wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

แบบทดสอบที่ 7 ปฏิกริยาเคมีในชีวิตประจำวัน

Total questions: 38

Worksheet time: 19mins

Name
Class
Date
1.

การเตรียมแก๊สออกซิเจนจากการเผาโพแทสเซียมคลอเรตจะได้ออกซิเจน การเติมแมงกานีสไดออกไซด์ลงไปจะทำให้เกิดออกซิเจนได้เร็วขึ้น สารตั้งต้นและผลิตภัณฑ์ของปฏิกิริยาเคมีนี้คืออะไรตามลำดับ

a)

ออกซิเจน, โพแทสเซียมคลอเรต

b)

ออกซิเจน, แมงกานีสไดออกไซด์

c)

แมงกานีสไดออกไซด์, ออกซิเจน

d)

โพแทสเซียมคลอเรต, แมงกานีสไดออกไซด์

2.

MgCO3 → MgO + สาร A จากสมการเคมี สาร A คือสารใด

a)

ออกซิเจน

b)

คาร์บอนไดออกไซด์

c)

 แมกนีเซียม

d)

น้ำ     

3.

การเตรียมแก๊สออกซิเจนจากการเผาโพแทสเซียมคลอเรตจะได้ออกซิเจน การเติมแมงกานีสไดออกไซด์ลงไปจะทำให้เกิดออกซิเจนได้เร็วขึ้น อะไรคือเงื่อนไขของปฏิกิริยาเคมีนี้

a)

ออกซิเจน

b)

แมงกานีสไดออกไซด์

c)

แมงกานิสไดออกไซด์และความร้อน

d)

โพแทสเซียมคลอเรต

4.

แอมโมเนีย (NH3) เป็นแก๊สพิษที่มีกลิ่นฉุนเฉพาะตัว ผลิตจากแก๊สไนโตรเจน (N2) และไฮโดรเจน (H2) โดยมีเหล็กเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาที่อุณหภูมิ 500 °C สมการเคมีของปฏิกิริยานี้ตรงกับข้อใด

a)

NH3 (g) → N2 (g) + H2 (g) 

b)

N2 (g) + NH3 (g) → H2 (g)      

c)

N2 (g) + H2 (g) → NH3 (g)

d)

N2 (g) → NH3 (g) + H2 (g)

5.

 แคลเซียมคาร์บอเนตสลายตัวให้แคลเซียมออกไซด์หรือปูนขาวและแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ สมการเคมีของปฏิกิริยานี้ตรงกับข้อใด

a)

CaCO3 + H2CO3 → Ca(HCO3)2

b)

Ca(HCO3)2 → CaCO3 + H2O + CO2

c)

CaCO3 + Heat → CaO + CO2

d)

NaHCO3 + Heat → Na2CO3 + CO2 + H2O

6.

สมการเคมีในข้อใดดุลได้ถูกต้อง

a)

4Fe + 3O2 → 2Fe2O3

b)

2Fe + 3H2O → 2Fe2O3 + 2H2

c)

2Al + H2SO4 → 3H2 + Al2(SO4)3

d)

3NH3 + 3O2 → 4NO + 6H2O

7.

wC3H8 + xO2 → yO2 + zH2O จากสมการเคมี w, x, y, z ตรงกับข้อใด

a)

1, 2, 4, 3

b)

2, 3, 5, 4

c)

2, 3, 2, 3

d)

1, 5, 3, 4

8.

ข้อใดจัดเป็นปฏิกิริยาเคมีแบบแทนที่

a)

S (s) + O2 (g) → SO2 (g)

b)

2H2 (g) + O2 (g) → 2H2O (g)

c)

Na2CO3 (s) → Na2O (s) + CO2 (g)

d)

Mg (s) + 2H2O (l) → Mg(OH)2 (aq) + H2 (g)

9.

ปฏิกิริยาเคมีในข้อใดมีลักษณะแตกต่างจากพวก

a)

C (s) + O2 (g) → CO2 (g)

b)

H2CO3 (aq) → H2O (l) + CO2 (g)

c)

2H2O (l) → 2H2 (g) + O2 (g)

d)

2KClO3 (s) → 2KCl (s) + 3O2 (g)       

10.

