Worksheetsการสังเคราะห์ด้วยแสง
Total questions: 13
Worksheet time: 7mins
จากการทดลองฉายแสงทีละช่วงความยาวคลื่นตั้งแต่ 400 -700 นาโนเมตร แก่สาหร่ายสีเขียวชนิดหนึ่งพบว่าถ้าฉายแสงที่มีความยาวคลื่นเกิน 680 นาโนเมตร อัตราการสังเคราะห์ด้วยแสงลดลงวัดจากออกซิเจนที่ปล่อยออกมา เป็นเพราะเหตุใด
มีปฏิกิริยาเกิดขึ้นในรงควัตถุระบบ 1 เท่านั้น
มีปฏิกิริยาเกิดขึ้นในรงควัตถุระบบ 2 เท่านั้น
เกิดการถ่ายทอดอิเล็กตรอนแบบไม่เป็นวัฏจักร
คลอโรฟีลล์ดูดพลังงานแสงที่มีความยาวคลื่นเกิน 650 นาโนเมตรไม่ได้
สิ่งมีชีวิตคู่ใดที่มีความสามารถใช้พลังงานแสงได้คล้ายพืชสีเขียว
แบคทีเรียบางชนิด นอสดอก
ยีสต์ ไลเคนส์
ราขนมปัง สาหร่ายสีน้ำตาล
ราเมือก ยูสีนา
ถ้า ก ข ค และ ง เป็นสารที่ถูกนำเข้าสู่ใบและปล่อยออกมาจากใบต้องการทราบว่า ก และ ง เป็นสาร อะไร
น้ำ – ออกซิเจน
คาร์บอนไดออกไซด์ – ออกซิเ
น้ำ – น้ำตาล
คาร์บอนไดออกไซด์ –น้ำตาล
จากสมการทั้งสองนี้ เป็นหลักฐานที่ยืนยันว่า
ออกซิเจนในโมเลกุลของน้ำที่เกิดขึ้นได้มาจาก CO2 ที่ใช้ในการสังเคราะห์ด้วยแสง
ออกซิเจนที่เกิดขึ้นได้จาก CO2 ที่พืชใช้ในการสังเคราะห์ด้วยแสง
ออกซิเจนในโมเลกุลของกลูโคสได้จากน้ำ ซึ่งใช้ในการสังเคราะห์ด้วยแสง
ออกซิเจนที่เกิดขึ้นได้มาจากน้ำที่ใช้ในกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง
พืชแตกต่างกับสัตว์คือ พืชสามารถ
ปรับปรุงตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมได้
ขับถ่ายได้
ผลิต CO2 และ O2 ได้
เจริญเติบโตได้
แหล่งผลิตอาหารที่สำคัญที่สุดของพืชสีเขียว ได้แก่
ใบ
ลำต้น
คลอโรฟิลล์
คลอโรพลาสต์
ในวัฏจักรคัลวินของกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงนั้น CO2 ทำปฏิกิริยากับสารใด
ribulose bisphosphate
Hydrogen
phosphoglyceraldehyde
Phosphoglycerric acid
Light reaction ในกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงนั้น พลังงานแสงจะถูกเก็บไว้ในสารใด
ATP
NADPH
ATP และ NADPH
โมเลกุลของกลูโคส
จากแผนภาพคลอโรพลาสต์ การถ่ายทอดอิเล็กตรอนแบบเป็นวัฏจักรเกิดขึ้นที่บริเวณใด ( a – d )
a และ b
d แห่งเดียว
c และ d
a แห่งเดีย
สารประกอบอินทรีย์ที่เป็นสารตั้งต้นในกระบวนการคาร์บอนไดออกไซด์ฟิกเซซั่นคือ
PGA
RuBP และ PGA
RuBP และ CO2
RuBP
จากกลไกสังเคราะห์ด้วยแสง สารที่สร้างขึ้นในปฏิกิริยาใช้แสงและจะถูกนำไปใช้ต่อในปฏิกิริยาตรึงคาร์บอนไดออกไซด์ ได้แก่
ADP และ NADPH + H+
ADP และ NADP
ATP และ NADP
ATP และ NADPH + H+
โมเลกุลรงควัตถุ(สารสี)ของคลอโรพลาสต์อยู่ในบริเวณใด
ไทลาคอยด์
ภายในเยื่อชั้นใน ( inner membranes )
ภายในช่องระหว่างเยื่อชั้นในและเยื่อชั้นนอก
ภายในเยื่อไทลาคอยด์ ( thylakoid membranes )
ภายในเยื่อไทลาคอยด์ ( thylakoid membranes )
ระบบ cyclic electron flow ของระบบแสง II หรือ P 680
ระบบ cyclic electron flow ของระบบแสง I หรือ P 700
ระบบ noncyclic electron flow ของระบบแสง I หรือ P 680
ระบบ noncyclic electron flow ของระบบแสง I หรือ P 700
