่าดาว A 6.25 เท่า

37.

ดาว ตานกอินทรีมีโชติมาตร 0.76 ดาววีกามีโชติมาตร 0.03 ดาวหางหงส์มีโชติมาตร 1.25 ดาวปากหงส์มีโชติมาตร 3.36 ตามลำดับ จงเรียงลำดับดาวฤกษ์ที่สว่างมากที่สุดไปยังน้อยที่สุด

a)

ดาวตานกอินทรี ดาววีกา ดาวปากหงส์ ดาวหางหงส์

b)

ดาวหางหงส์ ดาวตานกอินทรี ดาวหางหงส์ ดาววีกา

c)

ดาวตานกอินทรี ดาววีกา ดาวหางหงส์ ดาวปากหงส์

d)

ดาววีกา ดาวตานกอินทรี ดาวหางหงส์ ดาวปากหงส์

38.

ดาววีกามีแพรัลแลกซ์ 0.129 พิลิปดา ดาววีกาอยู่ห่างจากโลกกี่ปีแสง

a)

5.27

b)

25.27

c)

3.26

d)

20.50

39.

การเลื่อนทางแดงทำให้เราทราบถึงอะไร

a)

กาแล็กซี่มีการเคลื่อนที่ออกจากผู้สังเกต

b)

กาแล็กซี่มีการเคลื่อนที่เข้าหาผู้สังเกต

c)

มีการเลื่อนตำแหน่งไปทางความยาวคลื่นที่น้อยกว่า

d)

การขยายตัวของเอกภพกำลังจะถึงจุดสิ้นสุด

40.

ปรากฏการณ์ดอปเพลอร์ใช้หลักการเดียวกับเหตุการณ์ใด

a)

การเลื่อนทางน้ำเงิน

b)

การเลื่อนทางแดง

c)

การเลื่อนของสเปกตรัมมืด

d)

การเกิดบิ๊กแบง

41.

การจัดหมวดหมู่กาแล็กซี่จากรูปร่างที่ปรากฏเรียกว่าอะไร

a)

หมวดหมู่ของรูปร่าง

b)

กาแล็กซี่ของฮับเบิล

c)

ส้อมเสียงของฮับเบิล

d)

หมวดหมู่ของกาแล็กซี่

42.

แผนภาพเฮิร์ตซปรุง-รัสเซลล์ แบ่งประเภทของดาวฤกษ์ได้กี่กลุ่ม

a)

2

b)

3

c)

4

d)

5

43.

ดวงอาทิตย์อีก 5000 ล้านปีจะเป็นอย่างไร

a)

เป็นเนบิวลา

b)

ขนาดใหญ่ประมาณ 500 เท่าของปัจจุบัน

c)

เป็นดาวแคระขาว

d)

ขนาดใหญ่ประมาณ 100 เท่าของปัจจุบัน

44.

ข้อใดเป็นดาวยักษ์ใหญ่แดง

a)

ดาวอัลดิบาแรน

b)

ดาวบานาร์ด

c)

ดาวเบเทลจุส

d)

ดาวซิริอัส

45.

ดาวฤกษ์ที่มีมวลน้อยกว่า 0.08เท่าของดวงอาทิตย์ไม่สามารถเป็นดาวฤกษ์ได้ จะมีวิวัฒนาการเป็อะไร

a)

ดาวเคราะห์น้ำตาล

b)

ดาวแคระน้ำตาล

c)

ดาวแคระขาว

d)

แฝดของดวงอาทิตย์