การกระทำข้อใดไม่มีผลต่ออัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี

a)

การบ่มผลไม้ในภาชนะที่มีฝาปิด   

b)

การนําเนื้อหมูแช่ในช่องแช่แข็ง

c)

การเคี้ยวยาลดกรดชนิดเม็ดใหละเอียดก่อนกลืน

d)

การเปลี่ยนขนาดภาชนะที่บรรจุสารละลายที่ทำปฏิกิริยา

11.

จากข้อมูลต่อไปนี้ ข้อใดแสดงถึงผลของพื้นที่ผิวที่มีต่ออัตราการเกิดปฏิกิริยา

1 = ถ่านไม้เผาไหม้ในแก๊สออกซิเจนได้เร็วกว่าในอากาศ  

2 = น้ำตาลทรายละลายในกาแฟร้อนได้เร็วกว่ากาแฟเย็น  

3 = น้ำตาลก้อนละลายน้ำได้ช้ากว่าน้ำตาลทรายเมื่อมีมวลเท่ากัน  

4 = ที่ความดันสูงแก๊สเกิดปฏิกิริยาได้มากกว่าที่ความดันต่ำเมื่ออุณหภูมิคงที่ 

a)

ข้อ 1 และ 2    

b)

ข้อ 2 และ 3

c)

ข้อ 1 และ 3

d)

ข้อ 2 และ 4

12.

ฟอสฟอรัสขาวจะลุกติดไฟในอากาศได้ทันทีที่อุณหภูมิห้อง แต่ฟอสฟอรัสแดงไม่เกิดปฏิกิริยา ข้อความดังกล่าวเกี่ยวข้องกับปัจจัยในข้อใด

a)

พื้นที่ผิว

b)

ธรรมชาติของสารตั้งต้น

c)

ความเข้มข้น     

d)

 อุณหภูมิ

13.

การใช้เหล็กในกระบวนการผลิตแอมโมเนียจากแก๊สไนโตรเจนและไฮโดรเจนนั้นสามารถทำให้ได้อัตราการเกิดปฏิกิริยาสูงขึ้น ข้อความดังกล่าวเกี่ยวข้องกับปัจจัยในข้อใด

a)

พื้นที่ผิว

b)

ธรรมชาติของสารตั้งต้น

c)

ความเข้มข้น

d)

ตัวเร่งปฏิกิริยา

14.

จากปฏิกิริยา AgNO3 (aq) + HCl (aq) → AgCl (s) + HNO3 (aq) การทดลองในข้อใดทำให้อัตราการเกิดปฏิกิริยาสูงขึ้น

1 = เพิ่มพื้นที่ผิวของ AgCl

2 = เพิ่มความเข้มข้นของ AgNO3 และ HCl

3 = เพิ่มอุณหภูมิสารละลาย AgNO3 และ HCl ให้สูงขึ้น  

a)

ข้อ 1 และ 2

b)

ข้อ 1 และ 3

c)

ข้อ 2 และ 3

d)

ข้อ 1, 2 และ 3

15.

ปฏิกิริยาการย่อยอาหารในร่างกาย จะได้สารใดเป็นผลิตภัณฑ์

a)

น้ำตาลกลูโคส

b)

น้ำตาลซูโครส

c)

ออกซิเจน        

d)

พลังงานและน้ำ

16.

การเกิดปฏิกิริยาเคมีในข้อใดไม่เกี่ยวข้องกับแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์

a)

ปฏิกิริยาในน้ำอัดลม

b)

ปฏิกิริยาการเกิดสนิมเหล็ก

c)

ปฏิกิริยาการสลายตัวของผงฟู

d)

ปฏิกิริยาการเผาไหม้ 

17.

สารในข้อใดไม่เกี่ยวข้องกับปฏิกิริยาการสังเคราะห์ด้วยแสง

a)

C6H12O6

b)

CO2    

c)

H2O

d)

CO2    

18.

สารในข้อใดไม่เกี่ยวข้องกับปฏิกิริยาการหายใจ

a)

H2O    

b)

C6H12O6

c)

CO2    

d)

H2CO3

19.

นำแก๊สโพรเพน (C3H8) มาเผาได้เปลวไฟสว่าง ไม่มีเขม่าและควัน ผลิตภัณฑ์ที่เกิดขึ้นควรเป็นสารในข้อใด

a)

คาร์บอนไดออกไซด์ และน้ำ

b)

คาร์บอนมอนอกไซด์ และน้ำ

c)

ไฮโดรเจน และออกซิเจน

d)

ออกซิเจน และน้ำ

20.

ข้อใดแสดงว่ามีปฏิกิริยาเคมีเกิดขึ้น

a)

มีตะกอนและแก๊สเกิดขึ้น

b)

สถานะเปลี่ยนและสารมีสีเปลี่ยน

c)

สถานะเปลี่ยนและผลิตภัณฑ์เปลี่ยนกลับเป็นสารเดิมได้

d)

มีตะกอนเกิดขึ้นและผลิตภัณฑ์เปลี่ยนกลับเป็นสารเดิม

21.

ข้อใดกล่าวถึงการดูดพลังงานความร้อนได้ถูกต้อง

a)

ต้องให้พลังงานกับปฏิกิริยา เมื่อจับภาชนะที่ใส่สารจะเย็น

b)

ต้องให้พลังงานกับปฏิกิริยา เมื่อจับภาชนะที่ใส่สารจะร้อน

c)

ต้องลดพลังงานของปฏิกิริยา เมื่อจับภาชนะที่ใส่สารจะเย็น

d)

ต้องลดพลังงานของปฏิกิริยา เมื่อจับภาชนะที่ใส่สารจะร้อน

22.

ปฏิกิริยาเคมีในข้อใดเป็นปฏิกิริยาดูดความร้อน

a)

N2(g) + O2(g) + \rightarrow  พลังงาน   2NO2(g)   

b)

2H2(g) + O2(g)  \rightarrow  2H2O(l) + พลังงาน

c)

C(s) + O2(g)   \rightarrow   2H2O(l) + พลังงาน

d)

N2(g) + 3H2(g)   \rightarrow  2NH3(g) + พลังงาน

23.

จากสมการเคมีข้อใดเป็นผลิตภัณฑ์

a)

A เท่านั้น

b)

A และ B

c)

C และ D

d)

A B C และ D

24.

จากสมการเคมี     A + B \rightarrow   C + D 

สารใดเป็นสารตั้งต้น 

a)

A เท่านั้น

b)

A และ B

c)

C และ D

d)

A B C และ D

25.

จากสมการเคมี a หมายถึงสารใด

CH4 + a   \rightarrow  CO2 + 2H2

a)

4O2

b)

2O2

c)

            O2

d)

            O

26.

จากสมการเคมีข้อใดกล่าวถึงสถานะของสารได้ถูกต้อง

CaCO3(s) + 2 HCl(aq)   \rightarrow  CaCl2(aq) + H2O(l) + CO2(g)

a)

CaCO3 มีสถานะเป็นของแข็ง CaCl2 มีสถานะเป็นของเหลว

b)

HCl และ CaCl2 มีสถานะเป็น

c)

H2O มีสถานะเป็นสารละลาย CO2 มีสถานะเป็นแก๊ส

d)

CaCO3 มีสถานะเป็นของแข็ง H2O มีสถานะเป็นของเหลว

27.

การระบุสถานะของสารละลายที่มีน้ำเป็นตัวทำละลายใช้สัญลักษณ์ในข้อใด

CaCO3(s) + 2 HCl(aq)   \rightarrow  CaCl2(aq) + H2O(l) + CO2(g)

a)

            s

b)

g

c)

l

d)

aq

28.

จากสมการเคมี

     2CH4(g) + X O2(g) \rightarrow   2CO2(g) + 4H2O(g)

     เมื่อดุลสมการเคมี X ที่อยู่หน้า O2 ควรมีค่าเท่าไร

a)

2

b)

4

c)

6

d)

8

29.

ข้อใดไม่ใช่ปัจจัยที่มีผลต่ออัตราการเกิดปฏิกิริยา

a)

            อุณหภูมิ

b)

พื้นที่ผิว

c)

ความเข้มข้นของสารตั้งต้น

d)

ระยะเวลาในการเกิดปฎิกริยา

30.

การเคี้ยวอาหารให้ละเอียดก่อนกลืนจะช่วยให้การย่อยอาหารง่ายขึ้น เป็นการกล่าวถึงปัจจัยใดที่มีผล       ต่ออัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี

a)

พื้นที่ผิว

b)

ความดัน

c)

ชนิดของสารตั้งต้น

d)

ความเข้มข้นของสารตั้งต้น

31.

ความดันมีผลต่ออัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีของสารตั้งต้นชนิดใด

a)

โซเดียมคลอไรด์

b)

แก๊สคาร์บอนมอนอกไซด์

c)

กรดซัลฟิวริก

d)

โพแทสเซียมไฮดรอกไซด์

32.

ข้อใดไม่ใช่สมบัติของตัวเร่งปฏิกิริยาเคมี

a)

ช่วยทำให้อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีเร็วขึ้น

b)

ช่วยทำให้ความเข้มข้นของสารตั้งต้นเพิ่มขึ้น

c)

เมื่อสิ้นสุดปฏิกิริยาเคมียังคงมีสมบัติเหมือนเดิม

d)

ทำให้ปริมาณสารตั้งต้นลดลงเร็วขึ้น

33.

ข้อใดไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ที่เกิดจากการเผาไหม้แบบไม่สมบูรณ์

a)

คาร์บอนไดออกไซด์

b)

คาร์บอนมอนอกไซด์

c)

คาร์บอนไดซัลไฟด์

d)

เขม่าควันและคาร์บอนมอนอกไซด์

34.

แก๊สชนิดใดเป็นผลิตภัณฑ์ที่เกิดจากการเผาไหม้แบบสมบูรณ์

a)

คาร์บอนไดออกไซด์

b)

ไนโตรเจน

c)

ออกซิเจน

d)

ไฮโดรเจน

35.

เมื่อใช้น้ำยาที่มีสมบัติเป็นกรดราดทำความสะอาดพื้นห้องน้ำจะมีฟองแก๊สเกิดขึ้นตามร่องปูนยาแนว      แก๊สที่เกิดขึ้นคือข้อใด

a)

ไฮโดรเจน

b)

ออกซิเจน

c)

            ไนโตรเจน

d)

คาร์บอนไดออกไซด์

36.

การทำขนมถ้วยฟู ขนมโดนัท จะใส่ผงฟูหรือโซเดียมไบคาร์บอเนตเพื่อจุดประสงค์ใด

a)

เพื่อให้ผงฟูสลายตัวเมื่อถูกความร้อนและปล่อยแก๊สออกซิเจนช่วยทำให้ขนมฟู

b)

เพื่อให้ผงฟูสลายตัวเมื่อถูกความร้อนและปล่อยแก๊สไนโตรเจนช่วยทำให้ขนมฟู

c)

เพื่อให้ผงฟูสลายตัวเมื่อถูกความร้อนและปล่อยแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ช่วยทำให้ขนมฟู

d)

เพื่อให้ผงฟูสลายตัวเมื่อถูกความร้อนและปล่อยแก๊สไฮโดรเจนช่วยทำให้ขนมฟู

37.

แก๊สในข้อใดทำให้เกิดฝนกรดได้

a)

แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์และแก๊สออกซิเจน

b)

แก๊สซัลเฟอร์ไดออกไซด์และแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์

c)

แก๊สออกซิเจนและแก๊สไนโตรเจน

d)

แก๊สไฮโดรเจนและแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์

38.

ข้อใดไม่ใช่วิธีการป้องกันการเกิดสนิมเหล็ก

a)

เก็บไว้ในที่ร่ม

b)

            ทาสี

c)

เคลือบน้ำมัน

d)

ทำเป็นโลหะผสม